ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 588 ปราบด้วยมือเปล่า
“เจ้าอยากตายหรือ!”
ท่าทางหยิ่งผยองของหลี่เต้าทำให้เจียนจื่อเต้าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่ในขณะเดียวกันในใจของเขาก็รู้สึกโล่งอกอยู่บ้าง จากการปะทะกันก่อนหน้านี้เขาพบว่าสาเหตุที่ตนเองถูกกดดันจนมุม ส่วนใหญ่เป็นเพราะง้าวเล่มใหญ่นั้น ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดสายฟ้าบนง้าวนั้นถึงได้ทำให้เขาชาจนต้องเสียเปรียบในทุกจังหวะ และตอนนี้หลี่เต้าได้สละง้าวออกไปเอง แม้จะดูเหมือนดูถูกเขาแต่นี่ก็ถือเป็นโอกาสของเขาไม่ใช่หรือ เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียนจื่อเต้าก็แอบเยาะหยันในใจ แต่ร่างกายของเขาก็ตอบสนองต่อท่าทีของหลี่เต้า โดยการระดมพลังปราณแท้พุ่งเข้าใส่ทันที ภาพตรงหน้านี้ทำให้ผู้คนที่ยืนดูอยู่ต่างขมวดคิ้ว คนที่อยู่ฝ่ายหลี่เต้าไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงยอมสละความได้เปรียบที่มี ในไม่ช้าเจียนจื่อเต้าก็ได้มาถึงตรงหน้าหลี่เต้า
หลังจากที่หลี่เต้าประมือกับเจียนจื่อเต้าแล้ว เขาก็พบว่าเจียนจื่อเต้าและประมุขสำนักปราบสวรรค์ ต่างก็เดินบนเส้นทางการฝึกลมปราณเช่นเดียวกัน วิชายุทธ์ที่ชำนาญคือการต่อสู้ด้วยหมัดและเท้า เมื่อสูญเสียข้อได้เปรียบด้านอาวุธ ทั้งสองก็ต่างโต้ตอบกันไปมาอย่างสูสี ภาพนี้ทำให้เจียนจื่อเต้ารู้สึกปลาบปลื้มยินดียิ่งนัก หลังจากที่อีกฝ่ายละทิ้งข้อได้เปรียบด้านอาวุธ พลังก็ลดลงอย่างฮวบฮาบ เขาต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดี หมัดเทพไร้ขีดจำกัด!
ทันใดนั้นเจียนจื่อเต้าพลันเหวี่ยงหมัดทั้งสองออกไป กลายเป็นเงากำปั้นที่ปกคลุมไปทั่วฟ้า แม้หลี่เต้าจะไม่เข้าใจวิชายุทธ์ประเภทหมัดฝ่ามือและเท้าเหล่านี้ แต่เขามีสายตาที่ว่องไว มือเท้าคล่องแคล่ว และพละกำลังมหาศาล อาศัยเพียงพละกำลังและความเร็วของตนเอง เขาก็สามารถรับมือกับเงาหมัดที่แผ่ไปทั่วฟ้าได้โดยตรง ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเวลาผ่านไป หลี่เต้าก็อาศัยพลังของตนเองเพิ่มความเร็วในการโจมตีมากขึ้นเรื่อย ๆ ชั่วขณะนั้นเจียนจื่อเต้าที่เป็นฝ่ายรุกก่อนกลับเริ่มตามไม่ทันเสียเอง
นี่มัน… เจียนจื่อเต้าเริ่มรนรานขึ้นมาทันที ทว่าหลี่เต้ายังคงสงบนิ่ง เขายอมรับว่าอัครเสนาบดีผู้นี้มีวรยุทธ์สูงส่ง วิชาเองก็ไม่ใช่ฟ่อนแฝ้น แต่ก็ยังมีจุดบกพร่องอยู่บ้าง หลังจากประมือกันมานานเขาพบว่าจุดอ่อนที่สุดของเจียนจื่อเต้าคือประสบการณ์การต่อสู้จริง อาจเป็นเพราะมั่นใจในวรยุทธ์ของตนมากเกินไป จึงคิดแต่จะใช้กำลังข่มผู้อื่น แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลี่เต้าที่ใช้วิธี ‘ใช้กำลังข่มคน’ เช่นกัน จึงเริ่มเสียเปรียบเช่นนี้ หลังจากผ่านไปหลายสิบลมหายใจ เจียนจื่อเต้าที่ถูกกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ จังหวะการต่อสู้ก็เริ่มสับสนวุ่นวาย ในที่สุดหลี่เต้าก็ฉวยโอกาสคว้าจังหวะมาได้ เมื่อเห็นภาพตรงหน้านี้เจียนจื่อเต้าก็พลันรู้สึกร้อนใจขึ้น แต่ไม่นานก็กลับมาสงบสติอารมณ์ลงได้
เพราะเขาสังเกตเห็นแล้วว่า พลังที่หลี่เต้าแสดงออกมานั้นแตกต่างจากพลังที่ได้จากการบำเพ็ญตนตามแบบปกติ เขามีการคุ้มครองเทพมนุษย์อยู่ และเทพมนุษย์นั้นสามารถต้านทานพลังอันรุนแรงเช่นนี้ได้ แต่ทว่าเมื่อหมัดของหลี่เต้ามาถึงการคุ้มครองเทพมนุษย์ กำปั้นที่เห็นเมื่อครู่นี้กลับกลายเป็นฝ่ามือที่เฉียงออกไปตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้ ซวบ! ทันใดนั้นพลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นในความว่างเปล่า ทำให้เจียนจื่อเต้าสะดุ้งโหยง
เมื่อมองเห็นภาพตรงหน้าได้อย่างชัดเจนแล้ว ทั้งร่างของเขาก็ต้องตะลึงงันไป เห็นเพียงฝ่ามือคู่นั้นแทงทะลุการคุ้มครองเทพมนุษย์ที่อยู่เบื้องหน้าเขาจนพังทลาย ทั้งที่การคุ้มครองเทพมนุษย์นั้นไม่มีตัวตน แควก! พร้อมกับที่ฝ่ามือคู่นั้นดึงแหวกออกไปสองด้าน การคุ้มครองเทพมนุษย์ก็ถูกฉีกจนขาด จากนั้นเขาก็ตกลงไปอยู่ต่อหน้าหลี่เต้าโดยที่เปิดช่องว่างให้โจมตีเต็มที่
เมื่อเห็นหลี่เต้ายกหมัดขึ้นมาโจมตีอีกครั้ง สีหน้าของเจียนจื่อเต้าก็ไม่อาจรักษาความสงบได้อีกต่อไป เขารีบระดมพลังปราณแท้ขึ้นมาป้องกันร่างกายเอาไว้ โครม! หมัดที่เหวี่ยงออกมานั้นทำให้อากาศสั่นสะเทือน เจียนจื่อเต้าที่ยืนอยู่บนท้องฟ้ากลายเป็นสายแสงพุ่งกระแทกลงสู่ลานกว้างเบื้องล่าง แรงปะทะมหาศาลก่อให้เกิดคลื่นกระเพื่อมบนพื้นดิน ทุกที่ที่คลื่นเคลื่อนผ่านไปพื้นดินก็แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ สุดท้ายคลื่นกระแทกก็เข้าใส่กำแพงทั้งสองด้าน ทำให้กำแพงหนาหลายจั้งพังถล่มลงมาทันที
‘ยังไม่ตายหรือ?’ เนื่องจากไม่มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นมา หลี่เต้าจึงยังไม่หยุดการเคลื่อนไหว เขายกมือขวาขึ้นแล้วทำท่าเรียกในอากาศ จากนั้นอาวุธปราณโลหิตมากมายนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นมารายล้อมกายของเขา เมื่อมองจากพื้นดินขึ้นไปบนท้องฟ้าที่หลี่เต้ายืนอยู่ จะเห็นอาวุธสีเลือดหลากหลายรูปแบบลอยอยู่เต็มท้องฟ้า
หลี่เต้าพลันโบกมือลง จากนั้นอาวุธสีเลือดทั้งหมดก็แหวกผ่านอากาศพุ่งลงไปยังจุดที่เจียนจื่อเต้าร่วงลงมา ในชั่วขณะต่อมาลานกว้างนอกพระที่นั่งไท่เหอก็จมอยู่ในแสงสีแดงเป็นหย่อม ๆ แรงสั่นสะเทือนอันมหาศาลทำให้วังหลวงและเขตพระราชฐานทั้งหมดสั่นไหวอย่างรุนแรง ภาพการบดขยี้เช่นนี้ทำเอาผู้คนที่อยู่ในที่นั้นต่างตะลึงงันไปตาม ๆ กัน โดยเฉพาะกับจ้าวฉงและอีกสามคนที่ลอยอยู่เหนือพระที่นั่งไท่เหอ
แรกเริ่มนั้นองครักษ์ทั้งสามยังคงรักษาท่าทีปกติไว้ได้ แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้านี้แล้ว พวกเขาก็ไม่อาจรักษาสีหน้าเอาไว้ได้อีกต่อไป ตรงกันข้ามกับจ้าวฉงที่อยู่ด้านข้าง เขากลับมีรอยยิ้มบางผุดขึ้นบนใบหน้า
“ท่านองครักษ์ทั้งสาม ตอนนี้พวกท่านคิดเห็นเช่นไร?” คำพูดที่เคยกล่าวไว้ย่อมเป็นดังตราประทับ เมื่อมาถึงระดับของพวกเขาแล้ว หน้าตาในสังคมนั้นสำคัญยิ่ง คำพูดที่เอ่ยออกไปแล้วก็ไม่ง่ายที่จะเรียกกลับคืนมา
หนึ่งในนั้นเอ่ยด้วยสีหน้าดำทะมึนว่า “อย่าเพิ่งได้ใจเร็วไปนัก ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นจนกว่าจะถึงตอนจบ”
บนท้องฟ้า อาวุธปราณโลหิตกระหน่ำลงมาเป็นระลอกแล้วระลอกเล่าไม่หยุดหย่อน แต่หลี่เต้ากลับไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบเสียที จึงทำให้เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย การคุ้มครองเทพมนุษย์ถูกฉีกขาดแล้ว ตามหลักแล้วร่างกายระดับเทพมนุษย์จะแข็งแกร่งเพียงใดก็ไม่น่าจะทนต่อการโจมตีเช่นนี้ได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องรับการโจมตีโดยไม่มีโอกาสต่อต้านเช่นนี้ ในขณะที่หลี่เต้ากำลังรู้สึกสงสัยอยู่นั้น ทันใดนั้นด้านล่างก็เกิดความเคลื่อนไหวผิดปกติ
ในตอนนั้นเองเสียงคำรามของมังกรก็ดังขึ้นท่ามกลางแสงสีเลือดที่ส่งเสียงกึกก้อง ในชั่วขณะถัดมาแสงสีดำสายหนึ่งก็ทะลวงออกมาจากแสงสีแดง จากนั้นเงาร่างมังกรดำขนาดมหึมาก็พุ่งทะลุออกมาจากแสงสีเลือดแล้วมุ่งตรงไปยังหลี่เต้า
เสียงคำรามของมังกรดังขึ้นแล้วหลี่เต้าก็ถูกมังกรร้ายงับเข้าไปในปากอย่างกะทันหัน ก่อนจะถูกคาบลอยออกไป จากนั้นมังกรดำก็คาบหลี่เต้าบินวนไปทั่ววังหลวง ร่างมังกรที่พลิ้วไหวไปมาได้ทำลายตำหนักในวังหลวงไปนับไม่ถ้วน สุดท้ายมังกรดำก็ได้บินกลับมาเหนือลานกว้าง หลังจากเปล่งเสียงคำรามครั้งหนึ่ง มังกรดำก็ดิ่งลงมาเบื้องล่าง พุ่งชนลงกลางลาน
พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ร่างมังกรดำก็เปล่งแสงแล้วร่วงลงบนพื้นราบแห่งหนึ่ง เมื่อผู้คนทั้งหลายเงยหน้ามองไปก็พบว่า ร่างมนุษย์ที่แปลงมาจากมังกรดำนั้นไม่ใช่ผู้ใด แต่เป็นเจียนจื่อเต้า ในตอนนี้เจียนจื่อเต้าไม่เหลือสภาพเดิมอีกต่อไปแล้ว เขายืนอยู่กับที่ ดวงตามืดมิดเปล่งพลังสีดำออกมา รอบกายมีมังกรร้ายยาวหนึ่งจั้งว่ายวนไปมาไม่หยุด ห่อหุ้มร่างเขาไว้ในหมอกดำ และจุดสำคัญอยู่ที่หน้าอกของเขา ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่เสื้อผ้าบริเวณนั้นฉีกขาด เผยให้เห็นผิวหนังด้านใน บนผิวหนังนั้นเต็มไปด้วยรอยแตก ซึ่งเป็นจุดที่หลี่เต้าได้ซัดหมัดลงไปก่อนหน้านี้
“นั่นมัน… พลังมังกร!” แม้สีจะแตกต่างออกไป แต่ก็มีผู้คนมากมายจำได้ว่าพลังสีดำรอบกายของเจียนจื่อเต้าคืออะไร จ้าวฉงพลันขมวดคิ้วกล่าวว่า “เป็นพลังมังกรที่ช่วยรักษาชีวิตเขาเอาไว้หรือ?”
องครักษ์ผู้หนึ่งพลันเอ่ยปากว่า “มันไม่ใช่พลังมังกร แม้พลังมังกรจะมีผลดีต่อพวกเรามาก แต่สำหรับยอดฝีมือระดับเทพมนุษย์แล้ว ผลลัพธ์กลับไม่ดีเท่าใดนัก” หากเพียงแต่อาศัยพลังมังกรก็สามารถต้านทานการโจมตีระดับเทพมนุษย์ได้ เช่นนั้นองค์ชายและเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ก็คงถูกนำมาใช้เป็นโล่เนื้อต้านเทพมนุษย์กันหมดแล้ว
“งั้นมันคือ…”
“เป็นพลังมังกรผสานกับชะตาแผ่นดิน” องครักษ์อีกคนที่อยู่ข้าง ๆ พลันเอ่ยปากขึ้น