เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 535 ออก4 5 6 แต้มสูงกว่าคุณ
“สะใจจริงๆ ”
สวีเจี๋ยชนะได้เงินมา แล้วเยาะเย้ยโจ้วหล้าง ก็มีความสุข แขนก็กอดสาวเชียร์เบียร์ที่แต่งตัวเซ็กซี่อยู่ เขาเป็นคุณชายของตระกูล มีเงินไม่น้อย
แต่ว่า เอาชนะโจ้วหล้างได้ เขาดีใจมาก
คนนี้ไม่ถูกกันจริงๆ
อยู่เหนือโจ้วหล้างได้มาหลายวัน ทำให้เขารู้สึกสบายใจและสะใจมาก มีความสุขมาก
แต่ว่า ในตอนนี้เอง โจ้วหล้างก็มาตรงหน้าเขา แล้วพูดว่า “มาพนันกันต่อ ผมไม่เชื่อหรอกว่าวันนี้จะเอาชนะคุณไม่ได้”
“ได้เลย”
พอเห็นว่าโจ้วหล้างเขามา สวีเจี๋ยที่กำลังดีใจอยู่ ก็ดีใจมากขึ้นไปอีก และครั้งนี้สวีเจี๋ยก็พูดกับผู้หญิงข้างๆ ว่า “เจสสิก้า ไปเรียกพี่ๆ น้องๆ ของคุณมา ผมอยากจะให้ผู้หญิงทั้งวิลล่าชิวเถียนได้เห็นโจ้วหล้างแพ้”
“OKค่ะ”
เจสสิก้าก็เดินก้นบิดออกไป
และสวีเจี๋ยก็เอียงคอมองโจ้วหล้าง แล้วก็พูดในเชิงท้าทายว่า “ครั้งนี้ ไม่ใช่การแข่งขันกันระหว่างเราสองคนแล้วนะ ผู้หญิงของทั้งวิลล่าชิวเถียนจะมาดูด้วย ถ้าคุณแพ้ไปอีกสักหลายสิบรอบ อนาคตก็ไม่ต้องมาหาผู้หญิงที่นี่แล้ว”
ใช่แล้ว
เขาคิดหาวิธีทำให้โจ้วหล้างขายหน้าได้อีกแล้ว
ทุกคนรู้กันดี ว่าผู้ชายจะรักศักดิ์ศรีมาก เวลาอยู่ต่อหน้าผู้หญิง ถ้าโจ้วหล้างแพ้อีกหลายสิบรอบ แถมยังแพ้ต่อหน้าผู้หญิงมากมายด้วยล่ะก็ ศักดิ์ศรีของโจ้วหล้างก็คงจะไม่เหลือเลย
โจ้วหล้างเริ่มใจคอไม่ค่อยดี
เรียกผู้หญิงมากมายมาแบบนี้ด้วย
ถ้าแพ้จะทำไง
แต่ว่า เขามองไปทางฉินเฟิง ฉินเฟิงก็พยักหน้าให้ ทีนี้ เขาก็มั่นใจขึ้นมาบ้างแล้ว
“แพ้งั้นหรือ ครั้งนี้ ผมไม่แพ้แล้วล่ะ”
โจ้วหล้างเอามือตบโต๊ะ
“เหอะ หลายวันก่อนคุณก็พูดแบบนี้ แต่สุดท้ายก็เป็นไงล่ะ แพ้ไม่เป็นท่า ไม่รู้ว่าวันนี้คุณไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงคิดจะพนันกับผมอีก” สวีเจี๋ยพูดสีหน้าอมยิ้มๆ
“ความมั่นใจที่จะเอาชนะคุณไงล่ะ”
“ไร้เดียงสา”
ทั้งสองคนขาดแค่ไม่ได้ใช้อาวุธสู้กัน แต่ในอากาศนี่เต็มไปด้วยไฟสงคราม
ไม่นาน ผู้หญิงจำนวนมากก็เข้ามา บ้างก็เป็นพนักงานของวิลล่าชิวเถียน เช่นสาวเชียร์เบียร์ บ้างก็เป็นพวกลูกค้า ได้ยินว่าจะมีการแข่งขันพนันกัน ก็เลยรีบเข้ามาดู
จากนั้นก็นั่งล้อมกันไว้
อย่างน้อยก็เป็นร้อยคน
สวีเจี๋ยมองไป แล้วก็ยิ้มออกมา “โจ้วหล้าง ที่นี่ไม่ได้มีแต่ผู้หญิงอย่างเจสสิก้านะ มีลูกค้าสาวๆ คนอื่นด้วยนะ ครั้งนี้คุณแย่แน่ ถ้าแพ้ ชื่อของคุณก็จะดังไปทั่วทั้งเปียนไห่ มาเจสสิก้า มาจุ๊บหน่อยซิ”
เขาก็จูบเจสสิก้าคนนั้นไปหนึ่งที
มีความสุขมาก
เขาแค่ให้เจสสิก้าไปตามเพื่อนร่วมงานมาเท่านั้น อย่างมากก็10กว่าคน แต่คิดไม่ถึงว่าเจสสิก้าจะเก่งแบบนี้ อาศัยว่าจะมีการแข่งขันพนันกัน ดึงดูดผู้หญิงมาได้มากมายแบบนี้
อย่างนั้นการแข่งขันครั้งนี้ ก็จะได้ผลมากขึ้นเยอะเลย
แถมยังไม่ได้เยอะธรรมดาๆ ด้วย
“คิดว่าผมกลัวคุณหรือไง?”
โจ้วหล้างพูดไปเสียงเย็นๆ
จริงๆ แล้ว เขาก็ใจคอไม่ดี เขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่ามันจะเป็นแบบนี้ ถ้าแพ้ แล้วชื่อของตนเองแพร่ออกไป ต่อให้เมื่อครู่นี้ฉินเฟิงพยักหน้าให้เขา ก็ไม่สามารถบรรเทาแรงกดดันลงได้
แต่ว่าตอนนี้ก็ถอยไม่ได้แล้ว
ถ้าถอยตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ชื่อเสียงจะยิ่งแย่กว่าเดิม
ตอนนี้ก็ตามๆ น้ำไปก่อนแล้วกัน สู้ไปสุดใจ
“มาเลย”
โจ้วหล้างพูดด้วยใบหน้าไม่เกรงกลัว
“ได้เลย”
สวีเจี๋ยยิ้ม แล้วก็ผายมือพูดว่า “เอาไพ่สำรับใหม่มา”
แล้วก็มีคนรีบเอามาให้
สวีเจี๋ยคิดอยากจะล้างไพ่ แต่ว่าอยู่ดีๆ โจ้วหล้างก็พูดขึ้นว่า “ไม่ได้ให้คุณล้างไพ่ แบบนี้มันไม่ยุติธรรม ไปหาคนที่ยุติธรรมเข้ามาล้างไพ่”
“……”
สวีเจี๋ยก็อึ้งๆ
เพราะว่ากติกาของพวกเขาคือให้คนชนะล้างไพ่ ดังนั้นตอนที่เขาล้างไพ่ ก็แอบทำตำหนิไว้ ตอนนี้ถูกจับได้แล้ว จะทำอะไรได้ แต่ว่าไม่เป็นไร เขายังมีวิธีอื่นอีก
“ได้ เถ้าแก่ คุณมาล้างไพ่ ได้ไหม?”
สวีเจี๋ยก็กวักมือเรียกผู้ชายข้างใน
“ได้สิ”
ด้านในมีชายวัยกลางคนคนหนึ่ง เป็นเถ้าแก่ของวิลล่าชิวเถียน ถึงแม้เขาจะมีฐานะอยู่ แต่ว่าเขาก็อยากจะมาดูความสนุกเหมือนกัน ก็เลยเข้ามาดู จากนั้นก็หยิบไพ่ขึ้นมาล้าง
“เล่นสูงต่ำอีกใช่ไหม?”
เถ้าแก่มองทั้งสองคน แล้วก็ถาม
“ใช่”
สองคนพยักหน้า
Golden Flower เป็นเกมทั่วไปในสังคม ที่เมืองเปียนไห่ นิยมเล่นเกมนี้มาก
แต่ว่าสองคนนี้เล่นGolden Flowerแบบสองคน
กติกาคือ แต่ละคนจะแจกไพ่3ใบ จากนั้นก็ดูว่าไพ่ใครสูงกว่าใคร ไม่เทียบเลข ไพ่ตองสูงกว่าเสตรทฟลัช เสตรทฟลัชสูงกว่าฟลัช ฟลัชสูงกว่าเสตรท เสตรทสูงกว่าไพ่คู่ ไพ่คู่สูงกว่าใบเดียว
แข่งขันกันประมาณนี้
จากนั้น หนึ่งฝ่ายเป็นคนเสนอเดิมพัน เลือกว่าจะวางเยอะหรือน้อย ไม่จำกัด ต่ำสุด100 ถ้าฝั่งตรงข้ามไม่สู้ล่ะก็ ก็ตัดสินว่ายอมแพ้ แล้วก็หยิบไพ่ขึ้นมาดูได้ แต่แบบนี้ถ้าฝั่งตรงเลือกไม่เปิดไพ่ล่ะก็ ก็จะต้องเสียเงินที่เยอะกว่า
ดังนั้น ปกติแล้ว จะไม่ดูไพ่กันก่อน
ผิดไพ่ไม่ยอมเปิด
เอาให้ตาย
“ไม่รู้ว่าวันนี้คุณไปเอาความกล้ามาจากไหน รอบแรกจะให้คุณได้ลองดูแล้วกัน”
สวีเจี๋ยหยิบออกมา400 วางบนโต๊ะ
เขาวางเดิมพัน400
ถ้าโจ้วหล้างสู้ ก็จะต้องวางเพิ่มอีก400 ถ้าไม่สู้ เขาก็จะต้องเสีย100
ปกติแล้ว สองคนจะไม่เปิดไพ่ โจ้วหล้างก็เลยต้องสู้แน่นอน
แต่ว่า โจ้วหล้างไม่มีเงินขนาดนั้นแล้ว
เขาเหลือแค่300 วางไป100 ก็เหลือแค่200แล้ว
ทันใดนั้น เขาก็เงยหน้าไปมองฉินเฟิง ฉินเฟิงก็ส่งสายตา โจ้วหล้างก็เขาใจทันที แล้วก็เปิดไพ่ออก ผมไม่สู้
เอ๊ะ!
ทันใดนั้น คนรอบๆ ก็ตกใจ ไม่สู้งั้นหรือ?
เปิดไพ่เลยหรือ?
ตนเองไม่รู้ว่าไพ่มีอะไรบ้าง ไม่รู้ของฝั่งตรงข้ามเหมือนกัน ไม่สู้งั้นหรือ?
เล่นอะไรกันเนี่ย?
“น่าสนใจ น่าสนใจ รอบแรกก็ไม่สู้เสียแล้ว น่าสนใจดี”
สวีเจี๋ยปรบมือ สายตาก็ยิ้มๆ
หมอนี่มาเล่นเอาตลกหรือเปล่า
ถึงไม่สู้แบบนี้
ถึงแม้เขาจะรู้ไพ่ของตัวเอง ว่าสูงกว่าอีกฝั่ง แต่ว่าหมอนี่มันไม่สู้ เขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน
“รอบที่สอง”
เถ้าแก่แจกไพ่อีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ โจ้วหล้างได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน โจ้วหล้างเงยหน้ามองฉินเฟิง พอได้สัญญาณ ลงเดิมพันไป100 “เปิด”
เปิดได้ทุกเมื่อ
แต่ว่า คนที่มาที่นี่ได้ ไม่ได้เป็นคนใจเสาะแบบนี้ ปกติจะไม่เปิดเร็วๆ แบบนี้
ถ้าโจ้วหล้างไม่ได้แพ้อนาถแบบนี้ เขาก็คงไม่ทำแบบนี้หรอก
“เปิดเลยหรือ? โจ้วหล้าง คุณไม่มีเงินแล้วหรือเปล่า ฮ่าๆ เปิดเองก่อนเลย น่าขำจริงๆ” สวีเจี๋ยหัวเราะลั่น จากนั้นก็จับไพ่ในมือ “แต่ว่า โทษทีนะ คุณแพ้อีกแล้ว ไพ่3 4 5 เรียง”
สวีเจี๋ยหัวเราะ ไพ่เรียง 3 4 5ถึงแม้จะไม่สูงมาก แต่ก็สูงกว่าปกติเยอะแล้ว
อย่างโจ้วหล้าง สู้ไม่ได้หรอก
จนกระทั่ง โจ้วหล้างเปิดไพ่ออกมา ก็พูดอย่างดีใจมาว่า “4 5 6 สูงกว่าคุณแต้มนึงพอดี”