ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 589 มังกรดำแห่งชะตา
“จะมากเกินไปแล้ว?”
เมื่อองค์หญิงหมิงเยว่ได้ยินคำพูดของจีหมิงเยว่นางก็ขมวดคิ้วถาม “พี่จีหมายความว่าอย่างไร?”
จีหมิงเยว่มองไปยังเจียนจื่อเต้าที่มีพลังมังกรสีดำล้อมรอบกายก่อนจะอธิบายว่า “พลังมังกรรวมกับชะตาแผ่นดิน เขาต้องการใช้พลังมังกรควบคุมชะตาแผ่นดินต้าเฉียนเพื่อต่อกรกับหลี่เต้า”
“ใช้ชะตาแผ่นดินต่อกรกับพี่หลี่?” พอเถียซานเหนียงที่อยู่ด้านข้างได้ยินก็พลันตกตะลึง
เถียจิงซานเอ่ยปากขึ้นว่า “องค์หญิง นี่ไม่น่าเป็นไปได้ ตามตำนานแล้วการใช้มังกรทองแห่งชะตาเพื่อปราบผู้อื่นนั้น มีเพียงฝ่าบาทเท่านั้นที่ทรงใช้ได้มิใช่หรือพะยะค่ะ?”
“แต่ว่าเสด็จพ่อสวรรคตแล้ว” จีหมิงเยว่มองดูสถานการณ์แล้วพูดต่อ “เพราะเสด็จพ่อสวรรคต ชะตาแผ่นดินจึงกระจัดกระจายไปครึ่งหนึ่งได้ถูกอัครเสนาบดีดูดซับเอาไว้”
“เมื่อรวมกับปริมาณพลังมังกรอันน่าสะพรึงกลัวในตัวเขา การนำมาใช้จึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร”
เถียซานเหนียงถามด้วยความกังวล “แล้วผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร?”
“ผลลัพธ์หรือ?” จีหมิงเยว่กล่าวช้า ๆ ว่า “ก็มีเพียงสามสถานการณ์เท่านั้น”
“คือเจียนจื่อเต้าใช้ชะตาแผ่นดินของต้าเฉียนในการปราบอูอันกง หรือไม่อูอันกงก็จะใช้พลังเพียงหนึ่งทะลวงหมื่นวิชา โจมตีทำลายพลังมังกรและชะตาแผ่นดินบนร่างของเจียนจื่อเต้า”
“แต่สถานการณ์นี้ไม่ค่อยดีนัก”
“หลังจากต้าเฉียนสูญเสียชะตาแผ่นดินส่วนที่อยู่บนร่างของเจียนจื่อเต้าไป ก็ย่อมส่งผลให้ชะตาแผ่นดินของต้าเฉียนเสื่อมถอยอย่างรุนแรง ผลลัพธ์คือจะทำให้ต้าเฉียนเกิดภัยพิบัติและหายนะต่าง ๆ มากมาย”
“เมื่อถึงตอนนั้นแล้ว ผลร้ายที่เกิดขึ้นก็จะตกอยู่บนอูอันกง”
“แน่นอน ยังมีความเป็นไปได้สุดท้ายนั่นคือ ทั้งสองฝ่ายต่างก็บาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่”
“แต่ความเป็นไปได้นี้มีน้อยมาก อีกทั้งผลลัพธ์ก็ไม่ได้ดีไปกว่าความเป็นไปได้ที่สองสักเท่าไร”
ในตอนนั้นเอง เถียซานเหนียงก็ได้สังเกตเห็นสีหน้าอันสงบนิ่งของจีหมิงเยว่ นางพลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยปากถามว่า “หมิงเยว่ เจ้ามีวิธีใช่หรือไม่”
ทันใดนั้นทุกคนก็ต่างจ้องมองไปที่องค์หญิงหมิงเยว่
“มี แต่ทว่ามีเงื่อนไข” จีหมิงเยว่ไม่ได้ปิดบัง
“เงื่อนไขอะไรหรือ” เถียซานเหนียงเอ่ยถามออกมาโดยไม่รู้ตัว
จีหมิงเยว่ไม่ได้ให้คำตอบโดยตรง นางเพียงเหลือบมองไปยังลานกว้างตรงกลางพลางพึมพำว่า “ก็ขึ้นอยู่กับว่าอูอันกงจะทำได้ถึงขั้นไหน”
ม่านควันและคลื่นพลังสลายไปเผยให้เห็นลานกว้างตรงกลาง เมื่อทุกคนมองเห็นได้อย่างชัดเจนแล้ว ก็พากันตกตะลึงอย่างอดไม่ได้
ณ ใจกลางลานกว้างใหญ่ได้ถูกขุดเป็นโพรงลึก เหลือเพียงหลุมขนาดมหึมา และในหลุมนั้นก็มีร่างหนึ่งนอนอยู่ เมื่อทุกคนเห็นหลี่เต้า สายตาทั้งหมดก็จับจ้องไปที่เขา ในชั่วขณะถัดมาหลี่เต้าก็พลันขยับตัว เขาลุกพรวดขึ้นยืนจากในหลุมทันที เนื่องด้วยอาภรณ์บนร่างขาดวิ่น หลี่เต้าจึงยกมือขึ้นดึงเสื้อผ้าที่ขาดทิ้งไป เผยให้เห็นร่างท่อนบนที่เปลือยเปล่า ในตอนนั้นเองทุกคนก็เห็นชัดเจนว่า บนร่างของหลี่เต้ามีบาดแผลสองแถว
สามารถเห็นได้ว่ามันเป็นรอยฟัน เห็นได้ชัดว่าถูกกัดจากเงามังกรดำที่เจียนจื่อเต้าแปลงร่างก่อนหน้านี้ ที่บริเวณบาดแผลยังคงมีพลังสีดำลอยออกมา
“ชะตาแผ่นดินงั้นหรือ…” หลี่เต้าได้กลิ่นพลังของมังกรทองแห่งชะตาที่เคยพบเห็นมาก่อนจากพลังสีดำนั้น อาจเป็นเพราะสีที่แตกต่างกัน พลังสีดำนี้จึงดูเหมือนจะมีฤทธิ์กัดกร่อน ทำให้บาดแผลของเขาไม่อาจหายได้ง่าย ๆ อย่างไรก็ตาม…
หลี่เต้าเพียงแค่คิด พลังปราณโลหิตก็เริ่มมารวมตัวกันที่บาดแผล จากนั้นบาดแผลก็เริ่มสมานในความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แม้พลังสีดำจะมีฤทธิ์กัดกร่อน แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเจอกับใคร ด้วยพลังกายและความเร็วในการฟื้นฟูของหลี่เต้าในตอนนี้ ถึงพลังสีดำจะลดทอนความเร็วในการฟื้นฟูลงเป็นสิบเท่า ก็ไม่อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูของเขาได้
ตูม!
จากนั้นหลี่เต้าก็ก้มตัวลงเล็กน้อยแล้วกระโดดขึ้นไปในอากาศ หลังลงมาถึงพื้นแล้วเขาก็ยืนอยู่หน้าเจียนจื่อเต้าอีกครั้ง ในตอนนี้เขาสามารถมองเห็นสภาพของเจียนจื่อเต้าได้อย่างชัดเจน และจำพลังมังกรสีดำที่พันรอบร่างของเจียนจื่อเต้าได้เช่นกัน มังกรแห่งชะตาสีดำงั้นหรือ? เรื่องนี้ทำให้หลี่เต้านึกถึงตอนที่ฮ่องเต้ใช้มังกรทองแห่งชะตาปราบภิกษุชราแห่งชนเผ่าเป่ยหมาน ตอนนี้จะมาทำแบบเดียวกันกับเขางั้นหรือ?
เมื่อทั้งสองคนเผชิญหน้ากัน พวกเขาก็จ้องกันด้วยสายตาเดือดดาล ไม่มีคำพูดเปล่าประโยชน์ใด ๆ เจียนจื่อเต้าพุ่งเข้าโจมตีหลี่เต้าพร้อมกับมังกรแห่งชะตาสีดำที่พันรอบกายทันที
แตกต่างจากครั้งก่อน คราวนี้ทุกครั้งที่เจียนจื่อเต้าออกท่าโจมตีจะมีเสียงคำรามของมังกรดังตามมา จากนั้นความรู้สึกกดดันที่มองไม่เห็นก็ปกคลุมรอบกายหลี่เต้า ราวกับว่าโลกใบนี้กำลังจำกัดความสามารถของเขา การที่หลี่เต้าถูกลดทอนพลังก็เท่ากับการเพิ่มพลังให้เจียนจื่อเต้า
ชั่วขณะหนึ่งเจียนจื่อเต้าได้ครองความได้เปรียบเอาไว้
อาณาเขต… ความรู้สึกถูกจำกัดนี้ทำให้หลี่เต้ารู้สึกราวกับว่า เจียนจื่อเต้าได้เปิดอาณาเขตขึ้นมา ในสถานการณ์ปกติเพียงแค่ออกจากบริเวณอาณาเขตก็พอ แต่น่าเสียดายที่มันเป็นไปไม่ได้ เพราะมังกรดำแห่งชะตาที่ถูกนำมาใช้นั้น มันคือชะตาแผ่นดินของต้าเฉียน อาณาเขตครอบคลุมทั่วทั้งต้าเฉียน
เขาคงไม่มีทางวิ่งออกไปสู้กับเจียนจื่อเต้านอกแผ่นดินต้าเฉียนได้หรอก เขาไม่ใช่คนโง่ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็ได้แต่ต้องสู้อย่างเต็มที่ อาณาเขตงั้นหรือ ชะตาแผ่นดินใช่หรือไม่ ก็ต้องดูกันว่าใครจะอึดกว่ากัน ส่วนผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจากการเสื่อมถอยของต้าเฉียนและชะตาแผ่นดินนั้น หลี่เต้าไม่สนใจจะคิดถึงมันเลยแม้แต้น้อย ถึงอย่างไรเสียต้าเฉียนก็ไม่ใช่บ้านเมืองของเขา ดังนั้นหลี่เต้าจึงระดมพลังทั้งหมดออกมาในทันที
“โจมตี”
หลังจากถอยหลังหนึ่งก้าว ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในใจของหลี่เต้า ในชั่วขณะถัดมาคลื่นพลังมหาศาลก็ระเบิดออกมาจากรอบกายเขา พลังปราณโลหิตอันน่าสะพรึงกลัวพลันเดือดพล่านพวยพุ่งออกมา ในชั่วขณะนั้นร่างทั้งร่างของเขาราวกับถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีแดงขนาดใหญ่ และนี่ยังไม่จบเท่านั้น
พลังที่ได้มาจากการแปรสภาพหลายครั้งก่อนหน้านี้ ก็ถูกนำออกมาใช้ในยามนี้ด้วย กล้ามเนื้อทั่วร่างพลันพองขยายขึ้น ร่างที่เดิมทีสูงราวหกฉี่ก็ได้พองขยายออกอย่างรวดเร็วจนสูงเกือบหนึ่งจั้ง ราวกับกลายเป็นยักษ์น้อย ทางด้านหนึ่งเนื่องจากแรงเฉื่อย เจียนจื่อเต้าจึงพุ่งตรงเข้าหาหลี่เต้าที่กลางทาง เมื่อเห็นกระแสพลังอันน่าสะพรึงกลัวของหลี่เต้าในยามนี้ เขาจึงตั้งใจจะหลบหลีกคมดาบชั่วคราว แต่น่าเสียดายหลี่เต้าไม่ได้ให้โอกาสอีกฝ่ายเลยแม้แต้น้อย เขาลงมือโจมตีทันที
เมื่อเจียนจื่อเต้าเห็นดังนั้นก็ได้แต่เริ่มโจมตีก่อน
ตูม!
เสียงกำปั้นปะทะกับฝ่ามือดังสนั่น เพียงแค่คลื่นกระแทกก็ทำให้พื้นดินหนาทั้งสองด้านแตกกระจาย เมื่อเห็นว่าการโจมตีครั้งเดียวไม่เกิดผล เจียนจื่อเต้าจึงถอนกำปั้นโดยสัญชาตญาณ ทว่าหลี่เต้ากลับกำฝ่ามือเข้าหากัน มือที่ขยายใหญ่ขึ้นรวบเอากำปั้นของอีกฝ่ายไว้แน่น เมื่อเห็นแววตาตื่นตระหนกของเจียนจื่อเต้า หลี่เต้าก็แยกเขี้ยวเผยให้เห็นฟันขาวของตน
ชั่วขณะถัดมา เขาพลันออกแรงกระชากมือซ้าย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวของหลี่เต้าในยามนี้ เจียนจื่อเต้าก็ต้านทานไว้ไม่ไหว ทั้งร่างพุ่งเข้าหาหลี่เต้าทันที ท้ายที่สุดแล้วมังกรดำแห่งชะตาก็ได้มอบพลังในการต้านทานการโจมตีและการปราบปรามให้เขา แต่ไม่ได้มอบพลังให้โดยตรง
หลี่เต้ากำหมัดขวาแน่น กล้ามเนื้อทั่วแขนขวาพองขึ้นอีกครั้งจนถึงขีดสุด เส้นเลือดปูดโปนจวนจะระเบิด หมัดนี้ได้พุ่งเข้าใส่ใบหน้าของเจียนจื่อเต้าอย่างไม่ยั้งมือ
ในชั่วขณะนั้น เจียนจื่อเต้าพลันรู้สึกมึนงง ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาในห้วงความคิดโดยไม่รู้ตัว และเมื่อเขาได้สติ สิ่งที่เห็นมีเพียงหมัดยักษ์เท่านั้น
ต้องรับมือให้ได้!
ในชั่วขณะที่หมัดกระแทกลงบนร่างของเจียนจื่อเต้า แสงสีดำก็พลันพวยพุ่งออกมาจากร่างของเจียนจื่อเต้า หมัดนั้นปะทะเข้ากับแสงสีดำ ท้องฟ้าพลันเปลี่ยนสี เมฆครึ้มก่อตัว ฟ้าแลบฟ้าร้องดังสนั่น