ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 554 การโจมตีเชิงรุก
เดิมทีนางคิดว่าตนเองรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของหลี่เต้าก่อนแล้วจะได้เปรียบ แต่ไม่คิดว่าหมิงเยว่จะได้ไพ่เด็ดเช่นนี้มาถือเอาไว้โดยไม่รู้ตัว เมื่อนึกถึงท่าทีที่หลี่เต้าตามใจเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ นางก็รู้ว่าแทยังไม่ทันได้เริ่มต้นนางก็แพ้ไปแล้วหนึ่งครั้ง แต่เถียซานเหนียงก็ไม่ได้ท้อแท้ อย่างมากที่สุด… อย่างมากที่สุดนางก็แค่คลอดบุตรบ้าง
หลังจากนั้นไม่นานหลี่เต้าก็ไปส่งเถียซานเหนียงกลับสกุลเถีย แม้ฮ่องเต้จะบอกว่าเขาจะจัดการกับจ้าวเชียว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่ต้องทำอะไรเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจ้าวเชียวมีปัญหาใหญ่เช่นนี้ บางเรื่องก็ย่อมปิดบังไว้ไม่ได้ หากฝ่ายตรงข้ามทำอะไรฮ่องเต้ไม่ได้ ก็คงหาทางระบายโทสะใส่คนอื่นอย่างแน่นอน หลังจากนั้นหลี่เต้าก็รีบกลับจวนอูอันกง เนื่องจากตอนกลางวันหลี่เต้าจากไปอย่างรีบร้อน ดังนั้นเมื่อกลับถึงบ้านจิ่วเอ๋อร์และคนอื่น ๆ จึงมารวมตัวกันรอเขาอยู่
“อะไรนะ? จ้าวเชียวลงมือกับซานเหนียง สุดท้ายท่านร่วมมือกับองค์หญิงหมิงเยว่โค่นจ้าวเชียว?”
“ธิดาในนามขององค์หญิงหมิงเยว่เป็นบุตรแท้ ๆ ของนางหรือ? เช่นนั้นพี่ชาย…”
“มีหลานสาวแล้วหรือ?” หลังจากหลี่เต้าเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังจนจบ หลี่ชิงเอ๋อร์และคนอื่น ๆ ก็ต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก
“พี่ชาย!” ทันใดนั้นหลี่ชิงเอ๋อร์ก็ลุกพรวดด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
“เป็นอะไรไป?”
หลี่ชิงเอ๋อร์ตอบว่า “เหตุใดท่านจึงไม่เรียกข้าไปด้วย ข้าพลาดเรื่องสนุก ๆ มากมายเช่นนี้ไปได้อย่างไร” สำหรับนางผู้ชอบความสนุกสนานแล้ว การที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์สำคัญเหล่านั้นถือเป็นความน่าเสียดายอย่างยิ่ง
“เรื่องวุ่นวายเช่นนี้มีอะไรน่าดูกัน” ปากบอกว่าอยากดูความวุ่นวาย แต่ความจริงคงอยากเห็นความอัปยศของพวกเขามากกว่า
“อีกอย่าง” ทันใดนั้นหลี่ชิงเอ๋อร์ก็เปิดปากขึ้นมา “ในเมื่อยืนยันได้แล้วว่าบุตรของหมิงเยว่เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของท่าน เช่นนั้นท่านเตรียมจะเปิดเผยความจริงกับนางเมื่อใด”
จะเปิดเผยตัวตนหรือไม่… เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่เต้าก็พลันจมอยู่ในห้วงความคิด หากจะพูดว่าเขาไม่กล้าเผชิญหน้ากับผู้ใด คงต้องเป็นองค์หญิงหมิงเยว่อย่างแน่นอน แม้วันนี้พวกเขาจะอยู่ร่วมกันได้ตามปกติ แต่ทั้งหมดนี้อยู่บนพื้นฐานที่ว่าเขาคืออูอันกงและหลี่เต้า ไม่ใช่หลี่เต้า ทว่าเมื่อใดที่ตัวตนของหลี่เต้าถูกเปิดเผย ก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร กับผู้อื่นเขาอาจใช้กำลังข่มขู่ได้ แต่สำหรับองค์หญิงหมิงเยว่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่นางให้กำเนิดธิดาแก่เขา เขาจะใช้กำลังข่มเหงนางได้อย่างไร
“รอสีกอีกหน่อยเถิด” พูดไปแล้วความสัมพันธ์ของเขากับองค์หญิงหมิงเยว่และเสี่ยวอวี่เอ๋อร์นั้นยังไม่แน่นแฟ้นพอ แม้จะต้องเปิดเผยตัวตนก็ควรรอให้เขาได้สร้างความคุ้นเคยในฐานะอูอันกงหลี่เต้าก่อน จึงจะถือว่าเป็นการปรับตัวล่วงหน้า และในยามนี้เขาก็คิดหาวิธีเข้าใกล้ทั้งสองคนได้แล้ว ในหนังสือพิมพ์ไม่ได้มีข่าวว่าเขาพึงใจองค์หญิงหมิงเยว่และต้องการจะตามเกี้ยวนางหรอกหรือ? ดังนั้นคราวนี้เขาจึงลงมือทำเรื่องนี้ให้เป็นจริงเสียเลย
สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือฮ่องเต้ก็ทรงยินยอมให้เขาตามเกี้ยวองค์หญิงหมิงเยว่ด้วย ทำให้ไม่มีอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดอีกต่อไป
ในขณะที่หลี่เต้ากำลังสนทนากับหลี่ชิงเอ๋อร์อยู่นั้น สตรีทั้งสามที่อยู่ด้านข้างต่างมีสีหน้าซับซ้อน โดยเฉพาะจิ่วเอ๋อร์
‘คุณชายมีลูกแล้ว…’ ในใจของจิ่วเอ๋อร์นั้น ครึ่งหนึ่งก็รู้สึกยินดีที่ตระกูลหลี่มีทายาทสืบสกุล ส่วนอีกครึ่งหนึ่งกลับรู้สึกขมขื่น นางรู้สึกว่าตนเองช่างเห็นแก่ตัว ถึงกับคิดอยากจะย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่มีเพียงนางกับหลี่เต้าเท่านั้น
เพราะเมื่อเห็นสตรีรอบกายคุณชายมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นางก็อดรู้สึกหึงไม่ได้ อันที่จริงมันก็ไม่ใช่แค่ความหึงหวงเพียงอย่างเดียว แต่นางเห็นผู้อื่นสนิทสนมกับหลี่เต้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่นางยังย่ำอยู่กับที่ จึงทำให้นางรู้สึกร้อนใจอยู่บ้าง หากเป็นเช่นนี้ต่อไปสักวันตำแหน่งของนางอาจถูกแทนที่เป็นแน่ เมื่อคิดถึงตรงนี้จิ่วเอ๋อร์ก็มีแววตามุ่งมั่น แอบตั้งปณิธานเอาไว้ในใจ ยามราตรีมาเยือน
หลังจากชำระล้างร่างกายแล้ว หลี่เต้าก็กลับมาที่ห้องเพื่อพักผ่อน แม้ว่าผู้ที่มีพลังถึงระดับของเขาแล้ว การพักผ่อนจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไป แต่หลี่เต้าก็ยังชื่นชอบความรู้สึกเกียจคร้านของการนอนหลับ ในตอนนั้นเองหลี่เต้าเพิ่งก้าวเท้าเข้าห้อง ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้ามองไปที่เตียง หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ค่อย ๆ เดินเข้าไป เมื่อมาถึงข้างเตียงแล้วเขาก็มองไปบนนั้นโดยอาศัยแสงจันทร์จากนอกหน้าต่าง
เห็นเพียงร่างเล็ก ๆ กำลังขดตัวอยู่ในผ้าห่ม เมื่อรับรู้ได้ว่าหลี่เต้าเดินเข้ามาใกล้ คนที่อยู่ในผ้าห่มก็ค่อย ๆ โผล่ศีรษะออกมาอย่างระมัดระวัง พอแน่ใจแล้วว่าเป็นใคร จิ่วเอ๋อร์ก็รีบหดตัวกลับเข้าไปอีกครั้ง เมื่อเห็นดังนั้นหลี่เต้าจึงเอ่ยถามเสียงเบาด้วยสีหน้ากึ่งยิ้ม “จิ่วเอ๋อร์ เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?”
จิ่วเอ๋อร์พูดตอบเสียงอ่อย “จิ่วเอ๋อร์… จิ่วเอ๋อร์มาอุ่นเตียงให้คุณชาย” แม้จะพูดด้วยความประหม่า แต่จิ่วเอ๋อร์ก็พูดออกมาอย่างหนักแน่น นางปลอบใจตัวเองในใจว่า ‘ข้าเป็นสาวใช้ประจำตัวคุณชาย การอุ่นเตียงเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว’
อีกอย่างตอนเด็ก ๆ ก็เคยอุ่นเตียงมาก่อน ตอนที่คุณชายยังเป็นอันหยวนป๋อ นางถูกพามาที่จวนครั้งแรกก็เพื่อทำหน้าที่อุ่นเตียง แต่นางลืมไปว่าตอนที่ถูกพาตัวมาครั้งแรกนั้นนางอายุเท่าไหร่ ตอนนี้… ความมืดในห้องไม่อาจขัดขวางสายตาอันเฉียบคมของหลี่เต้าไปได้
เมื่อได้กลิ่นหอมกรุ่นอ่อนจางอย่างเป็นธรรมชาติในอากาศ และนึกถึงตอนที่จิ่วเอ๋อร์โผล่หน้าออกมา ไหล่ขาวผ่องดังหยกที่เผยออกมาโดยไม่ตั้งใจนั้น เขาก็รู้แล้วว่าจิ่วเอ๋อร์มาอุ่นเตียงจริง ๆ
“สาวน้อย เจ้าอายุยังน้อยนัก”
“คุณชาย จิ่วเอ๋อร์ไม่เด็กแล้ว อายุสิบเจ็ดแล้วเจ้าค่ะ”
“สิบเจ็ด? ก็ไม่เด็กแล้วจริงๆ” หลี่เต้านับอายุของจิ่วเอ๋อร์ ในตอนที่เก็บจิ่วเอ๋อร์มามีอายุเพียงสิบขวบ หลังเลี้ยงดูนางมาสองปี เขาก็ถูกส่งตัวไปยังค่ายนักโทษประหาร ปัจจุบันจิ่วเอ๋อร์มีอายุสิบเจ็ดปี นับตามจันทรคติก็สิบแปด ในยุคต้าเฉียนนี้หากนับเร็ว ๆ อายุเท่าจิ่วเอ๋อร์ก็อาจมีลูกได้ถึงสามคนแล้ว ทว่าน่าเสียดายแม้หลี่เต้าจะใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้มาเกือบยี่สิบปี แต่เพราะความทรงจำที่ฟื้นคืนมาอย่างรุนแรง มุมมองส่วนใหญ่ของเขายังคงเป็นแบบสังคมสมัยใหม่ในชาติก่อน ดังนั้นเขาจึงมีเส้นแบ่งที่ชัดเจนในเรื่องหลักการของตน แม้แต่ตอนที่ยังเป็นคุณชายเสเพล เขาก็ยังควบคุมให้ตัวเองไม่ยุ่งกับเด็กที่อายุน้อยเกินไปโดยไม่รู้ตัว ยิ่งในตอนนี้ก็ยิ่งไม่มีทาง
แม้ว่าอายุสิบเจ็ดกับสิบแปดจะต่างกันแค่ปีเดียว แต่นี่คือหลักการของเขา ในตอนนั้นเองเสียงของจิ่วเอ๋อร์ก็ดังขึ้นอีกครั้งในห้องที่มืดสลัว
“คุณชาย จิ่วเอ๋อร์อุ่นที่นอนเกือบเรียบร้อยแล้ว ท่านขึ้นมาได้แล้วเจ้าค่ะ”
ทันใดนั้นหลี่เต้าจึงได้เอ่ยขึ้นว่า “จิ่วเอ๋อร์ ที่จริงเจ้ารออีกครึ่งปีก็ได้”
“คุณชาย…” ในที่สุดจิ่วเอ๋อร์ก็โผล่หน้าออกมา นางเกือบจะน้ำตาไหลออกมาแล้ว นางคิดว่าตนเองถูกคุณชายปฏิเสธ แต่ก็สมควรแล้ว นางก็เป็นแค่สาวใช้ไร้ค่าคนหนึ่ง การที่คุณชายเก็บนางกลับมาก็นับเป็นโชคใหญ่หลวงแล้ว ดังนั้นจะไปเรียกร้องอะไรมากมายได้
แต่แล้วในชั่วขณะถัดมาก่อนที่จิ่วเอ๋อร์จะทันได้ตอบสนอง นางก็สัมผัสได้ถึงความเย็นรอบตัว แล้วจู่ ๆ ก็มีร่างที่แผ่ความร้อนแนบชิดเข้ามา
“ก็แค่นี้แหละ อีกครึ่งปีคุณชายไม่ปล่อยเจ้าไปหรอก” หลี่เต้าไม่ใช่บุรุษผู้เคร่งครัดในศีลธรรม แม้ว่าด้วยจิตสำนึกในใจจะทำให้เขาไม่อาจทำอะไรเกินเลยกับจิ่วเอ๋อร์ได้ แต่ในด้านอื่นเขาก็ไม่ได้ลังเลที่จะรับผลประโยชน์ที่ส่งมาถึงตรงหน้า
อีกด้านหนึ่งจิ่วเอ๋อร์ที่เมื่อครู่ยังเศร้าใจอยู่ เมื่อได้สูดกลิ่นอายของคุณชายที่อยู่รอบกาย ทันใดนั้นใบหน้าของนางก็แดงระเรื่อขึ้นมาทันที เมื่อแน่ใจแล้วว่าคุณชายไม่ได้รังเกียจนางก็รู้สึกโล่งอกอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอจากด้านหลัง นางก็ค่อย ๆ ขยับตัวซุกร่างเล็กของตนเข้าไปในอ้อมกอดแล้วหลับตามไป