Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 468 เจ้าสุนัขขี้เกียจ! เจ้ากล้าหลอกข้าอย่างนั้นหรือ!

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก : GOURMET OF ANOTHER WORLD
  3. บทที่ 468 เจ้าสุนัขขี้เกียจ! เจ้ากล้าหลอกข้าอย่างนั้นหรือ!
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 468 เจ้าสุนัขขี้เกียจ! เจ้ากล้าหลอกข้าอย่างนั้นหรือ!

“เจ้า…กินเขาเข้าไปอย่างนั้นหรือ”

หมีซาที่ยืนอยู่ตรงหน้ารอยแยกเบิกตากว้าง เขาจ้องมองฉากดังกล่าวด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากเชื่อสายตา เหมือนเพิ่งได้เห็นหนึ่งในสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลกอย่างไรอย่างนั้น

บุรุษกายาโลหิตผู้ที่ทั้งทรงพลังและไร้เทียมทานจนสามารถทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้หมดสิ้นห้าชิ้น แถมปลุกพลังของหอคอยอสุราและบรรลุสู่ชั้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว กลับมาถ ถูกสุนัขตัวหนึ่งตบตายแล้วกลืนเข้าไปง่ายๆ เสียได้

มีสุนัขที่น่ากลัวเช่นนี้อยู่บนโลกได้อย่างไรกัน

เจ้าสุนัขนี่มาจากไหนกันแน่

ชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์สูงสุด… เทียบเท่าบรรดาผู้ที่ไร้เทียมทานที่สุดในนครอสุราโบราณ ทุกคนที่บรรลุถึงจุดนี้ต่างเป็นยอดฝีมือไร้พ่ายด้วยกันทั้งสิ้น

ตอนนี้… หมีซารู้สึกราวกับว่าไม่ได้กำลังมองสุนัขตัวหนึ่ง แต่เป็นอสุรกายตนหนึ่งต่างหาก

อสุรกายที่เลือกใช้รูปลักษณ์ของสุนัข

สิ่งสำคัญที่สุดคือหอคอยอสุรา… หอคอยอสุราที่ตื่นเต็มที่กลับถูกเจ้าสุนัขซัดพังเป็นเสี่ยงๆ ด้วยการตบเพียงครั้งเดียว

นั่นมันอุปกรณ์เทพเชียวนะ!

อุปกรณ์เทพของนครอสุราโบราณ! ต่อให้ไม่สมบูรณ์ก็ยังทรงพลัง

ร่างทั้งร่างของหมีซาสั่นเทาราวกับใบไม้ต้องลม เขารีบหันหลังกลับคลานออกไปทางรอยแยกเพื่อพยายามหนี

โลกใบนี้ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว!

เจ้าดำเลียริมฝีปากแล้วแยกเขี้ยวอยู่กลางอากาศ หลังจากส่งเสียงครางออกมาเบาๆ มันก็หล่นลงมาบนพื้น พลางยกอุ้งเท้าขึ้นโบกน้อยๆ เพื่อคว้าชิ้นส่วนทั้งสามของหอคอยอสุราไว้

หอคอยอสุราทั้งสามสูญเสียพลังไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีความกล้าแกร่งของอุปกรณ์เทพหลงเหลืออยู่แต่อย่างใด

ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่หรี่ตามองก่อนจะโยนชิ้นส่วนหอคอยอสุราทั้งสามลงพื้น

ปู้ฟางที่จับตาดูการกระทำของเจ้าดำอยู่ตลอดถึงกับงงงวย เจ้าสุนัขอ้วนจะทำอะไรอีกเล่าคราวนี้

จะกินหอคอยอย่างนั้นหรือ

เสียสติไปแล้วหรืออย่างไร

โชคยังดีที่ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้อยากกินหอคอยนั่น มันกระโดดขึ้นๆ ลงๆ เพื่อกระทืบซากหอคอยอสุราไปมา

เกิดเสียงฟ้าคำรามครืนไม่หยุดทุกครั้งที่เจ้าดำย่ำลงบนเศษชิ้นส่วนเหล่านั้น ดูเหมือนว่ามันต้องออกแรงพอควรเพื่อทำลายเศษหอคอย ไม่นานชิ้นส่วนทั้งสามชิ้นก็แหลกสลายไม่เหลือรูปเดิม

ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่กระหน่ำลงไปซ้ำๆ เหมือนเสียสติ ทุกครั้งที่มันกระโดดไขมันบนร่างกายจะกระเพื่อมไหว

ปู้ฟางรู้สึกงุนงงกับสิ่งที่เห็น… เจ้าสุนัขนี่เป็นบ้าไปแล้วหรืออย่างไร จะจงเกลียดจงชังอะไรหอคอยนั่นนักหนา

ไม่นานปู้ฟางก็เลิกสนใจการกระทำอันโง่เขลาของเจ้าดำแล้วหันหน้าหนี ชายหนุ่มหันกลับมามองไข่ปักษาเพลิงอีกครั้ง

หลังปลดพันธนาการของหอคอยอสุราได้ ไข่ปักษาเพลิงฟองนี้ก็ยิ่งดูเปล่งปลั่งขึ้นอีก พลังสารัตถะซึ่งเปี่ยมด้วยพลังชีวิตไหลบ่าออกมาจากไข่ปักษาเพลิงไม่ขาดสาย ปกคลุมทั้งบริเวณเอา าไว้จนทั่ว

หญิงสาวจากยมโลกสืบเท้าเข้ามาหาไข่ปักษาเพลิง นางก้มตัวลงสูดดมมันอย่างกระหาย หญิงสาวกำลังดูดซับพลังงานที่ไหลบ่าออกมา พลังสารัตถะนี้ช่วยให้นางฟื้นฟูพลังได้

คล้ายกับว่ารัศมีสีดำที่ไหลวนอยู่ในกายนางถูกพลังสารัตถะกดทับเอาไว้

ปู้ฟางส่งเสียงร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า พลังสารัตถะที่ล้นทะลักออกมาจากไข่ปักษาเพลิงนั้นเข้มข้นยิ่งกว่ามงกุฎเลือดของงูเหลือมมงกุฎเลือดทมิฬที่เขาได้มาในอดีตเสียอี ก มงกุฎเลือดเป็นส่วนที่กักเก็บพลังสารัตถะทั้งหมดของงูเหลือมทมิฬไว้

ถึงกระนั้นพลังสารัตถะของมงกุฎเลือดก็ยังไม่เข้นข้นเท่าไข่ปักษาเพลิง…

ปู้ฟางเอื้อมมือออกไปสัมผัสเปลือกไข่อย่างแผ่วเบา ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ไหลจากเปลือกมาสู่ฝ่ามือก่อนจะกระจายไปทั่วร่าง เขารู้สึกเหมือนร่างกายถูกชำระล้างด้วยกระแสน้ำอุ่ นอย่างไรอย่างนั้น

ช่างเป็นความรู้สึกที่สุดจะบรรยายอย่างแท้จริง

ไข่ปักษาเพลิงเป็นไข่มหัศจรรย์โดยแท้

มันจะต้องเป็นวัตถุดิบที่ยอดเยี่ยมแน่นอน

ปู้ฟางตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ

ห่างออกไป ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่หยุดกระโดดไปมาก่อนจะย่างเยื้องเหมือนแมวมาทางปู้ฟาง แล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มในอึดใจเดียว

มันสะบัดอุ้งเท้าเขวี้ยงวัตถุสีดำมาทางปู้ฟาง

“เจ้าหนูปู้ฟาง นี่คือหอคอยอสุรา จะทิ้งไปก็น่าเสียดาย ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ประกอบมันกลับมาให้เจ้า มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของอุปกรณ์เทพเท่านั้น แต่เจ้าเก็บไว้เป็นเครื่องราง งได้”

ของสิ่งนั้นคือหอคอยสีดำสนิท ถึงแม้จะเล็กจ้อยแต่ก็งดงาม มันมีขนาดกระจิริด ใหญ่ประมาณหัวแม่มือของปู้ฟางเท่านั้น

“นี่หรือหอคอยอสุรา” ปู้ฟางตกตะลึง หอคอยอสุราใหญ่ยักษ์นั่นหดเล็กเหลือเท่านิ้วหัวแม่มือของเขาได้อย่างไร

ปู้ฟางเลิกคิ้วขึ้นเมื่อรับหอคอยอสุรามาจากเจ้าดำ ทันทีที่ชายหนุ่มสัมผัสมัน เขาก็รู้สึกราวกับว่าพลังปราณเที่ยงแท้ของตนพุ่งสูงขึ้น เหมือนมันค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาเมื่อได้สัมผัสหอคอ อยอสุรา จากลำธารขนาดจ้อยขยายเป็นแม่น้ำสายเล็กๆ

อุปกรณ์เทพช่วยเรื่องการเพิ่มพลังปราณเที่ยงแท้ได้ด้วยหรือ

นับเป็นข่าวดียิ่งสำหรับปู้ฟาง ตอนนี้ถึงแม้ขั้นปราณของเขาจะอยู่ในระดับเก้าขั้นเซียนเทพ แต่พลังปราณเที่ยงแท้ก็เทียบเท่ายอดฝีมือชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์ที่ทำลายโซ่ตรวนได้แล้วห หนึ่งชิ้น

อย่างไรก็ดีต่อให้พลังปราณเที่ยงแท้ของเขาแข็งแกร่งกว่าขั้นปราณ ปู้ฟางก็ยังพบความยากลำบากในการปรุงอาหารบางรายการ พลังปราณเที่ยงแท้ที่ต้องใช้ในการปรุงพระกระโดดกำแพงระดับอรหันต ต์ที่ใช้วัตถุดิบชั้นเลิศนานาชนิดย่อมมากมายมหาศาลแน่ หากพ่อครัวหนุ่มคิดจะปรุงมันตอนนี้ อาหารจานนี้ต้องสูบพลังปราณเที่ยงแท้ของเขาจนผอมซูบแน่นอน

เพราะเหตุนี้หอคอยเล็กจ้อยนี่จึงมีประโยชน์กับปู้ฟางมาก

ชายหนุ่มหยิบเชือกกำมะหยี่ออกมาร้อยหอคอยสีดำสนิทเล็กจิ๋วก่อนจะสวมคอไว้

ทันทีที่เอาหอคอยห้อยคอ ปู้ฟางก็สัมผัสได้ถึงรัศมีเย็นสบายที่ไหลออกมา รู้สึกดีไม่ใช่เล่น… ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก

เจ้าดำหาวแรงจนไขมันกระเพื่อม มันเริ่มง่วงอีกแล้ว

“เจ้านี่น่าจะเป็นไข่ปักษาเพลิงธรรมดา ก็ของดีอยู่นะ ถึงจะไม่ใช่ไข่ของสุดยอดปักษาเพลิง แต่ก็เป็นวัตถุดิบชั้นเลิศ แน่นอนว่ารสชาติคงจะเทียบไข่ของสุดยอดปักษาเพลิงไม่ได้ แต่คง อร่อยพอตัว” ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่อธิบายด้วยน้ำเสียงง่วงเหงา

ปู้ฟางถึงกับผงะ จากที่เจ้าดำพูด ดูเหมือนว่ามันเคยกินไข่ของสุดยอดปักษาเพลิงมาก่อน เจ้าสุนัขนี่เคยไปคุ้ยรังปักษาเพลิงมาหรืออย่างไร เรื่องบ้าๆ เช่นนี้ก็ฟังดูเป็นสิ่งที่เจ้าส สุนัขขี้เกียจตัวนี้ทำได้อยู่เหมือนกัน

เจ้าดำไม่รู้ว่าปู้ฟางกำลังคิดอะไรอยู่ มันเดินวนรอบไข่ปักษาเพลิงด้วยสายตาฉงน

“ไข่ปักษาเพลิงมาโผล่ในทวีปมังกรซ่อนเร้นได้อย่างไรกัน มันลอยมายังดินแดนเร้นลับแห่งนี้ผ่านแม่น้ำยมโลกอย่างนั้นหรือ” ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่พึมพำกับตัวเอง

หญิงสาวจากยมโลกพิงร่างกับไข่ปักษาเพลิงพลางเลียเปลือกไข่ไม่หยุด

ดูเหมือนว่านางจะไม่ยอมปล่อยไข่ฟองนี้ไปเด็ดขาด

ปู้ฟางไม่อาจเข้าใจสตรีผู้นี้ได้จริงๆ

“นางเป็นหญิงสาวจากยมโลก ถูกอัปเปหิออกมา ทำให้มีชีวิตอย่างยากลำบาก อีกทั้งกายของนางยังถูกคุกคามด้วยปราณมรณะ หากไม่ได้รับพลังชีวิตมากพอ นางจะเจ็บปวดราวกับถูกทรมาน” ท่านส สุนัขผู้ยิ่งใหญ่มองไปยังสตรีนางนั้นก่อนถอนหายใจออกมา

“เจ้าหนูปู้ฟาง เจ้าเห็นเรือยมโลกเย็บเยียบนั่นหรือไม่ หากนางไม่ได้รับพลังชีวิตมากพอ เรือยมโลกลำนั้นจะแล่นไม่ได้ ถึงแม้ว่าพญายมจะไม่ใช่คนที่น่าอภิรมย์เท่าใดนัก แต่คำสาปของ เขาก็น่าสะพรึงกลัวมาก” ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่อธิบายทุกอย่างให้ปู้ฟางฟังพลางแยกเขี้ยว

นางน่าสงสารถึงเพียงนี้เชียวหรือ ปู้ฟางเลิกคิ้วก่อนจะมองผมดำยาวของอีกฝ่าย

หญิงสาวหน้าตาสวยสะ ปู้ฟางอาจกล่าวได้ว่านางเป็นสตรีที่งดงามมากคนหนึ่ง ทว่าใบหน้าซีดเซียวของนางไม่มีเลือดฝาดแม้แต่น้อย นางซีดเซียวราวผี ยิ่งไปกว่านั้น ใบหน้าของนางยังซูบผอม เหมือนมีเพียงหนังหุ้มกระดูก ถึงแม้ใบหน้านั้นจะสวยงามเพียงใด ความผ่ายผอมของนางก็อาจทำให้ผู้คนตื่นกลัวได้

ปู้ฟางขมวดคิ้วแน่นพลางครุ่นคิด

ชายหนุ่มคิดอยู่พักใหญ่ก่อนจะเรียกกระทะกลุ่มดาวเต่าดำออกมา ควันสีเขียวหมุนวนอยู่รอบมือเขา

ปู้ฟางเปิดปากพ่นลูกไฟสีทอง

จากนั้นก็เทน้ำมันลงไปก่อนหยิบข้าวโลหิตมังกรออกมาจากกระเป๋าคลังเก็บของระบบ ข้าวโลหิตมังกรเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต มันไม่ใช่ข้าวโลหิตมังกรที่โตจากเลือดของมังกรดินแต่เป็นมัง งกรอุทก

ขณะผัดข้าว พลังปราณเที่ยงแท้ของปู้ฟางก็รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของข้าวโลหิตมังกรในกระทะ

ชายหนุ่มหยิบเนื้อวัวมังกรพเนจรออกมาสับ แล้วโยนลงในกระทะจากนั้นก็ผัดต่อ

จากนั้นปู้ฟางก็หยิบมงกุฎเลือดชิ้นใหญ่ชิ้นสุดท้ายออกมาทุบให้แหลก ก่อนจะโรยลงไปในกระทะ

สายตาของหญิงสาวจากยมโลกผู้ยังกอดก่ายไข่ปักษาเพลิงไม่ห่างกวาดมามองกระทะกลุ่มดาวเต่าดำของปู้ฟาง จมูกของนางสูดกลิ่นฟุดฟิดก่อนที่ดวงตาดำสนิทจะลุกวาวขึ้น

ชายหนุ่มเคาะกระทะเบาๆ จนอาหารภายในสั่นไหว ข้าวโลหิตมังกรหอมหวนลอยออกมาจากกระทะก่อนหล่นลงบนชามกระเบื้องเคลือบในมือที่ปู้ฟางเตรียมไว้แล้ว

ทุกอย่างหล่นลงไปในชามอย่างเรียบร้อยเต็มปริ่มพอดิบพอดี

ถึงแม้จะเป็นเพียงข้าวผัดง่ายๆ แต่ก็เปี่ยมไปด้วยพลังสารัตถะ

เพราะปู้ฟางใส่มงกุฎเลือดทั้งชิ้นลงไปในข้าวผัดชามนี้ พลังงานสารัตถะในชามย่อมสูงลิบจนน่ากลัว

หญิงสาวจากยมโลกจ้องชามในมือของปู้ฟางอย่างสนอกสนใจ

ชายหนุ่มโยนชามไปทางหญิงสาวจากยมโลก ชามลอยตรงไปหานางทันที

นางคว้าชามอย่างรวดเร็วก่อนจะสูดกลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากชามอย่างกระหาย กลิ่นหอม พลังสารัตถะและพลังปราณจู่โจมรูจมูก ก่อให้เกิดประกายสีชมพูบนใบหน้าซีดเซียวของนาง

นางยื่นลิ้นสีแดงสดออกมาเลียริมฝีปากก่อนจ้องปู้ฟางเขม็ง นางวางไข่ปักษาเพลิงลงแล้วใช้นิ้วมือกำข้าวโลหิตมังกรขึ้นมา จากนั้นก็กลืนข้าวลงไปคำแล้วคำเล่า

“เจ้าดำ ข้าเอาไข่ฟองนี้ไปได้หรือไม่”

ปู้ฟางลูบขนสะอาดเอี่ยมของเจ้าดำขณะถาม

“เอาไปได้” ดวงตาของท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่เป็นประกาย มุมปากของมันยกขึ้นขณะกล่าวตอบปู้ฟาง

หืม?

ปู้ฟางถึงกับฉงนเมื่อได้ยินคำตอบของมัน เมื่อจ้องหน้าเจ้าดำ ชายหนุ่มก็สังเกตเห็นว่ามุมปากของเจ้าสุนัขอ้วนยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม แถมไขมันบนใบหน้ายังสั่นกระเพื่อม

น่าสงสัยนัก!

ปู้ฟางหรี่ตาลงเล็กน้อย ถึงแม้ชายหนุ่มจะรู้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

ไข่ปักษาเพลิงฟองนี้ยั่วใจเกินไป โดยเฉพาะกับพ่อครัวที่กำลังพยายามก้าวสู่ความเป็นหนึ่งในศาสตร์การทำอาหาร วัตถุดิบที่ไร้เทียบเทียมทั้งยังล่อใจเทียบได้กับสาวงามที่ไร้ที่ติ

เมื่อเดินมาอยู่ตรงหน้าไข่ปักษาเพลิง ปู้ฟางก็ยกมือซ้ายขึ้นลูบมันเบาๆ ก่อนจะแตะอีกสองสามครั้งด้วยมือขวา ไม่นานหลังจากนั้น ชายหนุ่มก็กอดไข่เอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง

ปู้ฟางระบายลมหายใจออกมายาวเหยียด พลังปราณเที่ยงแท้ในกายพวยพุ่งออกจากแก่นพลังปราณก่อนจะกระจายไปทั่วกล้ามเนื้อทุกมัดและกระดูกทุกชิ้น มอบความแข็งแกร่งและพลังกายมากมายให้กับ เขา

ปู้ฟางกอดไข่ปักษาเพลิงเอาไว้ก่อนจะส่งเสียงออกมาเบาๆ ขณะออกแรงสุดตัว

ไข่ปักษาเพลิงฟองนี้หนักมาก ปู้ฟางรู้สึกราวกับว่ากำลังยกภูเขาไม่ใช่ไข่แค่ฟองเดียว

แต่เพื่อให้ได้มาซึ่งอาหารเลิศรส ต่อให้ต้องแบกภูเขาปู้ฟางก็ยินดี ต่อให้มีภูเขามาขวางอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มก็ยินดีจะแบกมันไปด้วย

ปู้ฟางหยิบเนื้อปั้นกระปรี้กระเปร่าออกมากิน จู่ๆ นัยน์ตาของเขาก็มุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่ง ดูราวกับมีเปลวไฟลุกไหม้อยู่ภายใน

หลังจากออกแรงด้วยกล้ามเนื้อทุกมัดในกาย ไข่ปักษาเพลิงก็ขยับ ปู้ฟางยกมันขึ้นจากพื้นได้เล็กน้อยเท่านั้น

หญิงสาวจากยมโลกที่นั่งอยู่ไม่ไกลอึ้งกับการกระทำของชายหนุ่ม มือของนางที่กำลังจะหยิบอาหารคำต่อไปเข้าปากเกร็งขึ้นมาทันที พลางมองชายหนุ่มด้วยสายตางุนงงยิ่ง เหตุใดคนคนนี้จ จึงทำตัวโง่เง่าถึงเพียงนี้ ทำไมเขาถึงพยายามยกไข่ขึ้นมา

เขาไม่รู้หรือว่าหากมีใครทิ้งไข่ปักษาเพลิงไว้เฉยๆ มันแปลว่าอาจมีกับดักป้องกันอยู่ก็เป็นได้

เขาไม่เห็นหรือว่ากระทั่งบุรุษกายาโลหิตยังเลือกวางหอคอยอสุราไว้บนไข่เพื่อจะดูดซับพลังของมัน เขาไม่เลือกที่จะขยับไข่ถึงแม้จะอยู่ในชั้นกายาศักดิ์สิทธิสูงสุดแล้วก็ตาม

ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่มองปู้ฟางด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม ในฐานะผู้มีประสบการณ์ด้านขโมยไข่ปักษาเพลิง มันจึงรู้ผลลัพธ์ของการยกไข่ปักษาเพลิงขึ้นมาเป็นอย่างดี

ปู้ฟางรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา ดวงตาของเขาเบิกกว้าง จับจ้องไปที่แหล่งพลังงานเข้มข้นซึ่งอยู่ใต้ไข่ปักษาเพลิง พลังงานพวยพุ่งออกมาทันทีที่เขายกไข่ขึ้น

ปู้ฟางหงุดหงิดหันไปตะโกนด้วยความเดือดดาล “เจ้าสุนัขขี้เกียจ! เจ้ากล้าหลอกข้าอย่างนั้นหรือ”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 468 เจ้าสุนัขขี้เกียจ! เจ้ากล้าหลอกข้าอย่างนั้นหรือ!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย