ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1115 สินทรัพย์ถาวรพุ่งขึ้นไปเป็นสองร้อยเจ็ดสิบล้านได้ยงัไง
- Home
- ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี
- บทที่ 1115 สินทรัพย์ถาวรพุ่งขึ้นไปเป็นสองร้อยเจ็ดสิบล้านได้ยงัไง
บทที่ 1115 สินทรัพย์ถาวรพุ่งขึ้นไปเป็นสองร้อยเจ็ดสิบล้านได้ยงัไง
เผยเชียนเวียนหัวขึ้นมา “ฮะ? ซื้อเหรอ เกือบ 40% ด้วย” คํานวณดูคร่าวๆ พวกเขาซื้อไปแล้วอย่างน้อยหกสิบร้าน!
จากราคาเฉลี่ยหกแสนต่อร้าน ขายแพงจากราคาจริง 50% ก็เท่ากับเก้าแสน ซื้อ
ไปหกสิบร้าน…ก็เกือบหกสิบล้าน!
เผยเชียนสับสน “ผมให้เงินคุณเยอะขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนที่ซื้อตลาด
เกษตรกร ผมให้เงินไปแค่สิบล้านไม่ใช่เหรอ” ตลาดเกษตรกรที่เลือกมาทําเป็นตลาดร้านข้างทางมีพื้นที่ประมาณหนึ่งพันเจ็ดร้อย ตารางเมตร เนื่องจากตั้งอยู่ห่างไกลตัวเมืองและสภาพแวดล้อมไม่ดี ราคาจึงไม่แพง มาก ตกประมาณสี่พันหยวนต่อตารางเมตร เถิงต๋าเพิ่มราคาให้เล็กน้อยตอนซื้อ ราคา จึงไปจบที่เจ็ดล้านกวา่ พอคิดถึงค่ารีโนเวตและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เผยเชียนก็ตัดสินใจให้เงินเขาไปกว่าสิบ
ล้าน แต่ไม่มีทางถึงหกสิบล้านแน่นอน เหลียงชิงฟานตอบ “บอสเผยโทรมาบอกให้ผมหาซื้ออาคารไม่ใช่เหรอครับ ตอน
นั้นผมถามบอสว่าซื้อร้านได้ไหม บอสตอบว่าได้” เผยเชียน “???” เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “ถ้าจําไม่ผิด ผมถามคุณว่าทําเลอยู่แถวไหน
คุณบอกผมว่าอยู่คอ่นข้างห่างไกลตัวเมือง และการันตีไม่ได้ว่ามูลค่าจะเพิ่ม” เหลียงชิงฟานพยักหน้า “ใช่ครับ ทําเลตรงนี้ก็ค่อนข้างห่างไกลไม่ใชเ่หรอครับ “ที่ผมพูดคือ การันตีไม่ได้เหมือนกันว่ามูลค่าจะเพิ่มขึ้นไหม แต่ก็น่าจะโอเค “ถ้ามันไม่มีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่า ผมคงไม่ขอทุนมาซื้อหรอกครับ” เผยเชียนพูดอะไรไม่ออก อะไรวะเนี่ย… ฉันอนุญาตให้ซื้อร้านได้ แต่ไม่ใช่ร้านแถบนี้!
เผยเชียนรีบเรียกหน้าจอระบบขึ้นมาเช็กดูสินทรัพย์ถาวรที่เขาเป็นเจ้าของตอนนี้
ไม่สิ สินทรัพย์ถาวรของบริษัทที่บันทึกไว้ในระบบ
<สินทรัพย์ถาวร: (272.83 ล้าน)>
<รายละเอียด:>
<วิลล่าในหมิงหยุนวลิล่าหนึ่งหลัง (9.8 ล้าน)>
<ห้องชุดสบิสองห้องในคอมมูนติี้สู่กวง (42.77 ล้าน)>
<ห้องชุดเจ็ดสิบเจ็ดห้องในอาคารพาณิชย์และที่อยู่อาศัยสวนซุ่นตง (24.71 ล้าน)>
<ห้องชุดสามสิบสองห้องในอาคารหมายเลขแปดและหมายเลขเก้าของคอมมูนิ ตี้ปินหู (28.18 ล้าน)>
<ห้องชุดสามสิบห้องในคอมมูนิตี้จินตี่หวาถิง (72.69 ล้าน)>
<ห้องชุดยี่สิบสี่ห้องในอาคารหมายเลขสามของคอมมูนิตี้หวาซินซานหยู่ (25.8 ล้าน)>
<ตลาดเกษตรกรในเขตอุตสาหกรรมเก่า (7.6 ล้าน)>
<ร้านค้าริมถนนหกสิบสองร้านในเขตอุตสาหกรรมเก่า (61.28 ล้าน)> อาคารในคอมมูนิตี้จินตี่หวาถิงเป็นอาคารแรกที่ซื้อภายใต้โมเดลอพาร์ตเมนต์บ้าน จอมเฉื่อย 2.0 อาคารในคอมมูนิตี้หวาซินซานหยู่เป็นอาคารหลังที่สองที่ซื้อภายใต้ โมเดลอพารต์เมนต์บ้านจอมเฉื่อย 2.0 ทําเลอยู่ค่อนข้างห่างไกล ราคาจึงถูกกว่า ตอนที่ขาดแคลนเงินทุน เผยเชียนตั้งใจว่าจะขายอาคารในคอมมูนิตี้หวาซินซานห
ยู่ที่เพิ่งรีโนเวตเสร็จ แต่การขายล้มเหลว อาคารหลังนี้จึงยังอยู่ในการครอบครอง หลังจากบรรทัด ‘ร้านค้าริมถนนหกสิบสองร้านในเขตอุตสาหกรรมเก่า’ ยังมี
ข้อมูลโดยละเอียดซึ่งสามารถขยายเพื่อดูข้อมูลของแตล่ะร้านอย่างละเอียดได้ เผยเชียนเปิดเข้าไปไล่สายตาดูแล้วก็จําได้ในที่สุด ก่อนหน้านี้ระบบมีการแจ้งข้อมูลการซื้อของบางร้าน แต่ข้อมูลที่แสดงตอนนั้นไม่ใช่ ‘ร้านค้าริมถนนหกสิบสองร้านในเขตอุตสาหกรรม
เก่า’ แต่เป็นชื่อของร้านเลย! ถ้าเผยเชียนเห็นคําว่า ‘เขตอุตสาหกรรมเก่า’ เขาคงระวังมากกว่านี้ โชคร้ายที่มันไม่เป็นแบบนั้น เพราะเหลียงชิงฟานทยอยเซ็นสัญญากับเจ้าของร้านทีละร้าน ระบบเลยบันทึกเข้า
ระบบทีละร้าน ระบบเพิ่งจับมารวมเป็นรายการเดียวตอนท่ีเขาเซ็นสัญญาครบทุกร้าน เนื่องจากข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ถาวรมีเยอะจนลายตา เผยเชียนเลยชอบกดซ่อน
ไว้และไม่สนใจไล่ดู ส่วนตอนที่ระบบแจ้งเตือนข้อมูล เขาจําไม่ได้ว่าตอนนั้นทําอะไรอยู่ อาจจะเล่นเกม
ไม่ก็ดูซีรีส์อยู่
สรุปคือมีครั้งหนึ่งที่เขาเห็นชื่อร้านยุบยับเด้งขึ้นมา ราคาแต่ละร้านไม่ได้สูง
ประมาณหลักแสน เขาเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก ระบบจะแจ้งเตือนข้อมูลเฉพาะตอนที่เพิ่งซื้อสินทรัพย์ถาวรและตอนสรุปบัญชี
นอกจากนั้นจะไม่มกีารแจ้งเตือน เพราะมูลค่าสินทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ อยู่ตลอด เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ถ้าคอยแจ้งเตือนทุกครั้ง เผยเชียนก็จะเห็นตัวเลขมากมายลอยอยู่ต่อหน้าทุกวัน ซึ่งน่า รําคาญเกินไป ดังนั้นเผยเชียนจึงเพ่ิงจะมารู้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกบัสินทรัพย์ถาวรเอาตอนนี้ เขารู้สึกเวียนหัวข้ึนมาตอนที่เห็นตัวเลขสองร้อยเจด็สิบล้าน การซื้ออาคารเป็นวงการที่เข้าแล้วออกไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็มีเยอะขนาดนี้แล้ว!
แถมทุกครั้งที่เห็น ตัวเลขก็เหมือนจะเพิ่มขึ้นตลอด ไม่มีลด ช่างน่าเศร้าจริงๆ นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาเรื่องแผนขยายอพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยถูกขัดจังหวะ
เล็กน้อยด้วย ตอนแรกเผยเชียนตั้งใจไว้ว่าจะให้อพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยซื้ออาคารในพ้ืนที่ ห่างไกลในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ แต่ตอนนั้นเหลียงชิงฟานไปออกทริปอยู่ เลยต้องพัก โครงการไว้ก่อนชั่วคราว หลังจากเหลียงชิงฟานกลับมา เผยเชียนก็ผุดความคิดเปิดตลาดร้านข้างทางขึ้นมา กะทันหัน ประกอบกับต้องทําสงครามเม็ดเงินกับ Finger Games และหลงอวี่คอร์เ ปอเรชัน เงินทุนของเถิงต๋าเลยติดขัดเล็กน้อย แผนซื้ออาคารในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้จึง ต้องพับไปก่อนอีกครั้ง ถึงอย่างนั้นสินทรัพย์ถาวรของเถิงต๋าก็พุ่งไปสองร้อยเจ็ดสิบล้าน ใกล้จะทะลุสาม
ร้อยล้านแล้ว!
โอ๊ย ปวดหัว เงินทุนตั้งต้นของระบบในรอบบัญชีนี้คือ 50 ล้าน สินทรัพย์ถาวรมูลค่า 270 ล้านแปลงเป็นเงินทุนระบบเท่ากับ 27 ล้าน พูดอีกอย่างคือเผยเชียนมีโควตาให้แปลง เงินแค่ 23 ล้าน ถึงจะผลาญเงินทุนระบบไปได้หมด เขาก็แปลงเป็นความมั่งคั่งส่วนบุคคลได้แค่
2.3 ล้านหยวน
ก็ถือว่าโอเค ไม่ได้ยอมรับไม่ได้ขนาดนั้น ในเมื่อซื้อไปแล้ว ฉันจะพูดอะไรได้อีก มองในแง่ดี อย่างน้อยก็ผลาญเงินออกไปได้ก้อนใหญ่ ซึ่งช่วยลดแรงกดดันใน
การขาดทุน จริงๆ แล้วร้านเหล่านี้ก็ตรงกับความต้องการของเผยเชียน ทําเลอยู่ในพื้นที่ ห่างไกล ราคาก็กลางๆ ปัญหาเดียวคือมันดันเชื่อมตลาดร้านข้างทางกับโฮสเทลเขย่า ขวัญเนี่ยสิ…
อีกไม่กี่ปีข้างหน้าราคาต้องเพ่ิมขึ้นแน่นอน ถึงจุดนี้เผยเชียนไม่มีอะไรจะพูด แต่เขาก็ยังมีคําถามสุดท้าย “ทําไมเจ้าของร้าน
40% ถึงเลือกขายร้านล่ะ” ตามหลักแล้วถ้ารู้ว่าเถิงต๋าจะมีโปรเจ็กต์ใหญ่ในละแวกนี้ พวกเขาก็น่าจะเก็บร้าน
ไว้ในมือให้มั่นและเรียกราคาสูงๆ สิ หรือบางทีควรจะให้เช่าเท่านั้นไม่ขาย เมื่อพูดถึงเรื่องน้ี เหลียงชิงฟานก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันทีและยืดอกขึ้นเล็กน้อย
“อันที่จริงตอนที่ซื้อร้านพวกนี้ก็ลําบากเหมือนกันครับ
“เจ้าของร้านหลายรายเรียกราคาสูงลิ่ว ถ้าไม่เพิ่มค่าเช่าขึ้นสองถึงสามเท่า ก็จะขอ เซ็นเป็นสัญญาระยะสั้นแทน ซึ่งผมว่ามันเกินไป
“ผมไม่ยอมเป็นฝ่ายโดนเอาเปรียบแน่นอน!
“เพราะงั้นหลังจากบอสเผยให้งบมา ผมก็ยื่นคําขาดกับเหล่าเจ้าของร้าน โดยให้ เลือกระหว่างเซ็นสัญญาระยะยาวสิบปีโดยขึ้นค่าเช่าให้จากเดิม 50% หรือขายร้านให้ เราในราคาสูงจากราคาตลาด 50%
“ถ้าไม่เลือกสักทาง ผมก็จะเปลี่ยนเส้นทางสตรีตฟู้ดใหม่ไม่ใหผ้่านร้านพวกเขา!
“เส้นทางที่บอสเพิ่งดูมาเป็นเส้นทางที่ออกแบบใหม่แล้ว ร้านที่เราไม่ผ่านคือร้านที่ เรียกราคาสูงเกินไปและไม่ให้ความร่วมมือกับเรา
“จริงๆ สองตัวเลือกที่เราให้ก็สมเหตุสมผล
“อัตราค่าเช่าต่อราคาขายอยู่ที่ 1:300 ถึงจะเพิ่มค่าเช่าให้ 50% ร้านที่ค่าเช่าสอง พันก็จะเพิ่มกลายเป็นแค่สามพันต่อเดือน อีกทั้งยังเซ็นสัญญาสิบปี ไม่สามารถขึ้นค่า เช่าได้ตามใจชอบ ค่าเช่าจึงถือว่าไม่สูงมาก
“ถ้าขายร้าน ร้านราคาหกแสนก็จะเพิ่มเป็นเก้าแสน แต่ได้เงินก้อนเลยทันที
“เงินมีมูลค่าตามเวลา ราคาที่เพิ่มให้ 50% ตอนนี้มีมูลค่ามากกว่าราคาที่เพิ่มให้ 50% ในอนาคต แถมยังได้เป็นเงินก้อน สามารถเอาไปลงทุนได้ทันที ถ้าบริหารดีๆ
รายได้ระยะยาวอาจจะเกินเงนิต้นไปไกล คุ้มค่ากว่ากินค่าเช่าทีละนิดแน่นอน
“เจ้าของร้านบางรายตั้งใจจะเอาเงินก้อนนี้ไปลงทุน บางรายต้องการเงินเร่งด่วน เพราะจะเอาไปซื้อบ้านหรือขาดกระแสเงินสด “แน่นอนว่าก็มีเจ้าของร้านบางรายที่ค่อนข้างซื่อและคํานวณไม่เป็น ก็เลยเลือกเซ็น สัญญาเช่าระยะยาวเผื่อไว้กอ่น
“ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจส่วนบุคคลหลังจากลองชั่งน้ําหนักข้อดีข้อเสียดู สําหรับทั้งสองทางจริงๆ ก็ไม่ต่างกันครับ” เผยเชียนพยักหน้า อืม จริงๆ อธิบายไปก็ไม่เข้าใจหรอก ในเมื่อซื้อไปแล้วก็ไม่ต้องไปคิดอะไรให้ปวด สมอง
ตลาดร้านข้างทางจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการวันมะรืน เผยเชียนตั้งใจว่าจะ
ไม่แวะมา เขาจะมาหรือไม่มาก็มีคา่ไม่ต่างกัน ยังไงตลาดร้านข้างทางก็คนแน่นเอี้ยดอยู่ดี ขอแค่ทําเงินไม่ได้ก็พอ เผยเชียนมองนาฬิกา เขาตั้งใจจะกลับตั้งแต่เมื่อชั่วโมงที่แล้ว ไม่คิดเลยว่าแค่มา
เดินสตรตีฟู้ดต่อจะโดนแทงอีกหลายแผล กลับบ้านดีกว่า ได้เวลาเยียวยาจิตใจที่บอบช้ําด้วยการกินและการนอน เอ๊ะ หรือควรจะบอกว่ากลับไปรักษาหลังที่โดนแทงดี ช่างเถอะ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกัน พอเสี่ยวซุนขับรถมารับ เผยเชียนก็ขึ้นรถและกลับออกไป หลังจากส่งบอสเผยเสร็จ จางหยาฮุยกับเหลียงชิงฟานก็เดินกลับ จางหยาฮุยถอนหายใจ “บอสเผยไม่แสดงสีหน้าอะไรเลย บอกไม่ได้เลยว่าบอส
เผยพอใจกับตลาดร้านข้างทางรึเปลา่”
เหลียงชิงฟานแก้ “คุณพูดไม่ถูก บอสเผยไม่ได้ไม่แสดงสีหน้า แต่การแสดงออก
ของบอสดูเหมือนจะไมส่อดคล้องกับความคิดที่แท้จริง
“จากประสบการณ์ที่ผ่านมา บอสเผยจะมองโลกในแง่ดีในเวลาท่ีทุกข์ยาก และจะ ระแวดระวังตัวในช่วงเวลาที่ดี
“บอสดูกังวลอยู่หน่อยๆ ก็น่าจะหมายความว่างานเราดีแล้ว
“อย่างน้อยก็หมายความว่าจะไม่มีปัญหาอะไรในระยะสั้น ถึงจะมีจุดบกพร่อง อะไร ก็น่าจะเป็นปัญหาที่ไว้คอ่ยพิจารณาในอนาคตได้” จางหยาฮุยถอนหายใจด้วยความโล่งอก “อย่างนี้นี่เอง งั้นก็ดีแล้วครับ
“ผมเพิ่งมาเป็นผู้จัดการได้ไม่นาน ก่อนหน้านี้เปิดร้านขายบะหมี่เย็นย่าง พอเข้า มาทํางานที่นี่ จู่ๆ ก็ได้คุมงานใหญ่เลย แถมยังเกี่ยวกับการเลือกทําเล การออกแบบ และการรีโนเวต ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยทํามาก่อน ผมเลยกังวลตลอดหลายเดือนที่ผ่าน มา กลัวว่าจะทําได้ไม่ดี
“พอรู้ว่าบอสเผยพอใจ ผมก็โล่งใจครับ!”