ฉัน....เป็นเจ้าสาวจอมปลอม / สามีอัปลักษณ์ของฉัน - บทที่ 690 คุณยาย
เฉินมู่เอียงหน้ามองกู้จือหยั่นครู่หนึ่ง แล้วก็เรียกขึ้น “คุณลุงกู้”
“โอ๊ย!” กู้จือหยั่นถูกเธอเรียกแบบนี้ใจแทบจะละลาย “อยากจะทานอะไรสั่งเลยนะ ลุงยังมีธุระ อีกประเดี๋ยวค่อยมาเล่นกับหนูนะ”
เขาพลางพูดพลางยกฝ่ามือขึ้น เพื่อจะทำไฮไฟว์กับเฉินมู่
เฉินมู่นั้นก็เห็นแก่หน้ายื่นมือออกมาไฮไฟว์กับกู้จือหยั่นไปหนึ่งที มือน้อย ๆ ที่ยังเล็กกว่าฝ่ามือของกู้จือหยั่นเสียอีก
มู่น่อนน่อนยืนอยู่ข้าง ๆ มองเฉินมู่กับกู้จือหยั่นปฏิสัมพันธ์กัน
เฉินมู่พักนี้ยิ่งอยู่ยิ่งร่าเริงขึ้นเรื่อย ๆ คำพูดก็เยอะขึ้น นี่เป็นเรื่องที่ดี
กู้จือหยั่นหยอกล้อกับเฉินมู่เสร็จ ก็ลุกขึ้นยืดตัวตรงมองมาทางมู่น่อนน่อน “น่อนน่อน ผมให้คนจัดห้องส่วนตัวดี ๆ ให้คุณนะ”
“ไม่ต้องค่ะ ฉันนั่งที่ห้องโถงก็ได้ คุณจัดที่นั่งให้ติดริมหน้าต่างก็พอแล้วค่ะ” ที่ตั้งของโรงแรมจีนติ่งดีมาก วิวทิวทัศน์ข้างหน้าต่างค่อนข้างใช้ได้เลยทีเดียว
อีกอย่าง เธอกับเฉินมู่ออกมาทานข้าว มักนั่งอยู่ในห้องเหมาส่วนตัว ค่อนข้างน่าเบื่อ
“ก็ได้ครับ” กู้จือหยั่นพยักหน้า
ช่วงปีใหม่สองสามวันนี้ มีลูกค้ามาทานข้าวที่ร้านอาหารค่อนข้างเยอะ นับประสาอะไรกับโรงแรมจีนติ่งที่ปกติก็มีลูกค้าเต็มตลอดเวลา
กู้จือหยั่นแจ้งผู้จัดการของร้านแล้ว ก็นั่งเป็นเพื่อนสองแม่ลูกครู่หนึ่ง จนกระทั่งมีที่นั่งว่าง จึงได้พาพวกเขาไปที่โต๊ะ
“ขอบคุณค่ะ” มู่น่อนน่อนรู้สึกขอบคุณที่กู้จือหยั่นให้การดูแล
“คุณก็ไม่ต้องเกรงใจผมนะ” กู้จือหยั่นถอนหายใจเบา ๆ แล้วมองเฉินมู่แวบหนึ่ง กล่าวกับมู่น่อนน่อนเบา ๆ “ถึงแม้ตอนนี้คุณจะไม่ได้อยู่กับถิงเซียวแล้ว แต่พวกเราก็ยังเป็นเพื่อนกัน ถ้าหากมีเรื่องอะไรก็ขอแค่เอ่ยปากก็พอ”
เมื่อก่อนที่กู้จือหยั่นนั้นเกรงใจมู่น่อนน่อน เพราะความสัมพันธ์ของเฉินถิงเซียว
แต่หลังจากที่พวกเขารู้จักกันหลายปี ตอนนี้กู้จือหยั่นก็เห็นมู่น่อนน่อนเป็นเพื่อนจริง ๆ
ต่อให้มู่น่อนน่อนจะไม่ใช่ภรรยาของเฉินถิงเซียวแล้ว ไม่ใช่เพื่อนรักของเสิ่นเหลียงอีก เขาก็ยังคงดูแลมู่น่อนน่อนเหมือนเดิม
สำหรับกู้จือหยั่นแล้ว นี่คือคุณธรรมของการเป็นมนุษย์
มู่น่อนน่อนพยักหน้า “ค่ะ”
กู้จือหยั่นยิ้ม แล้วหันไปยิ้มให้กับเฉินมู่ “มู่มู่ ส่งจู๊บให้ลุงหน่อยสิจ๊ะ”
เฉินมู่กะพริบตาปริบ ๆ แล้วกล่าวอย่างจริงจัง “คุณแม่บอกว่า จะจู๊บกับผู้ชายง่าย ๆ ไม่ได้ คุณลุงหล่อ ๆ ก็ไม่ได้”
“ฮ่า ๆ ……” กู้จือหยั่นถูกเฉินมู่ทำให้ขำไม่ไหว “ไม่จุ๊บก็ไม่จุ๊บ ลุงไปก่อนนะ”
มู่น่อนน่อนส่งกู้จือหยั่นจากไปด้วยสายตา ถึงได้หันกลับมามองเฉินมู่ “หนูว่าคุณลุงกู้หล่อไหมจ๊ะ”
เธอรู้ว่าเฉินมู่มีบางครั้งนั้นมองคนที่หน้าตา ตอนนั้นที่เธอเห็นเสิ่นเหลียง ยังถึงกับตะลึงแล้วเรียกว่าคุณน้าคนสวย
เฉินมู่เม้นริมฝีปาก ขมวดคิ้วแล้วครุ่นคิด จากนั้นก็พยักหน้าอย่างมั่นใจ “หล่อค่ะ”
แต่เธอก็กล่าวเสริมอีกหนึ่งประโยค “แต่หล่อสู้คุณพ่อไม่ได้”
“มู่มู่รู้สึกว่าคุณพ่อหล่อมากไหม” อันที่จริงมู่น่อนน่อนไม่เคยถามเลย ว่าในใจของเฉินมู่นั้น เฉินถิงเซียวเป็นคนอย่างไร
“คุณพ่อหล่อมาก หล่อที่สุด” เฉินมู่หัวเราะเหอะ ๆ และก็ไม่ลืมที่จะกล่าวเสริม “คุณแม่ก็สวย” ก็ไม่รู้ว่าไปเรียนมาจากใคร ช่างปากหวานมาก
มู่น่อนน่อนแอบยิ้มขึ้น หยิบเมนูอาหารมาแล้วเริ่มสั่งอาหาร
ระหว่างที่รออาหารอยู่นั้น เฉินมู่ได้ปีนพาดอยู่ที่หน้าต่างมองวิวด้านนอก พลางมองพลางชี้ไปด้านนอกแล้วถามมู่น่อนน่อนว่าที่นี่ที่ไหน
มู่น่อนน่อนตอบกลับทีละประโยคด้วยความอดทน
แต่การปรากฏตัวของบุคคลหนึ่งได้ทำลายช่วงเวลาอันอบอุ่นเช่นนี้ลง
“น่อนน่อน”
มู่น่อนน่อนได้ยินเสียงนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้น
เธอหันหน้ามา ก็เห็นเซียวชู่เหอที่สวมเสื้อคลุมสีฟ้าเดินมาที่ด้านหน้าของเธอ
สีหน้าของมู่น่อนน่อนจึงได้หม่นลง เธอเพียงมองเซียวชู่เหอแวบหนึ่ง และก็ยื่นมือไปดึงเฉินมู่ให้ลงมานั่งข้าง ๆ
เฉินมู่ได้ยินเซียวชู่เหอเรียก“น่อนน่อน”นั้น ก็ได้หันมามองเซียวชู่เหอด้วยความสงสัย
สายตาของเซียวชู่เหอตกกระทบไปที่ตัวของเฉินมู่ เด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าริมฝีปากแดงฟันขาว น่ารัก เห็นแวบแรกก็ให้ความรู้สึกว่าไม่ได้เป็นลูกหลานของครอบครัวธรรมดาทั่วไป
จู่ ๆ เธอก็นึกถึงเรื่องก่อนปีใหม่ที่เธอเจอมู่น่อนน่อนในซูเปอร์มาร์เก็ต เธอก็พาเด็กน้อยคนนี้ไปด้วย
ตอนนั้นเซียวชู่เหอก็รู้สึกว่าเด็กน้อยคนนี้หน้าตาคุ้น ๆ มาก เมื่อมองใบหน้าตรง ๆ เธอก็รู้ว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงได้คุ้นมาก
เพราะว่าเด็กคนนี้หน้าตาเหมือนกับเฉินถิงเซียวมาก!
ถึงแม้ว่าเฉินถิงเซียวจะเป็นผู้ชาย แต่โครงหน้าเกือบสมบูรณ์แบบ ความงามดูนิดหน่อย เฉินมู่เป็นผู้หญิง มีใบหน้าเหมือนกับเฉินถิงเซียวมาก โดยเฉพาะคู่ดวงตาคู่นั้น
เซียวชู่เหอตระหนักได้ว่าเด็กคนนี้อาจจะเป็นลูกสาวของเฉินถิงเซียว จึงเบิกตากว้าง “เธอคือ……”
“คุณนายมู่ ถ้าหากว่าไม่มีธุระอะไรรบกวนออกไปด้วยค่ะ อย่ารบกวนเวลาทานอาหารของพวกเรา” มู่น่อนน่อนกลัวจะทำให้เฉินมู่ตกใจ จึงได้ใช้น้ำเสียงที่เบาที่สุด
คำพูดของเซียวชู่เหอถูกมู่น่อนน่อนขัดจังหวะขึ้น เธอก็ไม่ได้โมโห แต่กลับถามไม่ยอมหยุด “น่อนน่อน เธอเป็นลูกสาวของ……คนนั้นจริง ๆ เหรอ”
ต่อมความรู้สึกของเฉินมู่ค่อนข้างเร็ว เธอรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผิดปกติของมู่น่อนน่อนกับเซียวชู่เหอ จึงกระตุกเสื้อของมู่น่อนน่อน แล้วมองเซียวชู่เหออย่างระแวดระวัง
มู่น่อนน่อนสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ของเฉินมู่ สีหน้าจึงเย็นชาเล็กน้อย แล้วรีบเรียกพนักงานที่เดินผ่านมา “ขอโทษค่ะ รบกวนเชิญคุณผู้หญิงคนนี้ออกไปหน่อยได้ไหมคะ ฉันไม่รู้จักเธอ และเธอก็มารบกวนเวลาทานอาหารของดิฉันค่ะ”
ก่อนหน้านี้ที่กู้จือหยั่นจากไป ก็ได้กำชับไว้ว่าให้ดูแลมู่น่อนน่อนกับเฉินมู่อย่างดี พนักงานจึงไม่กล้าจะขัดคำสั่ง
เขาจึงหันมา แล้วทำท่าผายมือเชิญ “คุณผู้หญิงท่านนี้ กรุณาออกไปจากตรงนี้นะครับ อย่าได้รบกวนเวลาทานอาหารของแขกท่านอื่น”
เซียวชู่เหอสีหน้าเปลี่ยน แต่สักพักก็ตอบโต้กลับอย่างรวดเร็ว แล้วแสร้งทำเป็นโมโห จากนั้นกล่าวกับมู่น่อนน่อนว่า “น่อนน่อน หยุดงอนแม่ได้แล้ว ทำแบบนี้มีแต่จะทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะ”
เมื่อพูดจบก็หันไปมองพนักงานด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง “ขออภัย ความจริงแล้วเธอเป็นลูกสาวของฉัน แค่โกรธกับฉันเท่านั้น นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัวของพวกเรา พวกคุณอย่างยุ่งเลยดีกว่า”
พนักงานมองดูเซียวชู่เหอ แล้วก็หันมามองมู่น่อนน่อน ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
เฉินมู่มึนงง แต่เมื่อได้ยินประโยค “ความจริงแล้วเขาเป็นลูกสาวของฉัน” ประโยคนี้
ภาพในการ์ตูนบอกว่า คุณแม่ของคุณแม่คือคุณยาย
เฉินมู่มองเซียวชู่เหอด้วยความสงสัย และลองเรียกขึ้น “คุณยาย?”
เสียงเรียกนี้ “คุณยาย” ดึงดูดความสนใจของมู่น่อนน่อนกับเซียวชู่เหอ
มู่น่อนน่อนรู้สึกว่าตัวเองนั้นสะเพร่าเกินไปแล้ว เฉินมู่อีกไม่กี่เดือนก็จะสี่ขวบ เด็กอายุสามขวบก็เริ่มจำสิ่งต่าง ๆ เธอเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายแล้ว
ความสัมพันธ์ง่าย ๆ ในครอบครัว เฉินมู่ก็รู้
แต่ว่ามู่น่อนน่อนไม่อยากให้เฉินมู่รับรู้ความสัมพันธ์ที่แย่ ๆ ในครอบครัวของตระกูลมู่
เซียวชู่เหอได้ยินเสียงเรียก “คุณยาย” สีหน้าก็ปรากฏความดีใจขึ้น และน้ำเสียงที่กล่าวกับพนักงานก็ยิ่งมั่นใจ “ได้ยินหรือยังว่าเธอฉันว่าคุณยาย”
มู่น่อนน่อนไม่อยากให้เกิดภาพที่ไม่ดี และก็ไม่อยากจะทำให้พนักงานลำบากใจ จึงได้กล่าวกับพนักงานว่า “รบกวนคุณแล้ว คุณไปทำงานต่อเถอะ”
พนักงานพยักหน้าแล้วจากไป