เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 540 “ใจสลายหมดแล้ว!”
“ถือว่าพวกมึงแน่มาก”
สวีเจี๋ยก็สีหน้าของบึ้งจนน่ากลัวแล้วก็ออกไป เขาไม่เคยขายหน้าแบบนี้มาก่อน
ที่สำคัญคือ ขายหน้าไม่พอยังถูกโจ้วหล้างเหยียบย่ำอีก
ทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก
กลับมาถูกคนที่ไม่ถูกกันเหยียบย่ำเสียได้
และพอกลุ่มคนออกไปกันหมดแล้ว โจ้วหล้างก็เข้ามากระแทกไหล่ใส่ฉินเฟิง ใบหน้ายิ้มแย้ม “แน่มากเลยนะเนี่ย ร้ายไม่เบา ถ้าวันนี้ไม่ได้คุณล่ะก็ ผมคงถูกสวีเจี๋ยเหยัยบย่ำจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว แต่ว่า สีหน้าของสวีเจี๋ยเมื่อครู่นี้อึมครึมไม่เป็นท่าเลย ผมสะใจมากเลย ผมไม่เคยสะใจแบบนี้มาก่อน เหยียบสวีเจี๋ยให้แน่นิ่ง”
“ต้องขอบคุณคุณมากจริงๆ ไป ไปดื่มกันหน่อย”
โจ้วหล้างลากฉินเฟิงมายังบาร์เหล้าอย่างดีใจ จากนั้นก็สั่งเหล้า “เอาคอกเทลที่แพงที่สุดมาสองแก้ว พวกเราจะฉลองกันหน่อย”
“ได้ครับ”
นักชงเหล้าก็ดีใจ มีเศรษฐีมากันสองคน จากนั้นเขาก็ตั้งใจเขย่าคอกเทล ไม่นานเขาก็ยื่นคอกเทลมาให้สองแก้ว “ทั้งสองท่านครับ นี่คือเมนูพิเศษของทางร้าน ชื่อว่าBourgeois Pig ถึงแม้จะชื่อแปลกๆ แต่มันคุ้มค่ามาก แก้วละ500ครับ ถ้าไม่ถูกใจ ยินดีให้มาหาเรื่องพวกเราได้เลยครับ”
นักชงเหล้ามั่นใจมาก
“Bourgeois Pig ผมเคยดื่ม ไม่เลวเหมือนกัน”
โจ้วหล้างก็กระแทกๆ หัวไหล่ฉินเฟิง แล้วแนะนำว่า “Bourgeois Pig ใช้เหล้าMartinyจากเห็ดTruffle เหล้าdry vermouth กลิ่นเบคอน โรสแมรี่รสขมผสมกัน แล้วก็ประดับด้านบนด้วยเห็ดTruffle เหล้านี้ ผมไม่ค่อยได้ดื่ม วันนี้ผมเลี้ยงแล้วกัน ดื่มตามสบายเลยครับ จะดื่มกี่แก้วก็ได้”
โจ้วหล้างใจใหญ่มาก
แก้วละ500
แต่แก้วหนึ่งก็แค่อึกสองอึกเท่านั้น
เขาให้ฉินเฟิงดื่มได้ตามสบาย วันนี้เขาเลี้ยง
“อ่อ พี่ชายท่านี้ บอกมาเลยครับ ว่ามาหาผมมีเรื่องอะไร จะยืมเงิน หรือว่าเส้นสาย พี่ชายผมเป็นประธานของตึกเทียนฮัว มีเส้นสายมากมาย คุณมีเรื่องอะไร ผมช่วยจัดการได้หมด”
โจ้วหล้างกระดกเหล้าไป แล้วพูดไปด้วย
โจ้วหล้างรู้ว่า คงไม่ได้มายายืมเงินหรอก คนคนนี้มีความสามารถขนาดนี้ ไปเปิดบ่อนหาเงินที่ไหนก็ได้ จะขาดเงินได้อย่างไร? คงจะเป็นเพราะต้องการเส้นสายมากกว่า
แต่ เรื่องเส้นสาย เขาก็ไม่กลัว ตึกเทียนฮัวเป็นคลับระดับสูง ไม่ขาดเรื่องเส้นสายพวกนี้หรอก
ฉินเฟิงก็ดื่มไปหนึ่งอึก แล้วพูดในใจว่า ได้พูดเรื่องสำคัญสักที ต้อจากนี้ ก็ต้องอาศัยท่าทีของเขาแล้วล่ะ ดังนั้น ก็เลยวางแก้วเหล้าลง แล้วก็พูดเบาๆ “ผมอยากร่วมือกับพี่ชายคุณสักหน่อย แต่ว่าผมไม่มีช่องทางต่อพี่ชายคุณ”
“ร่วมมือเรื่องอะไรครับ?”
โจ้วหล้างขมวดคิ้วพูด
“ล้มตระกูลติง” ฉินเฟิงกล่าว
“ตระกูลติงงั้นหรือ?”
โจ้วหล้างขมวดคิ้ว “ตระกูลติงไหนครับ? บริษัทเล็กหรือครับ?”
“บริษัทติงซื่อกรุ๊ปของตระกูลติง แล้วก็ ผมมีชื่อว่า ฉินเทียน” ฉินเฟิงค่อยๆ พูด
เขาเปิดหมดเปลือก
เขาชื่อฉินเทียน
“ฉินเทียน คุณคือคนที่บริษัทติงซื่อกรุ๊ปกำลังตามตัวใช่ไหม? ให้ตายเถอะ คุณก็คือคนที่ทำให้คุณชายตระกูลติงพิการท่อนล่างคนนั้นใช่ไหม? พระเจ้า คุณมาหาผม จะมีประโยชน์อะไร ผมเป็นแค่คนในตระกูลเล็กๆ เท่านั้นเอง ในตระกูลก็มีทรัพย์สินแค่ไม่กี่ล้าน อย่างมากก็หลายสิบล้าน แต่ไปสู้กับบริษัทติงซื่อกรุ๊ป เหมือนเอาไข่ไปกระแทกหินนะ”
โจ้วหล้าง เสียอาการ
นึกว่าเรื่องอะไรกัน
ไปสู้กับบริษัทติงซื่อกรุ๊ป พูดเล่นหรือเปล่า นั่นมันใหญ่โตขนาดนั้น ให้เขาไป ก็เท่ากับไปตายหรือไง?
หรือไปถวายหัว?
“ผมไม่ได้มาหาคุณ แต่เป็นพี่ชายคุณ”
ฉินเฟิงพูดนิ่งๆ “พี่ชายของคุณ ดูไปแล้วเหมือนจะเป็นแค่ประธานของตึกเทียนฮัว แต่ว่า ผมพบว่า มันไม่ใช่ง่ายๆ แบบนั้น เบื้องหลังเขายังมีคนอื่น ผมแค่อยากไปหาพี่ชายคุณ แล้วร่วมมือกัน ผมสามารถช่วยเขาล้มล้างตระกูลติงได้ ตอนนี้ตระกูลติงกำลังตามจับผมอยู่ในเมือง ผมเข้าไปไม่ได้”
“เบื้องหลังอะไรกัน พี่ชายผมเป็นแค่นักเรียนที่จบมาจากต่างประเทศเท่านั้น แล้วก็ไปสมัครเป็นประธาน ไม่ได้ซับซ้อนแบบคุณว่าหรอก ส่วนจะติดต่อกับคนที่อยู่เบื้องหลัง นั่นก็เป็นคนต่างชาติ ช่วยคุณไม่ได้หรอก”
โจ้วหล้างขมวดๆ คิ้ว
“ถ้าอย่างนั้น รบกวนให้ผมเจอกับประธานโจ้วสักครั้งได้ไหม” ฉินเฟิงถาม
“ผมบอกไปหมดแล้ว พี่ชายผมแค่สมัครเข้ามาเท่านั้น ไม่ได้ซับซ้อนเหมือนที่คุณบอก คนเบื้องหลังของตึกเทียนฮัว ไม่มายุ่งเรื่องของคุณหรอก คุณวางใจเถอะ เรื่องนี้ผมก็รับน้ำใจคุณไว้ก็แล้วกัน ครั้งนี้ผมค่อยชดใช้ เรื่องอื่นผมช่วยคุณไม่ได้ น้องคิดเงิน”
โจ้วหล้างยกมือ แล้วก็เรียกนักชงเหล้าเข้ามา
หลังจากจ่ายเงินแล้ว โจ้วหล้างก็เอามือมาจับไหล่ฉินเฟิง “เอ่อ พอดีว่าผมยังมีธุระ ขอตัวก่อนแล้วกัน”
“อืม”
ฉินเฟิงพยักหน้า แล้วก็ค่อยๆ ดื่มเหล้าในมือ
ค่อยๆ จิบไปทีละนิด
รสชาติไม่เลวเหมือนกัน
แต่ว่า ฉินเฟิงก็เคาะแก้วเบาๆ ในผับแห่งนี้ ก็มีคนหนึ่งเดินออกไป เป็นองครักษ์หมาป่าคนหนึ่ง หน้าที่ในครั้งนี้ ก็คือติดตามโจ้วหล้างไป
“ยังเด็กเกินไป ยังแสดงละครไม่เก่ง”
ฉินเฟิงก็จิบเหล้าไปอีกจิบหนึ่ง
ยังเด็กเกินไป
โจ้วหล้างอยากจะแสดงสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด แต่ว่า ต่อหน้าของฉินเฟิง มันดูชัดเจนว่ายังอ่อนหัด โดยเฉพาะตอนที่ฉินเฟิงพูดว่าสืบหาเบื้องหลังของประธานโจ้วได้ น้ำเสียงของโจ้วหล้างก็เพิ่มเร็วขึ้น มือก็ขยับอย่างร้อนรน สายตาก็ไม่กล้าจ้องมองฉินเฟิง
แต่ว่า จุดบกพร่องที่สุดก็คือ
ที่เขารีบกลับออกไปอย่างรีบร้อน
ราวกับว่ากลัวว่าตนเองจะพูดอะไรมากเกินไป กลัวตนเองจะเผยอะไรออกมา ดังนั้นก็เลยรีบออกไป
โดยไม่รู้ เพิ่งเผยอะไรออกมาแล้ว
จากตัวของโจ้วหล้าง ฉินเฟิงก็สรุปได้ว่า โจ้วเหวินหัวคนนี้มีอะไรผิดปกติแน่ ถ้าไม่ใช่คนของตระกูลซือหม่า ก็น่าจะเป็นลูกน้องของตระกูลซือหม่า
แต่ว่า ตอนนี้ยังมีอีกเรื่อง
คือโจ้วเหวินหัวอยู่ที่ไหน?
ฉินเฟิงคิดจะให้องครักษ์หมาป่าออกไปสืบดู แต่ว่าเมืองเปียนไห่ไม่เหมือนกับเมืองเจียงเฉิง กว้างกว่ามาก ใหญ่และมีอิทธิพลซับซ้อนมากมาย สืบไม่ได้ง่ายๆ
ดังนั้นจนสุดท้าย ก็ไม่รู้ที่อยู่ของโจ้วเหวินหัว
ติ๊งๆๆ
ฉินเฟิงเคาะแก้วเหล้า กำลังรอผลสรุป ตอนนั้นเองก็มีผู้หญิงไม่น้อยเขามาคุยด้วย ผู้หญิงมากมายรู้จักเขาผ่านการแข่งกันเล่นไพ่เมื่อครู่นี้ ก็เลยอยากจะเข้ามาคุยเสียหน่อย
แต่ว่า เวลานี้ ฉินเฟิงกำลังเย็นชาอย่างมาก
คนแปลกหน้าอย่าเข้าใกล้
ไม่มีใครชวนคุยได้สำเร็จ
“คนคนนี้ มาดเท่มากเลย หล่อมากด้วย ฉันอยากเข้าไปคุยด้วยเสียหน่อย” หญิงกระโปรงแดงคนหนึ่งพูดขึ้นมา
“ชวนคุยน่ะหรือ อย่าเลย”
“พวกเราเข้าไปคุยแล้ว ไม่ได้ผล คนคนนี้ถือตัว แต่ว่าก็หล่อเหมือนกันนะ”
ผู้หญิงคนอื่นๆ ก็ซุบซิบกัน ล้วนสนใจในตัวฉินเฟิงมาก
แต่ว่า ฉินเฟิงไม่ได้สนใจพวกเธอ
เขายังรอต่อไป
และในตอนนี้เอง องครักษ์หมาป่าคนหนึ่งก็เข้ามา แล้วพูดข้างฉินเฟิงว่า “โจ้วหล้างกลับบ้านแล้วครับ พอถึงบ้านก็ปิดประตูปิดหน้าต่างหมดเลย กลัวคนจะเห็นเขาด้านใน แล้วก็ เหมือนจะโทรศัพท์ออกไปนะครับ