หลงรักฉันสักทีเถอะค่ะ คุณเหยา - ตอนที่ 86
ประตูถูกล็อคและไม่มีใครตอบรับการร้องขอความช่วยเหลือของเธอ แม้แต่ตูตูก็ถูกพรากไปจากเธอด้วยเช่นกัน
“เหยาซื่อ! คุณมันเลว! คอยดูเถอะ!”
เสียงร้องโหยหวนของซือโย่วดังมาจากชั้นสอง คนรับใช้ชั้นล่างมองหน้ากันไม่กล้าส่งเสียง
เสี่ยวชิงขมวดคิ้ว หญิงสาวนั้นกล้าหาญกว่าที่เธอคิด
ซือโย่วหยิบโทรศัพท์ของเธอออกมาและโทรไปยังหมายเลขของซูเหยาเหยา พลางร้องไห้ไหด้วย
ซูเหยาเหยาซึ่งถูกบังคับให้ย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านของจงอี้ ในเวลานี้กำลังได้รับการตรวจจากหมอที่จงอี้เชิญมาที่บ้าน
“ฮัลโล โย่วโย่ว”
“ฮือ ฮือ ฮือ….”
ซูเหยาเหยาตกใจกับเสียงร้องของซือโย่วก่อนที่เธอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ด้วยความอดทนและความแข็งแกร่งของหญิงสาว เธอไม่เคยร้องไห้มาก่อน
“เป็นอะไรไปโย่วโย่ว? ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ?”
ซูเหยาเหยาลุกขึ้นนั่งในพริบตา จากนั้นจงอี้ก็ผลักเธอลงนอนอย่างเงียบ ๆ
“เหยาเหยา, ก็เหยาซื่อน่ะสิ เขารังแกฉัน!”
“อะไรนะ? ทำไมล่ะ!”
จงอี้คว้าโทรศัพท์จากมือของซูเหยาเหยาเปิดโหมดลำโพงและวางไว้บนตู้ที่อยู่ใกล้ ๆ
‘คนท้องจะพกมือถือไปไหนมาไหนอยู่ตลอดได้ยังไง? จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกคลื่นความถี่อะไรนั่น?’ จงอี้คิด ‘ฉันต้องหาเวลาสอนความรู้พื้นฐานเรื่องการใช้ชีวิตในระหว่างตั้งครรภ์ให้เธอเสียแล้ว’
เธอร้องไห้แทบขาดใจบอกว่าซูเหยาเหยา เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“คุณครับ เด็กอยู่ในแนวขวางซึ่งยากต่อการคลอดเอง อีกอย่างภรรยาของคุณเป็นโรคโลหิตจางด้วย ไม่ควรออกกำลังกายหนักเกินไป กินยาที่ให้ต่อและทานอาหารเสริมด้วย ท้องระยะสามเดือนแรกมีความสำคัญมาก ยังไงก็ต้องระวังด้วย…”
หมออธิบายอยู่นาน มีเพียงจงอี้เท่านั้นที่ตั้งใจฟัง เมื่อซูเหยาเหยาลุกขึ้นจากเตียงเพื่อหยิบโทรศัพท์ของเธอ เธอก็ได้ยินเสียงของซือโย่ว
“ใครท้องเหรอ เหยาเหยา? สามเดือนแรกคืออะไร? ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?”
“ฉัน…ฉันกำลังไปหาแม่ที่โรงพยาบาล! ฉันเพิ่งเดินผ่านห้องสูตินรีแพทย์น่ะ…”
จงอี้ถลึงตามองซูเหยาเหยา แล้วใช้มือป้องโทรศัพท์ รีบวิ่งออกไป
“โอ้ เธอทำให้ฉันกลัวนะ..” ซือโย่วพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำและเสี่ยใจ
“ไม่ต้องกังวล ฉันสบายดี! โอ้ใช่ เธอเพิ่งบอกว่าเหยาซื่อขังเธอเหรอ อาจไม่ร้ายแรงอะไรขนาดนั้นก็ได้ บางทีอีกสักแปบเขาก็คงอารมณ์ดีเองแหละ”
“ใครสนกันล่ะ! แม้ว่าเขาจะมาง้อฉัน ฉันก็ไม่ยกโทษให้เขาหรอก!” ซือโย่วจงใจตะโกนใส่ประตู
ซูเหยาเหยาดูทำอะไรไม่ถูก ‘ผู้หญิงคนนี้จะทำอะไรกันแน่?’
“โย่วโย่ว เธอแต่งงานแล้วนะ ในฐานะแอร์โฮสเตสสาวของตระกูลเหยา เธอจะทำตัวเป็นเด็กต่อไปไม่ได้แล้วนะ ลองคิดดู ไม่ว่าเธอจะชอบบอดี้การ์ดคนนั้นหรือไม่ก็ตาม นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เหยาซื่อเขาทำเพื่อเธอ เขาเป็นห่วงและระวังเธอมากกว่าใคร ก็เพราะไม่เธอได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าเธอจะยอมรับการแต่งงานหรือไม่ เธอก็ไม่สามารถเปลี่ยนความจริงได้ โย่วโย่ว มีคนจ้องจะทำร้ายเธออยู่นะ เธอไม่ควรเชื่อใจคนอื่นง่าย ๆ หรือทำร้ายคนที่รักเธอ…”
ซูเหยาเหยาพูดด้วยลมหายใจหนึ่ง ซึ่งเธอไม่เคยคิดว่าจะทำได้ หลังจากเงียบไปสองนาทีที่ปลายสายอีกด้าน ซือโย่วกล่าวอย่างช้า ๆ
“โย่วโย่ว ไม่ใช่ทุกคนที่มีคุณสมบัติที่จะรักผู้ชายที่ยอดเยี่ยมอย่างเขาได้”
ซือโย่วถอนหายใจและมองไปที่แหวนแวววาวในมือของเธอด้วยความคิดลึก ๆ
เธอรู้ดีว่าเหยาซื่อเป็นคนดีกับเธอแค่ไหน เธอจึงหลงระเริงกับความสัมพันธ์นี้เร็วกว่าที่เคยทำ
เธอรู้สึกสะเทือนใจเมื่อได้ยินคำสัญญาของเขาว่าจะเรียนรู้ที่จะรักเธอ
เธอควรรักเขาด้วยใจจริงหรือไม่? เธอไม่กล้าทำเช่นนั้น ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ แต่หัวใจของเธออยู่ในความตื่นตระหนก
ความรู้สึกว่าอันตรายที่ไม่รู้จักบางอย่างกำลังรอเธออยู่ มันตามหลอกหลอนเธอและทำให้เธอกลัวที่จะสานสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เสี่ยวชิงเป็นหนึ่งในคนที่น่าเป็นห่วง เธอรู้สึกไม่ดีกับการเตรียมการอย่างรอบคอบของเหยาซื่อ แต่ไม่สามารถยอมรับการดูแลจากผู้หญิงที่แอบรักสามีของเธอได้หรอก
ผู้หญิงมักอ่อนไหวและเห็นแก่ตัวเมื่อพูดถึงสามีไม่ใช่เหรอ
“โย่วโย่ว เธอรับเขาไหม”
ซูเหยาเหยามองขึ้นไปบนท้องฟ้า เธอและซือโย่วเคยเป็นดาวจรัสแสง สองดวงบนท้องฟ้าอย่างมีความสุขและไร้กังวล แต่ตอนนี้พวกเขามีความกังวลในแบบของตัวเอง
“ฉัน…” ซือโย่วตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
คำว่ารักที่เธอแทบจะพูดโพล่งออกไปนั้น ถูกเธอกลืนกินไปพร้อมกับความภาคภูมิใจในตัวเองครั้งสุดท้าย
เธอรู้สึกกลัว เธอไม่มีความกล้าที่จะเทใจให้ใครง่าย ๆ อีกแล้ว ถ้าเหยาซื่อ เคยทำร้ายคนที่รักของเขา หัวใจของซือโย่วคงเต็มไปด้วยรูโหว่
ทันใดนั้นซือโย่วก็รู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่ดี เพราะเธอปรารถนาความอ่อนโยนของเหยาซื่อ ทว่าไม่กล้าพอที่จะยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงของเธอเอง
“ดูสิ เธอยังไม่พร้อมที่จะยอมรับด้วยซ้ำ” ซูเหยาเหยาหัวเราะเบา ๆ
“ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอ แต่สัญญานะว่าเธอจะรักตัวเอง”
“อืม ฉันจะทำอย่างนั้น”
ซูเหยาเหยาปลอบประโลมเธอ โดยการเล่าเรื่องตลกมากมายเพื่อพยายามทำให้เธอหัวเราะก่อนวางสายโทรศัพท์
“คุยจบหรือยัง”
ไม่นานซูเหยาเหยาก็หันกลับมาก่อนที่จะชนเข้ากับอกของจงอี้
จงอี้ยืนอยู่ข้างหลังซูเหยาเหยาอย่างเงียบ ๆ เฝ้าดูเธอคุยโทรศัพท์เพียงเพื่อจะพบว่าเธอมีอีกด้านหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็น
“สองชั่วโมง คุยไปได้ยังไงนานขนาดนั้น?”
จงอี้นำเสื้อไปคลุมเธอไว้ จับมือที่เย็นเฉียบของเธอแล้วดึงเธอเข้าไปในห้อง
“คุณได้ยินทั้งหมดแล้วใช่ไหม” ซูเหยาเหยาพูดเบา ๆ
“ใช่ เกิดอะไรขึ้น”
“ผู้ชายก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ” ซูเหยาเหยาพูดประชดประชัน
เขาหยิบซุปจากสาวใช้และวางไว้บนโต๊ะหน้าซูเหยาเหยา
“กินซะ”
วันก่อนซูเหยาเหยาย้ายเข้ามาที่บ้านจงอี้ เขาได้จ้างแม่บ้านมาดูแลเรื่องอาหารให้กับเธอ
เธอต้องการอาหารเสริมเป็นอย่างมาก
“พวกเราทุกคนก็เหมือนกัน นั่นคือเราพยายามให้ทุกอย่างกับคนที่เรารัก” จงอี้กล่าว ขณะที่เขานอนอยู่บนโซฟาอย่างเฉยเมย เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อส่งบันทึกเสียงไปให้เหยาซื่อ
“ฮ่า” ซูเหยาเหยาดื่มซุปและหัวเราะ
สาเหตุที่เขาไม่ปล่อยเธอไป เธอคิดว่าเป็นเพราะลูกในท้องของเธอ
“จงอี้คะ เราต้องคุยกัน” ซูเหยาเหยาวางชามลงหลังจากดื่มไปเล็กน้อย เธอไม่อยากอาหารและไม่มีความตั้งใจที่จะคลอดเด็กคนนี้
“หืม? คุยเรื่องอะไร?” เมื่อได้ยินคำพูดของซูเหยาเหยา จงอี้ก็วางโทรศัพท์และจ้องมองเธออย่างจริงจัง
“คุณ อยากมีลูกใช่ไหม?”
ซูเหยาเหยาสัมผัสท้องของเธอ ราวกับว่าเธอรู้สึกได้ถึงอีกชีวิตหนึ่ง
“นั่นลูกของผม ผมไม่ยอมแพ้หรอก”
จงอี้เสียใจอย่างมากที่โกรธและทิ้งเธอไปเมื่อรู้ตั้งแต่แรกว่าซูเหยาเหยาท้องเมื่ออยู่ในโรงพยาบาลครั้งก่อน โชคดีที่เธอไม่ได้ทำแท้งหรือเสียใจกับสิ่งที่ผ่านมา!
“คุณต้องการให้ฉันเก็บเด็กไว้ใช่ไหม?”
ซูเหยาเหยาคาดหวังว่าจะมีลูกมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่เธอพบว่าตัวเองท้อง มีหลายครั้งที่เธออยากจะเก็บลูกเอาไว้
แต่เธอทำไม่ได้ โดยเฉพาะยอ่างยิ่ง หลังจากที่จงอี้เข้ามาในชีวิตของเธอ เธอทนไม่ได้ที่จะเห็นลูกต้องแยกจากพ่อของตัวเองหลังจากที่เขาคลอดออกมาและเธอไม่ต้องการให้ลูกของเธอถูกเรียกว่าลูกนอกสมรสด้วย