เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 476 ความเลือดร้อนของตัวประกอบ
“ฆ่า!”
พลังการฆ่าอันรุนแรงพุ่งระเบิดออกมา
ด้านล่างของกำแพงเมือง มีทหารบุกเข้ามามากมาย มองไปสุดลูกหูลูกตา นี่ก็คือการโจมตีทั้งหมดของหนานเยว่ จำนวนทหารมากมายจนทำให้ขนหัวลุก
แต่ว่า ทางด้านล่างกำแพงเมืองไม่ใช่ทหารแบบกองทัพเพลิงไฟ
ถ้ากองทัพเพลิงไฟอยู่ที่นี่ แล้วภาพดังนี้ ขาก็ต้องอ่อนพับลงไป
แต่ว่า กองทัพที่ท่านชีเตรียมจะเอาไปใช้เป็นหัวหน้าโจรภูเขา เขาฝึกทหาร ก็ล้วนใช้วิธีแบบนี้ คาดการณ์ไว้ว่าถ้าถูกต้าหัวมาโจมตีจะทำอย่างไร แล้วก็ฝึกแบบนั้นซ้ำๆ หลายครั้ง
ดังนั้น ทหารพวกนี้ ล้วนตั้งรับกันได้เป็นอย่างดี
นี่เป็นสิ่งที่ใครก็คิดไม่ถึง
และท่านชีก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่า สุดท้ายแล้วทหารพวกนี้จะไม่ได้มาป้องกันต้าหัวมาตีเมือง แต่มาป้องกันทหารของหนานเยว่มาตีเมือง ก็ไม่ถือว่าเป็นการดูถูกทหารพวกนี้ของเขา
“ปล่อยไฟ”
ที่ตรงกลาง มีหลี่เจิ้งหยางกำลังออกคำสั่ง
“ครับ”
ผู้ช่วยก็ลงไป
ที่ด้านหลัง ฝังน้ำมันเชื้อเพลิงฝังไว้จำนวนมาก เอาน้ำมันมาทั้งเมืองฉางซานเลย และถึงกับเอาออกมาจากถังน้ำมันรถด้วย เพื่อที่จะเอามาใช้ในที่แห่งนี้
แล้วก็โยนคบเพลิงหลายอันลงไป
ที่ด้านล่าง ก็มีไฟลุกท่วมขึ้นมาอีกครั้ง เสียงร้องเจ็บปวดดังออกมา ทันใดนั้น ก็ไม่รู้ว่าทหารหนานเยว่ตายในกองไฟไปไม่รู้กี่คน
แต่ว่า ทหารหนานเยว่มีมากจริงๆ
มีจำนวนมากเกินไป
น้ำมันเชื้อเพลิงก็ลุกไหม้จนหมด แต่จากนั้น ด้านหลังก็บุกเข้ามาอีก วิ่งเหยียบศพที่ไหม้เป็นถ่าน แบกบันไดกันเข้ามาอันแล้วอันเล่า เพื่อที่จะเริ่มโจมตีเมืองอีกครั้ง
ราวกับคนก่อนหน้านี้ไม่ใช่คนเสียอย่างนั้น
บุกเข้ามาเป็นรอบๆ อีกครั้ง
พอถูกโจมตีหมด
ก็บุกเข้ามาอีก
“ทางฝั่งซ้ายป้องกันไว้ ยังไม่ถึงเวลาของหน่วยเสริม ทางปีกขวาขาดกำลัง หน่วยลาดตระเวนเข้าไปเสริม”
หลี่เจิ้งหยางกำลังตะโกนออกคำสั่งการรบ เขากำลังใช้สมาธิเจาะจงกับสงครามครั้งนี้
แต่ในตอนนี้เอง
เสียงดังฟิ้ว
ฝ่ายศัตรูยิงลูกธนูออกมาดอกหนึ่ง เป็นลูกดอกขนสีเงิน ในท้องฟ้ายามค่ำคืน เห็นเป็นคล้ายกับดาวตกที่พุ่งผ่านท้องฟ้า แต่ทุกคนล้วนรู้ว่า นี่มันไม่ใช่ปรากฏการณ์ดาวตก
นี่คือ ลูกธนูของหวานเอี๋ยนเลี่ย สุดยอดมือธนูอันดับหนึ่งของฝั่งทหารหนานเยว่
ติ๊ง
หลี่เจิ้งหยางแกว่งดาบใหญ่ในมือ ลูกธนูถูกปัดออกไป แต่เขาก็ต้องถอยหลังไปหลายก้าว และมือของเขาก็สั่นๆ ดาบก็ยุบงอลงไป
ถ้ายิงมาอีกครั้ง ไม่รู้ว่าดาบจะหักหรือเปล่า
หลี่เจิ้งหยางไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจก็ตกใจ เขารู้ว่าฝั่งตรงข้ามมีนักธนูฝีมือดีคนหนึ่ง ธนูคันยาว พลังรุนแรง เขาเองก็เตรียมตัวไว้แล้ว ดาบเล่มนี้ก็จะเป็นอาวุธที่กำบังลูกธนูนี้
แต่เขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่า มันจะรุนแรงแบบนี้
แค่ดอกเดียว
ดอกเดียวก็ทำให้เขามือสั่นได้
ถ้ายิงมาอีก เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรับไว้ได้ไหม
และจากนั้น ก็ยิงมาอีก เป็นแสงสีเงินที่พุ่งผ่านฟ้าดิน ผ่านท้องฟ้า แล้วมุ่งหน้าไปยังหลี่เจิ้งหยาง ขอเพียงหลี่เจิ้งหยางตาย ทางฝั่งนี้ก็จะถูกโจมตีได้ง่ายๆ ป้องกันไว้ไม่ไหวแน่
ติ๊ง
หลี่เจิ้งหยางยกมือขึ้นอีกครั้ง แล้วก็ใช้ดาบกันไว้
แบะจากนั้น ดาบใหญ่ก็แตกออก
ลูกศรดอกนั้นยิงไปที่หัวของหลี่เจิ้งหยาง และตอนที่หลี่เจิ้งหยางตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ก็เอียงไปทันที จนสามารถหลบหลีกลูกศรที่จะปลิดชีพเขาดอกนี้ไปได้ แต่ว่าก็ยังทิ้งรอยเลือดไว้บนใบหน้าของเขา
อีกนิดเดียว ก็จะเอาชีวิตเขาแล้ว
“แม่ทัพครับ อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วครับ กลับไปเถอะครับ มันอันตราย” ผู้ช่วยรีบเข้ามาพูด
จำเป็นต้องกลับไป
“ผมไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ตำแหน่งนี้ทำให้ทั้งกองทัพมองเห็นได้อย่างชัดเจน ถ้าผมออกไปแล้ว กองทัพเราก็จะคิดว่าฝั่งเราจะถอย จะเสียกำลังใจกองทัพ เวลานี้ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ถอยเพียงก้าวเดียว ก็ก้าวลงสู่หุบเหวลึก”
หลี่เจิ้งหยางตะโกนพูด
ห้ามถอย
เขาเป็นแม่ทัพที่ป้องกันที่แห่งนี้ เขารู้ว่า ถ้าเขาถอยไป จะมีผลกระทบต่อกำลังใจทหารมาก
บางที การโจมตีครั้งต่อไป อาจจะทำให้เมืองแตกได้
และในตอนนี้ หวานเอี๋ยนเลี่ยก็ง้างคันธนูอีกครั้ง เริ่มจะยิงดอกที่3
“ฆ่า”
ทหารหนานเยว่ทางด้านล่าง ก็ได้รับกำลังใจจากหวานเอี๋ยนเลี่ย ก็เลยบุกโจมตีอย่างบ้าคลั่ง พลังฮึกเหิมพุ่งทะยาน จนแทบจะกลบของทางฝั่งทหารต้าหัวไปแล้ว และในตอนนี้เอง ลูกศรดอกที่3ก็ยิงออกมา
เป็นแสงสีเงินอีกครั้ง
มันสวยงาม และเต็มไปด้วยพลังที่จะปลิดชีวิตคนได้
“ไอ้คนนี้ตายแน่ เมืองฉางซานแตกแน่นอน”
ทุกคนในฝั่งหนานเยว่ ก็คิดถึงจุดนี้
แต่ว่า เสียงดังติ๊ง
ลูกศรดอกนี้ถูกกระบี่ปัดกระเด็นไป จากนั้นก็มีเสียงองอาจสะท้านฟ้าดินดังขึ้นมา “คิดว่าต้าหัวไม่มีคนเก่งแล้วหรือไง กูกระบี่มือหนึ่งแห่งหนานโจว ต้วนหยุนฉางอยู่ที่นี่ ไอ้เด็กน้อยกล้ามาสู้กับกูสักตั้งไหม”
ชายวัยกลางคนผมขาว ถือกระบี่ชิงกังอยู่เล่มหนึ่ง เข้ามายืนด้านหน้าหลี่เจิ้งหยาง
“ฉินเฟิงให้ผมมาปกป้องคุณ”
คำพูดของต้วนหยุนฉาง ดังสะเทือนเข้ามาในมือของหลี่เจิ้งหยาง
แต่คำพูดก่อนหน้านี้ สะเทือนไปทั้งทุกคนในสนามรบ ถึงแม้พละกำลังของคนคนเดียว จะไม่มีผลต่อทหารนับหมื่นนับแสนมากนัก แต่ว่าชื่อเสียงของเขากลับยิ่งใหญ่มาก
กระบี่มือหนึ่งแห่งหนานโจว มีคนไม่น้อยเคารพนับถือ
หวานเอี๋ยนเลี่ยมองคนคนนั้น แล้วก็ขมวดคิ้ว ไม่ได้โมโหอะไร แต่ถูกคำพูดของเขากระตุ้นใจ ก็เลยบุกเข้าไปเพื่อวัดฝีมือกับเขา นี่ไม่ใช่การประลองฝีมือ นี่คือสงคราม
นี่ก็คือความแตกต่างระหว่างคนธรรมดากับทหาร
ต่อให้เป็นนักบู๊ ก็เหมือนกัน สุดท้ายก็สู้กับทหารที่รวมตัวกันเป็นกองทัพไม่ได้
แต่ว่า หลี่เจิ้งหยางกลับใช้โอกาสนี้ ขึ้นไปยืนในจุดที่สูงขึ้นกว่าเดิม ที่ทุกคนสามารถมองเห็นได้ชัดเจน แล้วก็ตะโกนว่า “พี่น้องทุกคน อย่าให้ใครหน้าไหนบุกขึ้นมาได้ เบื้องหลังนี้มีลูกเมียของทุกคนรออยู่”
“ห่า”
ทหารคนหนึ่งชื่อว่า ไอ้หมาน้อย ก็ยกก้อนหินทุ่มลงไป จนกระแทกใส่ทหารหนานเยว่คนหนึ่งตาย แต่ว่าในตอนนี้ก็มีทหารหนานเยว่คนหนึ่งอาศัยโอกาสนี้ บุกขึ้นมาได้
แต่ว่า ไอ้หมาน้อยก็ทุ่มตัวเองทับลงไป จนตัวเขาและศัตรูตกลงไปด้านล่างกำแพงพร้อมกัน
ก็เหมือนกับชื่อของเขาเอง
เขาชื่อว่าไอ้หมาน้อย
เติบโตมาในหมู่บ้านในเขาของเมืองฉางซาน บ้านของเขายากจนมาก แต่ว่าต่อให้ยากจน แต่ว่าชีวิตเขาก็มีความสุข เพราะว่าที่นั่นมีแม่ พี่สาว และพ่อของเขา
ต่อให้เขาออกมาแล้ว ก็ยังกลับไปหาครอบครัวของเขาอยู่บ่อยครั้ง
แต่ว่าตอนนี้ มีคนพวกนี้บุกเข้ามา คนพวกนี้เข้ามาทำร้ายพ่อแม่และพี่สาวของเขา นั่นเป็นคนที่ไอ้หมาน้อยมองว่าสำคัญที่สุดในชีวิต จะไม่ยอมให้ใครเข้ามาทำร้ายได้ง่ายๆ
“ไปตายซะเถอะ”
ตอนที่ตกลงไป ไอ้หมาน้อยจับทหารหนานเยว่คนหนึ่งได้ แล้วก็ลากตกลงไปด้วยพร้อมกัน
จากนั้น ก็กระแทกพื้นจนศัตรูตาย
แต่ เขาก็ตายด้วย ถูกทวนยาวแทงเข้ามาที่หัวใจ
แต่สุดท้ายเขาก็ยิ้มพูดออกมาว่า “ไอ้พวกกระจอก…….เดี๋ยวพวกมึงก็ตาย…..ด้วยเงื้อมมือของพี่น้องกู…….เทพสงครามจะมาช่วย…….แก้แค้นให้พวกกู…..เอง…..”
สุดท้ายก็สิ้นลมหายใจไป
“ไอ้หมาน้อย”
ทุกคนทางด้านบนกำแพงก็ตะโกน
น้ำตาคลอเบ้า
พวกเขาเป็นกองเดียวกัน ไอ้หมาน้อยมีนิสัยเหมือนกับชื่อ มาจากหมู่บ้านในเขา ค่อนข้างทึ่ม อยู่ในกองก็เป็นตัวรั้งท้ายกว่าเพื่อน ปกติแล้วก็ถูกพวกเขาดุด่าว่าโง่อยู่ไม่น้อย
แต่ว่า เวลานี้ ทุกคนรู้แล้วว่าไอ้หมาน้อยไม่ได้โง่
เพราะว่าถ้าถูกศัตรูบุกเข้ามาได้ อาศัยกำลังของทหารหนานเยว่ ไอ้หมาน้อยสู้ไม่ไหวแน่นอน ถ้าทหารหนานเยว่บุกขึ้นกำแพงมาได้ก็จบแน่ การกระโดดลงไป ยังคว้าศัตรูไปตายได้อีก2คน ไอ้หมาน้อยก็คุ้มแล้ว แต่ทุกคนก็ยังคิดว่าไอ้หมาน้อยโง่
“ไอ้หมาน้อย เดี๋ยวกูแก้แค้นให้มึงเอง!”
เสียงตะโกนดังกึกก้องขึ้นมา