เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 553ติงป่าวซาน “ใจกูก็สลายเหมือนกัน!”
ก็คือฉีหยุนนั่นเอง
ที่ตระกูลเติ้ง อาจจะมียอดฝีมือของตระกูลซือหม่า ฉีหยุนสู้ได้ แต่อาจจะปกปิดร่องรอยตนเองไม่ได้ พอถึงตอนนั้นถ้าแหวกหญ้าให้งูตื่นก็จะลำบาก ดังนั้นครั้งนี้ ฉีหยุนก็เลยถูกฉินเฟิงส่งตัวเข้ามาแอบแฝงด้วย
ครั้งนี้ ทั้งตระกูลเติ้งวุ่นวายกันไปหมด
ไม่มีใครสังเกตฉีหยุน
เป็นโอกาสของฉินเฟิงพอดี
พอหลังจากแอบเข้ามาในเขตบ้านของตระกูลเติ้งได้แล้วนั้น เขตบ้านกว้างใหญ่มาก พวกนักฆ่าและพวกจิ๊กโก๋ก็ไม่มีใครควบคุมดูแล ไปปล้นแย่งชิงเงินกัน ตอนนี้การโจมตีก็เลยไม่ได้รุนแรงแล้ว
และหลังจากนั้น15นาที ฉีหยุนก็ออกมา
มายังข้างๆ ฉินเฟิง แล้วรายงานว่า “นายพลครับ ด้านในมีคนของตระกูลซือหม่า มีคนแก่หนึ่งคน คนหนึ่งหนึ่งคน คนแก่น่าจะอายุประมาณ80แล้ว แก่มาก แต่ก็แข็งแกร่งมาก เป็นยอดฝีมือชั้นเจ็ด ส่วนคนหนุ่ม อายุ20กว่าๆ พูดจาไม่ธรรมดา ท่าทางนิ่งมั่นคง แต่ในสายตามีความเย่อหยิ่ง เหมือนว่าจะมีฐานะสูงส่ง”
“คนแก่นั้น พวกเราไปสืบข้อมูลเอาได้ เป็นผู้น้ำตระกูลซือหม่าในตอนนี้คือฝั่งสายเลือดของซือหม่าเจียฉื้อ ถือว่าเป็นผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งมากในตระกูลซือหม่า แต่ว่าตอนนี้มาปกป้องคนหนุ่มคนนั้น ส่วนคนหนุ่มคนนั้น พวกเรากลับหาข้อมูลไม่ได้ ลูกหลานในตระกูลซือหม่าพวกเราหาข้อมูลมาหมดแล้ว ไม่มีคนคนนั้นอยู่ ซือหม่าเจียฉื้อมีลูกชายแค่สองคน ลูกชายคนโตของเขาตายที่หนานโจว คนรองเพิ่งอายุ7ขวบ ไม่ตรงกัน”
“แต่ว่า ผมยังได้ยินคนที่แก่เรียกคนหนุ่มว่า นายน้อย ด้วยครับ”
ฉีหยุนก็เล่าเรื่องที่ได้ยินออกมาอีกครั้ง
“นายน้อยงั้นหรือ? มีเพียงลูกชายของซือหม่าเจียฉื้อเท่านั้น ถึงจะควรได้เป็นนายน้อย ถึงแม้จะตายไปแล้ว1คน เหลืออีกคนก็ยังเด็กอยู่ แต่บางทีซือหม่าเจียฉื้ออาจจะมีอะไรหลบซ่อนไว้ เช่นลูกชายที่ลักลอบให้กำเนิดออกมา ซือหม่าเฉินเคยบอกไว้ ว่าคนสืบทอดของตระกูลซือหม่าได้ตายไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงคนเดียว แต่ซือหม่าเจียฉื้อไม่ยอม คงจะต้องทำอะไรบางอย่างแน่!”
ฉินเฟิงครุ่นคิด แล้วก็พูดออกมาเบาๆ
ถ้าซือหม่าเจียฉื้อไม่มีลูกชายมาสืบทอด อย่างนั้นสายเลือดฝั่งของเขาก็จะต้องตกต่ำ
ดังนั้น ซือหม่าเจียฉื้อก็เลยไปเอาตัวลูกชายที่ลักลอบให้กำเนิดกลับเข้ามา
เพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้สืบทอดของตระกูลซือหม่า
ส่วนจะใช่หรือไม่นั้น ก็ต้องสืบหากันต่อไป
แต่ว่า ฉินเฟิงก็เปิดหน้ากากออก เผยให้ใบหน้าของเขา “ข่าวคราวเราก็ได้รวบรวมแล้ว ความวุ่นวายนี้ก็ควรจะจบลงได้แล้ว ถ้าจะให้สองคนนี้ถูกเปิดเผยตัวตน บางทีตระกูลซือหม่าอาจจะตัดสองคนนี้ทิ้งเสียเลยก็ได้”
นี่คือเบาะแสเดียวที่มี
ไม่อาจจะให้สองคนนี้ถูกเปิดโปงได้
ดังนั้น ฉินเฟิงก็เลยออกมาจากการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่นานก็มาถึงที่ตระกูลติง
ใช่
ตระกูลติง
ฉินเฟิงเข้าไปทางประตูหลัก โดยไม่ต้องหลบซ่อน ให้สายสืบที่หลบซ่อนอยู่บริเวณใกล้ๆ ตระกูลติงได้เห็น ส่วนบอดี้การ์ดที่หน้าประตูก็เห็นแล้วว่าฉินเฟิงเข้ามา เลยตะโกนว่า “ฉินเทียน ฉินเทียนมันบุกเข้ามาแล้ว!”
ฉินเทียนบุกเข้ามาแล้ว
ตอนนี้ฉินเฟิงมีชื่อว่าฉินเทียน
คนที่จัดการติงเจ๋อจนพิการ
“มารนหาที่ตาย”
ที่ประตู มีแม่ทัพของตระกูลติงคนหนึ่ง มีชื่อว่า MK เขาเป็นทหารรับจ้างนานาชาติที่ปลดประจำการแล้ว ท่าทางเอาเรื่อง สายตาเผยเป็นเส้นเลือดแดงก่ำ มองมาทางฉินเฟิง “มึงกล้านักนะ พวกกูกำลังหาตัวมึงอยู่พอดี ไม่คิดว่ามึงจะบุกเข้ามาเอง รนหาที่………..”
แต่ว่า
เพิ่งได้พูดถึงตรงนี้ ก็ตายเสียแล้ว
เพราะว่า ไม่รู้ว่าฉินเฟิงเข้ามาบีบคอของเขาตอนไหน แล้วก็ออกแรงบีบ เสียงดังแคร็ก จากนั้นMKก็ร่วงลงพื้นด้วยสีหน้าตายตาไม่หลับ
เขายังไม่ทันพูดจบเลย
ก็ตายเสียแล้ว
“หนวกหู”
ฉินเฟิงพูดออกมาแค่สองคำ
เสียงดังมาก
ดังนั้นก็เลย ฆ่ามึงทิ้งเสีย!
“พวกมึงล่ะ?”
จากนั้น ฉินเฟิงก็ใช้สายตาที่เยือกเย็น กวาดมองไปยังบอดี้การ์ดที่เหลือ
ถึงแม้บอดี้การ์ดพวกนั้นจะเป็นงานดี แต่พวกเขาก็ตกใจกับสิ่งที่ได้เห็นเหมือนกัน MKคนนั้นเป็นทหารรับจ้างปลดประจำการที่แข็งแกร่งไม่น้อย แต่ว่าตอนนี้ กลับถูกจัดการไปแล้ว
ยังไม่ทันได้ดิ้นรนอะไรเลยแม้แต่น้อย
จะให้พวกเขาบุกเข้าไปงั้นหรือ?
จะตายเร็วเปล่าๆ
ทันใดนั้น ก็เลยไม่มีใครขยับตัว ไม่กล้าขยับตัว ฉินเฟิงก็เลยเดินผ่านคนมากมายที่ล้อมอยู่ แล้วก็เข้าไปใน
พวกเขาเป็นบอดี้การ์ดก็ถูกต้องแล้ว ได้รับเงินมา ก็ต้องทำงานให้
แต่ว่า คนคนนี้
ต่อให้พวกเขาบุกเข้าไปก็ไร้ประโยชน์
และท่าทางของคนคนนี้ ทำให้พวกเขาไม่กล้าขยับตัวบุกเข้าไปเลย
น่ากลัวมาก
และพอฉินเฟิงเข้าไป ก็เดินไปยังห้องที่ใหญ่ที่สุด แต่ว่า ก็ได้เจอกับคนคนหนึ่งพอดี เป็นคนที่เรียกได้ว่าคุ้นเคยกันดี และก็ไม่คุ้นเคยกันดี นั่นก็คือต่งซินหยวน
ต่งซินหยวนคือคนที่เป็นหมอในตอนนั้น
พอเห็นฉินเฟิง ต่งซินหยวนก็ตาโตทันที แล้วก็รีบวิ่งเข้ามาจับมือของฉินเฟิงไว้ จากนั้นก็พูดน้ำตานองหน้า “หมอเทวดาครับ ครั้งก่อนผมต้องขอโทษคุณด้วยนะ เจ้านายผมก็ด่าดุผมรุนแรงมาก แถมยังไล่ผมออกมาด้วย ต้องขอโทษจริงๆ นะครับ”
ต่งซินหยวนรีบขอโทษอย่างเดียว ในขณะเดียวกันก็ยังถูกอีกว่า “อ่อแล้วก็ ผู้นำตระกูลติง ติงป่าวซานตามหาตัวคุณตลอดเวลา ลูกชายของเขาถูกคนทำร้ายจนพิการ ตอนนี้ต้องการให้ช่วยรักษา กำลังตามหาหมอเทวดาอย่างคุณพอดี”
ถูกคนทำให้พิการ
ผมรู้ดี
ก็ผมเป็นคนทำเอง
ฉินเฟิงพยักหน้า จากนั้นต่งซินหยวนก็ลากฉินเฟิงเข้าไป ดึงตัวไปด้วยโทรหาติงป่าวซานไปด้วย “ฮัลโหล ท่านผู้นำตระกูลติงครับ ผมเจอหมอเทวดาที่สามารถรักษาลูกชายคุณได้แล้วครับ เดี๋ยวผมจะรีบพาไปเดี๋ยวนี้เลย”
“ดี”
ทางฝั่งติงป่าวซาน ก็รู้สึกดีใจเป็นพิเศษ เขารู้ว่าฉินเทียนบุกเข้ามาแล้ว ดังนั้นก็เลยขมวดคิ้วเคร่งเครียด เขาเดาได้ว่าหมอนี่จะต้องบุกฆ่าเข้ามาแน่นอน เหมือนกับข่าวที่คนนั้นรายงานมา
ดังนั้นเขาก็ได้เตรียมวางแผนไว้ที่นี่
วางแผนไว้หลายชั้น มั่นใจว่าฉินเทียนคนนั้นฝ่าออกมาไม่ได้แน่
แต่ตอนนี้ ก็มีเรื่องดีเข้ามาอีก หาหมอเทวดาคนนั้นเจอแล้ว ก็เลยรีบสั่งการลงไปว่า “ถ้าเห็นคนที่หมอต่งพามา ให้เปิดทางได้เลย ไม่ต้องขวางไว้”
เขาจะต้องต้อนรับหมอเทวดาคนนี้ให้ดีๆ หน่อย ถึงจะยอมช่วยลูกชายเขา
แต่ว่าเขาไม่รู้เลยว่าคำสั่งของเขานี้ ทำให้เหล่าลูกน้องปวดหัวมาก
“เอ่อ คนคนนั้นคือฉินเทียนใช่ไหม คนที่พวกเราตามจับตัว”
ระหว่าง คนที่ทำหน้าที่ซ่อนตัวไว้ก็ชี้ไปยังฉินเฟิง แล้วก็พูดกับคนข้างๆ
“ฉินเทียนอะไรที่ไหนกัน นี่คือหมอเทวดาที่หมอต่งพามา มึงรู้ไหม นายท่านได้สั่งการลงมาแล้ว ให้พวกเราเปิดทางให้ ถ้าไปทำร้ายหมอเทวดาคนนั้น นายท่านต้องฆ่ามึงแน่”
อีกคนก็ตวาดออกมา
นายท่านบอกไว้แล้ว ว่าคนที่หมอต่งพามา ให้เปิดทางผ่านได้
ดังนั้น ฉินเฟิงก็เลยผ่านกับดักที่เตรียมไว้หลายชั้นไปได้ และเดินเข้าไปอย่างสบายๆ สุดท้ายก็คือขึ้นตึกไป บนตึกก็มีนักฆ่าซุ่มอยู่ทุกชั้น
อาวุธครบมือ
น่าเกรงขามมาก
แต่ว่า ฉินเฟิงก็เดินขึ้นไปเสียอย่างนั้น ไม่มีใครขวางไว้ เพราะนายท่านได้สั่งการไว้แล้ว
สุดท้าย ก็มาถึงชั้นบนสุด ติงป่าวซานออกมาต้อนรับเอง แต่พอได้เห็นฉินเฟิง เขาก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที แล้วก็มองไปยังต่งซินหยวน “หมอ….หมอเทวดา…..งั้นหรือ?”
“คนนี้แหละครับ”
ต่งซินหยวนไม่เข้าใจว่าทำไมติงป่าวซานถึงมีสีหน้าแบบนี้ แต่ก็ยังชี้ไปยังฉินเฟิงอยู่
“มันเป็น…..หมอเทวดางั้นหรือ?”
ติงป่าวซานอึ้งนิ่งไปเลย
ส่วนฉินเฟิงก็ยืนไพล่หลัง เงยๆ หน้าพูดว่า “ทำไม ไม่เหมือนหรือไง? พวกมึงไม่ได้ตามหา คนที่คิ้วคมเข้มเหมือนใบดาบ ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มหรือไง ไม่เหมือนกันหรือไง?”
ติงป่าวซาน “……”
ใจกูแตกสลายไปเลยจริงๆ