ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง - บทที่ 621 คุณยังอยากมีชีวิตอยู่อีกมั้ย
บทที่ 621 คุณยังอยากมีชีวิตอยู่อีกมั้ย
หลังจากเลียปากเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยคุกกี้ หมีพูลพูด “แม่ ผมหิวแล้วครับ ไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่กลางวัน”
ทันทีที่ได้ยิน พนาวันก็เอ่ยปากทันที “สองวันก่อนลูกงอแงอยากกินหม้อไฟ เดี๋ยวพ่อพาไปกินหม้อไฟ”
หมีพูลแตะจมูก แล้วพูดอีกครั้ง
“แม่ครับ เอาพ่อไปด้วยนะครับ พ่อไม่มีกระเป๋าตังค์ติดตัว แล้วก็หิวนานแล้วด้วยเหมือนกัน”
“พ่อของลูกมีรถ ขับรถกลับไปกินเองที่คฤหาสน์อนันต์ธชัยได้”
พนาวันพูด
อาคิระขมวดคิ้ว ฝีเท้ากลับเริ่มดังขึ้น เหมือนหมีพูลเข้าใจรหัสเงียบนี้ แล้วมองย้อนกลับไปมอง
“แต่ผมอยากไปกินกับพ่อ ไม่ได้เหรอ?”
พนาวันไม่พูด
แต่ ใจเธอไม่อยากไปกับอาคิระจริงๆ
“เมื่อก่อนตอนที่แม่กับพ่อยังไม่หย่ากัน ผมก็ไม่เคยได้ออกไปกินอะไรกับพ่อและแม่เลย ตอนนี้พ่อกับแม่หย่ากันแล้ว ผมได้ไปกินข้าวแค่กับแม่กับอามานตรี หรือไม่ก็ไปกินเดี่ยวๆกับพ่อ……”
เสียงอ่อนวัยพูดถึงตรงนี้ก็หยุดลงอย่างกะทันหัน หมีพูลไม่ได้พูดต่อ
เขาก้มหัวน้อยๆ ลง แล้วเตะเท้าออกไปอย่างสุ่มๆ
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เงยหน้าขึ้น แล้วปล่อยมือพนาวันแล้วกลับไปที่ข้างๆอาคิระ และพูดด้วยใบหน้ามีเหตุผล
“ผมเหมือนจะไม่หิวแล้ว แม่ไปเดทกับอามนตรีเถอะ ผมจะกลับคฤหาสน์อนันต์ธชัยกับพ่อ ไปกันเถอะครับ”
เมื่อประโยคนี้ตกลงไปในใจของพนาวัน ราวกับถูกเข็มแทงด้วยปลายเข็ม
หมีพูลกำลังตำหนิเธอ ห่างเหินจากเธอ!
อาคิระกวาดสายตาไปที่พนาวัน
ครั้งนี้เขาเลือกที่จะไม่พูด จูงมือหมีพูลเดินออกมาจากข้างเธอ
รถจอดอยู่นอกสถานีตำรวจ หมีพูลเดินไปเปิดประตูรถออก แล้วปีนขึ้นนั่งเบาะข้างคนขับด้วยตัวเอง ขณะที่อาคิระนั่งเบาะคนขับ
เสียบกุญแจ สตาร์ทรถ เมื่อเห็นหญิงสาวยังยืนอยู่ที่เดิม เขาก็หงุดหงิดเล็กน้อย แล้วมองไปที่หมีพูล “ทริคของลูกเหมือนจะไม่เป็นผลเท่าไหร่นะ”
หมีพูลนั่งพิงเก้าอี้หนัง ด้วยความมั่นใจเต็มที่ “เป็นผลแน่นอน!”
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังคุยกัน ก็เห็นพนาวันที่กำลังเดินเข้ามา
อาคิระยังไม่ได้ตอบสนอง
ไม่หันไปมองแม่ตัวเอง แต่มองไปนอกหน้าต่างแทน
หมีพูลที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับก็หันหน้าไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อท่าทางปฏิเสธนี้ตกไปอยู่ในสายตา หัวใจของพนาวันก็ฉีกขาดจริงๆ
โดยไม่ลังเล เธอเดินตรงไปที่รถ
ในรถ หมีพูลยังคงรักษาท่าทางนั้นต่อไป
แต่ทว่า ใต้เก้าอี้นั้นทำท่าOKให้อาคิระ
รอยยิ้มที่กำลังจะไหลออกมา
อาคิระเม้มริมฝีปากบาง จึงกระแอมเบาๆ
แล้วกดรอยยิ้มนั้นลง
บ้าจริง!
ตำรวจหญิงในสถานีตำรวจที่กำลังเทถังขยะ มองไปที่ถุงเละเทะที่เทออกมา หางตาเธอกระตุกอีกสองสามครั้ง
ถุงคุกกี้เล็กๆ สามห่อ
ตีนไก่หนึ่งห่อ
มันฝรั่งทอดกรอบหนึ่งห่อ แล้วก็มีโค้กอีกหนึ่งขวด……
โดยไม่ได้ตั้งใจ เธอก็นึกถึงหน้าตาเด็กชายตัวเล็กที่นั่งคุยโทรศัพท์อยู่
นั่งอยู่บนเก้าอี้ มือซ้ายถือโทรศัพท์ มือขวาถือคุกกี้
กินขนมแช้บๆ เหมือนกระรอก ผงคุกกี้ร่วงลงมาไม่หยุด แถมยังพูดไปว่าตัวเองหิว
ชายรูปหล่อคนนั้นเหมือนจะพอใจกับคำโป้ปดของเด็กชายตัวเล็ก มุมปากยกยิ้ม พยักหน้าไม่หยุด
ตอนนั้นเธอหมดคำพูด นักต้มตุ๋นรายใหญ่มากับนักต้มตุ๋นตัวจิ๋ว
ดังนั้นประโยคนั้นพูดถูก อย่าให้ปล่อยให้ผู้ชายอยู่กับเด็กดีที่สุด!
……
ท้ายที่สุด พนาวันก็นั่งอยู่ด้านหลัง หมีพูลยังคงมองไปนอกหน้าต่าง
ในทางตรงกันข้ามอาคิระ ขับรถด้วยริมฝีปากบางที่ยิ้มอยู่
ร้านที่เลือกคือร้านหม้อไฟ อาหารประเภทนี้ อาคิระไม่ค่อยกินสักเท่าไหร่
สำหรับเขาแล้ว นี่เป็นอาหารขยะ แต่ยกเว้นวันนี้
ไม่ต้องการห้องส่วนตัว นั่งอยู่ในห้องโถง
ให้พนักงานยื่นเมนูไปให้หมีพูล “อยากกินอะไรก็สั่งอันนั้นเลยนะ”
พนาวันไม่ได้เป็นคนสั่งอาหาร
หมีพูลสั่งเมนูที่ตัวเองชอบมากที่สุดมาสองสามอย่าง
พนาวันไม่ได้ถามความเห็นของอาคิระ เขาเองก็ไม่ได้สนใจ
ไม่นาน
อาหารก็ถูกเสิร์ฟ พนาวันกำลังเติมเต็มหมีพูล
คีบให้เขาตลอด ตัวเองไม่กิน
เพิ่งฉีดยาเสร็จ ไม่สามารถกินอาหารเป็ดพวกนี้ได้
เมื่อมองไปดูถ้วยที่กองราวกับภูเขา หมีพูลแทบจะร้อง
เขาเพิ่งจะกินขนมไปตั้งเยอะ ท้องแทบจะระเบิดอยู่แล้ว!
“นี่อยากเอาอกเอาใจลูกขนาดนี้เลยเหรอ?”
อาคิระเหลือบไปมองลูกที่หน้าอยากจะร้องไห้ แล้วหันมามองพนาวัน
มือที่คีบอาหารของพนาวัน ยกใส่อาคิระ “อย่ามาพูดกับฉันได้มั้ย?”
“ต่อให้อยากเอาอกเอาใจลูกก็ไม่ควรเอาใจใส่มากขนาดนี้มั้ย?คุณคีบเยอะขนาดนั้น จะให้ลูกกินของเย็นๆไปหมดรึไง?” อาคิระพูดต่อ
หลังจากที่มองแล้ว พนาวันจึงเก็บมือ
“เครื่องเตือนไฟไหม้ล่ะ?”
“ผมกับพ่อไม่ทันระวังเลยเผลอไปโดนตอนขึ้นมาครับ” หมีพูลตอบเสียงเรียบผิดปกติ
ความจริงไม่ได้ไม่ระวังเลยไปโดนหรอก แต่ว่าพ่อตั้งใจ เสียงดังนั่น ทำเขาตกใจแทบตาย
พนาวันไม่ได้มองไปที่หมีพูล ส่งสายตาไปมองอาคิระ
“เหตุผลพวกนี้คุณคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ?
แล้วก็ มุกหลอกเด็กแบบนี้ต่อไปไม่ต้องเล่นแล้ว ตอนนี้ฉันกับเขาเป็นแฟนกัน การไปบ้านเขามันก็สมเหตุสมผล
แม้ว่าครั้งนี้คุณจะขวางฉันได้ แต่ครั้งต่อไป ต่อๆ ไปอีกล่ะ?”
ใบหน้ามืดมนลง ความโกรธในใจของอาคิระในที่สุดก็ถูกปล่อยออกมา ยิ้มอย่างเย็นชา เยาะเย้ยด้วยเสียงเข้มต่ำ “ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่คุณเปิดกว้างแบบนี้?”
“สำหรับสังคมในปัจจุบันนี้ การพัฒนาระหว่างแฟนกัน มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?”
อาคิระจ้องที่เธออย่างลึกซึ้ง “นอนกับเขาแล้วเหรอ?”
ที่โต๊ะอาหารตอนนี้ หมีพูลที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างอ่อนต่อโลก เขาพูดคำพวกนั้นออกมาอย่างไม่รู้จักอาย พนาวันเริ่มโกรธ “ไม่เกี่ยวกับคุณ!”
“เรื่องแบบนี้ อย่าเอามายั่วโมโหฉันจะดีกว่านะ!” หน้าอกของอาคิระผันผวนอย่างรุนแรง
“ประสาท!”
พนาวันด่าออกไป แล้วไม่ได้สนใจเขา
ตอนนี้อยู่ที่ร้านอาหาร เธอไม่อยากกลายเป็นจุดสนใจจากรอบข้าง
หมีพูลเช็กปากเล็กๆ แล้วพูด “นอนคืออะไรเหรอครับ?”
“ไปเอาคำพูดมาจากไหนเยอะแยะ!รีบกินของลูกให้ไวเลย!”
พนาวันแทบจะไม่โมโหใส่หมีพูล “ผู้ใหญ่คุยกัน ลูกจะสนใจทำไมขนาดนั้น?”
เมื่อถูกตำหนิ หมีพูลก็ไม่พูดต่อ แล้วกินเต้าหู้ปลาต่อไปอีกสองสามคำ
ตบท้องที่แทบจะระเบิด แล้วพูดว่ากินต่อไม่ไหวแล้ว
ทั้งสามออกจากร้านอาหาร ตลอดทาง อาคิระขับรถเหมือนกับแข่งรถอยู่ ควบอยู่ตลอดทาง คันเร่งใต้เท้าทะเยอทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด
พนาวันที่นั่งอยู่ข้างหลังก็โมโหตาม
“คุณขับรถดีๆ ได้มั้ย?ถ้าได้ ฉันกับหมีพูลที่นั่งอยู่ ไม่โอเค เราจะลงจากรถ ที่นั่งอยู่ในรถคุณมีทั้งหมดสามชีวิต ไม่ได้มีคุณแค่คนเดียว!”
เมื่อได้ยิน ถึงแม้ว่าอารมณ์ของอาคิระยังคงโกรธจัดอยู่
แต่ก็กลับกดลงมาได้ รถขับอย่างราบรื่น