Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 482 ความจริงคืออะไร

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD
  3. บทที่ 482 ความจริงคืออะไร
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 482 ความจริงคืออะไร

“ไสหัวไป ไม่งั้น… ก็ตายเสีย”

เสี่ยวโยวไม่ได้พูดดังอะไร แต่ในค่ำคืนที่เงียบสงบเช่นนี้ เสียงของนางก็ถือว่าดังฟังชัดอยู่ และสำหรับหัวหน้ากลุ่มคนชุดดำ เขารู้สึกว่าเสียงนั้นก้องกังวานเลยทีเดียว

หญิงสาวคนนี้ไม่ได้ทำตัวดุดันหรือโหดเหี้ยม นางเพียงดูเป็นคนที่เย็นชาและไม่ยินดียินร้ายเท่านั้น

หัวหน้ากลุ่มคนชุดดำมองลูกน้องทั้งสองคนของตนเองที่นอนอยู่บนพื้นอย่างหมดแรง พวกเขามีเลือดไหลออกจากร่างกายและคราบเลือดนั้นก็นองอยู่รอบๆ ตัว

กลิ่นเลือดฉุนคาวรุนแรง จนทำให้ใครๆ ต่างต้องขนหัวลุก

“หัวหน้าของเจ้าเป็นใคร เมื่อครู่ไม่คิดว่าตัวเองทำตัวป่าเถื่อนไปหน่อยหรือ”

หัวหน้ากลุ่มคนชุดดำระงับความกลัวแล้วพูดขึ้นอย่างเย็นชา ดวงตาของเขาสั่นไหว หอกสีเงินด้ามหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า

หากมีคนจากเมืองหมอกนภาอยู่ที่นี่และได้เห็นหอกด้ามนี้ คนคนนั้นย่อมต้องจำชายผู้นี้ได้อย่างแน่นอน

เขาคือหัวหน้าผู้คุ้มกันตระกูลจาง หอกเงินจางเฮ่อนั่นเอง

ชายคนนี้เป็นหนึ่งในยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงของเมืองหมอกนภา เขาสามารถทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้หนึ่งชิ้น และยังมีความสามารถในการต่อสู้ที่โดดเด่นอีกด้วย

อย่างไรก็ตามแม้แต่ยอดฝีมืออย่างเขาก็ยังมีสีหน้าที่เคร่งเครียดมาก เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นบนมือที่กำลังถือหอกอยู่

หญิงสาวเท้าเปล่าคนนี้ทำให้เขารู้สึกถึงพลังกดดันมหาศาล

นางแข็งแกร่งมาก ทรงพลังยิ่งนัก!

เสี่ยวโยวมีท่าทีเย็นยะเยือก ทุกครั้งที่นางเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้า นางก็มักจะมีท่าทีเช่นนี้เสมอ ประกายวับวาวในดวงตาสีดำสนิทของนางค่อยๆ แผ่ขยายออกไปจนถึงตาขาว เปลี่ยนให้ดวงตาของนางกลายเป็นสีดำทั้งหมด

“หากเจ้าไม่คิดกลับไป… ก็ตายเสียเถอะ!”

น้ำเสียงอันเฉยเมยดังก้องไปทั่ว

ผมสีดำของเสี่ยวโยวพลิ้วไหวและสยายออกมา จนดูราวกับจะปกคลุมดวงจันทร์ทั้งสองดวงและบดบังแสงสว่างของพวกมันเอาไว้

จางเฮ่อคำรามด้วยความโกรธ รูขุมขนบนร่างกายของเขาเปิดกว้างพร้อมพลังปราณเที่ยงแท้ที่ปะทุออกมา ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นชั้นหมอกจางๆ ซึ่งปกคลุมร่างกายของเขาเอาไว้ จางเฮ่อควงหอกของตนเองแล้วเล็งเป้าไปที่เสี่ยวโยว หอกที่พุ่งเข้ามานั้นราวกับจะแยกท้องฟ้าออกจากกัน หอกที่พุ่งเข้าใส่หญิงสาวดูราวกับเป็นลำแสงที่ส่องประกายระยับก็ไม่ปาน

ด้านหลังของหัวหน้าผู้คุ้มกันมีโซ่มายาเส้นหนึ่งแกว่งไกวอยู่

ดวงตาสีดำสนิทของเสี่ยวโยวลึกล้ำขึ้นกว่าเดิม ทันทีที่เท้าคู่สวยของนางสัมผัสพื้นอีกครั้ง นางก็หายตัวไปราวกับเป็นภูตผี

หอกสีเงินที่พุ่งเข้าใส่หญิงสาวถูกความมืดมิดกลืนหายไปทันใด

เปรี๊ยะ!

ฝ่าเท้าของหญิงสาวแตะลงบนพื้นดินอย่างนุ่มนวล ขณะที่ชุดสีดำของเธอสะบัด นางยืนบนก้อนหินที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้มีเสียงสะท้อนขึ้นแผ่วเบา

จางเฮ่อยังคงเสือกหอกของตนเองใส่เสี่ยวโยว แต่ผมยาวราวน้ำตกของนางก็พลิ้วไหวไปมารอบตัวเขาและต้อนเขาให้จนมุม จากนั้นมันก็ปกคลุมตัวของเขาจนมิดก่อนจะรัดเอาไว้แน่น

เสี่ยวโยวลดมือบอบบางของตนเองลง แล้วหันกลับมามองด้านหลังอย่างเรียบเฉย

ผมของนางรัดอีกฝ่ายไว้อย่างแน่น จนทำให้ได้ยินเสียงกระดูกหักดังขึ้น

แกร๊ก…

จางเฮ่อถูกรัดจนตายทั้งที่ยังไม่ทันได้ส่งเสียงคร่ำครวญด้วยซ้ำ

วืด!

เสี่ยวโยวรวบผมของตนเองกลับมาแล้วปล่อยให้มันยาวสยายอยู่ด้านหลัง ผมสีดำขลับหดสั้นลงจนถึงระดับเอวของนาง ทำให้นางดูงดงามอย่างไร้ที่ติ

แสงสว่างจากดวงจันทร์ทั้งสองดวงส่องลงมาที่เสี่ยวโยว ทำให้ใบหน้าอันงดงามของนางเปล่งประกาย

ท่านหัวหน้า… ตายแล้วหรือ

ใบหน้าของชายชุดดำที่เหลือเต็มไปด้วยความหวาดกลัว จากนั้นพวกเขาก็หันหลังกลับแล้วหนีไปอย่างรวดเร็ว

หญิงสาวคนนั้นเป็นปีศาจ นางคือปีศาจที่คืบคลานออกมาจากขุมนรก!

คนที่สามารถใช้ผมของตัวเองฆ่าคนอื่นได้ ถ้าไม่ใช่ปีศาจแล้วจะเป็นตัวอะไรได้อีกเล่า

อย่างไรก็ตาม กลุ่มชายชุดดำที่กำลังหลบหนีวิ่งไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาของพวกเขาก็แดงก่ำขึ้น พวกเขารับรู้ได้ว่ามีผมสีดำมัดขาเอาไว้

ผมนั้นขยายตัวออกอย่างรวดเร็วจนปกคลุมพวกเขาจนมิด

ยอดฝีมือชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์สิบกว่าคนที่สามารถทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้หนึ่งชิ้นเสียชีวิตลงในเวลาไม่กี่อึดใจเท่านั้น

หากข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป จะต้องสร้างความโกลาหลครั้งใหญ่แน่นอน

มีศพจำนวนนับไม่ถ้วนนอนเกลื่อนกลาดเต็มพื้นถนน

เสี่ยวโยวเดินไปข้างหน้า เท้าของนางเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่ห้วงอากาศ และในชั่วพริบตาต่อมา นางก็กลับมาอยู่บนหลังคาร้านอาหารหมอกเมฆาอีกครั้ง

นางยกมือขึ้น แสงจันทร์ส่องลงมากระทบมือ ทำให้มือของนางดูงดงามละเอียดอ่อนยิ่งกว่าเดิมจนราวกับเป็นหยกขาว นางโบกมือทำให้เกิดคลื่นพลังไร้รูปร่างแผ่ขยายออกมา

ทันใดนั้น ศพที่กระจายอยู่เต็มพื้นก็ถูกกำจัดไป ร่างของพวกเขากลายเป็นเศษฝุ่นที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว หลงเหลือไว้เพียงกองเลือดที่ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปในอากาศ

ความมืดดำในตาขาวในเสี่ยวโยวหายไป และกลับมามีสีขาวตามเดิม

หญิงสาวจากยมโลกกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างเฉยเมย จากนั้นร่างกายของนางก็เริ่มพร่าเบลอแล้วหายตัวไป

เจ้าดำที่อยู่ในร้านอาหารทำจมูกฟุดฟิด ก่อนจะลืมตาที่สะลึมสะลือขึ้นแล้วมองดูเสี่ยวโยวที่เพิ่งกลับขึ้นไปยังเรือยมโลก จากนั้นก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงของบุรุษที่ฟังดูอ่อนโยน “เจ้าจัดการทุกคนเลยหรือ”

เสี่ยวโยวสะดุ้ง แต่ก็หันไปมองเจ้าดำแล้วพยักหน้าให้

“พอมีเจ้าอยู่ที่นี่ด้วย ชีวิตของท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ก็เรียบง่ายขึ้นมาก มันจะดีสักแค่ไหนกันเล่าหากเจ้าเป็นซี่โครงเนื้อซอสเปรี้ยวหวานให้ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ด้วย”

หญิงสาวจากยมโลกอ้าริมฝีปากแดงก่ำของตนเองแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะกลับขึ้นไปบนเรือยมโลก

“แม่สาวน้อยเอ๋ย…” เจ้าดำกลอกตามองนางก่อนจะกลับไปนอนต่อ

…

วันรุ่งขึ้น ปู้ฟางตื่นขึ้นมาเพราะเสียงคร่ำครวญอย่างน่าเวทนาที่ฟังดูราวกับเป็นเสียงร้องของสุกรซึ่งถูกนำไปยังโรงฆ่าสัตว์ก็ไม่ปาน เขานั่งตัวตรงอยู่บนเตียงพลางขยี้ตาที่ยังสะลึมสะลือ ก่อนจะมองไปรอบๆ อย่างงุนงง

เกิดอะไรขึ้น

เขาลุกขึ้นจากเตียงแล้วมองออกไปทางหน้าต่าง สิ่งที่เขาเห็นมีเพียงเศษซากอิฐและร้านขายโอสถทิพย์ที่ถูกทำลาย รวมถึงกลุ่มเจ้าของร้านโอสถทิพย์ที่คุกเข่าร้องไห้อยู่กับพื้น

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ดวงตาของปู้ฟางเบิกกว้าง ร้านโอสถทิพย์จำนวนมากพังพินาศในชั่วข้ามคืนได้อย่างไรกัน

โชคชะตาของบรรดาเจ้าของร้านโอสถทิพย์ช่างน่าสงสารยิ่งนัก เพราะพวกเขาต้องใช้ร้านค้าของตนเองในการทำมาหากิน และต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อจ่ายค่าเช่าให้กับตระกูลหนานกง ดังนั้นเหตุการณ์ในครั้งนี้จึงส่งผลกระทบอย่างหนักต่อพวกเขาทุกคน

เจ้าของร้านโอสถทิพย์บางคนถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง ในขณะที่บางคนก็คร่ำครวญเสียงดังและร่ำไห้อย่างขมขื่น

นอกจากนี้ เจ้าของร้านโอสถทิพย์บางคนยังทุบประตูสัมฤทธิ์ของร้านอาหารหมอกเมฆาอย่างรุนแรงด้วยความโกรธจัด พวกเขาเชื่อว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดคือปู้ฟาง เพราะร้านโอสถทิพย์ทุกร้านที่อยู่รอบๆ ต่างถูกทำลาย มีเพียงร้านอาหารของปู้ฟางเท่านั้นที่ยังคงสภาพเดิมและไม่ได้รับความเสียหายใดๆ มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ให้พวกเขามีความคิดเช่นนี้

สมาชิกของตระกูลหนานกงนำโดยหนึ่งในผู้อาวุโสของตระกูลหนานกงเดินทางมาถึงที่นี่อย่างรวดเร็ว ผู้อาวุโสคนนี้มีทัศนวิสัยลึกซึ้ง หลังจากที่สอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากกลุ่มคนที่กำลังหมดกำลังใจ เขาก็กวาดสายตาไปมองที่ร้านอาหารหมอกเมฆา

คราบเลือดเต็มพื้นตรงนั้นดึงดูดความสนใจของเขาเช่นกัน

เมื่อคืนนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่

คราบเลือดนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของพลังปราณเที่ยงแท้ที่คุกรุ่น นั่นหมายความว่าคนที่เสียเลือดต้องเป็นคนที่มีขั้นปราณทรงพลัง หากรู้ว่าเลือดเหล่านี้เป็นของใคร พวกเขาก็จะรู้ถึงความจริงที่เกิดขึ้น

ผู้อาวุโสคนนี้เชื่อว่าคนจากตระกูลจางหรือไม่ก็ตระกูลหลินเป็นคนก่อเรื่องนี้ขึ้น เพราะมีข่าวลือทำนองนี้ออกมาบ้างแล้ว

หนานกงหวั่นและหนานกงอู๋เชวียเองก็รีบไปที่นั่นด้วยเช่นกัน หลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะไม่เข้ามาตรวจสอบ การทำลายหนึ่งในกิจการของตระกูลหนานกงนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เลย

หนานกงหวั่นเป็นคนเก่งและเฉลียวฉลาด นางปลอบโยนเจ้าของร้านโอสถทิพย์ที่กำลังร้องไห้อยู่ให้สงบลง และให้คำมั่นว่าจะคืนเงินให้พวกเขา

ร้านโอสถทิพย์ของหนานกงหวั่นเองก็ถูกทำลายเช่นเดียวกัน แต่นางรู้ว่าเถ้าแก่ปู้ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ มันต้องเป็นฝีมือของคนที่ตระกูลหลินหรือตระกูลจางส่งมาอย่างแน่นอน

พวกเขาต้องตรวจสอบเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด

หลังจากปู้ฟางเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เขาก็เดินลงมาชั้นล่างและเปิดประตูสัมฤทธิ์ของร้านอาหาร ก่อนจะเอนตัวพิงประตูบานนั้น

หนานกงหวั่นและหนานกงอู๋เชวียเดินเข้ามาทักทายชายหนุ่ม

ปู้ฟางอดขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อเห็นว่าเจ้าของร้านขายโอสถทิพย์ที่อยู่รอบๆ ต่างจ้องเขาตาเขม็ง

“สหายปู้ เรารู้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า ดังนั้นไม่ต้องกังวลไป เราจะต้องตามหาคนที่ก่อเรื่องนี้มาให้ได้ ตระกูลหนานกงจะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องร้ายแรงเช่นนี้ผ่านไปง่ายๆ”

หนานกงอู๋เชวียตบหน้าอกของตนเองเพื่อเป็นการยืนยันกับปู้ฟาง

หนานกงหวั่นในตอนนี้อารมณ์ไม่ค่อยดีนัก เพราะร้านขายโอสถทิพย์ของนางก็ถูกทำลายเช่นกัน วันนี้นางตั้งใจมาปรับโฉมร้าน แต่ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น

“เถ้าแก่ปู้ สถานที่ที่ผู้มีพรสวรรค์จะไปลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานประลองหัตถ์เวทนั้นอยู่ทางตอนใต้ของเมือง ตอนนี้เจ้าว่างหรือไม่ เราจะไปกันเลยก็ได้” หนานกงหวั่นพูดหลังจากถอนหายใจ

“ตอนนี้ข้ายังไม่ว่าง ยังไม่ได้กินอาหารเช้าเลย” ปู้ฟางตอบ

หนานกงหวั่นตัวแข็งเกร็ง นางอึ้งกับคำตอบของชายหนุ่ม

“พวกเจ้าอยากมากินด้วยกันไหมเล่า จะมากินก้ได้ แต่อย่าลืมทิ้งผลึกไว้ให้ด้วยก่อนกลับก็แล้วกัน” ปู้ฟางพูดขึ้นก่อนจะเดินกลับไปในห้องครัว

ดวงตาของหนานกงอู๋เชวียและหนานกงหวั่นเป็นประกาย ในขณะที่พวกเขากำลังจะเดินเข้าไปในร้านอาหาร หนานกงอู๋เชวียก็เห็นเสี่ยวโยวกำลังเดินออกมาจากเรือยมโลก ตอนนั้นเองเขาก็หมุนตัวแล้วเดินกลับออกไปราวกับเป็นหนูที่วิ่งเจอแมวก็ไม่ปาน

หนานกงหวั่นถูกทิ้งให้งุนงงที่จู่ๆ พี่ชายของตนเองก็ออกไปกะทันหันเช่นนั้น

เสี่ยวโยวเดินลงมาจากเรือยมโลกด้วยสีหน้าเรียบเฉยพลางอ้าปากหาว จากนั้นเรือยมโลกก็ส่งเสียงหึ่งๆ ออกมา ก่อนที่นางจะเก็บมันไป

เมื่อหนานกงหวั่นสังเกตเห็นเสี่ยวโยว ดวงตาของนางก็เบิกกว้างทันที

หนานกงหวั่นก็ได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งมาจากผมของอีกฝ่าย หลังจากที่เสี่ยวโยวสยายผมของตนเองไปด้านหลัง

มีบางอย่างหยดลงมาบนใบหน้าของหนานกงหวั่น นางยกมือขึ้นมาเช็ดโดยไม่รู้ตัว ตอนนั้นเองนางก็ตระหนักได้ว่ามือของนางมีคราบเลือดติดอยู่

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 482 ความจริงคืออะไร"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย