เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 525 แม่ของเสี่ยวยี่: “หาเวลา แล้วก็จัดการกับเรื่องนี้เสีย!”
- Home
- เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน
- บทที่ 525 แม่ของเสี่ยวยี่: “หาเวลา แล้วก็จัดการกับเรื่องนี้เสีย!”
บนถนน แสงไฟส่องทางยังคงสว่างอยู่ แต่บนถนนไม่ค่อยมีใครเดินทางกันแล้ว
พอมองออกไป ก็มีแค่2คน
แต่ว่า สองคนนี้กลับหยุดอยู่บนถนน เพราะว่าหลิวเสี่ยยี่เจ็บเท้า เธอกำลังนั่งอยู่บนม้าหินตัวหนึ่ง แล้วก็ตรวจดูเท้าของตนเองอย่างหวงแหน บนเท้ามีรอยช้ำ
ก่อนหน้านี้วิ่งเร็วเกินไป ข้อเท้าเลยพลิก
พอเดินก็ปวด
ดังนั้น เธอเลยหยุดอยู่บริเวณนี้
“เอ่อ เอางี้ คุณไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันค่อยๆ เดินกลับไป”
หลิวเสี่ยยี่เงยหน้ามองฉินเฟิง แล้วก็พูดดีๆ ด้วย
แต่ว่า ฉินเฟิงก็หันมามองเธอ จากนั้นก็ย่อตัวลงไป แล้วจับเท้าของหลิวเสี่ยยี่ หลิวเสี่ยยี่ก็ทำตัวไม่ถูก ยังไม่มีใครจับเท้าของเธอ นอกเจ้าพ่อของเอเลย แต่ว่าฉินเฟิงก็พูดว่า “อย่าขยับ”
สองคำนี้เหมือนมีพลังบางอย่าง ทำให้เธอไม่ขยับไปเสียจริงๆ
จากนั้น ฉินเฟิงก็ถอดรองเท้าของเธอออก ด้านในเป็นถุงเท้าลายหมูน้อย ทันใดนั้นฉินเฟิงก็เงยหน้าขึ้นไป หลิวเสี่ยยี่ก็หน้าแดงก่ำ “ไอหย๋า ก็ฉันชอบหมูน้อยไง น่ารักดีออก คุณว่าไหม?”
“คิดว่า คิดว่า ก็น่ารักดี น่ารักดี”
ฉินเฟิงยิ้ม
คืนนี้เขาถูกผู้หญิงคนนี้ทำให้ซาบซึ้งใจเสียแล้ว เดิมทีนั้นเขาไม่ได้สนใจหลิวเสี่ยยี่ แต่ตอนที่หลิวเสี่ยยี่ยอมเอาตัวเองเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนกับติงเจ๋อแล้วนั้น
เขาก็ซาบซึ้ง
ยัยบื้อคนนี้ บื้อจนน่ารักดี
ทำให้เขาอดเป็นห่วงไม่ได้ ดังนั้นก็เลยยอมฟังที่หลิวเสี่ยยี่พูด
“เห็นไหมล่ะ หมูน้อยน่ารักจะตาย จอร์ช หมูเปปป้า…..งุ้ย….”
เดิมทีหลิวเสี่ยยี่ยังพูดอะไรเล่นอยู่ แต่ว่าทันใดนั้น เธอก็ร้องออกมา แถมยังไม่ใช่เสียงร้องปกติ แต่เป็นเสียงร้องแบบสยิวๆ ทำให้หลิวเสี่ยยี่รีบเอามือปิดปากทันที แล้วก็หน้าแดง
พอก้มหน้าลงไปมอง ก็เห็นว่าฉินเฟิงกำลังนวดเท้าให้เธอ “เอ่อ…….เมื่อครู่ฉัน……เอ่อ……”
เธออยากจะร้องไห้
เธอไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี ถึงขั้นไม่รู้ว่าเมื่อครู่นี้เธอร้องออกมาทำไม
“เรื่องปกติ ผมนวดเท้าให้คุณ แล้วก็กดจุดชีพจรให้คุณ ดังนั้นคุณก็เลยร้องออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ วางใจเถอะ เดี๋ยวผมจะเบามือหน่อย” ฉินเฟิงเงยหน้าพูด
“อ่อๆ ”
หลิวเสี่ยยี่พยักหน้า ความร็สึกเมื่อครู่นี้ยังมีอยู่ แต่ว่าเบาลงมาก แถมยังรู้สึกอุ้นๆ ที่เท้าด้วย
ผ่านไปสักพัก ฉินเฟิงก็พูดว่า “ตอนนี้ยังเจ็บอีกไหม?”
หลิวเสี่ยยี่ออกแรงลุกขึ้นยืน แล้วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยพูดว่า “ดีกว่าก่อนหน้านี้เยอะแล้ว แต่ว่ายังเจ็บๆอยู่ แต่ว่าเดินแบบช้าๆ ได้แล้ว เอางี้ คุณไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันค่อยๆ ตามไปดีไหม?”
“คุณค่อยๆ เดินกลับไป พ่อแม่ไม่เป็นห่วงหรือไง?”
ฉินเฟิงถามกลับ
“เอ่อ……”
หลิวเสี่ยยี่อึ้งไป นั่นสิ เวลานี้คงจะเป็นห่วงกันแย่แล้ว
จากนั้น เธอก็รู้สึกว่าภาพสั่นไหว สายตาสับสนไป จากนั้นเธอก็มาอยู่ในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นแล้ว แถมยังมีกลิ่นอายของความเป็นชายโชยเข้ามา พอเงยหน้ามอง ก็เป็นใบหน้าของฉินเฟิง
เธอถูกฉินเฟิงอุ้มขึ้นมาแล้ว
“ที่นี่หารถไปไม่ได้ กว่าคุณจะกลับไป เกรงว่าพรุ่งนี้คงถึง ดังนั้นก็เสียมารยาทแล้วนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
หลิวเสี่ยยี่อยู่ในอ้อมอกของฉินเฟิง ใบหน้าแดงก่ำ เสียงก็เล็กลงทันทีเธอเพิ่งเคยถูกผู้ชายอุ้มครั้งแรก ความรู้สึกนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน แต่ว่า เธอก็นึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง
เมื่อผู้หญิงถูกผู้ชายอุ้ม จะต้องกอดคอผู้ชายไว้
ดังนั้น หลิวเสี่ยยี่ก็ลังเลครู่หนึ่ง แล้วก็ยื่นมือออกไปกอดคอของฉินเฟิงไว้ แต่ว่าไม่กล้ามองฉินเฟิง เอาหน้าซุกอยู่ในอกของฉินเฟิง แล้วก็พูดเสียงเล็กๆ “เดี๋ยวฉันช่วยผ่อนแรงให้”
แล้วหัวใจ ก็เต้นตึกตักๆ เต้นแรงไม่หยุด
ระยะทางมันไกลมาก
เดินไปเต็มๆ 1ชั่วโมง
แต่ว่า สำหรับหลิวเสี่ยยี่นั้น มันสั้นมาก ราวกับแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น ให้เธอได้หลับในอ้อมอกของฉินเฟิงหน่อยก็แล้วกัน นอนฟินมาก ไม่เคยนอนได้ฟินขนาดนี้มาก่อน
จนกระทั่งฉินเฟิงเดินข้ามไฟแดงไป ก็เจอกับร้านปิ้งย่าง
ฉินเฟิงไม่รู้ว่าบ้านของหลิวเสี่ยยี่อยู่ที่ไหน ดังนั้นเขาก็เลยกลับไปร้านปิ้งย่างเท่านั้น และโชคดีที่พ่อแม่ของเธอ กำลังรอพวกเขาอยู่ที่ร้านปิ้งย่างอยู่พอดี แถมมีสีหน้าร้อนรน
ตอนนี้เป็นเวลาตี3แล้ว
แต่ว่าพวกเขาก็ยังรออยู่
จนกระทั่งได้เห็นฉินเฟิงกับหลิวเสี่ยยี่ พวกเขาถึงวางใจ แม่ของเสี่ยวยี่รีบเข้ามาดู “เธอเป็นอะไรไป?”
“หลับไปเฉยๆ ครับ”
ฉินเฟิงไม่ได้พูดอะไรมาก บอกแค่ว่าเธอหลับไป
เสียงพูดก็เบา เพราะกลัวว่าหลิวเสี่ยยี่จะตื่น
วันนี้วุ่นวายมาทั้งวัน เกิดเรื่องไม่น้อย ทำให้หลิวเสี่ยยี่เหนื่อยมาก ก็เลยหลับไป
“อ๋อจ่ะ”
แม่ของเสี่ยวยี่ก็พยักหน้ารัวๆ จากนั้นก็ไปพูดกับพ่อของเสี่ยวยี่ว่า “ลูกหลับไปเฉยๆ”
ทั้งสองคนตาเป็นประกาย
เพราะว่า พวกเขารู้ว่าหลิวเสี่ยยี่มีความเคยชินอยุ่อย่างหนึ่ง คือติดเตียงนอนตัวเอง ถ้าไม่ใช่ที่นอนของตัวเอง ก็จะนอนไม่หลับ ต่อให้เป็นที่มหาลัย ตอนที่ไปมหาลัยใหม่ๆ ก็นอนไม่หลับหลายวัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมานอนหลับในอ้อมอกผู้ชายเลย
เป็นไปไม่ได้ใหญ่เลย
อธิบายได้อย่างเดียวก็คือ หลิวเสี่ยยี่นอนในอ้อมอกของฉินเฟิงบ่อยแล้ว
“ยัยลูกคนนี้ มีแฟนตอนไหนก็ไม่เห็นบอกกันบ้าง พวกเราแค่หยอกล้อนิดหน่อย ก็บอกอย่างเดียวไม่ว่าไม่ใช่ แล้วก็หน้าแดงไป รีบเถียงทันที แต่พอลับหลัง ยัยหนูนี่กลับไปนอนในอ้อมอกผู้ชายเสียได้ คุณดูสิ ลูกสาวของคุณน่ะ เลี้ยงไม่โตสักที”
แม่ของเสี่ยวยี่กำลังบ่น
“ไม่ต้องพูดแล้ว กลับบ้านกันก่อน”
พ่อของเสี่ยวยี่ก็รู้นิสัยของแม่ของเสี่ยวยี่ เป็นคนชอบพูด พูดเยอะ เขาก็ฟังจนชินแล้ว ฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไป ไม่ต้องไปสนใจก็จบ แล้วเขาก็รีบพาสองคนนั้นกลับบ้านไป
บ้านของหลิวเสี่ยยี่ห่างจากแผงร้านปิ้งย่างไม่ไกลนัก ห่างกันแค่ซอยเดียว
สภาพแวดล้อมปกติ
แต่ยังดีที่มีสองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำ หลายปีมานี้ พวกเขาล้วนตื่นนอนกันแต่เช้า เลิกงานก็ฟ้ามืด ขายปิ้งย่างอย่างลำบากเพื่อให้เงินมา ถึงได้บ้านนี้มา
“ห้องนอนยัยหนูนี่ คือห้องนี้”
แม่ของเสี่ยวยี่เปิดห้องให้กับฉินเฟิง
ฉินเฟิงอุ้มหลิวเสี่ยยี่เข้าไป ในห้องสะอาดมาก ไม่มีตุ๊กตาอะไรมากมาย โล่งๆมากกว่า เป็นระเบียบ เรียบง่าย เตียงนอนมีผ้าปูลายคลื่นน้ำสีน้ำเงิน บนเตียงจัดเป็นระเบียบ ไม่รก
ด้านข้างก็มีโต๊ะหนังสือ ด้านบนมีกระจก น่าจะเอาไว้แต่งหน้า แล้วก็ยังมีเครื่องสำอาง แล้วก็มีหนังสือหนึ่งกอง มองดูก็รู้ว่าหลิวเสี่ยยี่เป็นผู้หญิงที่ชอบเรียนรู้
เป็นคนเรียนเก่ง
จากบนตัวของหลิวเสี่ยยี่ก็มองออก ว่าเป็นเด็กเรียนที่จิตใจดี
พอฉินเฟิงวางหลิวเสี่ยยี่ลงบนเตียงแล้ว ก็เตรียมจะกลับออกไป แต่แม่ของเสี่ยวยี่มาขวางที่ประตู “พวกผ้าเช็ดตัวของใช้อาบน้ำอยู่ตรงนั้นนะ คุณใช้ของเสี่ยวยี่ก็ได้ ส่วนเสื้อผ้า เดี๋ยวไปเอาของพ่อเสี่ยวยี่มาให้ คืนนี้ก็ไม่ต้องกลับไปแล้ว พวกเรารู้เรื่องกันหมดแล้ว ดังนั้นต่อไปคุณก็มาพักที่นี่ได้นะ หาเวลามาตกลงคุยกันเรื่องนี้ ได้ยินแล้วใช่ไหม?”