ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง - บทที่ 714 คุยกันตรงนี้แหละ
บาร์บี้ไม่อยากพูดอะไรมากไปกว่านี้ เดิมทีความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ก็ไม่ดีอยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องต่อล้อต่อเถียงกันต่อไป
นาโนจิบไวน์ในมือยืนมองอยู่ตรงนั้น
บาร์บี้รู้สึกว่าห้องโถงใหญ่เสียงดังเกินไป และอีกอย่างทุกคนต่างแต่งกายด้วยชุดหรูหรา มีแค่เธอที่แต่งตัวแบบนี้ หญิงสาวรู้สึกไม่ค่อยดี จึงอยากออกไปสูดอากาศข้างนอก
ศาลาด้านหลังโรงแรมสวยงามมาก มีน้ำไหล ป่าไผ่ และเก้าอี้ไม้ ทั้งยังอากาศดีมากๆ อีกด้วย ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจ
แต่ใครจะรู้ว่า เพื่อนร่วมงานชายคนนั้นก็เดินออกมาด้วยเช่นกัน “อากาศดีจังเลย ได้ออกมาสูดอากาศแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
เมื่อเห็นเขา บาร์บี้พลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เธอไม่อยากอยู่ตรงนี้ต่อ จึงก้าวเท้า หมายจะเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ภายในโรงแรม
เดินไปได้ไม่ถึงสองก้าว ก็ถูกเพื่อนร่วมงานชายขวางทางไว้ “จะหนีทำไมล่ะ!”
“ฉันกับคุณไม่สนิทกัน คุณคิดจะทำอะไร”
“ไม่สนิท? คุยกันก็สนิทแล้ว!” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ
บาร์บี้ไม่สนใจเขา หลบเลี่ยงต้องการเดินเข้าไปด้านใน
ทว่า เมื่อเธอเดินไปทางซ้าย เพื่อนร่วมงานชายก็ขยับไปทางซ้าย เธอเดินไปขวา เขาก็ขยับไปขวา ราวกับว่ากำลังเล่นเกมกันอยู่
สุดท้าย บาร์บี้ก็เริ่มโกรธ เธอผลักเขาออกให้พ้นทาง แล้วเดินต่อไปข้างหน้า
ทว่าอารมณ์ของชายหนุ่มเสมือนดั่งสายน้ำ มือไม้อยู่ไม่สุข เขากอดเธอมาไว้ในอ้อมแขน
“คุณปล่อยฉันนะ!” บาร์บี้ตะโกนลั่น พลางยกมือทุบไหล่ของชายหนุ่ม
“คุณปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!”
สำหรับชายหนุ่มพละกำลังของเธอไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บเลยสักนิด ดูไม่มีแรงเอาเสียเลย
ได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มก็คัดค้าน
“ฮ่าฮ่า แจ้งตำรวจเหรอ ผมลืมบอกคุณไป ครอบครัวของผมทำงานอยู่ที่สถานีตำรวจ ถ้าไปแจ้งความได้ก็แจ้งเลย ไม่มีใครฟังคำพูดของคุณหรอก แขนบิดต้นขาไม่ได้ฉันใด คุณก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผมฉันนั้น”
“ถ้าอยากตะโกน คุณก็ตะโกนเลย เอาเลย แต่ต่อให้คุณตะโกนจนคอแทบแตก ก็ไม่มีประโยชน์!”
ท่าทางของเขาดุร้ายราวกับสัตว์
บาร์บี้ถูกข่มขู่เข้าแล้วจริงๆ
เธอไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองไปยั่วโมโหผู้ชายแบบนี้ทำไม!
เธอเริ่มต่อสู้ขัดขืน ทุบตีชายหนุ่มไม่หยุด
แต่เขายังคงยิ้มหยัน
“คุณสนใจท่านประธาน แต่ไม่มองภรรยาของเขาเลยสักนิด เธองดงามและสูงส่งขนาดนั้น คุณสู้เธอได้งั้นเหรอ เธอเป็นเทพธิดาในสายตาของผู้ชายทุกคน แล้วคุณล่ะ อย่าคิดเพ้อฝันลมๆ แล้งๆ ไปหน่อยเลย!”
“อย่าได้คิดว่าท่านประธานจะชอบข้าวต้มกุ๊ยอย่างคุณ ความจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้ อย่าเป็นคางคกที่อยากกินเนื้อหงส์ ทำในสิ่งที่ขัดกับความเป็นจริง สู้มากับผม คุณจะได้กินดื่มอย่างอิสระ!”
“ไอ้บ้า!”
บาร์บี้ตบเขาอย่างแรง ทั้งกระวนกระวายและตื่นตระหนก ในใจรู้สึกหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น
ไม่มีใครอยู่แถวนี้ เธอกลัวว่าตนจะสู้เขาไม่ได้
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น “ผมจะทำให้คุณเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าบ้าคืออะไร”
จากนั้นเขาเริ่มฉีกเสื้อผ้าบนตัวเธอ เนื่องจากเธอสวมเพียงเสื้อแขนสั้น จึงง่ายต่อการลงมือ มือของชายหนุ่มล้วงเข้ามาใต้ชายเสื้อ ครอบครองเรือนร่างของเธอ
บาร์บี้ไม่เคยพบเจอกับเรื่องแบบนี้มาก่อนในชีวิต เธอตื่นตระหนก ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
แม้จะเคยถูกลวนลามอยู่บ้าง แต่ไม่เคยเกินเลยขนาดนี้
เธอกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ฟังอะไรทั้งนั้น
เป็นเวลาเดียวกันที่ดนัยเดินออกมาคุยโทรศัพท์ด้านนอก
เขากำลังคุยอยู่กับปลายสาย เมื่อได้ยินเสียงโวยวาย เท้าก็ก้าวไปตามเสียงดังกล่าว
จากนั้น ชายหนุ่มก็ได้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง!
คิ้วของเขาขมวดเป็นปม สีหน้าเย็นชา สาวเท้ายาวๆ เดินเข้าไป แล้วชกเข้าที่ไหล่ของผู้ชายคนนั้นอย่างแรง
เมื่อได้รับรู้ถึงความเจ็บ พนักงานชายก็คร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด และสบถด่าอย่างหยาบคาย
ทันทีที่หันหลังกลับไปมองและเห็นว่าเป็นดนัย เขาเอ่ยเรียกเสียงเบา “พี่เขย”
“ใครเป็นพี่เขยของนาย ทำไมฉันถึงจำไม่ได้ว่าตัวเองมีน้องสาว”
ดนัยแสยะยิ้ม กระดิกเท้าขึ้นลงจนทำให้พนักงานชายรู้สึกเวียนศีรษะ
เขานึกหวาดกลัวไปชั่วขณะ
ดนัยยังคงยิ้มเย้ยหยัน “ตัณหากลับ เที่ยวก่อความวุ่นวายในบริษัทของฉัน!ไสหัวไป! ต่อไปนี้อย่าให้ฉันเห็นหน้านายที่บริษัทอีก!”
ได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มก็ไม่กล้าอยู่ต่อ รีบวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต
เขาสู้ดนัยไม่ได้ และเกรงว่าตอนนี้แม้งานในเตชะโสภากรุ๊ปก็จะหายไปด้วย นั่นมันได้ไม่คุ้มกับที่เสียเลยจริงๆ!
บาร์บี้ตกใจกลัว หยดน้ำตายังติดอยู่ที่แพขนตาของเธอ ช่างน่าสงสาร
เมื่อเห็นดนัย เธอโผเข้าไปในอ้อมแขนทันใด แล้วเอื้อมมือไปคว้าเสื้อของเขา“ฉันกลัว กลัวมากจริงๆ!”
ร่างสูงแข็งทื่อไปชั่วขณะ หน้าอกของดนัยสั่นกระเพื่อม เขายื่นมือออกไปลูบหลังเธอเบาๆ เพื่อปลอบโยน “ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่นี่”
คำพูดประโยคนี้พลันบังเอิญกระทบเข้าหูของนาโน ที่กำลังถือน้ำอุ่นเดินออกมาสูดอากาศด้านนอกพอดิบพอดี เธอได้ยินมันอย่างชัดเจน
“ฉันออกมาตอนนี้ รบกวนพวกคุณหรือเปล่า หรือว่าฉันต้องหลบไป พวกคุณจะได้ทำอะไรๆ กันต่อ?”
ได้ยินเสียงนั้น บาร์บี้รีบถอยห่างออกไปในทันที เธอยังมีน้ำตาคลออยู่ในดวงตา ท่าทางน่าสงสารจับใจ
ดนัยตกใจเล็กน้อย แล้วหันไปทางบาร์บี้ “คุณออกไปก่อน”
บาร์บี้มองมาที่เขา แล้วชำเลืองมองนาโนอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเดินเข้าไปในโรงแรม
ขณะที่บาร์บี้เดินผ่านนาโน เธอยื่นเท้าออกมาอย่างจงใจ
บาร์บี้หยุดฝีเท้าไม่ทัน จึงล้มหน้าคะมำไปข้างหน้า เธอล้มลงอย่างแรง จนหัวเข่าถลอก และบวมแดง
ความเสียใจที่มีอยู่อย่างท่วมท้น หัวเข่าก็เจ็บ ยังต้องมาพบเจอเรื่องแบบนั้นอีก เธอในตอนนี้ อ่อนแอมากจริงๆ
เธอคิดถึงอ้อมกอดอันอบอุ่นของท่านประธาน อีกทั้งกลิ่นหอมจางๆ ของต้นหญ้า แต่เธอทำไม่ได้!
เห็นได้ชัดว่าตั้งใจ ทว่าในเวลานี้ นาโนต้องเสแสร้งเสียหน่อย “ฉันไม่ได้ตั้งใจ! คุณเดินไม่ระวังเองนะ!”
บาร์บี้รู้สึกเจ็บหัวเข่าเป็นอย่างมาก กระทั่งยืนยังทำได้อย่างยากลำบาก
เธอเม้มปากแน่น ไม่พูดอะไร เพียงฝืนให้ตัวเองยืนขึ้น
เธอรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด จึงไม่กล้าพูดอะไรออกมา
ตัวเธอเองรู้สึกว่า ระหว่างเธอกับท่านประธานมีความคลุมเครือบางอย่างที่อธิบายออกมาไม่ได้
และท่านประธานเองก็ไม่ได้ชี้แจงอะไร เธอจึงไม่กล้าคาดเดาว่าในใจของเขากำลังคิดอะไรอยู่
ดนัยเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย
นาโนแค่นหัวเราะ ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ “คุณลำบากใจไหม? ที่ต้องมาโอบกอดเจ้าหญิง และทำตัวเป็นเทพบุตรพิทักษ์สาวงามอย่างนี้!”
เขาไม่มีอะไรจะพูด
นาโนเอ่ยปากพูดอีกครั้งด้วยใบหน้าเย็นชา “ครั้งที่แล้วยังคุยกันไม่จบ งั้นวันนี้เรามาคุยกันเถอะ คุยกันที่นี่”
ทั้งสองยืนประจันหน้ากัน บรรยากาศระหว่างพวกเขาทำให้คนที่ได้พบเห็นรู้สึกเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง และไม่มีใครเปิดปากพูดอะไรออกมา!
“ไหนบอกว่าอยากคุยกับฉันไง ทำไมตอนนี้เป็นใบ้ไปแล้วล่ะ หรือว่าไม่อยากคุยแล้วงั้นเหรอ”
แก้วน้ำในมือของนาโนยังอุ่นอยู่ เธอยกแก้วขึ้นสาดน้ำอุ่นใส่ดนัย “ฉันเอาแต่ใจ และฉันก็ชอบมันด้วย แม้ว่าตอนนี้ฉันจะถือน้ำร้อนอยู่ในมือ ฉันก็สาดมันอยู่ดี!”