เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 562 ซือหม่ากูปรากฏตัว
มันเป็นเพราะแบบนี้เอง ผู้หญิงคนนี้ ถึงทิ้งเธอไป
ในที่สุดเธอก็เข้าใจ
“อืม เข้าใจก็ดี”
ฉินเฟิงพยักหน้า คุณพี่ ในที่สุดคุณก็เข้าใจสักที ถ้าไม่เข้าใจอีก ฉันก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรแล้ว
“เยว่หัว วุ่นวายอะไรกัน ฉันยังต้องพาฉินเทียนไปเจอคนอื่นอีก”
โจ้วเหวินหัวที่อยู่ข้างๆ ก็พูดออกมา
ภายนอกเขาเป็นประธานของตึกเทียนฮัว อันที่จริงเขาก็แค่เป็นคนที่เล่ห์เหลี่ยม โจ้วเหวินหัวเป็นคนที่มนุษยสัมพันธ์ดีเป็นคนมีเส้นสาย มันเป็นเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องตลก ในเปียนไห่ไม่ว่ากับใครเขาก็มีเส้นสายอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
นี่เป็นเหตุผลที่ ติงป่าวซานไม่กล้าแตะต้องเขาในตอนแรก
แต่ว่าตอนนี้ เขากล้าและยอมที่จะเสียทุกอย่างเพื่อสู้แล้ว
“หึ”
เติ้งเยว่หัวกอดแขนยืนอยู่ข้างๆ มองฉินเฟิงอย่างเย็นชา
“ไปเถอะ ไอ่น้องฉิน”
โจ้วเหวินหัวพาฉินเฟิงไปด้วยสีหน้าที่เป็นมิตร เมื่อเขาไปถึงที่หมาย พวกเขาได้พบกับผู้ชายคนนั้น เขามีอายุประมาณยี่สิบต้นๆ บุคลิกของเขาดูด้อยกว่าโจ้วเหวินหัว แต่ก็มีพลังอย่างมาก ราวกับมังกรที่ขดตัวอยู่ในขุมนรก หากเขาเผยตัว จะพุ่งทะยานสู่ฟ้า ไม่มีใครสามารถต้านทานได้
เขาเผยกลิ่นอายของผู้ที่อยู่หนือกว่าออกมา แววตาของเขาดูสงบ แต่แฝงไว้ด้วยความสง่าน่าเกรงขาม
คนส่วนใหญ่ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา
“ดูเหมือนว่า ซือหม่าเจียฉื้อจะเลี้ยงดูลูกนอกสมรสคนนี้เป็นอย่างดี บุคลิกเขาดี แต่กลิ่นอายของมังกรขดตัวในขุมนรกจะพุ่งทะยานสู่ฟ้าน่ะเหรอ ฉันทุบฟ้าทิงไปแล้ว ดูซิว่ามันจะพุ่งไปไหน”
ฉินเฟิงคิดในใจอย่างเงียบ ๆ
บริวารตระกูลสีมาถือทุกอย่างจองท่านนี้แล้วล่ะ
“นี่คือหม่ากู เป็นชายที่มีอิทธิพลมาก อายุเท่าไหร่นั้น ฉันขอไม่พูด” โจ้วเหวินหัวพูดด้วยความรู้สึกที่ลึกลับ
หม่ากู
ซือหม่ากู
ฉินเทียน
ฉินเฟิง
สองคนนี้ เป็นเจ้านายที่ไม่มากเรื่อง
อย่างไรก็ตามคนรอบข้าง ไม่มีใครให้ความสำคัญกับคนนี้ ที่จริงแล้วโจ้วเหวินหัวบอกว่าเขาเป็นคนที่มีอิทธิพล โจ้วเหวินหัวไม่ได้มีอิทธิพลอะไรขนาดนั้น สิ่งที่เขาพูดมีอะไรน่าเชื่อถือล่ะ เผลอๆเขาอาจจะเป็นแค่ลูกคนรวย
ไม่มีใครให้ความสำคัญกับเขา
แต่ทันใดนั้น มีชายหญิงคู่หนึ่งบุกเข้ามา ผู้หญิงคนนั้นหว่านแขนผู้ชายเอาไว้ เดินมาทีละก้าว มองไปที่ฉินเฟิง และพูดอย่างภาคภูมิใจ “เฮ้ วันนี้ คุณจะทำยังไง คนข้างๆฉัน คือนายน้อยของตระกูลเติ้ง ชื่อเติ้งไค มีเขาอยู่ เมื่อวานนายปกป้องเติ้งเยว่หัว วันนี้คงทำไม่ได้แล้ว”
ผู้หญิงคนนี้ คือลู่ซินหาน
และชายคนนี้ เป็นนายน้อยของตระกูลเติ้งจริงๆ คือคนที่ลู่ซินหานหาเขาเมื่อคืน เธอรู้จักเติ้งไคคนนี้ และมันเกิดขึ้นที่เติ้งไค ผู้นี้ปรารถนาความงามของเธอเช่นกัน วันนี้เธอก็เลยพาเติ้งไคมาด้วย
มีเติ้งไคอยู่ด้วย นี่เป็นถึงนายน้อย ไม่มีใครสามารถมาเทียบได้
สถานะของเติ่งเยว่หัวในตระกูลเติ้งนั้น ไม่ค่อยสูงมาก
อย่างน้อยก็ไม่ดีเท่าเติ้งไคคนนี้
“หึ”
ข้างๆ เติ้งเยว่หัวที่กอดมือ มองดูทั้งหมดนี้ เธอรู้ตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว แต่ว่าเธอยังคิดอีกว่า เธอจะช่วยฉินเทียน อีกอย่างเขายังเป็นพี่ชายของเธอ เลยต้องให้หน้าตัวเองหน่อย
แต่ว่า ดันพบว่า ฉินเฟิงกับสวี่ซวนซวนจับนั้นมือกัน
เธอจะบ้าตายอยู่แล้ว
ยังช่วยอีก?
เป็นไปไม่ได้!
แต่ว่า เธอก็ไม่ได้ไปไหน ก็เลยได้แต่สังเกตการณ์อยู่ข้างๆ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ต่อไป มีบางอย่างที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในห้องโถง ซึ่งลู่ซินหานต้องการเยาะเย้ยอะไรบางอย่าง แต่ว่า ก็มีเสียงดังขึ้น เขาตบเข้าไปที่หน้าของลุ่ซินหานเต็มๆ
ตบเข้าจังๆไม่มีพลาด
ตบเข้าอย่างจัง
ที่สำคัญคือ ตบนี้ไม่ใช่มาจากฉินเฟิง แต่คือหม่ากูที่อยู่ตรงข้ามเป็นคนตบ
“ใครให้คุณมาขัดจังหวะเนี่ย”
หม่ากูมองไปที่ลู่ซินหานอย่างเย็นชา
และคราวนี้มันทำให้เติ้งไคโกรธ สำหรับเติ้งไค การตีใครสักคนมันเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในสถานการณ์แบบนี้ การตบผู้หญิงของเขาเอง มันจะทำให้เขาเสียหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่มากๆ
“ไอ่หนู แกก็ทำให้ฉันคเองเหมือนกัน”
เติ้งไคได้ปล่อยหมัดออกไป
เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เขาเป็นนายน้อยของตระกูลเติ้ง ตอนนี้ตระกูลติงถูกกำจัดไปแล้ว ตระกูลเติ้งก็มีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับเขา
แต่ว่า
ปัง
ข้างหลังของหม่ากู จู่ๆ ก็มีชายชราคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น จากนั้นก็มีแรงกระแทกพุ่งออกมา ทุบเติ้งไคขึ้นไปข้างบนโดยตรง และก็กระแทกเข้ากับกำแพง เลือดออกเต็มปาก
“อ๊าก!”
เติ้งไคร้องออกมา และหลังจากที่เขาหยุดอยู่พักหนึ่ง เติ้งไค ก็อาเจียนเป็นเลือดแล้วพูดว่า “พวกแก พวกแก กล้ามากจริงๆ รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ฉันคือเติ้งไคนายน้อยของตระกูลเติ้ง พวกนายอยากตายเหรอ”
เขาโกรธมาก
จากนั้น เขาก็เริ่มโทรศัพท์ แต่ก่อนที่เขาจะโทรติด มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมา
“พ่อครับ คนนี้เอง ผู้ชายคนนี้ตีผม แก้แค้นให้ผมด้วย”
เติ้งไคมองไปที่ผู้ชายที่อยู่ข้างหน้าเขา และหัวเราะทันที พ่อของเขา เติ้งหลินเฟิง ผู้นำตระกูลเติ้งอยู่ที่นี่ และผู้นำตระกูลเติ้งก็เป็นหนึ่งในผู้มีอำนาจมากที่สุดในเปียนไห่
มันจะมีให้เทียบได้กันสักกี่คน?
พวกเขาตายแน่
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต่างกันคาดไม่ถึงก็คือ เติ้งหลินเฟิงตบหน้าเติ้งไคด้วยความโกรธ ตบจนฟันหลุดออกมา จากนั้นเติ้งหลินเฟิงก็โกรธ “นายเป็นใคร กล้ามายั่วโมโหคนอื่น!”
หลังจากพูดจบ เติ้งหลินเฟิงก็มาหาหม่ากู และคุกเข่าลงทันที “เติ้งหลินเฟิงผู้นำตระกูลเติ้งไม่ได้เข้มงวดเรื่องวินัย และผมขอให้คุณหม่ายกโทษให้ผมด้วยครับ”
การคุกเข่านี้ ทำให้ผู้ชมทั้งหมดตะลึง
นี่คือเติ้งหลินเฟิง หลังจากทำลายตระกูลติง เขาก็ยังเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุด
แต่ว่า ตอนนี้เขากำลังคุกเข่าอยู่ต่อหน้าชายหนุ่มคนนั้นจริงๆ
นี้……
ลู่ซินหานอ้าปากกว้าง อยู่ข้างๆ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับตัวเอง
เป็นคนพามาเอง ก็ยอมง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ?
สวี่ซวนซวนและเติ้งเยว่หัวก็อึ้งด้วย
คนนี้ เขาเป็นใคร
และประเด็นก็คือ ชายหนุ่มคนนี้ไม่ยอมให้เติ้งหลินเฟิงลุกขึ้น แต่หันไปมองที่ฉินเฟิง และพูดด้วย “ฉันเคยได้ยินเกี่ยวกับคุณ บอกตามตรงเลยนะ ฉันสนใจคุณมาก คุณสนใจจะคุยกับฉันไหม ไปข้างบนกันเถอะ”
เขากำลังทำให้ฉินเฟิงยอมเขา
แต่ว่า เป็นคำพูดที่น่าฟังมากๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีเติ้งหลินเฟิงคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ ทำให้เขาดูน่าเกรงขามมากขึ้น
“ฉันเกิดมาเพื่อความอิสระ ไม่ยอมเป็นลูกน้องของใคร”
ฉินเฟิงก็พูดขึ้นมา
และหม่ากูก็หัวเราะ “มาเป็นลูกน้องฉัน ฮ่าฮ่า คุณพูดถูก มาเป็นลูกน้องฉัน ลูกน้องของหม่ากู สามารถทำให้คุณได้ในสิ่งที่คิดว่าจะไม่ได้ในชีวิตนี้ ฉันจะให้โอกาสคุณอีกหนึ่งครั้ง บอกฉันมา ว่าจะยอมเป็นลูกน้องฉันไหม”
ทันใดนั้น ชายชราที่อยู่ข้างหลังหม่ากู ก็เดินมาข้างหน้า
กลิ่นอายของความข่มขู่ที่ไม่เคยมีมาก่อน พุ่งเข้าสู่ฉินเฟิง จากนั้นก็กดทับที่ตัวเขาอย่างหนัก กดดันอย่างมาก ราวกับภูเขาที่กดทับตัวเขาเอาไว้ คนอื่นๆที่ด้อยกว่านั้น ยืนแทบไม่อยู่เลยด้วยซ้ำ
เขานั่งลงบนพื้น เหงื่อไหลอาบหน้า
และฉินเฟิง ก็โน้มตัวลงอย่างกะทันหัน จากนั้นเขาใช้มือจับโต๊ะไว้ และต่อต้านด้วยความยากลำบาก
แน่นอนว่าคนอื่นนั้นหมดแรงจริงๆ แต่เขาแค่แกล้งทำ