Gate of God - ตอนที่ 389 ดวงจันทร์สีเงิน
Gate of God
ตอนที่ 389 ดวงจันทร์สีเงิน
เผ่าพันธุ์ปีศาจ ในบรรดานักปราชญ์ทั้ง 20 คนมีพวก
ปิศาจแฝงตัวอยู่ 7 คน ซึ่ง 6 คนในพวกนั้นได้เผยตัว
แล้วเข้าโจมตี ฟาง เจิ้งจือ ส่วนอีกคนนั้นถูกฆ่าตาย
โดยวิชาล้านคมดาบของ
ฟาง เจิ้งจือ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทาให้ทุกคนตื่นตะลึงเป็นอย่าง
มาก
นอกจากนี้สิ่งสาคัญที่สุด ถ้านักปราชญ์ทั้ง 7 คนนี้
เป็นปีศาจที่ปลอมตัวมา งั้นนักปราชญ์ทั้ง 7 คนที่เข้า
ร่วมการทดสอบระดับสภาตัวจริงอยู่ที่ไหน?
ไม่มีใครรู้
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ดูเหมือนจะไม่ทาให้พวกทหาร
สงสัยอะไร ลูกศรสีขาวที่อยู่บนคันธนูของพวกเขา
ถูกยิงออกมาและกระจายไปทั่วท้องฟ้าทันที
เป้าหมายคือ ปีศาจทั้ง 6 ที่อยู่บนกาแพงทั้งสองฝั่ง
ของหุบเขาสายลม
ในเวลาเดียวกัน เสียงที่ไพเราะของขลุ่ยหยกก็ดังขึ้น
อีกครั้ง ลอยไปตามลูกธนูสีขาวนับร้อยพุ่งสู่พวก
ปีศาจ
ฟาง เจิ้งจือ ไม่ได้สั่งให้ไล่ล่าแต่อย่างใด
ไม่ใช่เพราะเขาไม่ต้องการ แต่เป็นเพราะเขารู้อย่าง
ชัดเจนว่าทุกคนในหมู่ปีศาจพวกนั้นต่างอยู่ในระดับ
อภินิหาร ถ้าหากการคาดเดาของเขาไม่ผิดพลาด
แม้แต่ “นายน้อยหลี่” ที่นอนอยู่บนพื้นเองก็อยู่ใน
ระดับอภินิหารเช่นกัน
อย่างไรก็ตามเพื่อให้แผนการที่ปีศาจวางไว้สาเร็จไป
ด้วยดี พวกเขาต้องการให้ ฟาง เจิ้งจือ คิดว่า
ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเขา นายน้อยหลี่จึง
ยอมรับการโจมตีจากวิชาล้านคมดาบเข้าไปตรงๆ
ถึงสองครั้ง
หลังจากที่ได้รับาดเจ็บสาหัสจากอวัยวะส่วนต่างๆ
แม้จะเป็นผู้ที่อยู่ในระดับอภินิหารแต่ก็ไม่สามารถ
ทนพิษบาดแผลได้
ดังนั้นเหตุผลที่ ฟาง เจิ้งจือ ไม่ไล่ตามไปเป็นเรื่องง่าย
นิดเดียว ด้วยพลังของเขา เขาจะสามารถเอาชนะผู้ที่
อยู่ในระดับอภินิหารทั้ง 6 คนได้ยังไง?
ไล่ตาม?
ผลลัพธ์นั้นสามารถเดาได้อย่างง่ายๆ ฝ่ายปีศาจต้อง
ยินดีที่จะสละชีพตัวเองสักหนึ่งหรือสองคนเพื่อฆ่า
ฟาง เจิ้งจือ แน่นอน จากนั้นก็เอาหัวของ
ฟาง เจิ้งจือ ไปเป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเขาทาภารกิจ
สาเร็จแล้ว
ฟาง เจิ้งจือ ไม่เข้าใจจริงๆว่าทาไมเผ่าพันธุ์ปีศาจถึง
ต้องยอมเสียสละปีศาจที่แข็งแกร่งมีพลังอยู่ในระดับ
อภินหารเพื่อตัดหัวคนอย่างเขาด้วย อย่างไรก็ตาม
มันก็เป็นความจริงที่พวกเขาต้องการเช่นนั้น
ในเวลาเดียวกับที่ลูกศรสีขาวพุ่งออกไป หอกสีดาก็
ถูกปาออกไปเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ดูมีประโยชน์มากนัก
การเคลื่อนไหวของปีศาจทั้งหกนั้นรวดเร็วมาก
กาแพงของหุบเขานั้นเต็มไปด้วยน้าแข็งแต่เมื่อ
พวกเขาก้าวขึ้นไปนั้นราวกับพวกเขากาลังเดินอยู่
บนพื้นเรียบๆ
แสงสีฟ้าอ่อนอยู่ที่เท้าของพวกเขาทาให้ความเร็วของ
พวกเขานั้นเข้าขั้นน่าเหลือเชื่อ ภายในเวลาสั้นๆ
พวกเขาก็ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของกาแพงแต่ละด้าน
“ดูเหมือนว่าพวกเขากาลังจะหนีสินะ?” ฟาง เจิ้งจือ
ไม่เคยรู้สึกว่าพลังนั้นสาคัญมาก เขาคิดว่าความ
ฉลาดนั้นสาคัญกว่า
อย่างไรก็ตามในตอนนี้ต่อนหน้าปีศาจที่มีพลังอยู่ใน
ระดับอภินิหารทั้งหก เขากลับรู้สึกว่าตัวเขาไม่
สามารถทาอะไรได้ทั้งๆที่มีพลังอยู่ในมือ
เขามีทหารหมาป่าเขาเงินห้าร้อยนายและทหารจาก
อาณาจักรเซี่ยอีก นี่ควรจะเป็นเวลาแห่งเกียรติยศ
และชื่อเสียงของเขาที่สามารถพิชิตหุบเขาสายลมได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆคือเขาทาได้แค่ยืนดู
อยู่เฉยๆดูพวกปีศาจหนีไปหลังจากที่ลอบสังหารเขา
ไม่สาเร็จ พูดจริงๆคือเขาค่อนข้างโอเคกับผลลัพธ์ที่
เกิดขึ้น
แต่ในใจ เขากลับรู้สกไม่พอใจเล็กน้อย
หรือเพราะ ฟาง เจิ้งจือ ถือดาบอยู่ในมือ แต่รู้สึกว่า
ตัวเองทาอะไรไม่ได้แม้แต่น้อย ทันใดนั้นแสงสีม่วง
ปรากฏขึ้นมาในดวงตาของ ฟาง เจิ้งจือ
ในขณะเดียวกัน ฟาง เจิ้งจือ ก็ยกดาบในมือขึ้น
ชื่อของมันคือ ดาบไร้ร่องรอบ!
อย่างไรก็ตาม ที่ปลายดาบกลับมีรอยคล้ายแผลเป็น
สีม่วงอยู่ มันปล่อยจิตสังหารที่เย็นยะเยืกออกมา
“วิชาภูเขา …น้าตก!”
ฟาง เจิ้งจือ ตะโกนออกมาก่อนจะยกดาบขึ้นไป
เหนือหัว
บนท้องฟ้า ดวงจันทร์สีเงินสว่างปรากฏขึ้นมา
มันส่องแสงสว่างไปทั่ว อย่างไรก็ตามด้วยเหตุผล
บางอย่าง ในแสงสว่างสีเงินที่ส่องออกมามันดูเหมือน
จะแฝงไว้ด้วยสีม่วงจางๆ
ก่อนที่น้าตกจะไหลลงมาจากดวงจันทร์
จากนั้นด้วยความเร็วอันน่ากลัว มันแบ่งออกเป็น
ลาแสงหกลาแสง แต่ละอันนั้นเต็มไปด้วยความ
เยือกเย็นและบรรยากาศอันน่าหวาดกลัว มันกาลัง
ตกใส่ปีศาจทั้งหกตนที่กาลังพยายามปีนกาแพง
หุบเขาหลบหนีอยู่
ทันใดนั้น ดวงตาของเหล่าปีศาจเป็นประกายทันที
สายตาของพวกเขาหันไปมองลาแสงทั้งหก
ทันใดนั้นท่าทีของพวกเขาดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย
มันเป็นท่าทีที่ซับซ้อนแต่ก็ดูเหมือนจะโล่งใจด้วย
เหตุผลบางอย่าง
ตอนที่พวกเขาได้รับคาสั่งจาก ไป่ ซิง
ฆ่า ฟาง เจิ้งจือ หรือ หนานกง เฮา ด้วยทั้งหมดที่
พวกเขามี แน่นอนว่าพวกเขาล้วนมีคาถามอยู่ในใจ
ทาไมต้องด้วยทั้งหมดที่มี หรือถึงกับเอาชีวิตเข้าแลก
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ดูเหมือนพวกเขาจะเข้าใจแล้ว
เมื่อลาแสงทั้งหกค่อยๆตกลงมาพวกเขาก็ค่อยๆ
เข้าใจ
ว่าทาไมพวกเขาต้องเอาทุกอย่างเข้าแลกเพื่อสังหาร
ฟาง เจิ้งจือ!
เผ่าพันุธ์ปีศาจไม่ได้กลัวคนที่แข็งแกร่ง เพราะตั้งแต่
ที่พวกเขาเกิดมาก็มีดวงตาดวงหนึ่งที่สามารถใช้
สื่อสารกับโลกและสวรรค์ได้
ด้วยดวงตาปีศาจพวกเขาล้วนมีพลังอันยิ่งใหญ่และ
ความรู้อันไม่สิ้นสุด
พวกเขาล้วนภาคภูมิใจ อย่างไรก็ตามเบื้องหลัง
ความภาคภูมิใจของพวกเขากลับมีปัญหาเรื่องการ
ถ่ายทอดความรู้
เผ่าพันธุ์ปีศาจนั้นราวกับได้รับพรจากสวรรค์ อย่างไร
ก็ตามการให้กาเนิดทายาทของพวกเขานั้นต่ามาก
เผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นเก้าในสิบนั้นจะให้กาเนิดทายาท
ผู้สืบทอด แต่กลับกันสาหรับเผ่าพันธุ์ปีศาจนั้น
อย่างมากก็แค่หนึ่งในสิบที่จะมีทายาท
เรื่องนี้ทาให้เผ่าพันธุ์ปีศาจนั้นไม่มีความได้เปรียบใน
เรื่องจานวนเหมือนมนุษย์
อย่างไรก็ตามด้วยความสามารถและพรสวรรค์ของ
พวกเขามันก็ไม่ยากที่พวกเขาจะอยู่เหนือเผ่าพันธุ์
มนุษย์
ความภาคภูมิใจของปีศาจจึงมาจากความสามารถ
ของพวกเขา
อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาได้พบเจอกับมนุษย์ที่มี
พรสวรรค์มากยิ่งกว่า ในความคิดของพวกเขามันเป็น
เรื่องที่ขัดกับธรรมชาติอย่างมาก
ตามปกติแม้แต่มนุษย์ที่อยู่ในระดับอภินิหารพวกเขา
ยังไม่คิดจะชายตามอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมนุษย์ที่อยู่เพียงแค่ระดับสะท้อน
สวรรค์กลับมีพลังที่เหนือกว่าระดับอภินิหาร
มันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
คนที่อายุแค่สิบห้าหรือสิบหกปีสามารถพิชิตหุบเขา
สายลมที่เป็นปราการทางธรรมชาติของดินแดนภูเขา
ทางใต้ได้ จากนั้นด้วยสติปัญญาของเขาทาให้
สามารถเอาชนะกลยุทธ์ที่วางไว้ที่ทางออกของ
หุบเขาแห่งสายลมได้
พวกเขาจะไม่รู้สึกตกใจได้ยังไง!
ทันใดนั้นก็มีลาแสงสีเงินส่องลงมาจากท้องฟ้า และ
ปีศาจทั้งหกก็ยกดาบในมือขึ้นทันที ความจริงจัง
ปรากฏบนดวงตาของพวกเขา มันแสดงให้เห็นถึง
ความจริงจังของพวกเขา
“ตูม ตูม ตูม… ”
เสียงระเบิดทั้งหกดังก้อง หิมะและน้าแข็งนับไม่ถ้วน
จากกาแพงทั้งสองดานของหุบเขาสายลมตกลงมาจน
พื้นด้านล่างสั่นสะเทือน
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ลาแสงทั้งหก
แม่ทัพ ทหารสี่หมื่นนาย วู่ เฟิง และ เฉิน เฟยยู่
รวมถึงหมาป่าเขาเงิน
ไม่มีใครสักคนที่มองสิ่งอื่น
ในหัวของพวกเขามีเพียงความคิดเดียว
แข็งแกร่ง!
แต่ทาไม พวกเขาถึงแข็งแกร่งได้ขนาดนี้!
พลังของ ฟาง เจิ้งจือ นั้นอยู่ในระดับสะท้อนสวรรค์
แต่มันก็เป็นความจริงที่ ฟาง เจิ้งจือ สามารถกดดัน
ปีศาจทั้งหกได้
ถึงแม้พวกเขาจะถูกทาให้หยุดชะงักไปแค่ชั่วครู่
แต่มันก็น่าประทับใจมาก
น้าแข็งและหิมะยังคงร่วงลงมา ร่างของปีศาจทั้งหก
ในระดับอภินิหารปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
ท่ามกลางฝุ่นควันจากน้าแข็งที่ร่วงลงมา เสื้อผ้า
บนร่างของพวกเขาขาดเป็นรูมากมายทาให้สามารถ
มองเห็นแผลที่อยู่บนร่างของพวกเขาได้อย่างชัดเจน
ท่าทีของพวกเขาดูตกใจเป็นอย่างมาก นี่แสดงให้
เห็นอย่างชัดเจนว่าในการสู้แบบหนึ่งต่อหก พวกเขา
ถูกทาให้บาดเจ็บจาดลาแสงสีเงินที่ถูกแบ่งออกเป็น
หกส่วน
“ฟาง เจิ้งจือ! ข้าจะจาไว้ ครั้งหน้าถ้าพวกเราพบกัน
หวังว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่!” ปีศาจตนหนึ่งพูดและยกมือ
ขึ้น หน้าจากหนังมนุษย์ที่ปกปิดใบหน้าเขาอยู่
ถูกถอดออกทันที เปิดเผยให้เห็นดวงตาปีศาจที่อยู่
บนใบหน้าของเขา
…………………………………….…………….