อยากง้อเหรอ คุณสามี(เก่า) - บทที่ 390 ทำให้อารมณ์เทาเท่มั่นคงก่อนแล้วค่อยว่ากัน
บทที่ 390 ทำให้อารมณ์เทาเท่มั่นคงก่อนแล้วค่อยว่ากัน
จอร์แดนกลับมาอย่างรวดเร็ว ลูน่ารีบถามว่า“เป็นยังไงบ้าง?”
จอร์แดนเลิกคิ้วกล่าวว่า“เพื่อนที่เป็นหมอของผมคนนี้บอกว่า ความจำเสื่อมช่วงระยะเวลาหนึ่งแบบนี้มีจริง แต่โอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก”
จอร์แดนมองไปยังหลินจือแล้วกล่าวต่อไปว่า“เพื่อนวิเคราะห์กับพ่อว่า ชีวิตแต่งงานสามปียังคงฝังใจเทาเท่ เขารู้สึกผิดที่ทำไม่ดีกับหนูไว้ ดังนั้นสัญชาตญาณของเขาจึงอยากย้อนกลับไปช่วงเวลานั้น แล้วชดเชยความผิดพวกนั้น”
จอร์แดนเน้นย้ำว่า“แต่ผมคิดว่าคงไม่ใช่แบบนั้นหรอก เขาต้องคิดแผนร้ายเพื่อให้หนูกลับไปแน่ หนูไม่ต้องกลับเมืองเจสเวิร์ดแล้ว พ่อจะดูว่าเขาจะแสดงได้นานเท่าไหร่”
จอร์แดนกล่าวจบก็เห็นลูน่าส่ายหัวให้ตน บอกใบ้ว่าอย่าขวางลูกสาวเลย
เพราะท่านดูออกว่า ไม่ว่าเทาเท่จะความจำเสื่อมจริงหรือกำลังเล่นละครอยู่ แต่หลินจือก็รู้สึกเป็นห่วงอย่างปิดบังไม่อยู่ ท่านจึงอยากให้ลูกสาวไปดูด้วยตัวเอง
หลินจือไม่ได้หย่ากับเทาเท่เพราะหมดรัก แต่เพราะรักมาก จึงได้ตัดใจจากมา
ตอนนี้เกิดอุบัติกับเทาเท่ ลูกสาวจะไม่เป็นห่วงได้อย่างไร?
จอร์แดนถลึงตาใส่ลูกสาวตัวเอง จากนั้นก็เปลี่ยนคำพูดว่า“ถ้าหนูอยากไปก็ไป พ่อจะไปเป็นเพื่อน”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ พ่อเดินทางไปกลับกับหนูจะเหนื่อยมากเลย หนูให้นานิไปเป็นเพื่อนค่ะ”หลินจือไม่อยากให้จอร์แดนต้องเหน็ดเหนื่อย ให้อยู่เป็นเพื่อนแม่จะดีกว่า
“ถ้าเขากล้ารังแกลูก พ่อไม่ปล่อยไว้แน่” จอร์แดนพูดเสียงดุดัน
หลินจือปลอบใจเขา“วางใจเถอะค่ะพ่อ หนูไม่โง่ให้เขารังแกอีกแล้วค่ะ”
สามปีก่อน เธอรักจนทำให้คุณค่าตัวเองต้อยต่ำ และรักจนไม่คำนึกถึงตัวเอง
ต่อไปจะไม่เป็นแบบนั้นแล้ว
จากนั้นหลินจือก็โทรหานานิให้ไปเป็นเพื่อนที่เมืองเจสเวิร์ด
นานิไม่คัดค้านที่จะกลับไปเป็นเพื่อนที่เมืองเจสเวิร์ด ทว่าไม่ชอบพฤติกรรมของเทาเท่
ถึงขั้นเล่นบทความจำเสื่อมเลย”
“โอ้โห เขาแน่มาก
“เขาไปเป็นนักแสดงได้เลยนะเนี่ย”
“พวกเธอสองคนแต่งงานทันทีที่เจอหน้ากันเลย ฉันสงสารอุปสรรครักที่เขาเจอเหลือเกิน”
หลินจือพูดอย่างไม่สบอารมณ์“ตกลงเธออยู่ข้างไหน?”
เอาแน่เอานอนกับนานิไม่ได้จริง ๆ เดี๋ยวบอกว่าให้เธอเลิกกับเทาเท่ เดี๋ยวก็บอกว่าให้เธอรีบแต่งงานกับเทาเท่เลย
นานิถอนหายใจอย่างเกินจริง“ที่แท้อันนี้ก็คือตำนานความรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคของราชาเพชรพลอย”
หลินจือไม่อยากสนใจเธอต่อ
ทั้งสองจองตั๋วเสร็จ
เมื่อถึงเมืองเจสเวิร์ด คุณท่านโอธนินก็ให้โชเฟอร์มารับพวกเธอ
ต่อด้วยจัดเก็บสัมภาระอย่างเรียบง่าย จากนั้นก็ออกเดินทาง
ณ ห้องคนไข้ในโรงพยาบาล
ก่อนหลินจือจะมาถึง
โซเมนทำหน้ารังเกียจเทาเท่ที่ใส่ชุดคนไข้แล้วนอนพิงอยู่บนเตียงผู้ป่วย“ถ้านายแสดงบทความจำเสื่อมได้ดี แล้วคืนดีกับหลินจือสำเร็จ ฉันจะสั่งทำตุ๊กตาทองให้นาย”
“คนอื่นไม่ได้มอบรางวัลออสการ์ให้นาย ฉันจะให้นายเอง”
เทาเท่พูดเตือนเขา“นายอย่ามาพูดจาไร้สาระแถวนี้ ถึงเวลาแล้วอย่าเผยพิรุธให้ฉันเสียหายล่ะ”
โซเมนเงยหน้ามองเพดานอย่างหมดคำจะพูด
เพื่อนรักของเขาเท่ห์เกินไปแล้ว เมื่อคืนเขากลับจากเมืองเวลฟ์ก็เรียกพวกเขารวมตัว บอกว่าจะแสดงละครความจำเสื่อม เพื่อจะให้หลินจือกลับมาอยู่ข้างกาย
อ้าปากค้างคือการตอบสนองเดียวของเขาในตอนนั้น
ไวท์กับนทีบดีก็ไม่ได้ตอบสนองดีไปกว่าเขาเลย ปกตินทีบดีที่ใส่แว่นตามักจะทำหน้ามีการศึกษา ตอนนั้นเกือบทำแว่นหล่นใส่พื้นเลย
เทาเท่กลับอธิบายอย่างเรียบเฉยว่า“พอดีที่ตอนนี้ดวงฐามาตามตื้อฉัน ฉันเล่นบทความจำเสื่อมก็จะสามารถหลุดพ้นจากเธอได้แล้ว”
วันนั้นคุณปู่ชี้แนะเทาเท่ว่าต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมหน่อย สมองของเขาจึงบังเกิดแผนการนี้ขึ้นมา
เขากำลังคิดว่าจะเริ่มแผนตอนไหน พอดีเลยที่ดวงฐาโผล่ออกมา
เขาเลยเริ่มแผนล่วงหน้า เพราะอย่างไรเสียเขาก็ไม่อยากอยู่ห่างจากหลินจือเลยแม้แต่วินาทีเดียว
แล้วยังตามเขาไปถึงเมืองเวลฟ์อีก
ไม่งั้นเมื่อคืนเขาจะรีบกลับเมืองเจสเวิร์ดทำไม ตอนแรกเขาคิดว่าจะอยู่ที่นั่นหลายวันก่อน
แล้วทำไมเขาถึงรีบกลับมาล่ะ นั่นเป็นเพราะเขาสามารถซื้อตัวหมอทางนี้ได้
ถ้าเกิด “อุบัติเหตุรถยนต์”ที่เมืองเวลฟ์
หมอที่จอร์แดนหามาต้องดึงตัวเข้าพวกยากแน่
เทาเท่เตือนโซเมนเสร็จ ก็มองไปยังคุณปู่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ท้ายเตียง“ขอบคุณคุณปู่ที่ช่วยผมอีกแรงนะครับ เดี๋ยวต้องให้โซเมนสั่งทำตุ๊กตาทองให้ปู่ด้วยแล้วหนึ่งอัน”
เมื่อกี้คุณปู่เล่นบทเสียน้ำตาได้ดีเยี่ยมมาก หากคนอื่นโทรหาหลินจือ หลินจือคงไม่ยอมกลับทันทีแน่
คุณปู่กระทบไม้เท้าบนพื้นแรง ๆ“ทำถึงขั้นนี้แล้ว
หลานก็บวชเป็นพระเถอะ เป็นผู้ชายยังมีประโยชน์อะไรอีก?”
ถ้าหลานยังคืนดีกับหลินจือไม่ได้
คุณปู่กล่าวจบ โซเมนก็หัวเราะชอบใจอย่างไม่เกรงใจทันที
คุณปู่รีบโยนเพลิงโทสะใส่โซเมนโดยฉับพลัน“นายหัวเราะอะไรกัน?อย่าคิดว่าปู่เห็นนายแล้วจะไม่โกรธนะ”
“ท้องก็ท้องแล้วยังไม่เอาอีก” คุณปู่จ้องเขม็งไปยังโซเมน “ถ้าจะเอาแบบนี้ทำไมไม่ป้องกันตอนมีอะไรกันล่ะ?พอตั้งท้องขึ้นมาก็จะให้ผู้หญิงทำแท้ง ปู่ว่านายก็ไม่ใช่ผู้ชายเหมือนกัน ควรไปบวชเหมือนกัน”
“แค่ก ๆ ๆ”โซเมนกระแอมอย่างร้ายแรง
ถึงคุณปู่จะมีอายุมากแล้ว แต่ยังพูดจาแรงแบบนี้เหมือนเดิม คนหนุ่มอย่างเขายังเกือบรับไม่ไหว
โซเมนอธิบายอย่างผะอืดผะอม“ผมก็ไม่ได้บังคับให้เธอทำแท้งซะหน่อยนี่ครับ”
คุณท่านพูดตัดบทเขา“พอแล้ว พอแล้ว หุบปากไปเลย ปู่ไม่อยากฟังคำอธิบาย”
โซเมนได้แต่หุบปากอย่างเชื่อฟัง ไวท์ที่ใส่เสื้อกาวน์เม้มปากเน้นไม่กล้าส่งเสียงพูด เกรงว่าคุณปู่จะระเบิดอารมณ์ใส่ตัวเองเป็นคนต่อไป
เพราะพวกเขาสนิทกับเทาเท่ คุณปู่จึงเห็นพวกเขาเป็นหลานด้วย จึงได้สั่งสอนอย่างเข้มงวดและไม่คิดจะรักษาน้ำใจใด ๆ
มือถือของคุณปู่ดังขึ้น เป็นเสียงข้อความเข้าจากโชเฟอร์ มันสื่อให้รู้ว่ารับหลินจือแล้วและจะเดินทางมาที่โรงพยาบาล
คุณปู่เปิดเสียงให้เทาเท่ฟัง จากนั้นก็พูดว่า“ปู่ช่วยได้แค่นี้แหละ ที่เหลือก็จัดการเองแล้วกัน”
ประมาณสี่สิบนาทีให้หลัง หลินจือกับนานิก็มาถึงโรงพยาบาลที่เทาเท่อยู่
ไวท์ไปรอพวกเธอที่ลานจอดรถ ระหว่างทางที่ไปห้องคนไข้กับพวกเธอ ไวท์ก็บอกอาการของเทาเท่คร่าว ๆ สุดท้ายก็กำชับว่า “ไม่ว่ายังไงก็ให้คำนึกถึงสภาพจิตใจของเทาเท่ก่อน คุณรู้ดีว่าก่อนหน้านี้เขาเคยมีเลือดคั่งในสมองมาก่อน”
ประโยคสุดท้ายของไวท์ทำลายความสงสัยของหลินจือได้สำเร็จ
ถึงแม้ครั้งก่อนอาการเลือดคั่งในสมองของเทาเท่จะหายดีจนได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ทว่าจิตใต้สำนึกของหลินจือกลับบอกว่า สมองของเขาอ่อนแอ ไม่ควรถูกกระทบกระเทือนอีก
และตอนเขาถูกชนท้ายรถ สมองก็กระทบกระเทือนอีกครั้ง……
หลินจือตอบไม่เต็มปากว่า“ได้……”