เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 506 ปัดเศษขึ้น หมายความว่าร่วมเรียงเคียงหมอนไม่ใช่หรือไง?
- Home
- เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน
- บทที่ 506 ปัดเศษขึ้น หมายความว่าร่วมเรียงเคียงหมอนไม่ใช่หรือไง?
สีหน้าสวี่ซวนซวนเต็มไปด้วยความดุ เหมือนกับสัตว์น้อยที่ปกป้องเจ้านาย
“ครับ”
ลูกน้องสีหน้าอดกลั้น สุดท้ายก็ถอยกลับไป
คนๆนี้วางยาเสน่ห์อะไรให้กับคุณหนูกันแน่
ถึงทำให้คุณหนูเชื่อฟังเขาขนาดนี้
ที่สำคัญคือ ฉินเฟิงเองก็ไม่รู้ เขาไม่อยากมีความสัมพันธ์อะไรกับสวี่ซวนซวนคนนี้ เขาไม่ชอบใช้ประโยชน์จากผู้หญิงที่ไม่มีอาวุธอะไร ดังนั้นเขาจึงเย็นชาใส่อยู่ตลอด เย็นชาเป็นอย่างมาก
แต่ว่า สวี่ซวนซวนกลับเหมือนว่ายิ่งชอบเขามากขึ้น
เขาไม่รู้ว่าในโลกของสวี่ซวนซวน ผู้ชายล้วนเหมือนกับว่าถูกสร้างมาเหมือนกัน เมื่อเห็นเธอ ต่างก็ทำดีกับเธอหวังร่างกายของเธอ แต่ในเวลาสำคัญ กลับไม่รู้ว่าหายตัวไปไหน
แต่ฉินเฟิงไม่เหมือนกัน ถึงแม้จะเย็นชา แต่ในช่วงเวลาอันตรายก็สามารถพึ่งพาได้
ทำให้คนรู้สึกถึงความปลอดภัยอย่างมาก
ที่สำคัญที่สุดคือ สวี่ซวนซวนคิดว่าการเย็นชาเป็นเรื่องที่ดี ความเย็นชาพิสูจน์ได้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่เจ้าชู้ ถ้าหากว่าพวกเขาคบหากัน ก็จะทำดีกับเธอแค่เพียงผู้เดียว แล้วเย็นชากับผู้อื่น
ผู้ชายอย่างนี้ พบเจอได้แต่ขอมาไม่ได้
ดังนั้น ยิ่งฉินเฟิงเย็นชาใส่เธอมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งดีใจ ยิ่งชอบฉินเฟิงมากขึ้น
คุณหนูยังไงก็เป็นคุณหนู
ไม่เหมือนกับผู้หญิงทั่วไป
ในเวลานี้ ผู้คนที่เหลือ และพวกรี่รี่ คิดอยากจะหนี ยังไงซะคุณหนูคนนี้ พวกเขาก็มีเรื่องด้วยไม่ไหว แต่ว่า ในเวลานี้เอง สวี่ซวนซวนหันหน้ากลับไป มองดูพวกเขา สีหน้าดุร้าย
“พวกนายอยากจะหนี?”
คำพูดประโยคนี้ มีความดุร้ายอยู่ด้วย ทำเอาพวกเขาหยุดฝีเท้าในทันที
รี่รี่หันหน้ามองไปที่สวี่ซวนซวน ยิ้มขมขื่นพูดว่า “คุณหนูสวี่คะ นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด เป็นเรื่องเข้าใจผิดจริงๆค่ะ”
“ใช่ๆๆ เข้าใจผิดครับ เข้าใจผิด”
“ผมมาเพื่อดื่มชาครับ”
“ผมมาดื่มชาเป็นเพื่อนเขาครับ”
“ผมมาดื่มชาเป็นเพื่อนพวกเขาครับ”
ลูกพี่มากมายในวงการนักเลงต่างก็พูดยิ้มแห้ง ไม่มีความโหดเหี้ยมอย่างก่อนหน้านี้เหลืออยู่อีก
ความโหดเหี้ยมของพวกเขา ใช้กับคนธรรมดาทั่วไป แต่ตอนนี้คนนี้คือสวี่ซวนซวน คุณหนูเศรษฐี ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะเผชิญหน้าด้วยได้ ถึงขั้นสามารถพูดได้ว่า เพียงแค่พ่อเขาโบกมือ พวกเขาจะต้องตายยังไงก็ไม่รู้
ดังนั้น ทำได้เพียงแค่ทำหน้าเป็นมิตร
แต่ว่า สวี่ซวนซวนกอดแขนไว้และพูดว่า “พวกนายคิดว่า ฉันเชื่อมั้ย?”
“หลี่รี่รี่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอออกไปให้พ้นจากเมืองเปียนไห่ซะ คนอย่างเธอ อยู่ที่เมืองเปียนไห่ ทำได้แค่ทำให้เมืองเปียนไห่อับอายขายหน้าก็เท่านั้น”
“ค่ะๆๆ”
รี่รี่รีบหนีไปแล้ว
ถึงขั้นไม่กล้าที่จะเถียง
ออกไปจากเมืองเปียนไห่ ยังไงก็ดีกว่าตาย
ผู้หญิงคนนี้ฆ่าคนไม่เป็น แต่พอของเธอทำเป็น
“ส่วนพวกนาย…..”
สวี่ซวนซวนหันไปมองพวกไอ้โหดยี แล้วก็พูดว่า “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉินเทียนเป็นลูกพี่ใหญ่ของพวกนาย พวกนายห้ามขัดคำพูดของเขา ไม่อย่างนั้น ถ้าฉันรู้ละก็ เหอะๆ….”
เสียงหัวเราะเย็นชาด้านหลัง
สวี่ซวนซวนไม่ใช่ผู้หญิงโง่ใสซื่อ เป็นคนที่มีความเจ้าเล่ห์ ยังไงซะก็เป็นลูกสาวของสวี่เทียนโย่ว
แต่ว่า เมื่อเธอหันหลัง ก็เปลี่ยนท่าทางกิริยาเป็นอีกอย่าง เปลี่ยนเป็นน่ารักเรียบร้อย “คือว่า พี่ฉินเทียนคะ คุณว่าจัดการเป็นนี้ โอเคมั้ยคะ? หรือว่า จะเอาให้หนักกว่านี้อีกคะ?”
หนักกว่านี้อีก?
ทำเอาพวกไอ้โหดยีตกใจกลัวกันหมด ยังจะให้หนักว่านี้อีก?
แล้วมันระดับไหนกัน
ตัดแขนตัดขา?
ทันใดนั้น คนพวกนี้ก็รีบหันไปทำความเคารพฉินเฟิง พูดอย่างพร้อมเพรียงว่า “ลูกพี่ครับ”
ตะโกนได้อย่างพร้อมเพรียงมาก
ลูกพี่
เหมือนกับว่าฉินเฟิงเป็นลูกพี่จริงๆ
แต่ว่า ฉินเฟิงเพียงแค่เหลือบมองสวี่ซวนซวน แววตาเย็นชา พูดว่า “ไม่ต้องการ”
จากนั้น ก็กลับไปที่ห้องพัก
“เหอะๆ”
ฉีหยุนหัวเราะออกมา แล้วก็กลับไป เขาไม่เข้าใจ และก็ไม่ต้องการเข้าใจ ตอนนี้ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว เขาจะกลับไปนอนแล้ว
จากนั้น ก็ทิ้งสวี่ซวนซวนไว้ที่นี่
ทุกคนต่างก็ตะลึง
นี่เป็นถึงสวี่ซวนซวนเชียวนะ คูณหนูของตระกูลสวี่เลยนะ เป็นบุคคลที่เหมือนดั่งเทพธิดาในเมืองเปียนไห่ เป็นการมีอยู่ที่ทำได้แค่มองดูอยู่ห่างๆเข้าไปทำความรู้จักไม่ได้ ผู้ชายคนนี้ กลับไม่สนใจเธอ แล้วทิ้งเธอไว้ที่นี่
สวี่ซวนซวนจะต้องโมโหแน่เลย
ในขณะที่ทุกคนต่างก็คิดว่าสวี่ซวนซวนจะต้องโมโห แต่สวี่ซวนซวนหันหลังกลับมามองพวกเขาอีกครั้ง และพูดเสียงดังว่า “ถึงแม้ว่า พี่ฉินเทียนของฉันจะไม่ชอบพวกนาย แต่คำพูดเมื่อกี้ที่ฉันพูดก็ยังเป็นผลอย่างเดิม เขาก็ยังเป็นลูกพี่ของพวกนาย ได้ยินมั้ย”
“ได้ยินครับ”
พวกไอ้โหดยีถึงแม้จะไม่ยินดียอมรับเจ้าคนจนคนนี้เป็นลูกพี่ แต่ก็ไม่มีทางเลือกแล้ว
มีปัญหากับตระกูลสวี่ไม่ได้
สุดท้ายจึงทำได้เพียงแค่ยอมรับอย่างไม่เต็มใจ
แต่ว่า ภายในใจพวกเขาก็ยังดูถูกฉินเฟิงอยู่ คิดว่าเจ้าคนนี้รู้จักแค่เกาะผู้หญิง
“เจ้านายของพวกเธอละ?”
เวลานี้ สวี่ซวนซวนเดินมาถึงที่หน้าเคาน์เตอร์แล้ว ตบโต๊ะแล้วถามออกไป
“อยู่นี่ครับ อยู่นี่ครับ”
เจ้าของรีบวิ่งออกมา ใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนหน้านี้เขาเอาแต่ซ่อนตัวไม่กล้าออกมา ตอนนี้ถูกคุณหนูตระกูลสวี่เรียกหา เขาไม่อยากออกมา ก็จำเป็นต้องออกแล้ว
“โรงแรมแห่งนี้ ฉันขอซื้อ สามสิบล้าน พอมั้ย?”
สวี่ซวนซวนเอาเช็คเงินสดออกมาใบหนึ่ง
สามสิบล้าน!
เจ้าของคนนั้นเห็นเช็คเงินสดถึงกับตาค้าง โรงแรมนี้ของเขามีมูลค่าเพียงแค่สิบกว่าล้านเท่านั้น แต่ว่าสวี่ซวนซวนมาถึงก็จ่ายมาสามสิบล้าน สวี่ซวนซวนคนนี้มีเงินจริงๆ
“พอแล้วครับพอแล้ว”
เจ้าของถือเช็คเงินสดไว้ จากนั้นก็ดีใจจนคลั่ง วิ่งไปแล้ว
ได้เงินมาฟรีเลยนะเนี่ย
“เปิดห้องให้ฉันหนึ่งห้อง ห้องที่ใกล้กับผู้ชายคนนั้น”
สวี่ซวนซวนพูดกับผู้หญิงอ้วนคนนั้น
แต่ในเวลานี้ ผู้หญิงอ้วนหน้าเคาน์เตอร์คนนั้นเองก็ตะลึงไปแล้ว เกิดอะไรขึ้น ผู้ชายคนนั้น มีเสน่ห์มากขนาดที่ทำให้ดอกไม้ที่มีชื่อเสียงของเมืองเปียนไห่ ต้องหน้าด้านไล่ตาม และถึงขั้นซื้อโรงแรมนี้เพื่อผู้ชายคนนั้น
เพียงเพื่อต้องการพักห้องด้านข้างของเขา
น่าเหลือเชื่อจริงๆ
“เธอมองอะไรอยู่ เปิดห้องสิ”
สวี่ซวนซวนขมวดคิ้ว
ผู้หญิงอ้วนคนนั้น ยังไม่ได้สติกลับ แต่เมื่อถูกต่อว่าอย่างนี้แล้ว เธอก็ได้สติทันที รีบพูดว่า “ค่ะ เดี๋ยวนี้เลยค่ะ ฉันเปิดห้องด้านข้างของเขาให้นะคะ เจ้านาย”
ผู้หญิงอ้วนเหงื่อแตกท่วมตัว
เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า สวี่ซวนซวนคนนี้เป็นเจ้านายของเธอแล้ว สามารถไล่เธอออกได้ตลอดเวลา จะมีปัญหาด้วยไม่ได้เด็ดขาด
หลังจากที่เปิดห้องแล้ว สวี่ซวนซวนก็หันหลังไปพูดกับคนพวกนั้นที่เธอพามา “พวกนายกลับไปได้แล้ว ต่อจากนี้ ฉันไม่ต้องการการคุ้มกันจากพวกนายแล้ว”
“แต่ว่าเจ้านาย…..”
คนพวกนั้นมีความลังเล
เจ้านายไม่ได้พูดอย่างนี้ เขาให้พวกเขาปกป้องคุ้มกันสวี่ซวนซวนให้ดี
“ตอนนี้ฉันเป็นเจ้านาย หรือว่าพ่อฉันเป็นเจ้านาย อีกอย่าง มีฉินเทียนอยู่ พวกนายนับว่าเป็นอะไร ทุกครั้ง พ่อฉันเอาแต่บอกฉันว่าหาบอดี้การ์ดที่เก่งกาจมากมาให้ฉัน แต่ทุกครั้งที่พบเจอกับศัตรู ก็มีอันตรายเสมอ ยังพึ่งไม่ได้เท่าคนที่ฉันหาเองเลย รีบไปให้พ้นซะ ไม่อย่างนั้นไล่ออกทั้งหมด”
สวี่ซวนซวนด่าว่า
คนพวกนั้น ต่างก็มองกันและกัน สุดท้ายตัดสินใจไม่ได้ หนึ่งในนั้นจึงได้โทรหาสวี่เทียนโย่ว เมื่อได้รับคำสั่งแล้ว ถึงได้พากันจากไป
“หึ”
สวี่ซวนซวนส่งเสียงออกมา แล้วถึงได้ขึ้นอาคารอย่างมีความสุข
พักข้างห้องฉินเทียน ปัดเศษขึ้น ก็หมายความว่าร่วมเรียงเคียงหมอนกันไม่ใช่หรือไง?
ร่วมเรียงเคียงหมอนกับฉินเทียน
คาดหวังจัง