Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ฉัน....เป็นเจ้าสาวจอมปลอม / สามีอัปลักษณ์ของฉัน - บทที่ 668 พูดหนักให้เป็นเบา

  1. Home
  2. ฉัน....เป็นเจ้าสาวจอมปลอม / สามีอัปลักษณ์ของฉัน
  3. บทที่ 668 พูดหนักให้เป็นเบา
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

มู่น่อนน่อนกับเสิ่นเหลียงเล่นไปสักพัก ก็ได้เก็บข้าวของเตรียมออกจากบ้าน

ตอนที่ทั้งสองใส่ชุดนักเรียนออกจากบ้าน ฉีเฉิงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็กำลังเปิดประตูห้องพอดี

สายตาของฉีเฉิงจ้องมองไปมาอยู่ที่บนตัวทั้งสองอย่างค่อนข้างแข็งทื่อ

จากนั้น เขาได้หยิบมือถือขึ้นมาโทรเบอร์ๆนึง

ไม่นาน มือถือของมู่น่อนน่อนก็ได้ดังขึ้น

มู่น่อนน่อนล้วงมือถือออกมา ชูขึ้นมาทางฉีเฉิงด้วยสีหน้าค่อนข้างอึดอัด

ฉีเฉิงตกตะลึงเกินไป เลยทำให้เขาสงสัยว่าเธอคือมู่น่อนน่อนหรือเปล่า ดังนั้นจึงได้โทรเบอร์ของเธอ

มู่น่อนน่อนอึดอัดจะแย่อยู่แล้ว เมื่อครู่เธอกับเสิ่นเหลียงอยู่ในห้องเล่นกันสนุกสนาน ออกมาก็เจอฉีเฉิงพอดีเลย

อึดอัดชะมัด

ไม่นานสีหน้าของฉีเฉิงก็กลับมาเหมือนก่อนหน้านี้ เขาเก็บมือถือไปด้วยแล้วถามไปด้วย “คุณจะออกไปเหรอครับ ”

“อืม ออกไปกับเพื่อน”มู่น่อนน่อนพยักหน้าแล้วตอบ

เสิ่นเหลียงที่อยู่ข้างกายได้จิ้มแขนของมู่น่อนน่อน แล้วพูดเสียงเบาว่า “นี่ใครเหรอ เธอจะไปไหนเขาก็คุมด้วย ”

เสิ่นเหลียงเพิ่งพูดเสร็จ ก็ได้ยินฉีเฉิงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามพูดคำนึงว่า “คุณเสิ่น ผมเป็นบอดี้การ์ดของคุณมู่ครับ”

เสิ่นเหลียงฟังแล้วเบิกตากว้างด้วยความตะลึง

คนๆนี้นี่มีหูพันลี้เหรอ เธอเบาเสียงขนาดนี้ก็ยังได้ยินอีก

มู่น่อนน่อนตบมือเสิ่นเหลียงเบาๆ แล้วพูดกับฉีเฉิงว่า “เราจะออกไป นายไม่ต้องตามพวกเราหรอก”

ฉีเฉิงพยักหน้าเสร็จ ก็ได้หันหลังกลับเข้าไปที่ห้อง

พวกเธอแต่วตัวแบบนี้ เขาก็ไม่อยากตามหรอก

พอฉีเฉิงไปแล้ว เสิ่นเหลียงได้ดึงตัวมู่น่อนน่อนมาถามว่า “เธอเกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า ทำไมจู่ๆถึงได้จ้างบอดี้การ์ด ”

“ก็กันเจียงซ่งไง”มู่น่อนน่อนพูดหนักให้เป็นเบา พร้อมพูดด้วยรอยยิ้ม

“ก็ใช่ เจียงซ่งคนนั้นจิตใจคับแคบ ไม่ใช่คนดีอะไร กันเอาไว้หน่อยก็ดีเหมือนกัน”

เพราะยังไงมู่น่อนน่อนก็ยืนอยู่ตรงหน้าเธออย่างปลอดภัย เสิ่นเหลียงจึงได้เชื่อคำพูดของมู่น่อนน่อน

“แต่บอดี้การ์ดคนนั้นของเธอดูแล้วน่ากลัวจังเลย ไม่เหมือนบอดี้การ์ดเลยสักนิด”

“สถานะของเขาซับซ้อนนิดหน่อย แต่เก่งมากเลยนะ”

“อืม” ปกติตอนที่เสิ่นเหลียงออกไปไหน ก็มีบอดี้การ์ดคอยติดตามไปด้วยเหมือนกัน

เพราะยังไงก็เป็นบุคคลสาธารณะ แฟนคลับก็เยอะ กลัวก็แต่จะเจอแฟนคลับที่ไม่มีสติ……

……

มู่น่อนน่อนกับเสิ่นเหลียงไปโรงเรียนมัธยมปลายที่เมื่อก่อนเคยเรียนด้วยกัน

ตอนนี้ก็ปิดเทอมฤดูหนาวแล้ว ในโรงเรียนไม่ค่อยมีคน

ตอนแรกมู่น่อนน่อนยังไม่รู้สึก แต่หลังจากออกมาแล้ว ก็รู้สึกว่าใส่ชุดนักเรียนช่างโง่สิ้นดีเลย

ถึงจะปลอมตัวเป็นนักเรียนก็เถอะ แล้วพวกเธอจะอธิบายกับพนักงานรักษาความปลอดภัยยังไง เวลานี้พวกเธอใส่ชุดนักเรียนมาโรงเรียน

หลังจากปิดเทอม ผู้หญิงคนไหนบ้างที่ไม่ใส่เสื้อผ้าปกติของตัวเอง และแต่งตัวสวยๆบ้าง

เสิ่นเหลียงก็พิจารณาถึงปัญหานี้เหมือนกัน เธอได้พูดอย่างเกิดความคิดขึ้นมาเฉียบไว “งั้นพวกเราก็……ปีนกำแพงเลย ”

ไม่ให้โอกาสมู่น่อนน่อนได้ไหวตัว เสิ่นเหลียงก็ดึงมู่น่อนน่อนอ้อมมาถึงหลังโรงเรียนแล้ว

เธอเดินไปด้วยและพูดไปด้วย “เมื่อก่อนตรงนั้นมีกำแพงเตี้ยๆอันนึงไม่ใช่เหรอ เมื่อก่อนพวกเราก็ปีนเข้าไปจากตรงนั้นแหละ”

“แต่ผ่านมานานหลายปีแล้ว ยังปีนเข้าไปได้อีกเหรอ ”มู่น่อนน่อนรู้สึกคงจะปีนเข้าไปไม่ได้แล้ว

เสิ่นเหลียงพูดว่า “น่าจะยังอยู่นะ”

ทั้งสองเดินไปได้สักพัก ถึงเดินมาถึงกำแพงเตี้ยอันนั้น

นาทีนี้ท้องฟ้าได้มืดลงแล้ว ท้องถนนของหลังกำแพงนี้ค่อนข้างวังเวง มีคนเดินไปมาน้อยมาก ไฟข้างถนนก็สลัว

ทั้งสองยืนอยู่นอกกำแพงเตี้ยแล้วมองหน้ายิ้มให้แก่กัน จากนั้นได้ยื่นมือปีนข้ามกำแพงอย่างใจตรงกันสุดๆ

โรงเรียนมัธยมปลายแห่งนี้ ไม่ใช่โรงเรียนชื่อดัง ด้านก่อสร้างก็ธรรมดามาก ดังนั้นถึงได้มีตึกเก่าที่ว่างเปล่า

ถึงแม้ผ่านไปนานหลายปี เสิ่นเหลียงก็ยังสามารถหาทิศทางที่แม่นยำ

เสิ่นเหลียงดึงเธอเดินไปทางตึกเก่า

“สมัยนั้น ก็อยู่ในตึกนี้แหละ เธอได้ช่วยฉันเอาไว้ ไหนดูซิว่ายังจะสามารถหาห้องเรียนเก่าโทรมห้องของตอนนั้นเจออยู่หรือเปล่า”

ที่เสิ่นเหลียงพูดคือตอนที่พวกเธอเจอหน้ากันครั้งแรก

ที่จริงว่าไปแล้วก็ไม่ใช่เจอหน้ากันครั้งแรกหรอก

สมัยเรียนเสิ่นเหลียงอยู่ในโรงเรียนก็เป็นคนมีชื่อเสียงอยู่แล้ว เป็นผู้หญิงแบบที่เดินอยู่ในหมู่คนแล้วเปล่งประกายมีออร่า ทั้งสวยและร่าเริงแจ่มใส เป็นที่รักใคร่ของคน ถึงทำเรื่องต้องห้ามบ้าง ขอแค่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่ดี คุณครูล้วนทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

ไม่ว่าผู้ชายหรือว่าผู้หญิง มักจะมีคนมากมายที่ชอบเธอ

ก่อนหน้านั้นมู่น่อนน่อนก็ได้รู้จักเธอแล้ว แต่แค่การใกล้ชิดอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพวกเธอ ก็ยังอยู่ที่ตึกนั้น

พอโตแล้ว ความทรงจำสมัยวัยรุ่นมักจะทำให้คนรำลึกถึงและซึ้งอย่างควบคุมไม่ได้

มู่น่อนน่อนคิดๆแล้ว ได้พูดอย่างไม่ค่อยแน่ใจ “ฉันจำได้เป็นห้องเรียนห้องแรกของชั้นสอง ”

“ชั้นสองเหรอ ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเป็นชั้นหนึ่ง ”

“ชั้นสองมั้ง ”

“ชั้นหนึ่ง ”

ทั้งสองเถียงอยู่ครู่นึง สุดท้ายตอนที่พวกเธอขึ้นบันไดของชั้นสอง จู่ๆเสิ่นเหลียงได้“เอ๊ะ”คำนึง “เป็นชั้นสองจริงด้วย ตอนนั้นเธอขู่คนพวกนั้นไปเสร็จ ก็ได้แบกฉันลงไปชั้นล่าง ฉันจำได้ดีมาก”

“ก็ฉันบอกแล้วว่าชั้นสอง”มู่น่อนน่อนเดินอยู่ข้างหน้า ได้ผลักประตูของห้องเรียนห้องแรกของชั้นสอง

กลิ่นของฝุ่นเตะจมูกมา นอกหน้าต่างมีแสงสลัวส่องเข้ามา พอจะเห็นเค้าโครงของห้องเรียนได้อย่างชัดเจน

ในห้องเรียนมีโต๊ะเรียนหนังสือเก่าๆวางอยู่หลายตัว และพวกกระดาษกับหนังสือ

เสิ่นเหลียงเดินมาถึงหน้าโต๊ะเรียนหนังสือตัวหนึ่ง แล้วพูดกับมู่น่อนน่อนว่า “สมัยนั้นพวกมันก็กดฉันไว้ตรงนี้และตบตีฉันอยู่ที่ตรงนี้แหละ ”

ตอนนี้เธอเอ่ยถึงปุ๊บก็อารมณ์ขึ้นเลย “ขนาดแม่ฉันยังไม่เคยตีฉันแบบนั้นเลย ที่ผ่านมาฉันตีคนอื่นตลอด ไม่นึกเลยว่าเด็กม.4พวกนั้นก็กล้าตีฉันด้วย”

“ฉันไม่ได้ถามสักที เธอทำให้พวกเธอย้ายโรงเรียนได้ยังไง ”มู่น่อนน่อนค่อนข้างแปลกใจ ตอนนั้นหลังจากเกิดเรื่องแล้วเธอรู้แค่ว่านักเรียนพวกที่รังแกเสิ่นเหลียงล้วนถูกย้ายโรงเรียนหมด ตอนนั้นเธอกับเสิ่นเหลียงไม่ได้สนิทกันมาก ดังนั้นเลยไม่เคยถามว่าระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้น

เสิ่นเหลียงพูดคำเดียวให้ผ่านไป “ใจเสาะ ถูกฉันขู่น่ะสิ”

“ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว”เสิ่นเหลียงเดินมา ยื่นมือพาดอยู่บนไหล่ของมู่น่อนน่อน แล้วพูดอย่างทอดถอนใจ “จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังสามารถนึกภาพได้เลย หน้าตาเท่ๆตอนนั้นของเธอ ตอนนั้นฉันก็อยากเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเธอแล้ว”

มู่น่อนน่อนแซวเธอ “ไม่เท่เท่าเธอหรอก ตอนนั้นเธอตบตีดื่มเหล้าอยู่ข้างนอก คุณครูยังคิดว่าเธอเป็นเด็กดีอีก เพื่อนนักเรียนต่างก็ชอบเธอมาก”

เสิ่นเหลียง“เชอะ”ทีนึง “ตอนนั้นฉันบรรลุนิติภาวะแล้วนะ ดื่มเหล้าอย่างถูกกฎหมาย ส่วนเรื่องตบตีกัน ก็พวกมันมาหาเรื่องฉันก่อนหนิ”

ก็จริง ตอนนั้นที่เสิ่นเหลียงมีเรื่องตบตี นอกจากผู้หญิงที่ริษยาเธอมาหาเรื่องเธอถึงที่แล้ว ยังมีผู้ชายใจคดอยู่ไม่น้อยเลยที่คิดนอกลู่นอกทางกับเธอ

ทั้งสองเม้าท์มอยถึงเรื่องของสมัยนั้น ก็พูดเยอะจนไม่รู้ตัว เม้าท์มอยกันอย่างเมามันเสร็จ ก็ได้ไปดูห้องเรียน

ปรากฏตอนที่ดูห้องเรียน ก็ถูกคนเฝ้าประตูที่ตรวจตราพบเห็น

“ใครอยู่ทางโน้น ”

ไฟฉายสว่างจ้าส่องมา มู่น่อนน่อนกับเสิ่นเหลียงวิ่งออกไปข้างนอกด้วยกัน

คนเฝ้าประตูก็ได้วิ่งตามอยู่ข้างหลัง

ตอนที่ทั้งสองวิ่งผ่านกำแพงเกียรติยศ มู่น่อนน่อนได้ชี้รูปถ่ายของบนนั้น “เสี่ยวเหลียง มีรูปถ่ายของเธอด้วย ”

“รีบวิ่งเถอะ ถ้าถูกคนเฝ้าประตูจับได้ รูปถ่ายของฉันก็จะแขวนอยู่บนนี้ไม่ได้แล้ว”

“พู……”

มู่น่อนน่อนอดขำไม่ได้

ตลอดทางทั้งสองได้บังใบหน้าเอาไว้ วิ่งออกไปจากประตูโรงเรียน

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 668 พูดหนักให้เป็นเบา"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย