เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 502 สวี่ซวนซวน:“ยิ่งเย็นชา ฉันยิ่งชอบ!”
ฉินเฟิงไม่ได้ใช้สภาพหน้าตาเดิม ยังไงซะคราวนี้ที่ไปก็เพื่อทำลายตระกูลซือหม่า ห้ามถูกพบร่องรอย ดังนั้นจึงให้ช่างแต่งหน้า แต่งเพิ่มให้เล็กน้อย
แต่ว่า ก็แค่เล็กน้อยจริงๆ
เพิ่มหนวดให้กับเขา แล้วก็เพิ่มริ้วรอยให้เขาเล็กน้อย
ดูแล้วเหมือนอายุเพิ่มมากขึ้นมาหน่อย และดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
แต่ผู้ชายแบบนี้ สำหรับสวี่ซวนซวนแล้ว มีความดึงดูอย่างมาก เดิมทีก็หน้าตาหล่อเหลาอยู่แล้ว เมื่อกี้ยังมาเป็นวีรบุรุษช่วยชีวิตอีก ทำให้จิตใจของเธอ ต้านทานไม่ไหว ใจเต้นแรงตึกตักตึกตัก
ในวินาทีนี้ ความรู้สึกดีที่สวี่ซวนซวนมีต่อฉินเฟิงระเบิดออก
ขาดแค่เอาตัวเข้าให้แล้ว
แต่ว่า ยังไงซะสวี่ซวนซวนก็เป็นผู้หญิง เธอต้องรักนวลสงวนตัวไว้ ดังนั้นจึงนั่งทรุดอยู่บนพื้น ท่าทางเหมือนจะร้องไห้ หวังว่าฉินเฟิงที่อยู่ด้านข้างจะพยุงเธอสักหน่อย
ถึงตอนนั้นเธอก็สามารถไหลตามน้ำไปเพื่อนั่งข้างกายเขา
จากรูปลักษณ์ของเธอแล้ว จะต้องมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นแน่นอน
แต่แล้ว ฉินเฟิงยังนอนต่อไป ไม่มองดูเธอเลยสักนิด
ปล่อยให้เธอนั่งอยู่บนพื้นคนเดียวอย่างอับอาย อึดอัดอยู่แบบนี้ แต่ว่าในเวลานี้ บนเครื่องบิน ชายหนุ่มคนอื่นๆเดินออกมา แต่ละคนเดินเข้ามาสอบถามอาการ “คุณหนูสวี่ครับ คุณไม่เป็นไรใช่มั้ยครับ ผมพยุงคุณเองครับ”
“ซวนซวน เธอยังรู้จักฉันมั้ย ครั้งก่อนพวกเราเคยเจอกันที่งานแลกเปลี่ยน สบายใจได้ ฉันปกป้องเธอเอง”
“ซวนซวน ฉันเป็นพนักงานในบริษัทของพวกเธอ เมื่อกี้ไม่ได้สังเกต ต่อไป ฉันจะปกป้องเธอให้ดีแน่นอน”
คุณหนูใหญ่ตระกูลสวี่ตอนนี้มีสภาพแบบนี้ ไม่มีคนพยุง ดูน่าสงสาร เดิมทีก็ทำให้เกิดความเห็นใจจากพวกชายจำนวนมากอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงรูปลักษณ์ที่ดี และใบหน้าที่สวยงามของสวี่ซวนซวนนี้เลย
อีกอย่างตระกูลก็ยังดี ถ้าหากได้ครอบครองหัวใจของเธอ อย่างนั้นทั้งชีวิตนี้พวกเขาก็ไม่ต้องเครียดอะไรแล้ว
เพียงแค่แต่งงานกับสวี่ซวนซวน พวกเขาก็ไม่ต้องพยายามแล้ว
แต่ว่า สวี่ซวนซวนมองดูผู้ชายพวกนี้ พูดออกมาเพียงแค่คำเดียวว่า “ไปให้พ้น!”
ในแววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ
ก่อนหน้านี้ ผู้ชายพวกนี้ไม่มา ต่างก็ก้มหน้ามุดหัว เหมือนกับนกกระจอกเทศ ตอนนี้อันตรายหมดไปแล้ว ผู้ชายพวกนี้ก็ออกมาทีหลัง ทำให้เธอรู้สึกได้ถึงแค่ความรังเกียจเท่านั้น
ส่วนเธอมองไปยังฉินเฟิง แววตามีประกาย
ดูคนอื่นเขาสิ หลังจากช่วยเธอเสร็จ ก็ไม่ได้ขอผลงาน ไม่มีใจคิดขอผลประโยชน์ เพียงแค่ออกมาทำความดีอย่างบริสุทธิ์ใจเท่านั้น ดีกว่าคนพวกนี้มากกว่าพันเท่า หมื่นเท่า
“คือว่า….”
ผู้ชายพวกนั้น ไม่คิดจะปรับปรุงตัว ยังคิดอยากจะพูดอะไรบางอย่างอีก
แต่ว่า สวี่ซวนซวนลุกขึ้นจากพื้น ถลึงตาใส่พวกเขา พูดอย่างดุๆว่า “ฉันลุกขึ้นเองได้ ไม่ต้องให้พวกนายมายุ่ง”
จากนั้น เธอก็เดินไปตรงหน้าของฉินเฟิง เปลี่ยนน้ำเสียงให้ดูน่าสงสาร รวมทั้งมีความออดอ้อนอยู่ด้วยและถามว่า “คือว่า คนใจดีคะ ฉันนั่งข้างคุณได้มั้ยคะ”
มีความต้องการพึ่งพาอยู่ด้วย
น้ำเสียงของสวี่ซวนซวนไพเราะอย่างมาก ไม่อย่างนั้นก็ไม่สามารถเป็นเทพธิดาของโลกอินเทอร์เน็ตได้
น้ำเสียงนี้ทำเอาพวกผู้ชายด้านข้างมากมายรู้สึกว้าวุ่น
นี่เป็นถึงเทพธิดาเชียวนะ กลับทำอ่อนโยนกับไอ้คนนั้นมากขนาดนั้น
แต่แล้ว ฉินเฟิงตอบกลับว่า
“ด้านข้างฉันที่คนนั่ง”
ทุกคนต่างก็มองดูด้านข้าง เป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ฉีหยุน พวกเขาไม่ได้นั่งอยู่ด้วยกัน ผู้ชายคนนั้นเห็นว่าทุกคนต่างก็มองมาทางเขา สวี่ซวนซวนเองก็มองมาที่เขา
สุดท้าย สวี่ซวนซวนล้วงเอาเงินออกมาสามพันหยวน ถามว่า “ฉันขอซื้อที่นั่งตรงนี้ของคุณได้มั้ยคะ?”
“ได้ครับๆ”
ผู้ชายคนนั้นเองก็ไม่กล้าปฏิเสธ เขาไม่กล้ามีปัญหากับสวี่ซวนซวน
จึงรีบหยิบเงิน แล้วจากไป
ส่วนสวี่ซวนซวนก็ได้นั่งลงที่ข้างกายฉินเฟิงอย่างที่ต้องการ แต่เมื่อเธอนั่งลงแล้ว ก็พบว่าฉินเฟิงเอาแต่ใช้หมวกบังหน้าไว้ ไม่มองเธอเลยสักนิด เหมือนกับว่าเธอหน้าตาน่าเกลียดมาก
แต่เธอไม่ได้น่าเกลียดนี่นา
“คือว่า….ครั้งนี้ขอบคุณมาก….ฉันอยากจะขอบคุณคุณสักหน่อยค่ะ….”
สวี่ซวนซวนคิดอยากจะเข้าใกล้ แต่ในเวลานี้ ฉินเฟิงเอาหมวกออก สายตาดุร้ายคู่หนึ่งมองไปที่เธอ มองจนเธอใจสั่น จิตใจเต้นแรงตึกตักตึกตัก
แต่แล้ว ฉินเฟิงพูดเพียงแค่คำเดียวว่า
“ไม่จำเป็น ฉันช่วยเธอ เพียงเพราะว่ามันเหยียบเท้าของฉัน ไม่ใช่เพราะว่าตัวเธอ อีกอย่าง ฉันจะนอน อย่ามารบกวนฉัน”
เมื่อพูดจบ
ฉินเฟิงก็เอาหมวกปิดหน้าอีกครั้ง
สิ้นหวัง
ความสิ้นหวังที่ไม่เคยมีมาก่อน
สีหน้าของสวี่ซวนซวนเกือบจะซีดแล้ว เธอไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังขนาดนี้มาก่อน แม้แต่ก่อนหน้านี้ตอนนี้เธอถูกโจรพวกนั้นล้อมไว้ ในตอนนี้ไม่สามารถรับประกันความเป็นความตายของชีวิตได้ เธอยังไม่รู้สึกสิ้นหวังเลย
เธอเป็นคุณหนูเศรษฐี หน้าตาสวยงาม รูปร่างดี
เป็นเหมือนดั่งดวงจันทร์ที่ถูกประคบประหงมมาตั้งแต่เด็ก และถูกผู้อื่นตามจีบ
แล้วตอนนี้ก็เป็นถึงไอดอลที่มีชื่อเสียง ผู้คนที่ตามจีบเธอ มีมากมายนับไม่ถ้วน แต่เธอไม่ตอบตกลงเลยสักคน เพราะเธอรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้พบเจอกับรักแท้ แต่วันนี้ เธอรู้สึกว่าตัวเองได้พบเจอแล้ว
ความรู้สึกใจเต้นแรงสั่นไหวอย่างนั้น
แต่ว่า ถูกปฏิเสธแล้ว
ถูกปฏิเสธอย่างไร้ไยดี ถึงขั้นที่ก่อนหน้านี้ช่วยเธอไว้ ยังอธิบายว่าเป็นเพราะเจ้านั่นเหยียบเท้าของเขา ไม่แม้แต่จะเต็มใจมองดูเธอสักนิด และไม่แม้แต่จะอยากพูดคุยกับเธอเลยสักนิด
ถูกปฏิเสธไปอย่างนี้แล้ว
การปฏิเสธครั้งแรกในชีวิต
แต่ว่า กลับทำให้จิตใจของสวี่ซวนซวนมีความรู้สึกแปลกประหลาดเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก นี่คือคนแรกที่ปฏิเสธที่จะใกล้ชิดกับเธอ ไม่เหมือนกับผู้ชายคนอื่นๆ เขาเย็นชา แข็งแกร่ง หล่อเหลา
คนนี้ เป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ
เขา ไม่เหมือนกับคนอื่น
เขาทำให้สวี่ซวนซวนหลงใหล
ถ้าหากว่าฉินเฟิงใช้โอกาสนี้ใกล้ชิดกับเธอจริงๆ เธอก็คงคิดว่าเหมือนกับคนพวกนั้น ทำเพื่อความสวยงามและตระกูลของตัวเธอ แต่ว่าเมื่อเย็นชาอย่างนี้ ไม่ได้เสแสร้ง เธอสามารถรู้สึกได้ว่า แววตาคู่นั้นเย็นชาจริงๆ
พิสูจน์ได้ว่า คนๆนี้ไม่ได้ทำเพื่อความสวยงามและตระกูลของเธอ
คนๆนี้ ไม่เหมือนกับคนอื่น ไม่หยาบคาย
“สวี่ซวนซวน สวี่ซวนซวน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอพบเจอกับผู้ชายที่พิเศษแบบนี้ เขาช่วยชีวิตเธอไว้ เธอจะต้องใช้ร่างกายเข้าทดแทนนะ ดีที่สุดก็มีลูกให้กับเขาสักสิบคน แปดคนไปเลย เพื่อตอบแทนเขา”
ภายในใจของสวี่ซวนซวน มีเสียงนี้ดังขึ้นเสมอ
ตอบแทนเขา
ตอบแทนเขา
คลอดลูกให้สักสิบคน แปดคน
สวี่ซวนซวนยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิด ใบหน้าเองก็ยิ่งอยู่ยิ่งแดง แต่เธอเองก็ไม่ได้ลืมว่าเมื่อกี้ตัวเองเพิ่งถูกปฏิเสธ จึงได้ให้กำลังใจตัวเองว่า “สวี่ซวนซวน เขาปฏิเสธเธอ นี่ถึงได้พิสูจน์ว่าเขาไม่เหมือนกับผู้ชายคนอื่น ผู้ชายแบบนี้ ถึงจะมีค่ามากพอที่จะให้เธอไล่ตาม เห็นว่าเขาเองก็อยู่ที่เมืองเปียนไห่เหมือนกัน สู้ๆ จะต้องจีบเขาให้ได้ ต้องหน้าด้านไว้ ต้องใจกล้าเข้าไว้”
เธอให้กำลังใจกับตัวเองในใจ
แอบมองฉินเฟิงที่ข้างกาย ในแววตามีความลุ่มหลง ฉินเฟิงใส่หมวกไว้ ไม่มองเธอ แต่อย่างนี้ทำให้สวี่ซวนซวนมองเขาสะดวกนี่นา มองดูอย่างเปิดเผยแบบนี้ยังได้ แต่ก็ทำแค่มองดูอย่างนี้ เธอไม่กล้าส่งเสียงดัง กลัวว่าจะทำให้ฉินเฟิงไม่พอใจ
แน่นอน เธอเองก็รักนวลสงวนตัวอยู่สักหน่อย แอบมองอยู่อย่างนี้ คิดในใจว่า ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ชื่อว่าอะไร ชอบแบบไหน แบบยังสาวอยู่ หรือว่าแบบมีอายุแล้ว
ตัวเองสามารถไปแต่งอย่างนั้นได้หมด