Gate of God - ตอนที่ 387 เต๋าแห่งท่วงทานอง
Gate of God
ตอนที่ 387 เต๋าแห่งท่วงทานอง
ตอนแรกพวกเขาตัดสินใจเดินตาม เฉิน เฟยยู่ และ
วู่ เฟิง เข้าไปในหุบเขาสายลม วางแผนที่จะรอ
จนกระทั่ง วู่ เฟิง และ เฉิน เฟยยู่ ลอบโจมตี
หนานกง เฮา พวกเขาก็จะสังหารทั้งสองคนทิ้งซะ
อย่างไรก็ตามผลลัพธ์คือพวกเขาติดอยู่ในกลุยทธ์ที่
หนานกง เฮา วางไว้
ขณะที่พวกเขาคิดว่าตัวเองได้เจอปัญหาใหญ่
โชคของพวกเขาก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ฟาง เจิ้งจือ
สามารถจัดการกลยุทธ์ที่ หนานกง เฮา วางไว้ได้
จริงๆและเขาทาให้เกิดความวุ่นวายขึ้นที่ทางออก
ของหุบเขาสายลม
สาหรับปีศาจทั้งสี่มันเหมือนกับโอกาสที่สวรรค์
มอบให้
ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาไม่สามารถทนรอได้อีกต่อไป
ถ้าพวกเขายังรออีกจน ฟาง เจิ้งจือ สามารถออกมา
จากหุบเขาสายลมได้ เมื่อถึงตอนนั้น ทหารหมาป่า
เขาเงินที่อยู่ข้าง ฟาง เจิ้งจือ รวมถึงการเผชิญหน้า
กับ หนานกง เฮา
พวกเขาก็จะไม่มีโอกาสอีกต่อไป
ดังนั้น…
ปีศาจที่ปลอมตัวมาจึงเลือกที่จะจู่โจมทันที
สิ่งที่เกิดหลังจากนั้นคือสิ่งที่ทุกคนได้เห็น แม้
ฟาง เจิ้งจือ จะรู้ตัวตนของพวกนั้น แต่เขาก็ไม่ได้
ประกาศออกมาอย่างชัดเจน
ดังนั้นทาให้พวกมันมีโอกาสในการฆ่าคนอื่นอยู่
มันดูอาจจะเหมือนเกินจริง แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็เข้า
ทางพวกนั้นอยู่ดี เหล่าแม่ทัพไม่ได้แสดงท่าทีอะไร
ออกมาในทันที
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
ภายในหุบเขาสายลมไม่มีใครสามารถหยุดพวกเขาได้
และตอนนี้พวกเขาได้ฝ่าการปองกันอันสมบูรณ์แบบ
ของหมาป่าเขาเงินมาได้จนถึงหน้าของ ฟาง เจิ้งจือ
พวกเขามั่นใจว่าต่อให้ ฟาง เจิ้งจือ จะไปหลบอยู่
หลังม้า ก็ไม่มีทางหลบการโจมตีของพวกเขาได้
เพราะการที่จะฟันร่างของคนคนหนึ่งให้กลายเป็น
สองส่วนพร้อมกับม้าไม่ใช่เรื่องยากอะไร
และ…
ที่สาคัญที่สุดคือ ด้วยความสามารถของพวกเขา
หลังจากสังหาร ฟาง เจิ้งจือ แล้วหนีไปอย่าง
ปลอดภัยไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป
“ตาย!”
ปีศาจทั้งสี่ตะโกนออกมาพร้อมกัน
แสงสีเงินที่ปลายดาบพุ่งไปหา ฟาง เจิ้งจือ
มันเคลื่อนที่มาด้วยความเร็วและบรรยากาศอัน
น่าหวาดกลัว
“เร็วเข้าปกป้องผู้ส่งสารฟาง!” เมื่อ เถิง ซือเซิง เห็น
แสงที่เกิดขึ้น ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
งานของเขาชัดเจนมากว่ามันไม่ใช่การปกป้อง
ฟาง เจิ้งจือ
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถปล่อยให้ ฟาง เจิ้งจือ
ตายได้!
ในตอนนี้เอง แววตาของเหล่าทหารหมาป่าเขาเงิน
จ้องมองอย่างเปิดกว้าง แสงสีเงินจางๆที่กาลังส่อง
แสงอยู่ด้านหน้าพวกเขา ไม่ใช่เล็กๆเลยอย่างไรก็ตาม
พลังนี้ทาให้พวกเขาต่างรู้สึกถึงความหวาดกลัวจาก
ข้างใน
นักรบของดินแดนภูเขาทางใต้เองก็เป็นมนุษย์
เหมือนกัน พวกเขาย่อมต้องมีความเกรงกลัวในใจ
เป็นปกติธรรมดา
อย่างไรก็ตามพวกเขาสามารถแปรเปลี่ยนความ
กลัวนี้ให้กลายเป็นความศรัทธาได้ ความศรัทธาที่
รวมพวกเขาเป็นหนึ่งดั่งหินผาความศรัทธานี้ทาให้
มั่นใจได้ว่าคาสั่งที่มอบให้จะบรรลุผลสาเร็จ
พวกเขายินดีที่จะเสียสละชีวิตของตัวเอง
เพราะฉะนั้นแล้ว ทันทีที่สิ้นเสียงประโยคของ
เถิง ซือเซิง 2 ทหารหมาป่าเขาเงินด้านหลัง
ฟาง เจิ้งจือ ก็พุ่งออกไปเหนือท้องฟ้าและใช้ร่างของ
ตัวเองป้องกันแสงสีเงินด้านหน้า
ด้วยการที่มีทหารหมาป่าเขาเงินที่ด้านหลังของเขา
ฟาง เจิ้งจือ ไม่สามารถหันหลังและวิ่งหนีไปได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อทหารหมาป่าเขาเงินพุ่งออกมา
ปัญหาของเขาดูเหมือนจะจางหายไปทันที
มันเกิดช่องว่างที่ด้านหลังของเขาแล้ว
ช่องว่างนั้นทาให้เขาสามารถวิ่งออกไปได้มาก
กว่าเดิมอีก 2-3 ก้าว แม้เขาจะไม่มั่นใจว่าตัวเองจะ
สามารถหลบหลีกการโจมตีจากแสงสีเงินนี้ได้
แต่อย่างน้อยมันก็ทาให้มีความเป็นไปได้เพิ่มมากขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม ฟาง เจิ้งจือ ไม่ได้ทาเช่นนั้น
สามารถพูดได้ว่าถ้ามีช่องว่างเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา
ฟาง เจิ้งจือ จะไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ฟาง เจิ้งจือ ไม่สนว่าคนอื่นจะคิดว่าเขานั้นไร้ยางอาย
แค่ไหน
อย่างไรก็ตามมันไม่ได้หมายความว่าเขาสามารถหลบ
อยู่หลังคนอื่นและดูพวกเขาใช่ร่างกายป้องกันแสง
สีเงินจนบาดเจ็บได้
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นทหารหมาป่าเขาเงินที่พึ่งมี
สัมพันธ์กันไม่นานก็ตาม
ตอนนั้นเอง ฟาง เจิ้งจือ เอามือทาบ ณ ตาแหน่งที่
มิติพิเศษของเขาตั้งอยู่ ภายในนั้นมีของชิ้นหนึ่งอยู่
ชื่อของมันคือดาบไร้ร่องรอย!
ฟาง เจิ้งจือ ไม่รู้ว่าดาบไร้ร่องรอยจะสามารถป้องกัน
การโจมตีของแสงสีเงินนี้ได้ไหม แต่นั้นก็เป็นเพียง
ความหวังเดียวที่เขาจะคิดได้ แม้มันจะเป็นความหวัง
ที่ริบหรี่มากก็ตามที
หลังจากที่ดาบเล่มนี้เคยรับการโจมตีของแม่ทัพไถ่
มาแล้ว!
“ตึง!”
ในขณะนี้เสียงอันไพเราะมาก ๆ ก็ดังขึ้น มันไม่ได้ดัง
มาก แต่ดูเหมือนมันจะเต็มไปด้วยพลังที่น่ากลัว
“ตูม!”
เสียงดังขึ้น
แสงสีเงินดูเหมือนจะเข้าปะทะกับบางอย่างที่มาจาก
ด้านข้าง มันค่อยๆสั่นท้านเล็กน้อย มันไม่ได้หายไป
แต่เห็นได้ชัดเลยว่าพลังของมันลดลงเล็กน้อย
ทันใดนั้นเองกาปั้นของ เถิง ซือเซิง พุ่งออกไปอีกครั้ง
ออร่าสีเขียวแผ่ขยายคลุมรอบผิวของ เถิง ซือเซิง
กาปั้นของเขาปะทะเข้ากับแสงสีเงินที่พุ่งเข้ามา มัน
ทาให้แสงสีเงินสั่นสะท้านอีกครัง
มันเป็นการกระทาที่บังคับให้แสงสีเงินต้องเปลี่ยน
ทิศทางเล็กน้อย
เถิง ซือเซิง รู้ว่าทหารหมาป่าเขาเงินที่อยู่ด้านหลังเขา
จะคอยปกป้อง ฟาง เจิ้งจือ อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่รู้
คือ ถ้าบอกให้เขายืนดูเฉยๆละก็ไม่มีทางเป็น
แบบนั้นแน่นอน
ดังนั้นเขาจึงต่อยออกไปเต็มแรง
แม้เขาจะไม่สามารถป้องกันได้อย่างสิ้นเชิง แต่การ
เปลี่ยนเส้นทางของมันเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะ
ปกป้องไว้ได้หลากหลายชีวิต
“ฟุ้บ!”
ในที่สุดแสงสีเงินก็พุ่งไปที่พื้น
เสียงร้องสองเสียงดังขึ้นในเวลาเดียวกัน เสียงหนึ่ง
เป็นเสียงร้องตกใจของม้า ฟาง เจิ้งจือมันไม่ใช่ม้า
ชั้นสูงนัก แต่ก็เป็น 1 ในสายพันธ์ชั้นยอดในเหล่าม้า
ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ขาหน้าทั้งสองข้างของม้าตัว
นั้นถูกตัดขาดด้วยแสงสีเงินที่พุ่งมา
เสียงอื่นๆก็ดังขึ้นชัดเจนมันเป็นเสียงของหมาป่าเขา
เงินที่พุ่งขึ้นไปเหนือท้องฟ้าขาหน้าของมันก็ได้รับ
บาดเจ็บเช่นกัน ขาทั้งสองข้างของมันถูกตัดจน
กระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้าเช่นกัน
เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว…
ราวกับน้าพุ
ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น หลังจากที่ตัดเลือดเนื้อของ
เหล่าสัตว์ป่าแล้วนั้น แสงสีเงินดูเหมือนไม่คิดจะหยุด
เท่านั้นมันยังคงพุ่งไปด้านหน้าและตัดผ่านสิ่งต่างๆ
ทาให้ทหารหมาป่าเขาเงิน 2-3 คนแรกที่อยู่ด้านหลัง
ฟาง เจิ้งจือ ได้รับบาดเจ็บ
อย่างไรก็ตามเสียงร้องเกิดขึ้นหลังจาก 2 เสียงแรก
เกิดจากการตัดผ่านเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!
หลังจากเข้าปะทะกับพลังทั้งหมดของ เถิง ซือเซิง
มันยังคงทาให้ทหารหมาป่าเขาเงินได้รับบาดเจ็บอยู่
5-6 นาย
เพียงแค่นี้ ก็สามารถรู้ถึงความร้ายกาจของวิชานี้ได้
แล้ว
มือของ ฟาง เจิ้งจือ ยังคงทาบที่อก เพราะว่าเขาเห็น
ว่าแสงสีเงินเบี่ยงไปในทิศทางอื่นแล้ว ดังนั้นเขาจึง
ไม่ได้หยิบดาบไร้ร่องรอยออกมาในทันที
จริงๆ เขาก็ไม่มั่นใจเต็ม 100% ว่าดาบไร้ร่องรอยจะ
สามารถป้องกันสิ่งนั้นได้
“หยุดพวกเขา!”
“พวกเขาไม่ใช่มนุษย์พวกเขาเป็นปีศาจ!”
“ปกป้องนักปราชญ์ พวกเราต้องไม่ให้ปีศาจพวกนั้น
ทาอันตรายอะไรอีก”
ขณะที่ ฟาง เจิ้งจือ จะตะโกนออกมานั้นเองว่า
คนเหล่านี้เป็นปีศาจ ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นมาก่อนที่
เขาจะได้พูดอะไร
มันทาให้เขาค่อนข้างสับสนเล็กน้อย
ทาไมกัน?
ใครกันที่มีการตอบสนองที่รวดเร็วเช่นนี้?
ในที่สุดเขาก็เห็นร่างที่ยืนอยู่ไม่ไกล
เขาเป็นคนหนุ่มที่ใส่ชุดเกราะสีเขียวหยกที่ออก
แบบอย่างประณีต เขาถือขลุ่ยไว้ที่ปากของเขา
ขณะที่อีกมือถือหน้ากากอยู่
ใต้เท้าของเขา ‘นายน้อยหลี่’ ที่ได้หมดสิ้นลมหายใจ
สุดท้ายแล้ว ได้เผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริง ดวงตา
ปีศาจบนหน้าผากได้ปรากฏขึ้นมาให้เห็นชัดเจน
ในตอนนั้นเอง ฟาง เจิ้งจือ นึกถึงเสียงที่รื่นหู แต่เป็น
น้าเสียงที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งถ้าเขาเดาไม่ผิด
เสียงนั้นน่าจะเป็นเสียงจากขลุ่ยหยกของ วู่ เฟิง แน่
ดูเหมือนว่า …
เต๋าแห่งท่วงทานองจะทรงพลังมากทีเดียว
เมื่อตอนที่ ฟาง เจิ้งจือ จับ วู่ เฟิง แน่นอนว่าเขาไม่
เปิดโอกาสให้ วู่ เฟิง ได้ใช้เต๋าแห่งดนตรีนอกจากนี้
เขาไม่ได้ทิ้งขลุ่ยหยกเขียวไว้ให้ วู่ เฟิง ใช้มัน
ดังนั้นแม้จะรู้ชัดเจนว่า วู่ เฟิง ค่อนข้างแข็งแกร่ง
แต่เขาก็ยังไม่เคยเห็น วู่ เฟิง ใช้เต๋าแห่งท่วงทานอง
จริงๆแม้แต่น้อย
นี่อาจนับเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็น
มันทาให้เขาตกใจไม่มากก็น้อย ถึงแม้ว่าพลังจากเต๋า
แห่งท่วงทานองจะไม่ได้มีพลังมากนัก แต่ดูเหมือนจะ
มีข้อได้เปรียบที่ชัดเจน
ความเร็วของมันนั้นสูงมาก!
นอกจากนี้ นอกเหนือจากความเร็วแล้ว จุดที่ปรากฏ
ขึ้นมาก็ลึกลับเป็นอย่างมากมันเป็นจริงสามารถที่จะ
ตีเงินเรืองแสงที่แคบมากโดยใช้เสียงที่มีความแม่นยา
เช่นจากระยะไกลดังกล่าวออกไป มันเป็นเรื่องยาก
มากที่แสงสีเงินเส้นบางๆสามารถควบคุมได้ด้วยเสียง
เพื่อให้กระทบเป้ามาย
มันเกิดจากความแม่นยาและพลังของเต๋าแห่ง
ท่วงทานอง
ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นๆจะเทียบได้
วู่ เฟิง!
นักปราชญ์ผู้เป็นอันดับ 3 บนทาเนียบมังกรดาวรุ่ง
หนึ่งในศิษย์ของสี่เซียน พลังของเขาค่อนข้าง
น่าเหลือเชื่อ ข้าสงสัยจริงๆวาตัวข้าจะสามารถ
เอาชนะเต๋าแห่งท่วงทานองได้ไหม?
ฟาง เจิ้งจือ ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะหนึ่ง เขามีเพียงโอกาส
ห้าสิบเปอร์เซนต์เท่านั้นที่จะทาได้
ดังนั้นเขาจึงรีบเปลี่ยนความคิดอย่างรวดเร็ว ถ้าเขา
มีโอกาสสู้กับ วู่ เฟิง จริงๆ อย่างแรกเขาต้องมั่นใจว่า
จะขโมยขลุ่ยหยกมาได้ก่อน หรือทาให้ วู่ เฟิง ไม่มี
โอกาสจะเป่าขลุ่ย
ด้วยวิธีนี้โอกาสที่จะชนะของเขาเพิ่มเป็นแปดสิบ
เปอร์เซนต์
แผนที่สมบูรณ์แบบ
แน่นอนว่า ฟาง เจิ้งจือ ไม่ต้องพิจารณาว่าเสียงมา
จากที่ไหนอีกต่อไป เพราะเมื่อ วู่ เฟิง ลอกหน้ากาก
ของนายน้อยหลี่ออก ความจริงก็ปรากฏขึ้นมาทันที
ยิ่งไปกว่านั้นการโจมตีอันรุนแรงของปีศาจทั้งสี่ก็เป็น
การเปิดเผยเจตนาของพวกเขาแล้ว
“เร็วเข้า จับพวกเขา!”ในเวลานี้แม่ทัพไม่คิดจะรอให้
ฟาง เจิ้งจือ ออกคาสั่ง ทหารที่อยู่ด้านหลังทุกคน
ดึงธนูขึ้นมาทันที
เมื่อปีศาจทั้งสี่เห็นฉากที่เกิด ท่าทีของพวกเขาดู
ค่อนข้างเจ็บปวด
“ดูเหมือนว่าพวกเจ้าทั้งสี่จะมาจากเผ่าพันธุ์ปีศาจ!?
อย่าหวังว่าจะทาร้ายคนของอาณาจักรเซี่ยได้ วันนี้ข้า
จะสู้กับเจ้าจนชีวิตหาไม่!” ทันใดนั้นนักปราชญ์
สองคนที่ตามทั้งสี่มาตะโกนขึ้นมาทันที ก่อนที่พวก
เขาจะพุ่งผ่านปีศาจทั้งสี่และมายืนขวางหน้า
ฟาง เจิ้งจือ เอาไว้
…………………………………….…………….