ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1120 ไม่ได้ดูข่าวกันเหรอครับ
บทที่ 1120 ไม่ได้ดูข่าวกันเหรอครับ
บ่ายวันเสาร์ ที่ภัตตาคารไร้ชื่อ “ตามมาทางนี้เลย” เผยเชียนยิ้มและพาเปาซว่ีไปห้องส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดในภัตตาคารไร้ชื่อ ฝั่งเปาซวี่หดตัวเป็นก้อนกลม ตัวสั่นระริกด้วยความกลัว เหมือนกับว่ากําลังโดน
ซุ่มโจมตี เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล!
ทําไมจู่ๆ บอสเผยถึงชวนเขามากินข้าวด้วย เขาไม่อยากมาเลย เขาอยากเล่นเกมอยู่ที่ห้องมากกว่า เพราะช่วงที่ผ่านมายุ่งอยู่กับตลาดร้านข้างทางจนไม่มีเวลาเล่นเกม ตอนนี้จัดการ
งานตลาดร้านข้างทางเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาไปตามเกมใหม่ๆ ที่ยังไม่ได้เล่น แต่เขาก็ต้องมาเพราะบอสเผยเปน็คนชวน เขาได้แต่หวังว่าจะรีบกินแล้วรีบชิ่งกลับไปเล่นเกม หลังจากนั่งลงที่โต๊ะ เปาซวี่ก็ตระหนักว่าในห้องส่วนตัวขนาดใหญ่มีแค่เขากับบอส
เผย เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อยขณะมองดูอาหารมาเสิรฟ์ทีละจาน เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผดิปกติมากขึ้นเรื่อยๆ!
เปาซวี่พยายามทําตัวไม่เด่นและคอยระมัดระวังตัวมาตลอด เพราะกลัวว่าจะ กลายเป็นจุดสนใจ จนโดนโหวตให้เป็นพนักงานดีเด่นอันดับสองและไดไ้ปออกทริป ต่อมาเขาก็ตระหนักว่าพอทําตัวไม่เด่นเกินไป ทุกคนก็เข้าใจผิดว่าเขาไม่มีงานทํา
เลยลากเขาไปเที่ยวด้วยเหมือนเดิม เขาเลยตัดสินใจหาอะไรทํา แต่การหาอะไรทําไม่ได้หมายความว่าต้องทําเรื่องยิ่งใหญ่!
เพราะจะทําให้เขากลับมาที่จุดเริ่มต้นและโดนโหวตให้เป็นพนักงานดีเด่นอันดับ
สองอีก ดังนั้นเป้าหมายของเปาซวี่คือทําให้ทุกคนเห็นว่าเขายุ่ง แต่ไม่สร้างผลงานโดดเด่น
จนเกินไป แล้วทําไมบอสเผยถึงชวนเขามากินข้าว แถมยังชวนแค่เขาคนเดียวด้วย ไม่บ่อยนักที่จะไดร้ับเกียรติแบบนี้!
หรือว่าเขาจะช่วยตลาดร้านข้างทางเยอะเกินไป ยิ่งคิดเปาซวี่ก็ยิ่งว้าวุ่นใจ ถ้าไม่ใช่เพราะตรงหน้าเป็นอาหารเลิศรส เขาก็ไม่คิดจะ
คีบขึ้นมาด้วยซ้ํา พอเห็นวา่อีกฝ่ายกินใกล้อิ่ม เผยเชียนก็คิดว่าได้เวลาอันสมควรแล้ว
“เปาซวี่ คุณคือพนักงานเก่าแก่ของเถิงต๋า คุณทํางานอย่างขยันขันแข็งมานาน หลายปี!
“ผมมีประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ ลองอ่านดูสิว่าชอบมั้ย” เผยเชียนยิ้มพร้อมกับยื่นประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้พนักงานเอาไปให้เปาซวี่ โต๊ะตัวนี้ใหญ่เกินไป ทั้งสองนั่งกันคนละฝั่ง ดังนั้นเลยต้องให้พนักงานช่วยส่งต่อ
ให้
เปาซวี่ตกใจเมื่อได้ยินคําว่า ‘ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ’ เขาตื่นตะลึงไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะวางตะเกยีบลงแล้วยื่นมืออันสั่นเทาไปรับประกาศมา เขาตัวสั่นหนักกว่าเดิมหลังอ่านตั้งแตต่้นจนจบ เขารู้ดีว่าถ้าประกาศยกย่องเชิดชูเกียรตินี้ส่งต่อไปในเถิงต๋า เขาก็เตรียมจองไฟลต์
ได้เลย!
พอเห็นสหีน้าของเปาซวี่ เผยเชียนก็ผุดยิ้ม อืม บรรลุเป้าหมายแล้ว
“เปาซวี่ ผมตั้งใจว่าจะส่งประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติถึงกิจการต่างๆ ในเถิงต๋า คุณคิดว่ายังไง” เปาซวี่สะดุ้ง “บอสเผยครับ ผมว่าไม่เหมาะเลย!
“จริงๆ แล้วผมแค่อยากช่วยตลาดร้านข้างทางเท่าที่จะช่วยได้ ไม่ได้ช่วยอะไร มากมาย เนื้อหาในประกาศค่อนข้างจะเกินจริงไปหน่อย ผมไม่คู่ควรสําหรับการยก ย่องขนาดนี้!” เผยเชียนพยักหน้าเล็กนอ้ย อืม ถ้ารู้จักกลัวได้ก็ดี
“โอเค ถ้าคุณยืนกรานแบบนั้น ผมก็จะไม่ส่งประกาศนี้ออกไป ผมจะจําผลงาน ของคุณไว้ในใจ” เผยเชียนเว้นช่วง เขาขู่ให้เปาซวี่กลัวได้แล้ว ต่อไปต้องค่อยๆ กล่อมให้อีกฝ่ายกลับตัวกลับใจ แต่จะสื่อสารออกไปยังไงดี
เผยเชียนบอกความคิดออกไปตรงๆ ไม่ได้ เขารู้ว่าเปาซวี่ไม่อยากไปเท่ียว แต่เปา ซวี่ไม่รู้ว่าบอสเผยอยากให้เขาอู้!
ยากมากที่จะสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทําให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด เผย
เชียนคิดไม่ออกวา่ต้องบอกออกไปยังไงถึงจะได้ผลดีท่ีสุด ตอนนั้นเองเสียงคุ้นเคยก็ดังมาจากนอกห้องส่วนตัว
“อ้าว วันนี้บอสเผยแวะมาเหรอครับ” เผยเชียนหันไปมอง “บอสหลี่? “เชิญครับเชิญ มากินด้วยกัน” เผยเชียนจองห้องส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดของภัตตาคารไร้ชื่อไว้ ถ้ากินกันแค่สองคนก็
ดูจะใช้งานได้ไม่คุ้มเท่าไหร่ บอสหลี่เป็นลูกค้าประจําของภัตตาคารไร้ชื่อ ให้มาร่วมวงกินด้วยกันสักหน่อยก็
น่าจะดี เพราะยิ่งมีคนช่วยกินก็ยิ่งดี หลี่สือรีบตอบ “บอสเผย ขอบคุณนะครับที่ชวน! แต่ผมเพิ่งกินเสร็จ” เผยเชียนยิ้ม “ไม่เป็นไรครับ กินเท่าที่กินได้ก็ได้” เขาหันไปบอกพนักงาน “เอาเก้าอี้กับจานมาเพิ่มอีกชุด” หลี่สือปฏิเสธไม่ลง เขาพยักหน้า “โอเคครับ งั้นผมขอรับน้ําใจไว้!” พวกเขาเป็นเพื่อนเก่ากัน ไม่จําเป็นต้องเกรงอกเกรงใจกันเกินไป หลี่สือนั่งลง
อย่างสงบ เผยเชียนยังคิดไม่ออกวา่จะ ‘สื่อสาร’ กับเปาซวี่ยังไง ดังนั้นจึงคุยเล่นกันไปก่อน “วันนี้บอสหลี่แวะมาทําไมเหรอครับ”
หลี่สือยิ้ม “ผมจองไว้ตั้งแต่สองเดือนที่แล้ว ถ้าไม่มาก็คงเสียโอกาสแย่
“แล้วก็ซิงเหนี่ยวฟิตเนสกับการซื้อร้านค้าก็ได้บอสเผยช่วยไว้ วันนี้ผมเลยแวะมา เลี้ยงฉลองกับบอสเชอ เจ้าของซิงเหนี่ยวฟิตเนสกับนักลงทุนคนอื่นๆ ครับ” หลี่สือเจ้าเล่ห์มาก เขารู้ว่าภัตตาคารไร้ชื่อจองยากมาก เขาเลยจองล่วงหน้าเข้ามา
บ่อยๆ ตราบใดที่จองไว้ล่วงหน้า ก็การันตีได้ว่าจะได้มากินข้าวที่ภัตตาคารไร้ชื่อทุก
สัปดาห์ แน่นอนว่าต้องกระเป๋าหนักพอที่จะจ่ายค่าอาหารแพงหูฉี่ดว้ย บอสหลี่ได้ส่วนแบ่งจากบอสเผยมาเยอะมากแล้ว ค่าอาหารจะซักเท่าไหร่กันเชียว นอกจากนี้ซิงเหนี่ยวฟิตเนสสาขาต่างๆ และสตรีตฟู้ดก็กําลังไปได้สวย ถึงจะยังทํา
เงินได้ไม่มาก แต่ก็ตั้งหม้อและเคี่ยวซุปจนเดือดแล้ว เพราะงั้นจึงเหมาะที่จะฉลอง เผยเชียนงง ซิงเหนี่ยวฟิตเนส? ร้านค้า?
อะไรกันล่ะนั่น เขาไม่ได้ใส่ใจมาก คิดว่าที่หลี่สือบอกว่า ‘ได้บอสเผยช่วยไว้’ น่าจะพูดไปตาม มารยาท จึงก้มหน้าก้มตากินข้าวและครุ่นคิดว่าจะขู่เปาซวี่ยังไงไม่ให้สร้างความ เดือดร้อนอีก ห้องส่วนตัวตกอยู่ในความเงียบ เปาซวี่เป็นคนพูดไม่เก่ง ถึงจะเคยได้ยินชื่อบอสหลี่มาบ้าง แต่ก็ไม่เคยเจอกันมา
ก่อน พอไม่รู้จักกันก็หาเรื่องคุยได้ยาก
แต่หลี่สือไม่คิดแบบนั้น ถึงจะบังเอิญเจอบอสเผย แต่หลี่สือเป็นคนสายตาเฉียบคมและฉลาดมาก ทันทีที่
เข้าไปในห้องส่วนตัว เขาก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน บอสเผยถึงขั้นเลี้ยงขา้วที่ภัตตาคารไร้ชื่อเป็นการส่วนตวั สุดยอดมาก!
ถึงหลี่สือจะเคยช่วยบอสเผยมาก่อน แต่เขาก็ไม่เคยได้รับการปฏิบัติแบบนี้ พูดอีกอย่างคือ ชายหนุ่มตัวผอมและผิวคล้ําคนน้ีไม่ธรรมดา!
แน่นอนว่าเขาต้องถือโอกาสทําความรู้จักกับคนเก่งท่ีบอสเผยให้ความสําคัญ หลี่สือกินอาหารไปสองคําและคุยเล่นอยู่พักหนึ่ง จากนั้นจึงถามขึ้น “บอสเผย
ครับ ผมไม่เคยเห็นน้องชายคนนี้มาก่อน ช่วยแนะนําให้รู้จักได้ไหมครับ” เผยเชียนที่กําลังคิดว่าจะขู่เปาซว่ียังไงดีตอบอย่างไม่ใส่ใจ “อ๋อ เขาคือพนักงาน
ฝ่ายเกมของเราครับ ชื่อเปาซวี่” หลี่สือเบิกตากว้างเม่ือได้ยินสองคําสุดท้าย “โอ้!
“นักเดินทางเปาซวี่ใช่ไหมครับ ผมได้ยินเกี่ยวกับคุณมาเยอะเลย” หลี่สืออดไม่ได้ที่จะชื่นชมยกย่องในใจ ไม่แปลกใจเลย ทุกอย่างสมเหตุสมผลหมด!
เขาเคยได้ยินมาว่าเปาซวี่ซึ่งเป็นพนักงานหลักของเถิงต๋ามีผลงานโดดเด่นมากมาย
และมักได้รับเลือกเป็นพนกังานดีเด่นอันดับสองอยู่บ่อยๆ ไม่แปลกเลยที่บอสเผยจะเลี้ยงข้าวพนักงานดีเด่นเปน็การส่วนตัว! แต่อีกฝ่ายก็อยู่มานานแล้ว ทําไมถึงเพิ่งมาเลี้ยงข้าวเอาป่านน้ีล่ะ หลี่สือเค้นหัวคิดอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเขาก็คิดออก “อ๋อ! จําได้แล้ว!
“เมื่อวานช่วงข่าวเย็นของช่องจิงโจวทีวีมีสกู๊ปสัมภาษณ์ตลาดร้านข้างทาง ผู้จัด การตลาดบอกว่าเขาอยากแสดงความขอบคุณต่อเพื่อนผู้กระตือรือร้นจากฝ่ายเกมเถิง ต๋าเป็นพเิศษ เขาน่าจะหมายถึงน้องเปาใช่ไหมครับ
“ไม่แปลกใจเลยว่าทําไมบอสเผยถึงเชิญมากินเลี้ยงเพื่อชมเชยเป็นการส่วนตัว!” หลี่สือยิ้มกว้างด้วยสีหน้า ‘อย่างนี้นี่เอง’ เขากระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วมในการ สนทนาบนโต๊ะมาก
แต่เผยเชียนกับเปาซวี่กลับชะงักพร้อมกัน คนหนึ่งถือล็อบสเตอร์ที่กินไปครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกคนถือก้ามปูค้างไว้ ราวกับว่าลืม
ไปแล้วว่าจะเอาเข้าปากหรือวางลง
“ข่าวเย็น?” ทั้งสองดูสับสน หลี่สือผงะไป “หือ? ไม่ได้ดูข่าวกันเหรอครับ” เผยเชียนกับเปาซวี่วางล็อบสเตอร์กับก้ามปูในมือลงพร้อมกัน จากนั้นก็หยิบมือ
ถือขึ้นมาค้นดูข่าว แม้ว่าทั้งสองจะตกใจกับคําว่า ‘ข่าวเย็น’ เหมือนกัน แต่ก็ตกใจกันคนละประเด็น เผยเชียนตกใจที่ข่าวเย็นมาสัมภาษณ์อีกแล้ว รอบนี้เป็นตลาดร้านข้างทาง แบบนั้นก็จบเห่กันพอดีสิ ตลาดร้านข้างทางกย็ิ่งดังขึ้นอีก
ส่วนเปาซวี่ตกใจเนื้อหาการสัมภาษณ์ จางหยาฮุย นายอยากพูดอะไรก็พูดไปสิ
ทําไมต้องพูดถึงฉันดว้ย!
ทั้งสองเปิดดูข่าวช่องจงิโจวทีวีพร้อมกัน หลี่สือคีบอะไรกินเลก็น้อยด้วยความสับสนนิดหน่อย มือของเผยเชียนที่ถือมือถืออยู่สั่นน้อยๆ ไม่รู้เป็นเพราะมือถือ G1 เครื่องนี้หนัก
เกินไปหรือเปล่า
“ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจเมืองจิงโจวเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว การท่องเที่ยว กลายเป็นอุตสาหกรรมสําคัญในจิงโจว
“ดังสํานวนว่าไว้ ประชาชนเปรียบอาหารเป็นสิ่งสําคัญเทียมฟ้า เป็นเรื่องยากที่ ผู้คนจะทนต่อแรงยั่วยุจากอาหารกินเล่นได้ ในช่วงวันหยุดผู้คนมักหาอาหารกินเพื่อ คลายอารมณ์และความเครียด ไม่ว่าจะไปเมืองไหน ทุกคนก็มักจะไปที่สตรีตฟู้ดของ เมืองนั้นเพื่อลิ้มลองรสชาติอาหารท้องถิ่น
“เมื่อเร็วๆ นี้ตลาดของกินแห่งใหม่ได้ปรากฏขึ้นในโซนอุตสาหกรรมเก่าของจิ งโจว รูปแบบของตลาดแห่งนี้แตกต่างจากสตรีตฟู้ดดั้งเดิมทั่วไป แต่จะแตกต่างกัน อย่างไร พวกเราจะพาทุกคนไปชมกนัค่ะ” หลังจากพูดเกริ่นจบ ภาพตลาดร้านข้างทางและบทสัมภาษณ์ของจางหยาฮุยก็
ปรากฏขึ้นในข่าว จางหยาฮุยพูดอย่างฉะฉาน โดยเล่าถึงประสบการณ์อันขมขื่นของเขาต้ังแต่เป็น เจ้าของร้านแผงลอยเล็กๆ จนได้มาเป็นผู้ดูแลตลาดร้านข้างทาง โดยเฉพาะช่วงสุดท้าย ที่พูดเกี่ยวกับนัยแฝงของตลาดร้านข้างทางทําใหเ้ข้าใจเจตนารมณ์ได้อย่างชัดเจน “จางหยาฮุย ผู้จัดการตลาดร้านข้างทางกล่าวว่า ตลาดร้านข้างทางสร้างขึ้นเพื่อ อนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารกินเล่นอันโดดเด่น รวมถึงวางบรรทัดฐานและ ให้คําแนะนําแนวทางที่ถูกต้องให้กับเจ้าของร้านแผงลอย เพื่อให้พวกเขาอยู่รอด พัฒนาเติบโต และผสานเป็นส่วนหนึ่งกับชีวิตผู้คน ควันและไฟนี้จะลุกโชนในมหา นครที่หนาวเยน็แห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
“หากมีเวลาว่างก็ลองแวะมาที่ตลาดร้านข้างทางดูนะคะ ดิฉันเชื่อว่าบรรยากาศอัน เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ กิจกรรมอินเทอร์แอ็กทีฟที่น่าสนใจ รวมถึงอาหารที่ทั้งถูกและ อร่อยจะทําให้คุณได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป” นอกจากนั้นเผยเชียนยงัสังเกตเห็นบางสิ่งด้วย ระหว่างการสัมภาษณ์ จางหยาฮุยย้ําว่าการออกแบบตลาดได้รับความช่วยเหลือ จากเพื่อนผู้กระตือรือร้นจากฝ่ายเกมเถิงต๋า ถึงจะไม่ได้ระบุชื่อ แต่ถ้ารู้ข้อมูลวงในสัก หน่อยก็จะเดาได้ว่าคนคนนั้นคือเปาซวี่ เผยเชียนเงยหน้าข้ึนหลังดูข่าวจบ เปาซวี่เองก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน ทั้งสองจ้องตากัน ต่างฝ่ายต่างพูดอะไรไม่ออก เผยเชียนรู้ว่าประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติที่เขาทําขึ้นไม่มีประโยชน์อีกต่อไป เขาไม่ต้องเค้นหัวคิดวธิีขู่หรือบอกใบ้เปาซวี่อีกแล้ว เพราะมันไร้ความหมาย เผยเชียนได้แต่ถอนหายใจ เปาซวี่เอ๊ย ฉันอยากปกป้องนายนะ แต่ในสถานการณ์นี้ฉันช่วยอะไรนายไม่ได้ จริงๆ!