ฉัน....เป็นเจ้าสาวจอมปลอม / สามีอัปลักษณ์ของฉัน - บทที่ 668 พูดหนักให้เป็นเบา
มู่น่อนน่อนกับเสิ่นเหลียงเล่นไปสักพัก ก็ได้เก็บข้าวของเตรียมออกจากบ้าน
ตอนที่ทั้งสองใส่ชุดนักเรียนออกจากบ้าน ฉีเฉิงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็กำลังเปิดประตูห้องพอดี
สายตาของฉีเฉิงจ้องมองไปมาอยู่ที่บนตัวทั้งสองอย่างค่อนข้างแข็งทื่อ
จากนั้น เขาได้หยิบมือถือขึ้นมาโทรเบอร์ๆนึง
ไม่นาน มือถือของมู่น่อนน่อนก็ได้ดังขึ้น
มู่น่อนน่อนล้วงมือถือออกมา ชูขึ้นมาทางฉีเฉิงด้วยสีหน้าค่อนข้างอึดอัด
ฉีเฉิงตกตะลึงเกินไป เลยทำให้เขาสงสัยว่าเธอคือมู่น่อนน่อนหรือเปล่า ดังนั้นจึงได้โทรเบอร์ของเธอ
มู่น่อนน่อนอึดอัดจะแย่อยู่แล้ว เมื่อครู่เธอกับเสิ่นเหลียงอยู่ในห้องเล่นกันสนุกสนาน ออกมาก็เจอฉีเฉิงพอดีเลย
อึดอัดชะมัด
ไม่นานสีหน้าของฉีเฉิงก็กลับมาเหมือนก่อนหน้านี้ เขาเก็บมือถือไปด้วยแล้วถามไปด้วย “คุณจะออกไปเหรอครับ ”
“อืม ออกไปกับเพื่อน”มู่น่อนน่อนพยักหน้าแล้วตอบ
เสิ่นเหลียงที่อยู่ข้างกายได้จิ้มแขนของมู่น่อนน่อน แล้วพูดเสียงเบาว่า “นี่ใครเหรอ เธอจะไปไหนเขาก็คุมด้วย ”
เสิ่นเหลียงเพิ่งพูดเสร็จ ก็ได้ยินฉีเฉิงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามพูดคำนึงว่า “คุณเสิ่น ผมเป็นบอดี้การ์ดของคุณมู่ครับ”
เสิ่นเหลียงฟังแล้วเบิกตากว้างด้วยความตะลึง
คนๆนี้นี่มีหูพันลี้เหรอ เธอเบาเสียงขนาดนี้ก็ยังได้ยินอีก
มู่น่อนน่อนตบมือเสิ่นเหลียงเบาๆ แล้วพูดกับฉีเฉิงว่า “เราจะออกไป นายไม่ต้องตามพวกเราหรอก”
ฉีเฉิงพยักหน้าเสร็จ ก็ได้หันหลังกลับเข้าไปที่ห้อง
พวกเธอแต่วตัวแบบนี้ เขาก็ไม่อยากตามหรอก
พอฉีเฉิงไปแล้ว เสิ่นเหลียงได้ดึงตัวมู่น่อนน่อนมาถามว่า “เธอเกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า ทำไมจู่ๆถึงได้จ้างบอดี้การ์ด ”
“ก็กันเจียงซ่งไง”มู่น่อนน่อนพูดหนักให้เป็นเบา พร้อมพูดด้วยรอยยิ้ม
“ก็ใช่ เจียงซ่งคนนั้นจิตใจคับแคบ ไม่ใช่คนดีอะไร กันเอาไว้หน่อยก็ดีเหมือนกัน”
เพราะยังไงมู่น่อนน่อนก็ยืนอยู่ตรงหน้าเธออย่างปลอดภัย เสิ่นเหลียงจึงได้เชื่อคำพูดของมู่น่อนน่อน
“แต่บอดี้การ์ดคนนั้นของเธอดูแล้วน่ากลัวจังเลย ไม่เหมือนบอดี้การ์ดเลยสักนิด”
“สถานะของเขาซับซ้อนนิดหน่อย แต่เก่งมากเลยนะ”
“อืม” ปกติตอนที่เสิ่นเหลียงออกไปไหน ก็มีบอดี้การ์ดคอยติดตามไปด้วยเหมือนกัน
เพราะยังไงก็เป็นบุคคลสาธารณะ แฟนคลับก็เยอะ กลัวก็แต่จะเจอแฟนคลับที่ไม่มีสติ……
……
มู่น่อนน่อนกับเสิ่นเหลียงไปโรงเรียนมัธยมปลายที่เมื่อก่อนเคยเรียนด้วยกัน
ตอนนี้ก็ปิดเทอมฤดูหนาวแล้ว ในโรงเรียนไม่ค่อยมีคน
ตอนแรกมู่น่อนน่อนยังไม่รู้สึก แต่หลังจากออกมาแล้ว ก็รู้สึกว่าใส่ชุดนักเรียนช่างโง่สิ้นดีเลย
ถึงจะปลอมตัวเป็นนักเรียนก็เถอะ แล้วพวกเธอจะอธิบายกับพนักงานรักษาความปลอดภัยยังไง เวลานี้พวกเธอใส่ชุดนักเรียนมาโรงเรียน
หลังจากปิดเทอม ผู้หญิงคนไหนบ้างที่ไม่ใส่เสื้อผ้าปกติของตัวเอง และแต่งตัวสวยๆบ้าง
เสิ่นเหลียงก็พิจารณาถึงปัญหานี้เหมือนกัน เธอได้พูดอย่างเกิดความคิดขึ้นมาเฉียบไว “งั้นพวกเราก็……ปีนกำแพงเลย ”
ไม่ให้โอกาสมู่น่อนน่อนได้ไหวตัว เสิ่นเหลียงก็ดึงมู่น่อนน่อนอ้อมมาถึงหลังโรงเรียนแล้ว
เธอเดินไปด้วยและพูดไปด้วย “เมื่อก่อนตรงนั้นมีกำแพงเตี้ยๆอันนึงไม่ใช่เหรอ เมื่อก่อนพวกเราก็ปีนเข้าไปจากตรงนั้นแหละ”
“แต่ผ่านมานานหลายปีแล้ว ยังปีนเข้าไปได้อีกเหรอ ”มู่น่อนน่อนรู้สึกคงจะปีนเข้าไปไม่ได้แล้ว
เสิ่นเหลียงพูดว่า “น่าจะยังอยู่นะ”
ทั้งสองเดินไปได้สักพัก ถึงเดินมาถึงกำแพงเตี้ยอันนั้น
นาทีนี้ท้องฟ้าได้มืดลงแล้ว ท้องถนนของหลังกำแพงนี้ค่อนข้างวังเวง มีคนเดินไปมาน้อยมาก ไฟข้างถนนก็สลัว
ทั้งสองยืนอยู่นอกกำแพงเตี้ยแล้วมองหน้ายิ้มให้แก่กัน จากนั้นได้ยื่นมือปีนข้ามกำแพงอย่างใจตรงกันสุดๆ
โรงเรียนมัธยมปลายแห่งนี้ ไม่ใช่โรงเรียนชื่อดัง ด้านก่อสร้างก็ธรรมดามาก ดังนั้นถึงได้มีตึกเก่าที่ว่างเปล่า
ถึงแม้ผ่านไปนานหลายปี เสิ่นเหลียงก็ยังสามารถหาทิศทางที่แม่นยำ
เสิ่นเหลียงดึงเธอเดินไปทางตึกเก่า
“สมัยนั้น ก็อยู่ในตึกนี้แหละ เธอได้ช่วยฉันเอาไว้ ไหนดูซิว่ายังจะสามารถหาห้องเรียนเก่าโทรมห้องของตอนนั้นเจออยู่หรือเปล่า”
ที่เสิ่นเหลียงพูดคือตอนที่พวกเธอเจอหน้ากันครั้งแรก
ที่จริงว่าไปแล้วก็ไม่ใช่เจอหน้ากันครั้งแรกหรอก
สมัยเรียนเสิ่นเหลียงอยู่ในโรงเรียนก็เป็นคนมีชื่อเสียงอยู่แล้ว เป็นผู้หญิงแบบที่เดินอยู่ในหมู่คนแล้วเปล่งประกายมีออร่า ทั้งสวยและร่าเริงแจ่มใส เป็นที่รักใคร่ของคน ถึงทำเรื่องต้องห้ามบ้าง ขอแค่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่ดี คุณครูล้วนทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
ไม่ว่าผู้ชายหรือว่าผู้หญิง มักจะมีคนมากมายที่ชอบเธอ
ก่อนหน้านั้นมู่น่อนน่อนก็ได้รู้จักเธอแล้ว แต่แค่การใกล้ชิดอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพวกเธอ ก็ยังอยู่ที่ตึกนั้น
พอโตแล้ว ความทรงจำสมัยวัยรุ่นมักจะทำให้คนรำลึกถึงและซึ้งอย่างควบคุมไม่ได้
มู่น่อนน่อนคิดๆแล้ว ได้พูดอย่างไม่ค่อยแน่ใจ “ฉันจำได้เป็นห้องเรียนห้องแรกของชั้นสอง ”
“ชั้นสองเหรอ ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเป็นชั้นหนึ่ง ”
“ชั้นสองมั้ง ”
“ชั้นหนึ่ง ”
ทั้งสองเถียงอยู่ครู่นึง สุดท้ายตอนที่พวกเธอขึ้นบันไดของชั้นสอง จู่ๆเสิ่นเหลียงได้“เอ๊ะ”คำนึง “เป็นชั้นสองจริงด้วย ตอนนั้นเธอขู่คนพวกนั้นไปเสร็จ ก็ได้แบกฉันลงไปชั้นล่าง ฉันจำได้ดีมาก”
“ก็ฉันบอกแล้วว่าชั้นสอง”มู่น่อนน่อนเดินอยู่ข้างหน้า ได้ผลักประตูของห้องเรียนห้องแรกของชั้นสอง
กลิ่นของฝุ่นเตะจมูกมา นอกหน้าต่างมีแสงสลัวส่องเข้ามา พอจะเห็นเค้าโครงของห้องเรียนได้อย่างชัดเจน
ในห้องเรียนมีโต๊ะเรียนหนังสือเก่าๆวางอยู่หลายตัว และพวกกระดาษกับหนังสือ
เสิ่นเหลียงเดินมาถึงหน้าโต๊ะเรียนหนังสือตัวหนึ่ง แล้วพูดกับมู่น่อนน่อนว่า “สมัยนั้นพวกมันก็กดฉันไว้ตรงนี้และตบตีฉันอยู่ที่ตรงนี้แหละ ”
ตอนนี้เธอเอ่ยถึงปุ๊บก็อารมณ์ขึ้นเลย “ขนาดแม่ฉันยังไม่เคยตีฉันแบบนั้นเลย ที่ผ่านมาฉันตีคนอื่นตลอด ไม่นึกเลยว่าเด็กม.4พวกนั้นก็กล้าตีฉันด้วย”
“ฉันไม่ได้ถามสักที เธอทำให้พวกเธอย้ายโรงเรียนได้ยังไง ”มู่น่อนน่อนค่อนข้างแปลกใจ ตอนนั้นหลังจากเกิดเรื่องแล้วเธอรู้แค่ว่านักเรียนพวกที่รังแกเสิ่นเหลียงล้วนถูกย้ายโรงเรียนหมด ตอนนั้นเธอกับเสิ่นเหลียงไม่ได้สนิทกันมาก ดังนั้นเลยไม่เคยถามว่าระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้น
เสิ่นเหลียงพูดคำเดียวให้ผ่านไป “ใจเสาะ ถูกฉันขู่น่ะสิ”
“ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว”เสิ่นเหลียงเดินมา ยื่นมือพาดอยู่บนไหล่ของมู่น่อนน่อน แล้วพูดอย่างทอดถอนใจ “จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังสามารถนึกภาพได้เลย หน้าตาเท่ๆตอนนั้นของเธอ ตอนนั้นฉันก็อยากเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเธอแล้ว”
มู่น่อนน่อนแซวเธอ “ไม่เท่เท่าเธอหรอก ตอนนั้นเธอตบตีดื่มเหล้าอยู่ข้างนอก คุณครูยังคิดว่าเธอเป็นเด็กดีอีก เพื่อนนักเรียนต่างก็ชอบเธอมาก”
เสิ่นเหลียง“เชอะ”ทีนึง “ตอนนั้นฉันบรรลุนิติภาวะแล้วนะ ดื่มเหล้าอย่างถูกกฎหมาย ส่วนเรื่องตบตีกัน ก็พวกมันมาหาเรื่องฉันก่อนหนิ”
ก็จริง ตอนนั้นที่เสิ่นเหลียงมีเรื่องตบตี นอกจากผู้หญิงที่ริษยาเธอมาหาเรื่องเธอถึงที่แล้ว ยังมีผู้ชายใจคดอยู่ไม่น้อยเลยที่คิดนอกลู่นอกทางกับเธอ
ทั้งสองเม้าท์มอยถึงเรื่องของสมัยนั้น ก็พูดเยอะจนไม่รู้ตัว เม้าท์มอยกันอย่างเมามันเสร็จ ก็ได้ไปดูห้องเรียน
ปรากฏตอนที่ดูห้องเรียน ก็ถูกคนเฝ้าประตูที่ตรวจตราพบเห็น
“ใครอยู่ทางโน้น ”
ไฟฉายสว่างจ้าส่องมา มู่น่อนน่อนกับเสิ่นเหลียงวิ่งออกไปข้างนอกด้วยกัน
คนเฝ้าประตูก็ได้วิ่งตามอยู่ข้างหลัง
ตอนที่ทั้งสองวิ่งผ่านกำแพงเกียรติยศ มู่น่อนน่อนได้ชี้รูปถ่ายของบนนั้น “เสี่ยวเหลียง มีรูปถ่ายของเธอด้วย ”
“รีบวิ่งเถอะ ถ้าถูกคนเฝ้าประตูจับได้ รูปถ่ายของฉันก็จะแขวนอยู่บนนี้ไม่ได้แล้ว”
“พู……”
มู่น่อนน่อนอดขำไม่ได้
ตลอดทางทั้งสองได้บังใบหน้าเอาไว้ วิ่งออกไปจากประตูโรงเรียน