เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 570 เจอตระกูลสวี่
ตระกูลสวี่
คฤหาสน์ทั้งหลัง ถูกล้อมรอบด้วยทหาร เครื่องบิน ปืนใหญ่ และรถถัง จอดไว้ข้างนอก หนึ่งในวิลล่า คนของตระกูลสวี่อยู่ที่นี้
ในหมู่พวกเขามีสมาชิกในครอบครัวรายงานกับสวี่เทียนโย่วว่า “ผู้นำ เราถูกล้อมจากข้างนอก เป็นคนของกองทัพ คนของเราไม่กล้าต่อต้าน ตามข้อมูลที่เราได้รับ ตระกูลเติ้งก็ถูกล้อมเหมือนกัน พวกเราอยากติดต่อกับเขา แต่ว่าพวกเขาไม่ต้องการติดต่อ เหมือนต้องการรอใครสักคน ”
“ตระกูลเติ้ง!”
สวี่เทียนโย่วพูดสองคำนี้ออกมา และเผยความเศร้าโศกในดวงตาของเขา
ถ้าเป็นแค่ครอบครัวของเขา เขาอาจจะไปมีปัญหากับใครสักคนก็ได้ หรือว่าอย่างอื่น แต่ว่าตระกูลสวี่ถูกล้อม เขาเลยนึกถึงแต่ผลลัพธ์ที่เลวร้าย ตระกูลซือหม่าถูกค้นพบแล้ว
ในฐานะลูกน้องของตระกูลซือหม่า ก็หนีไม่พ้น
“พ่อคะ นี่… มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
ในเวลานี้ สวี่ซวนซวนที่เพิ่งตื่นได้เดินออกมา ดวงตายังมีน้ำตาอยู่ เมื่อมองดูท่าทีของข้างนอก เธอก็ถามด้วยความตกใจ
“ไปเถอะ ออกไปเจอกันหน่อย”
สวี่เทียนโย่วถอนหายใจ แล้วพาครอบครัวออกไป บนสนามหญ้าขนาดใหญ่ข้างนอก เขาเห็นนายพล ที่เขาคุ้นเคยบ้าง และจู่ๆ ก็ถามขึ้นว่า “หัวหน้าหลี่ ตระกูลฉันมีปัญหาอะไรกัน ทำให้เกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่แบบนี้ ”
หัวหน้าหลี่คนนั้นไม่ตอบ เพียงจ้องไปที่สวี่เทียนโย่วเป็นเวลานาน ก่อนที่จะพูดว่า “ตระกูล ซือหม่าถูกสังหารแล้ว และมีหลักฐานว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลซือหม่า”
เสียงดังปัง
สวี่เทียนโย่วรู้สึกราวกับว่ามีหินหนักๆ ทุบเข้าไปในหัวใจของเขา และใบหน้าของเขาก็ซีด
ว่าแล้ว
เป็นสิ่งที่เขาคิดจริงๆ ด้วย ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุด ตระกูลซือหม่าถูกหาเจอแล้ว
“งั้น…หัวหน้าหลี่ ฉันมีความผิด ฉันมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลซือหม่า แต่ลูกสาวของฉันแกไร้เดียงสา ขอร้องละ โปรดหาทาง ฉันยินดีที่จะมอบทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูล และไว้ชีวิตลูกสาวของฉันด้วยเถอะ”
สวี่เทียนโย่วต้องการขอร้องหัวหน้าหลี่
ตระกูลซือหม่าเป็นคนทรยศตระกูลซือหม่าด้วยกันเอง โทษของต้าฮัวต่อผู้ทรยศนั้นใหญ่มากๆ
แต่ว่า เขาอยากเก็บสวี่ซวนซวนไว้ ลูกสาวคนเดียวของเขา
“พ่อคะ”
สวี่ซวนซวนต้องการรั้งสวี่เทียนโย่วไว้
แต่ว่า สวี่เทียนโย่วสลัดมือของเขาออก ผลักสวี่ซวนซวนออกไป จากนั้นก็คุกเข่าขอร้องหัวหน้าหลี่ แต่ว่าหัวหน้าหลี่คนนั้น ถอนหายใจออกมา “คุกเข่าไปก็ไม่มีประโยชน์ อีกอย่างฉันเป็นแค่นายพลคนธรรมดา ไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจ”
“แล้วหัวหน้าจ้าวล่ะ?”
สวี่เทียนโย่วถามอย่างระมัดระวัง
เห็นได้ชัดว่าเขารู้จักท่านจ้าว
“หัวหน้าจ้าวก็ไม่ได้ ครั้งนี้ เป็นคนที่อยู่สูงสุดมาก เว้นแต่ เขาจะพูดออกมา จะไม่มีใครกล้าขอร้องคุณ” หัวหน้าหลี่คนนั้นยื่นนิ้วออก แล้วชี้ขึ้นข้างบน
อันที่จริงเขาก็ไม่อยากพูด แต่ว่า ก็เผื่อขอร้องให้ลูกสาวของตัวเขาเอง
เขาก็มีลูกสาว
วินาทีนั้นเขาหวั่นไหว
เห็นกับความสัมพันธ์ของระหว่างคนทั้งสองที่เคยมีให้กัน ก็ได้ช่วยอีกครั้ง
นี่เป็นการฝ่าฝืนวินัยจริง ๆ เมื่อเขากลับไป เขาจะต้องไปสารภาพ
“ข้างบน”
สวี่เทียนโย่วมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เวียนหัวอยู่พักหนึ่ง เขารู้สึกอยากนั่ง เพราะเขาเดาได้แล้วว่าเป็นใคร และมีเพียงคนนั้นเท่านั้น
มีแค่คนนั้น ถึงมีสิทธิ์ระดมกำลังทหารจำนวนมากขนาดนี้ และมีความสามารถในการทำร้ายตระกูลซือหม่า
“เทพสงครามอันดับหนึ่งของต้าหัว ฉินเฟิง!”
สวี่เทียนโย่วหายใจไม่ออกอยู่พักหนึ่ง
ในเวลานี้ เครื่องบินที่บินอยู่บนฟ้าทีละแถว หนึ่งในนั้นลงมาอย่างช้าๆ และร่างหนึ่งกระโดดมาจากด้านบน สวี่เทียนโย่งเห็นมันไม่ชัด ดังนั้นเขาจึงตะโกนทันที “ทุกคนในตระกูลสวี่ คุกเข่าลง”
คุกเข่าลง!
เขาต้องการที่จะสารภาพผิด
โดยทันที
พรึบ
สมาชิกทุกคนในตระกูลสวี่คุกเข่าลง คำสั่งของผู้นำตระกูลสวี่ไม่สามารถละเมิดได้
“สวี่เทียนโย่ว ขอคารวะเทพสงคราม นี่เป็นความผิดของฉันสวี่เทียนโย่วคนเดียว คนอื่น ๆ ไม่รู้เรื่องนี้ ฉันสวี่เทียนโย่วยินดีที่จะถูกลงโทษและยินดีเสียทุกอย่าง เพื่อขอให้เทพสงครามไว้ชีวิตลูกสาวของฉัน”
สวี่เทียนโย่วพูดเสียงดัง และถ่อมตน
ภรรยาของเขาให้กำเนิดสวี่ซวนซวน และเสียชีวิตตอนคลอดเธอ
เขาถูกทิ้งให้อยู่กับสวี่ซวนซวนคนเดียว
มันคือทั้งหมดของเขา
“ตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก เป็นเด็กยากจน ขยันเรียนหนัก และสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แต่ต่อมาได้รู้ว่า ความแตกต่างของคนเยอะมาก สุดท้ายแล้วฉันก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไร และยังทำให้คนอื่นโกรธเคือง มีชีวิตอยู่มันยากจัง จนเมื่อได้มาเจอผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือไว้ และคนคนนั้นคือซือหม่า ”
“หลังจากนั้น ฉันถึงมีทั้งหมดนี้ ฉันมีทั้งหมดนี้ ดังนั้น ตระกูลซือหม่าเป็นกบฏ ฉันก็พร้อมที่จะเป็นกบฏด้วย เพราะความเมตตานี้ ฉันจึงสามารถชดใช้ด้วยชีวิตได้ แต่ลูกสาวของฉันเธอไม่รู้อะไรเลย”
“เทพสงคราม ลูกสาวของฉัน ยังไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับตระกูลซือหม่าเลย อยากจะขอร้องเทพสงคราม ให้ไว้ชีวิตลูกสาวฉันเถอะ”
สวี่เทียนโย่วขอความเมตตาอย่างนอบน้อม
ในเวลานี้ ไม่มีหัวหน้าตระกูลสวี่ที่ร่าเริง เพราะความเมตตา คนทรยศที่เต็มใจทรยศต้าหัว และบางคน ก็เป็นพ่อที่ดีที่เป็นห่วงลูกสาวของเขา
“ไม่”
เมื่อได้ยินแบบนี้ สวี่ซวนซวนก็ร้องไห้ออกมาและลุกขึ้นทันทีและพูดว่า “ไม่ มันไม่ใช่อย่างที่พ่อฉันพูด ฉันทำแล้ว ฉันมีส่วนร่วม ฉันได้รับมอบหมายงานจากตระกูลซือหม่า ฉันทำร้ายฉินเทียน ฉันควรตาย….ฉัน ”
เธอไม่ยอม ให้พ่อของเธอเป็นภาระ
แต่ว่า เธอพูดไม่จบ เธอค้นพบว่า เธอรู้จักคนตรงข้าม และในตอนนี้นี้ ในตระกูลสวี่มีแค่เธอคนเดียวที่เงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้าม “ฉิน… ฉินเทียน”
“อืม ผมเอง”
ฉินเฟิงเข้ามาอย่างอ่อนโยน แต่แล้วเขาก็พูดอย่างมีศักดิ์ศรีว่า “แต่ชื่อของผมคือฉินเฟิง”
“ฉินเทียน ฉินเฟิง!”
ครั้งนี้ ทุกคนในตระกูลสวี่เงยหน้าขึ้น โดยเฉพาะสวี่เทียนโย่ว มองไปที่ฉินเฟิง และสวี่เทียนโย่วก็เบิกตากว้าง “ฉินเทียนก็คือฉินเฟิง และที่แทรกซึมตระกูลสวี่ ก็เพราะจะตรวจสอบตระกูลซือหม่างั้นเหรอ?”
“นายใช้ฉันเหรอ?”
สวี่ซวนซวนพึมพำไม่กล้าที่จะเชื่อ
“ซวนซวน อันที่จริงผมไม่ต้องการใช้คุณ ตั้งแต่แรก ผมเย็นชามาก คุณก็ควรเข้าใจ น่าเสียดาย เรื่องที่เกิดขึ้นภายหลัง สุดท้ายคุณไม่ได้เลือกผม”
ฉินเฟิงถอนหายใจ
“ฉินเทียน… ไม่…เทพสงคราม เห็นแก่ลูกสาวของฉัน ไว้ชีวิตเธอนะ หรือไม่ก็ คุณให้เธอเป็นคนรักของคุณ ฉันไม่ปฏิเสธอะไร จะให้เธอทำอะไรก็ได้ ขอแค่ได้มีชีวิตอยู่ต่อ ”
สวี่เทียนโย่วขอความเมตตาอีกครั้ง
เหตุผลที่เขาพูดมันฟังแล้วโหดร้าย เพราะเขารู้ว่า เทพสงครามคนนี้ ภายนอกเย็นชา ขอแค่ได้มีชีวิตรอด ชะตากรรมของสวี่ซวนซวนจะไม่น่าสังเวช
ตรงกันข้าม อาจจะมีชีวิตที่ดีอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ เขาถูกฉินเฟิงบีบคอ และเสียงที่เย็นชาของฉินเฟิงก็ดังขึ้น “นายกำลังลองเชิงฉันงั้นเหรอ นายคิดว่าฉันไม่กล้าฆ่าเธอจริงๆ เหรอ? ตระกูลซือหม่า ฉันยังกำจัดมาแล้วเลย นับประสาอะไรกับตระกูลสวี่”
คุณ กล้าลองเชิงฉันเหรอ!