เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 472 มีคนมาจากสำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์
“ครับ”
อาหลางพาตัวทหารจากไป
ส่วนหูหรงก็มาที่เต็นท์ใหญ่พร้อมกันฟางถัว มองดูโต๊ะทรายแล้วคาดเดาถึงกองทหารของซูหมิงเจ๋อ ว่ามีโอกาสจะไปโผล่อยู่ที่ไหน เพราะทิศตะวันออกก่อนหน้านี้คาดเดาผิดไปแล้ว
ทำให้กองทหารของซูหมิงเจ๋อหลุดรอดผ่านไปได้
แต่ว่าครั้งนี้ กองทหารของหูหรงมาแล้ว ขวางไว้ที่ปากทางเข้าของทางเหนือ
ต้องการขวางกองทหารของซูหมิงเจ๋อไว้ที่ปากทาง
ไม่นาน อาหลางก็กลับมา ร่างกายเต็มไปด้วยเลือด ดูแล้วฆ่าคนไปไม่น้อย แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ แค่มองดู หูหรงก็รู้ผลแล้ว เป็นไปอย่างที่คิด อาหลางพูด “นายพลหูครับ อาหลางกลับมาแล้วครับ ทำภารกิจสำเร็จอย่างราบรื่นครับ ผู้หาเรื่องหนึ่งพันคนจากศัตรู ถูกฆ่าทิ้งหมดแล้วครับ ไม่มีรอดเลยสักคนเดียว อีกอย่าง ทางเราไม่มีคนได้รับบาดเจ็บเลยครับ”
สามพันคนฆ่าหนึ่งพันคน
ถึงแม้จะได้เปรียบจากจำนวนคนที่มากกว่า แต่ทางฝ่ายของตัวเองไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเลยสักคน แล้วยังกำจัดอีกฝ่ายทิ้งจนหมด เห็นได้ชัดว่านี่คือการสังหารจากฝ่ายเดียว ทหารต้าหัวพวกนั้น มีคนไม่น้อยที่คิดอยากจะยอมแพ้
แต่ว่าอาหลางฆ่าคนไม่เคยปล่อยให้รอดแม้แต่คนเดียว
สิ่งนี้เป็นฉันทามติอย่างหนึ่งในหนานเยว่ บางทีอาจจะเป็นเพราะอาหลางเติบโตมาในดงหมาป่า เรียนรู้กฎจากกลุ่มหมาป่ามาได้มากมา อย่างเช่นตอนนี้ อาหลางกำลังกินเนื้อสด และดื่มเลือดสดอยู่
ช่างโหดเหี้ยมอย่างที่สุด
ฟางถัวเองก็รู้ แต่ก็ยังเอ่ยปากพูดว่า “ทหารพวกนั้น ไว้ชีวิตรอดก็ไม่มีประโยชน์อะไร เคยสอบปากแล้วครับ ได้ข้อมูลมาคล้ายๆกันครับ”
“อืม”
หูหรงมองอาหลาง ถามว่า “ไหนบอกความรู้สึกมาสิ”
“ศัตรู ไม่มีสิทธิ์ที่จะถูกเรียกว่าเหยื่อ แต่เป็นเพียงอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วครับ อ่อนแอมากเกินไป ผมไม่รู้สึกถึงความเป็นความตายเลย คนพวกนั้นก็ตายหมดแล้ว อีกอย่างยังมีคนที่ร้องงไห้ ฉี่ราด แล้วยังมีคนที่ลงจากหลังม้าและยอมแพ้ทันทีด้วยครับ ผมไม่รู้จริงๆว่าคนพวกนี้มาที่สนามรบนี้ได้ยังไง อ่อนแอเกินไป ไม่มีสิทธิ์ที่จะถูกเรียกว่าทหารเลยครับ”
ในสายตาของอาหลางมีความดูถูก
ไม่ใช่เขาอวดเก่ง แต่คนพวกนั้น อ่อนแอมากเกินไปจริงๆ อ่อนแอจนน่าสงสาร
ทำให้เขาไม่มีความสนุกในการฆ่าเลย
“ดูแล้ว กองทัพนี้เป็นเหยื่อล่อที่ถูกส่งมาตายจริงๆด้วย”
หูหรงเองก็มั่นใจแล้ว
ทหารแบบนี้ ไม่มีค่าพอจะให้พวกเขาไปเสียเวลาจัดการ
เป้าหมายของพวกเขาในตอนนี้คือกองทัพของซูหมิงเจ๋อ
“ทหารห้าแสนนายที่ฉันพามา ได้ไปล้อมไว้ที่ทางเหนือแล้ว กองทัพของซูหมิงเจ๋อ บุกเข้าไปไม่ได้แน่นอน แต่ว่า ฉันกังวล อาจจะมีเหตุโชคร้ายบางอย่าง และโจมตีเมืองในคืนนี้”
สีหน้าหูหรงดูกังวลเล็กน้อย
ในแผนการของพวกเขา ได้จัดเตรียมแผนที่สมบูรณ์ไว้แล้ว ป้องกันไว้หมดในแต่ละด้าน แต่เขาก็ยังกังวล เพราะว่าเขากลัวจะเผชิญหน้ากับแผนการสุดท้ายของเทพสงครามต้าหัว
เขาเองก็เป็นบุคคลมีอำนาจ ระยะเวลาเพียงสั้นๆ ก็ได้จัดวางแผนกลยุทธ์ไว้แล้ว และมีท่าทางมั่นใจต่อการชนะสงครามแน่นอน
นายพลมากมายในหนานเยว่พวกนั้น เขาสามารถถูกจัดอยู่ในสามอันดับแรก
สิ่งนี้ก็สามารถพิสูจน์ถึงความสามารถของเขาได้แล้ว
แต่เผชิญหน้ากับเทพสงครามของต้าหัว เขาเองก็หวั่นใจเป็นอย่างมาก กลัวว่าจะไม่สามารถขวางไว้ได้
“นายพลหูครับ สงครามนี้ ที่พวกเราสำคัญมากนะครับ” ฟางถัวพูด
“ใช่แล้ว”
หูหรงสีหน้าซับซ้อน
สงครามนี้ บางทีอาจจะเป็นสงครามที่ยากที่สุดที่เคยสู้กันมา เขาเตรียมใจที่จะเสียสละจนอยู่ที่นี่แล้ว
แต่ว่า
เขาไม่รู้ สุดท้ายเขาก็ได้มีชีวิตรอด
ความมืดค่อยๆครอบงำ
เหมือนดั่งสัตว์ร้ายที่ค่อยๆกลืนกินคน ค่อยๆลืมตาขึ้น ฟื้นขึ้นมา ทั่วทั้งหนานโจวต่างก็รู้สึกได้ถึงความกดดัน ถึงขั้นทำเอาผู้คนแทบจะหายใจไม่ออก
นับถอยหลังสู่สงครามใหญ่
ยังเหลืออีกสี่ชั่วโมง
เจียงเฉิง
เมืองที่อยู่ตำแหน่งทางทิศตะวันออก เมืองสุดท้ายในสิบแปดเมืองทั้งหมด
ที่ข้างคฤหาสน์แห่งหนึ่ง ภายในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง คนแก่ขาพิการคนหนึ่ง ก็ไม่ได้ถือว่าแก่มาก ท่าทางประมาณสี่ห้าสิบปี แต่เพียงแค่หน้าตาแก่เกินอายุ เหมือนกับว่าผ่านความผันผวนในชีวิตมามากมาย
นั่งอยู่บนก้อนหินหนึ่งด้านนอก และกำลังสูบบุหรี่
ที่ด้านนอก ยังมีอีกสิบกว่าคน แต่ว่ายืนอยู่ตรงกันข้ามกับคนแก่ ใส่เสื้อสีดำทั้งตัว ในมือถืออาวุธต่างๆ ชายหนุ่มคนหนึ่งในนั้นที่ในมือถือสองดาบ สายตาเย็นชาพูดว่า “หวังเถ่ นายคิดอยากจะดื้อดึงจริงๆ? เดิมทีนายก็ไม่ใช่คนของต้าหัวอยู่แล้ว ต้าหัวแห่งนี้ไม่ต้องการให้นายช่วย นายเป็นคนแห่งสำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์ของฉัน จ้าวศักดิ์สิทธิ์ตอบตกลงแล้ว เพียงแค่นายยอมกลับสู่สำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์ นายก็จะสามารถกลับเข้าสู่นักฆ่า12ผู้อาวุโส”
“เหอะๆๆๆ……”
หวังเถ่ดูดบุหรี่อย่างหนักทีหนึ่ง พ่นควันออกมาด้วย และหัวเราะพร้อมกันด้วย “นายพูดได้มีเหตุผล เดิมทีแล้วฉันก็ไม่ใช่คนต้าหัว ไม่มีความจำเป็นต้องช่วยต้าหัว แต่ว่า….”
หยุดพูดตรงนี้ เสียงหัวเราะหยุดลง น้ำเสียงกลายเป็นดุร้ายขึ้นมา
“แต่ว่า เมียของฉันเป็นคนต้าหัว ลูกสาวของฉันเป็นคนต้าหัว อย่างนั้นฉันก็ต้องต่อสู้เพื่อต้าหัว เมื่อก่อน ฉันไม่รู้ว่าฉันมีชีวิตไปเพราะอะไร ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อลูกสาวของฉัน อยากได้ลูกเมียของเทพสงคราม อย่างนั้นก็ข้ามศพของหวังเถ่คนนี้ให้ได้ก่อน”
หวังเถ่โยนก้นบุหรี่ทิ้ง พ่นควันคำสุดท้ายออกมา
“หวังเถ่ นายคิดให้ดีนะ ถึงแม้นายจะเคยเป็นอันดับหนึ่งของนักฆ่า12ผู้อาวุโส แต่ว่านายบาดเจ็บมานานหลายปีขนาดนี้แล้ว กำลังการต่อสู้คงจะมีเหลือไม่มาก ส่วนพวกฉัน มีนักฆ่า12ผู้อาวุโสถึงหกคน” ชายหนุ่มคนแรกพูด
“หกคน เหอะๆ จ้าวศักดิ์สิทธิ์ทำเพื่อภารกิจครั้งนี้แล้วช่างพยายามเหลือเกิน แต่ก็ใช่ จับตัวลูกเมียของเทพสงครามต้าหัวไว้ได้ อย่างนั้นก็เหมือนกับว่าจับจุดอ่อนของเทพสงครามต้าหัวไว้ เรื่องแบบนี้ เมื่อก่อนฉันก็ทำ เพียงแต่ว่า ตอนนี้ยืนอยู่ทางฝ่ายของต้าหัว”
หวังเถ่ค่อยๆลุกขึ้นยืนจากที่นั่ง สองขาก้าวเดิน อย่างกะโผลกกะเผลก เสื้อผ้าพนักงานแรงงาน ทำเอานักฆ่าของสำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์พวกนั้นอดจะมีความดูถูกในสายตาไม่ได้
ใช่
เมื่อก่อนหวังเถ่แข็งแกร่งมากจริงๆ เป็นอันดับหนึ่งของนักฆ่า12ผู้อาวุโส
แต่ว่าบาดเจ็บมานานหลายปีอย่างนี้ ความสามารถคงจะไม่แข็งแกร่งเท่ากับเมื่อก่อนแล้ว ครั้งนี้ให้พวกเขามาฆ่าไอ้คนนี้ทิ้ง เพื่อหยุดความอัปยศของสำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์ นักฆ่าของสำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์ กลับไปแต่งงานมีลูก และเฝ้าอารักขาต้าหัวแล้ว
พูดแล้วช่างน่าขัน
“งั้นก็อย่าได้โทษพวกเราละ ไป”
คนของสำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์ออกคำสั่ง แล้วก็พุ่งเข้าไป
ทันใดนั้น นักฆ่าสิบคน ต่างก็พุ่งกันเข้าไป โจมตีเข้าไปกันอย่างบ้าคลั่ง
“ดี ให้รุ่นพี่แก่อย่างฉัน ลองดูนักฆ่า12ผู้อาวุโสรุ่นนี้ของพวกนายสักหน่อยว่าเป็นยังไง ดูสิว่าเป็นเจ้าหนูพวกไร้ประโยชน์กันหรือเปล่า”
หวังเถ่เองก็หัวเราะเสียงดัง แล้วก็พุ่งเข้าไป
ทันใดนั้น ทั้งสองฝ่ายก็ปะทะกันอย่างดุเดือด
แต่ว่า เสียงไม่ได้ดังรุนแรงมากนัก อย่างน้อยก็ไม่ได้ส่งเสียงไปรบกวนคฤหาสน์ด้านข้าง นี่คือกฎที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ และก็ถือว่าเป็นเกียรติที่สำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์มีให้กับหวังเถ่ผู้เป็นนักฆ่า12ผู้อาวุโสคนก่อน
พวกเขาเองก็ไม่ได้ส่งคนอื่นเข้าไปลอบฆ่าคนในคฤหาสน์
เนื่องจากรอบข้างคฤหาสน์ ยังมีองครักษ์หมาป่าเฝ้าอารักขาอยู่ ยังไงซะที่อยู่ด้านในก็เป็นถึงจุดอ่อนของเทพสงคราม สำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์กำลังการต่อสู้ไม่สามารถเผชิญหน้าโดยตรงได้ จึงทำได้แค่ทำเรื่องลับๆล่อๆแบบนี้
ยังไงซะก็ห้าให้ต้าหัวชนะ
แต่ว่า จากนิสัยของเทพสงครามของต้าหัวแล้ว ถ้าชนะขึ้นมาจริงๆ เขาไม่มีทางปล่อยสำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์ไปแน่นอน