เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 482 โจมตีกลับ (2)
“ฆ่ามัน!”
ทหารกองนี้ ก็บุกฆ่าออกมา เหมือนกับมังกรยักษ์ที่บ้าคลั่ง เคลื่อนมาทับทั้งสนามรบ สนามรบในตอนนี้ มีแต่ทหารที่โจมตีเมือง ต่างก็อ่อนเปลี้ยเพลียแรงกันไปหมดแล้ว
แต่ทหารพวกนี้ เพิ่งจะได้ออกมารบ
ฮึกเหิมเกินใคร!
“ให้ตายเถอะ ทหารหนานเยว่ทุกคน ตั้งขบวนไว้ อย่าสับสน”
หร่วนหู่ยังอยู่ที่แนวหน้า แล้วก้ตะโกนออกมา
แต่ว่า ต่อจากนั้น ดาบเล่มใหญ่ก็ฟันลงมา หร่วนหู่เอนตัวหลบดาบเล่มนั้นไปได้ แต่ว่าเส้นผมของเขาถูกตัดออกไป เขายังไม่ทันตั้งหลักได้ ก็ฟันมาอีกที
เขาก็ได้แต่หาอาวุธที่ร่วงอยู่ข้างๆ มาปัดป้องไว้
เสียงดังเพล๊ง
พื้นดินด้านล่างตัวของหร่วนหู่ก็ยุบลงไป มือที่ถือค้อนใหญ่อยู่ ก็สั่น
“มึงเป็นใครวะ? ที่หนานโจวนี่ ทำไมถึงมีคนมีความสามารถแบบมึงได้?”
หร่วนหู่มองไปทางคนตรงหน้า แล้วก็พูดขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
มีคนที่มีแรงมากกว่าด้วยหรือนี่
ต่อให้ตอนนี้เขาจะได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนธรรมดาจะมาต่อกรได้ แต่ว่าคนคนนี้มันทำได้
“ฟังไว้ให้ดี กูชื่อว่า มังกรฟ้า หนึ่งในผู้บังคับการกรมทหารทั้งสี่ของอีสเตอร์แลนด์ เมื่อครู่นี้มึงยังสะใจอยู่เลยไม่ใช่หรือไง เดี๋ยวกูทำให้มึงสะใจเอง” มังกรฟ้าเตะออกไป
หร่วนหู่ก็ลอยไปทั้งตัว
กระอักเลือดกลางอากาศ แต่ว่าจากนั้นดาบใหญ่ก็โจมตีเข้ามาอีก มังกรฟ้าเคลื่อนไหวเร็วมาก ดาบก็กวัดแกว่งอีกครั้ง ครั้งนี้หร่วนหู่รับไว้ไม่ทัน จนฟันเข้าที่หน้าอกเป็นแผลขึ้นมา
จากนั้น เสียงดังตุบ ค่อยๆ ร่วงลงพื้น
“ยังกระดิกได้อีก ดีเลย เดี๋ยวกูทำให้มึงกระดิกไม่ได้เอง”
ครั้งนี้ มังกรฟ้าเล็งไปที่ลำคอของหร่วนหู่ แต่ในตอนนี้เอง เสียงดังฟิ้ว แสงสีเงินผ่านเข้ามา มังกรฟ้าก็เลยจำเป็นต้องถอยหลังไป เพื่อหลบหลีกลูกศรดอกนี้ จากนั้นก็มองเห็นว่าที่ไกลๆ ออกไปมีคนยิงเข้ามา
“ไอ้ หวานเอี๋ยนเลี่ย กูมังกรฟ้าต้องฆ่ามึงให้ได้แน่!”
บนตัวมังกรฟ้าเต็มไปด้วยพลังอาฆาตเต็มเปี่ยม
“หร่วนหู่ กลับ นี่มันเป็นแผน เอ็งไปปกป้องจอมพลโจง” หวานเอี๋ยนเลี่ยถือคันธนู แล้วก็เอ่ยขึ้นมา
“ครับ”
ตอนนี้หร่วนหู่ไม่เหลือแรงสู้แล้ว แถมยังบาดเจ็บอีก ก็เลยหนีไปทันที
“มึงให้มันกลับไป งั้นมึงก็ตายแทนมันแล้วกัน”
มังกรฟ้าถือดาบใหญ่ เขาเคยเป็นจิ๊กโก๋มาก่อน รักเพื่อพี่น้องมาก เขาเห็นทหารที่เสียสละบนกำแพงเมือง เขาก็ปวดใจ แต่ว่าคำสั่งก็ต้องเป็นคำสั่ง เขาออกมาช่วยสู้ไม่ได้
ดังนั้น ตอนนี้เขาออกมาแล้ว ก็จะฆ่าให้หมด ฆ่าพวกที่เข้ามาบุกรุกต้าหัว
ฆ่า!
ฆ่า!
ฆ่าให้เกลี้ยง!
โดยเฉพาะหวานเอี๋ยนเลี่ย ไม่รู้ว่ายิงพี่น้องพวกเขาไปมากแค่ไหน ฆ่าพี่น้องพวกเขาไปมากมาย ครั้งนี้เขาไม่มีทางปล่อยไปแน่นอน
ฟิ้ว!
ฟิ้ว!
ฟิ้ว!
หวานเอี๋ยนเลี่ยยิงออกมาหลายดอก แต่มังกรฟ้าก็หลบได้หมด สุดท้ายถูกมังกรฟ้าเข้ามาประชิดตัว หวานเอี๋ยนเลี่ยก็ควักมีดพกออกมา แล้วก็สู้กัน แต่ว่าไม่ไหว
“ตายซะมึง!”
หวานเอี๋ยนเลี่ยวิ่งหนีกลับออกไป
เขาเป็นยอดฝีมือนักธนู ไม่ควรมาตายที่นี่
“ฆ่ามัน”
มังกรฟ้าตะโกนเสียงดัง ทหารของมังกรฟ้าหลายแสนคนก็บุกออกไป แล้วพอหวานเอี๋ยนเลี่ยถอยกลับ ทหารแนวหน้าของหวานเอี๋ยนเลี่ยก็ต่างพากันวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง
และสนามรบที่เปื้อนเลือด มีหลี่เจิ้งหยางนอนอยู่ที่นี่ มองดูร่างของพี่น้องตนเองทุกคน แล้วก็ยิ้มๆ ยิ้มพูดอย่างดีใจ “พวกมึงไมได้ชนะ แต่พวกกูต่างหากที่ชนะ”
“พวกเราชนะแล้ว พี่น้องทุกคน พวกเอ็งตายตากลับกันแล้ว”
เสียงร้องไห้ที่แหบแห้ง ดังขึ้นในสนามรบนี้
ที่กองทัพของหนานเยว่
“รายงาน อยู่ดีๆ ก็มีทหารแสนคนโผล่มาในเมืองฉางซาน แถมยังเป็นแข็งแกร่งอีกด้วย กำลังบุกมาทางพวกเราแล้วครับ ทหารทางแนวหน้าของพวกเรา เหนื่อยล้ากันมาก ตั้งรับไว้ไม่ไหว สถานการณ์ไม่ดีแล้วครับ”
หน่วยสอดแนมคนหนึ่งเข้ามารายงาน
ทุกคนก็ตื่นตกใจ
ในเมืองฉางซาน ซ่อนทหารไว้แสนคนงั้นหรือ?
เป็นไปได้อย่างไรกัน
ทหารแสนคนมาจากไหน
“กองทัพลึกลับนั่นแน่ๆ”
ทันใดนั้น ก็มีคนกัดฟันพูดขึ้นมาว่า พวกเขาก็อ๋อทันที ถึงว่าพวกเขาถึงได้บอก ว่าตามหากองทัพลึกลับนั้นไม่พบ ที่แท้ก็อยู่ที่นี่เอง อยู่ในเมืองฉางซาน
“จุดประสงค์ของพวกมัน ไม่ใช่ที่ชายแดนเซาเทิร์นแลนด์ แต่เป็นพวกเรางั้นหรือ?”
มีคนพูดขึ้นมาอย่างหวั่นๆ
“เทพสงครามต้าหัวคนนี้ กล้ามากไปหน่อยหรือเปล่า พวกเราเป็นกองทัพ6แสนเลยนะ ต่อให้เหลือทหารไว้ชายแดนเซาเทิร์นแลนด์และที่ทางใต้2แสน ก็ยังเหลือ4แสน ยังจะกล้ามาฆ่าพวกเรางั้นหรือ?”
แม่ทัพคนหนึ่ง พูดจาขึงขังขึ้นมา
“มีไม่มากแล้ว สงครามนี้ พวกเราไปโจมตีเมือง สูญเสียไปเกือบแสนคน และทหารที่เหลือต่างก็อ่อนแรงกันทั้งนั้น ดังนั้นพวกเราเหลือแค่3แสนแล้ว แล้วก็ทหารม้าอีก1แสน ให้นายพลเปียนไปจัดตั้งเป็นกองม้าพิชิตฟ้าแล้ว ดังนั้น ก็เหลือแค่2แสนเท่านั้น”
ทหารฝ่ายกลยุทธ์คนหนึ่งวิเคราะห์ขึ้นมา
“จอมพลโจง ตอนนี้จะต้องเรียกกองม้าพิชิตฟ้ากลับมา เพื่อรักษาความปลอดภัยของผู้บัญชาการนะครับ ถ้าจอมพลโจงเป็นอะไรขึ้นมา หนานเยว่ก็จบเห่แน่ๆ”
“ขอให้จอมพลโจง เรียกกองม้าพิชิตฟ้ากลับด้วยครับ”
“ขอให้จอมพลโจง เรียกกองม้าพิชิตฟ้ากลับด้วยครับ”
แม่ทัพทั้งหลายต่างก็พูดร้องขอ นี่เป็นการไม่เป็นห่วงความปลอดภัยของตนเอง แม่ทัพที่อยากจะมายังแนวหน้าบ่อยครั้ง ดังนั้นพวกเขาจึงจำเป็นต้องเรียกกองม้าพิชิตฟ้ากลับมา
“ได้”
จงชิวรับปากแล้ว
เพราะว่า สถานการณ์ในตอนนี้ ไม่ตอบรับไม่ได้แล้ว
“จอมพลโจง ถอยไปฝั่งตะวันตกเถอะครับ ฝั่งตะวันตกมีเมืองของตระกูลซือหม่า เข้าเมืองแล้วป้องกันเอา ถึงจะรักษาผลการรบไว้ได้” ทหารฝ่ายกลยุทธ์คนหนึ่งร้องขอ
แต่ว่า เพิ่งได้พูดจบ
ทหารคนหนึ่งก็เข้ามารายงาน “รายงาน ที่ฝั่งตะวันตก พบทหารม้ากองหนึ่ง มีอย่างน้อย5หมื่น กำลังบุกมาทางพวกเรา”
ทางเหนือมีคนเหลืออีกหรือนี่!
ทุกคนก็ตกใจ
แต่ว่า พวกเขายังไม่ทันตั้งสติกลับมาได้ ก็มีทหารเข้ามารายงานอีกว่า “รายงาน ทางฝั่งตะวันออกพบทหารม้ากองหนึ่ง มีอย่างน้อย5หมื่น กำลังบุกมาทางพวกเราครับ”
อะไรนะ!
ทุกคนก็อึ้งไป ทางใต้ก็มีคนอีกหรือนี่ แม่ทัพคนหนึ่งพูดว่า “เป็นไปได้อย่างไรกัน ทหารม้ามาจากไหน ทหารม้าหมาป่าก็ถูกกำจัดไปกว่าครึ่งแล้วไม่ใช่หรือไง ยังมีจะทหารม้ามาจากไหนได้อีก”
“องครักษ์อินทรีเหล็ก”
จงชิวตะโกนออกมา
หัวองครักษ์อินทรีเหล็กปรากฏตัวออกมา แล้วก็รายงานว่า “แม่ทัพ คนของพวกเรา เพิ่งสืบได้ว่า ทางฝั่งตะวันตกของพวกเรา คือทหารม้าเป่ยโจวที่มาจากนอร์ธเธิร์นแลนด์ คนนำทัพคือจ้าวหลงหู่ ส่วนทางฝั่งตะวันออก คือทหารม้าหมาป่า คนนำทัพคือ ฉีหยุน ส่วนเทพสงครามต้าหัวนั้น ยังไม่พบครับ และผมก็ยังพบอีกว่า กองทัพลึกลับที่พวกเราตามหากันก่อนหน้านี้ เหมือนจะเป็นทหารพวกนี้นี่แหละครับ”
“ทหารม้าเป่ยโจวของจ้าวหลงหู่!”
ทุกคนก็ตกใจ “จ้าวหลงหู่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ของเป่ยโจว เทพสงครามต้าหัวบ้าไปแล้วหรือไง ถึงได้ให้เขาลงมาเซาเทิร์นแลนด์ จะกังวลทางเหนือหรือไง บ้าไปแล้วหรือเปล่า ประเทศทางเหนือ ก็ไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ”
“ร้ายไม่ร้ายก็อีกเรื่อง ที่สำคัญตอนนี้ก็คือ เทพสงครามต้าหัวกลับเรียกทหารมาสองกองทัพ ให้ตายเถอะ จะต้องเข้ามาทางเมืองเจียงเฉิงแน่ๆ 3กองกำลัง กำลังที่สะสมไว้10ปี จะพ่ายแพ้เพราะเมืองเจียงเฉิงเมืองเดียวแล้วหรือนี่”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเมืองเจียงเฉิง แล้วใช้ตระกูลซือหม่ารับมือกับทางเหนือไว้ ประเทศของเราก็จะสามารถค่อยๆ รุกคืบเข้าครอบครองหนานโจว จากนั้นก็กำจัดต้าหัวทิ้ง มีหรือจะมีสภาพยุ่งยากแบบนี้”
แม่ทัพทุกคน ก็มีหน้าไม่ดี
จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังคิดไม่ตก ว่าตอนแรกเทพสงครามต้าหัวก็อยู่ที่อีสเตอร์แลนด์ดีๆ จะไปที่เมืองเจียงเฉิงทำไมกัน!
ไม่อย่างนั้น พวกเขาก็คงไม่ต้องมีสภาพเป็นแบบนี้