เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 559 คำสาบาน!
ฉินเฟิงลุกขึ้นจากที่นั่ง แล้วก็ค่อยๆ เดินเข้ามาในกลุ่มทหารพวกนี้ทีละก้าว แล้วก็จับไหล่ไปทีละคน พร้อมกับพูดออกมาทีละประโยคว่า “พวกคุณล้วนเป็นทหาร ควรจะรู้ว่า ทหารมีหน้าที่ทำอะไร มีหน้าที่เพื่อชาติและประชาชน แต่ตระกูลซือหม่ารวมหัวกับต่างประเทศมาโจมตีประเทศเรา เรื่องนี้ไม่ต้องให้ผมพูดหรอก พวกคุณล้วนรู้ดี ว่านี่มันเป็นโทษหนัก”
“อีกอย่าง สำหรับคนอื่นแล้วมันคือการผิดกฎหมาย แต่สำหรับพวกเราแล้วนั้น มันเป็นความขัดแย้งต่อศรัทธา พวกนั้นผิดต่อศรัทธาของพวกเรา ดังนั้น จึงเป็นศัตรูของพวกเรา ความเชื่อในศรัทธานั้น พวกเราเข้ามาประจำการก็ได้เอ่ยกันออกมาแล้ว”
“ไม่ใช่หรือไง ทุกคนต่างก็สาบานกันออกมาแล้ว”
ฉินเฟิงยืนอยู่ตรงกลางกลุ่มคนพวกนั้น อย่างมีบารมีเต็มเปี่ยม
“ครับ”
ทุกคนส่งเสียงพร้อมกัน จากนั้นก็มีเสียงสาบานดังออกมา “ผมขอสาบานว่า เมื่อเข้าทหารองครักษ์ของตัวหัว จะไม่กลัวตาย ไม่กลัวลำบาก ไม่มีถอย ตั้งแต่วันนี้จะขอปกป้องบ้านเมืองจนกว่าตัวจะตาย จะปกป้องบ้านเมืองตั้งแต่ฟ้ามืดจนฟ้าแจ้ง ผมจะปกป้องประชาชน……”
“ผมจะมุ่งมั่นเรียนรู้วิชาการทหาร การเมือง วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม ฝึกซ้อมวิชาการกำจัดศัตรู หวงแหนในสรรพาวุธของเรา ปกปิดความลับทางทหาร เผยแพร่วัฒนธรรมอันดีงาม กล้าที่จะสู้กับสิ่งที่ผิดกฎหมาย ต่อสู้อย่างกล้าหาญ ยอมตายเพื่อต้าหัว และจะไม่มีวันทรยศชาติบ้านเมืองเด็ดขาด…….”
“ตั้งแต่วันนี้ไป ผมจะขอเสียสละชีพเพื่อประเทศชาติ ขอประเทศเรายั่งยืนเทียมฟ้า…..”
“ตั้งแต่วันนี้ไป ผมจะขอเสียสละชีวิตวัยหนุ่มเพื่อประเทศชาติ ขอปณิธานเรา กว้างไกลไร้ขอบเขต”
“คำสัตย์นี้ ผมขอปฏิบัติด้วยความยึดมั่น ไม่มีวันผิดคำพูด”
เสียงที่เป็นจังหวะพร้อมกันนี้ ดังไปทั่วทั้งฐานทัพ
“ขอประเทศเรายั่งยืนเทียมฟ้า!”
“ขอความกล้าเรา กว้างไกลไร้ขอบเขต!”
ทหารด้านนอกที่กำลังฝึกกันอยู่ พอได้ยิน ก็ตะโกนพูดออกมาพร้อมกันด้วย
คำสัตย์สาบาน!
สำหรับคนอื่นแล้ว บางทีอาจจะไม่ได้รู้ความหมาย แต่สำหรับพวกเขาแล้วนั้น นี่คือศรัทธาที่พวกเขายึดถือ เป็นชีวิตของพวกเขา เป็นทุกอย่างของพวกเขา
“นี่คือคำสัตย์สาบานที่พวกคุณพูดตอนที่เข้ากรมมาใหม่ๆ พวกคุณลืมแล้วหรือไง ว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตาม จะไม่มีวันทรยศชาติบ้านเมืองเด็ดขาด จะเสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติของเรา พวกคุณลืมแล้วหรือไง ใครที่ร่วมมือกับตระกูลซือหม่า ก้าวออกมา!”
ฉินเฟิงอารมณ์ขึ้น ทุกคนล้วนถูกกดดัน
แต่ว่า ในนั้นก็มีคนกัดฟันพูดขึ้นมาว่า “ผมเอง!”
ทีนี้ก็ค่อยผ่อนคลายจากแรงกดดันลงมาหน่อย ทุกคนนอนก้มหน้าลงพื้น ส่วนสองคนนั้นก็ล้มลงพื้น หายใจเข้าออกเฮือกใหญ่ ในขณะเดียวกันสีหน้าก็สับสนอย่างมาก
“ผมขอสารถาพ ว่าตระกูลซือหม่าให้เงินผม10ล้าน เพื่อให้ผมทำตามแผนบางอย่าง”
“ตอนเด็กๆ ผมได้รับการช่วยเหลือจากพวกนั้นไม่น้อย”
สองคนตอบมาดังนี้
คนหนึ่งโลภมาก อีกคนตอบแทนบุญคุณ
แต่ว่าฉินเฟิงกลับพูดว่า “บุญคุณต้องทดแทน แต่ถ้าให้คุณมาทรยศบ้านเมืองแบบนี้ บุญคุณนี้มันก็ไม่มีค่าให้ตอบแทนแล้ว บางที ถ้าบุญคุณมากเกินไป คุณก็เอาชีวิตของคุณตอบแทนพวกเขาไป แต่ไม่ใช่มาหลอกใช้ในการทหารแบบนี้”
“คุณว่าจริงไหม?”
ฉินเฟิงค่อยๆ เดินมาทีละก้าว แต่หยุดที่ตรงกลาง แล้วจับหัวไหล่ของนายทหารคนหนึ่งไว้ จากนั้นก็ก้มหน้าถามว่า “คุณกำลังดีใจอะไร? ดีใจที่ตนเองรอดพ้นแล้วงั้นหรือ ขอโทษที คุณไม่รอด”
เสียงดังแคร็ก
แขนของชายคนนั้นถูกฉินเฟิงหัก แล้วก็มีเสียงร้องโอดโอยดังขึ้น
แต่ไม่มีใครขอร้องแทนเขาเลย เพราะว่านี่คือการตัดสินใจของเทพสงคราม
คนคนนี้เป็นคนทรยศ
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าผมเป็นคนทรยศ!”
ชายคนนั้นยังอยากจะพูดแก้ตัว
แต่ตอนนี้ ฉินเฟิงก็จ้องมองเขา แล้วพูดว่า “มีสิทธิ์อะไรงั้นหรือ เหอะๆ ซือหม่าหลง คุณคิดว่าผมไม่สืบเรื่องของคุณงั้นหรือ คุณคือคนที่ตระกูลซือหม่าส่งเข้ามาอยู่ในฝ่ายการทหาร คุณยังมีหน้าพูดว่าไม่ใช่คนทรยศอีกงั้นหรือ”
“คุณรู้เรื่องผมแล้วงั้นหรือ”
ซือหม่าหลงหน้าซีด
ครั้งนี้แก้ตัวไม่ได้แล้ว ถูกจับได้แล้ว
“เอาตัวไป”
ฉินเฟิงโบกมือ แล้วซือหม่าหลงก็ถูกลากออกไป
ส่วนถูกจับได้อย่างไรนั้น ก็ต้องอาศัยติงป่าวซาน ติงป่าวซานค้นเอกสารข้อมูลสินค้า โทรศัพท์หนึ่งเครื่อง บัตรธนาคารหนึ่งใบจากบ้านโจ้วหล้างได้ โทรศัพท์กับซิมก็ต้องโทรหาโจ้วหล้างแน่
อย่างนั้น เอกสารข้อมูลสินค้ามันจะต้องไม่ธรรมดาแน่
ติงป่าวซานดูไม่เข้าใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกของฉินเฟิงจะไม่เข้าใจ พวกเขาเป็นมืออาชีพ
สุดท้ายพวกเขาก็วิเคราะห์ออกมาได้ ว่าเอกสารข้อมูลสินค้านั้นเป็นใบรายชื่อ เป็นตัวหมากที่ตระกูลซือหม่าให้มาแฝงตัวอยู่ในเปียนไห่ โจ้วเหวินหัวจัดการใช้งานได้ โจ้วเหวินหัวคิดว่าเอาไว้กับตัวมันจะอันตรายเกินไป ดังนั้นก็เลยวางไว้ในช่องลับของบ้านโจ้วหล้าง
จากนั้นก็คิดไม่ถึงว่า สุดท้ายจะมาอยู่ในมือของฉินเฟิง
แถมยังถูกฉินเฟิงแกะถอดความรายละเอียดได้อีก
หนึ่งในนั้นก็คือ ซือหม่าหลง
“อ่อ อย่าซ้อมจนตายนะ คนคนนี้ผมยังจะเอาไว้ใช้งาน”
ฉินเฟิงบอกกล่าวกับทหารพวกนั้น จากนั้นก็มองไปยังอีกสองคน “พวกคุณสองคน ถึงแม้จะมีความผิด แต่ผมได้ให้โอกาสพวกคุณแล้ว พวกคุณก็ได้คว้าโอกาสนี้ไว้แล้ว โทษตายยกเว้นได้ แต่โทษเป็นยากจะยกเว้นให้ได้ แต่ว่า ถ้าครั้งนี้พวกคุณทำออกมาได้ดีล่ะก็ ไม่แน่ว่าผมก็จะลดโทษให้ได้บ้าง”
“ขอบคุณครับเทพสงคราม”
นายทหารสองคนนั้นรีบทำความเคารพ
นึกว่าจะต้องตายเสียแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะยังมีโอกาส
ถึงแม่เทพสงครามจะเป็นเพชฌฆาต แต่ก็ยังมีความรู้สึก
ต่อมา ฉินเฟิงก็มอบหมายหน้าที่ต่างๆ ให้กับพวกเขา กองทัพจะเคลื่อนไหวแล้ว แต่จะทำอย่างโจ่งแจ้งไม่ได้ พอดีว่าด้านในของเปียนไห่กำลังวุ่นวาย เลยให้ด้านการทหารส่งกำลังส่วนหนึ่งออกไปป้องกันได้ ทหารที่เหลือ ให้ทำการฝึกซ้อมทางทหารไป
เคลื่อนไหวอะไรมากไม่ได้
ทุกอย่างต้องฟังคำสั่งของฉินเฟิง
พอยืนยันที่มั่นของตระกูลซือหม่าแน่ชัดแล้ว กองทัพแสนคนก็จะเข้ามาล้อมไว้ ถึงแม้จะเป็นทหารธรรมดา แต่มดตัวน้อยจำนวนมาก ก็ยังสามารถล้มช้างได้ ยิ่งกว่านั้นยังมีฉินเฟิงและ ฉีหยุน ที่เป็นเหมือนไดโนเสาร์ตัวร้ายในยุคก่อนประวัติศาสตร์สองคนนี้อยู่ด้วย
จะกัดช้างตาย ก็ไม่มีปัญหาอะไร
จากนั้น ฉินเฟิงก็นั่งรถกลับมาถึงเปียนไห่ แต่ว่าตอนที่เพิ่งกลับมานั้น เธอเจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง
“คุณเองหรือ!”
ลู่ซินหานมองฉินเฟิง แล้วก็นึกถึงเรื่องครั้งก่อนขึ้นมา ครั้งก่อนเธอยังเป็นผู้จัดการของต่งเซิงอยู่ดีๆ มีอำนาจสูงส่ง และทุกวันก็ได้อยู่กับต่งเซิง แต่ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ดีๆ ก็ถูกไล่ออก
เธอครุ่นคิด แต่ก็คิดไม่ตก
แต่ว่า เธอรู้ว่า จะต้องเกี่ยวข้องกับคนคนนั้นแน่นอน เพราะว่าตอนนั้น ตนเองไปหาเรื่องกับคนคนนั้น
“บอกฉันมา ว่าคุณใช้วิธีอะไรกันแน่ ถึงหลอกท่านประธานได้ จนทำให้ท่านประธานไล่ฉันออก บอกฉันมาว่าคุณใช้วิธีอะไร?”
ลู่ซินหานโมโหมาก
เธอรู้ว่าขาของต่งเซิงนั้นหายดีแล้ว ใกล้จะยิ่งใหญ่อีกครั้งแล้ว แต่ในตอนนี้เธอกลับถูกไล่ออก ลาภยศเงินทอง และฐานะคุณนายตระกูลต่ง ก็ลอยผ่านเธอไป
ไม่มีทางให้อภัยได้
จะต้องเป็นเพราะหมอนี่ทำอะไรสักอย่างแน่
จะต้องเป็นเพราะว่าหมอนี่ใช้วิธีอะไรบางอย่าง เกลี้ยกล่อมท่านประธานแน่นอน ชั่วช้าสิ้นดี
“น่าเบื่อ”
ฉินเฟิงมองๆ เธอ แล้วก็ไม่สนใจ ก็เป็นแค่ลูกน้องของต่งเซิง เป็นผู้หญิงที่จะถูกไล่ออกตอนไหนก็ได้