ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 520 การจัดการของฮ่องเต้
เมื่อเห็นเถียซานเหนียงมีสีหน้าจริงจังและไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนใจ ผู้นำในตระกูลเถียก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ไม่เห็นด้วย?
หากเถียซานเหนียงไม่ต้องการส่งมอบอำนาจควบคุมหนังสือพิมพ์จริงๆ พวกเขาก็ไม่มีทางทำอะไรได้เลย เพราะเป็นอย่างที่เถียซานเหนียงได้กล่าวไว้ แม้หนังสือพิมพ์จะได้ชื่อว่าเป็นของตระกูลเถีย แต่ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาแม้แต่อีแปะเดียว แต่เมื่อถึงเวลานั้นหากฮ่องเต้ทรงลงโทษขึ้นมาก็จะไม่มองข้ามเรื่องพวกนี้
และจะต้องลากเอาตระกูลเถียทั้งหมดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน
การที่ตระกูลเถียก้าวมาถึงจุดนี้ได้ นอกจากความสามารถของตนเองแล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะพวกเขาดำเนินชีวิตอย่างระมัดระวังเหมือนเดินบนน้ำแข็งบาง แม้ภายนอกอาจจะดูไม่มีอะไร แต่หากตระกูลเถียสูญเสียพระเมตตาจากฮ่องเต้ไป ในพริบตานั้นก็จะมีตระกูลอื่นๆ นับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาฉีกทึ้งพวกเขา หากทำให้ฮ่องเต้ไม่พอพระทัยเพราะเรื่องนี้ก็นับว่าไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
แต่ถ้าเห็นด้วย?
หากมอบหนังสือพิมพ์ให้ไป ฮ่องเต้ก็จะพอใจเพียงแค่ชั่วคราว แต่หากเป็นไปตามที่เถียซานเหนียงคิดไว้คือ ตระกูลเถียต้องการเปลี่ยนตัวคนที่จะแต่งงาน จะทำให้ฮ่องเต้คิดมากหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ตระกูลเถียจะตัดสินใจเองได้ หากทางราชวงศ์ไม่เห็นด้วย ต่อให้พวกเขาดิ้นรนอย่างไรก็ไร้ประโยชน์
เมื่อได้ยินข้อเรียกร้องของเถียซานเหนียง เถียหวายกับเถียเนียนก็ออกมาสนับสนุนนางทันที
“พวกพี่ชายสนับสนุนการตัดสินใจของน้องสาว การแต่งงานกับราชวงศ์มีดีตรงไหนกัน”
เถียซานเหนียงมองไปยังคนที่เหลือ ด้วยสถานะของเถียซานเหนียงในตระกูลเถียแล้ว จึงไม่มีใครกล้าพูดอะไรมากนัก สุดท้ายทุกคนจึงทำได้แค่เพียงมองไปยังเถียจิงซานที่นั่งอยู่ทางด้านซ้ายมือของเถียซานเหนียงในตอนนี้ หากจะมีใครที่สามารถพูดอะไรได้ก็คงมีเพียงแคเถียจิงซานผู้เป็นบิดาเท่านั้น
เถียจิงซานตกอยู่ในความลังเล หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็สูดหายใจลึกแล้วกล่าวว่า
“ซานเหนียง ข้าเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของเจ้า”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนก็แสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อออกมา พวกเขาไม่เชื่อว่าเถียจิงซานจะไม่รู้ถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาจากการตัดสินใจเช่นนี้ แม้แต่เถียซานเหนียงเองก็เผยสีหน้าประหลาดใจออกมา นางไม่คิดว่าบิดาของตนจะตอบตกลงเร็วถึงเพียงนี้
“แต่ว่า…”
ไม่นานเถียจิงซานก็เสนอเงื่อนไขอื่นขึ้นมา
“แต่เจ้าก็ควรรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตระกูลเถียของพวกเราเท่านั้น”
เถียจิงซานมองเถียซานเหนียงพลางกล่าวว่า “ข้าจะทูลฝ่าบาทเรื่องการเปลี่ยนตัวคู่อภิเษกสมรส”
“แต่หากผลลัพธสุดท้ายไม่เป็นดังที่หวัง ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ทำอะไรหุนหันพลันแล่นอีก”
เมื่อได้ยินดังนั้น เถียซานเหนียงก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหนายอมรับ
อันที่จริงนางก็รู้ว่านี่คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว หากเป็นก่อนที่จะได้รู้จักกับหลี่เต้า นางคงไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากพูดเรื่องนี้ขึ้นมา อย่างน้อยตอนนี้นางก็กล้าที่จะแสดงความคิดของตนเองออกมาอย่างกล้าหาญแล้ว
ส่วนผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นอย่างไรนั้นนางไม่สนใจ อย่างไรเสียตราบใดที่ยังไม่ถึงชั่วขณะสุดท้าย นางก็จะพยายามอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าจะแลกด้วยสิ่งใดก็ไม่เสียดาย ไม่สิ แม้จะถึงชั่วขณะสุดท้ายแล้ว นางก็จะพยายามต่อต้านดูสักครู่
หลังจากที่เถียจิงซานตกลงตามคำขอของเถียซานเหนียงแล้ว วันรุ่งขึ้นเขาก็นำเรื่องนั้นเข้าไปในพระราชวังและสามารถขอเข้าเฝ้าได้สำเร็จ
หลังใช้เวลาอยู่ที่นั่นประมาณครึ่งวัน เถียจิงซานก็กลับจากวังหลวงมาถึงตระกูลเถีย ทันทีที่กลับมาสมาชิกตระกูลเถียก็มารวมตัวกันที่โถงใหญ่อีกครั้ง รวมถึงเถียซานเหนียงด้วย
เมื่อเห็นเถียจิงซานนั่งเงียบอยู่บนที่นั่งประธาน ทันใดนั้นก็มีคนหนึ่งอดไม่ไหวถามขึ้นว่า “ท่านประมุข สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้างขอรับ”
เมื่อได้ยินคำถาม เถียจิงซานพลันเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาจับจ้องไปที่เถียซานเหนียง หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ส่ายหน้าเป็นคำตอบ
แม้จะรู้ผลลัพธ์คร่าว ๆ อยู่แล้ว แต่สีหน้าของเถียซานเหนียงก็ซีดเผือดอย่างไม่อาจห้ามได้ ส่วนคนอื่น ๆ นั้นต่างมีสีหน้าเหมือนคาดการณ์ไว้แล้ว การจัดแจงของราชวงศ์นั้นไม่ใช่เรื่องที่จะเปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย หากว่าเถียซานเหนียงเป็นเพียงสตรีธรรมดาในตระกูลเถียก็คงไม่เป็นไร แต่ปัญหาคือเถียซานเหนียงไม่ใช่แค่สตรีธรรมดา นางเป็นสตรีเหล็กที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งแคว้นต้าเฉียนและดินแดนภายนอก ถ้าปล่อยให้คนเช่นนี้หลุดรอดไป ราชวงศ์ก็คงเสียสติไปแล้ว
“แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้อะไรเลย”
เถียจิงซานเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “แม้ว่าจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องการอภิเษกสมรสได้ แต่ฝ่าบาททรงพระราชทานรางวัลอื่นให้เจ้าแทน เพราะเห็นแก่ที่เจ้าส่งมอบหนังสือพิมพ์”
“ฝ่าบาทตรัสว่าหากเจ้าต้องการ เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเลือกองค์ชายองค์ใดในตอนนี้ได้ และจะยังไม่จัดการเรื่องการอภิเษกสมรสให้เจ้า”
“เจ้าสามารถรอจนกว่าจะมีการกำหนดตัวรัชทายาทแล้วจึงค่อยตัดสินใจได้”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ
จากนั้นก็เผยสีหน้ายินดีออกมา คำพูดของฮ่องเต้หมายความว่าอะไร?
หมายความว่าตระกูลเถียไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเดิมพันแล้ว การแย่งชิงราชบัลลังก์หมายถึงอะไร?
หมายถึงเรื่องอันตรายและการชำระบัญชี หากพลั้งเผลอไปเพียงนิดเดียวก็อาจจะตกลงไปในเหวลึกได้ อย่าเห็นว่าตระกูลเถียรุ่งโรจน์ไร้ขีดจำกัด แต่หากเลือกสนับสนุนผิดคนในการแย่งชิงราชบัลลังก์ก็จะไม่มีผลดีใด ๆ
ตระกูลเถียเคยประสบเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้งล้วนฝังใจไม่รู้ลืม ถึงขนาดว่าครั้งหนึ่งได้เกือบทำให้ตระกูลเถียล่มสลายไป ดังนั้นพวกเขาจึงระแวดระวังเรื่องนี้มาโดยตลอด นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเถียซานเหนียงไม่ได้รีบร้อนตัดสินใจ และพวกเขาก็ไม่ได้เร่งรัดนาง เพราะเถียซานเหนียงมีวิจารณญาณที่ดีที่สุดในตระกูลเถียแล้ว จึงไม่มีใครกล้าตัดสินใจแทนนาง แต่เมื่อมีคำพูดเช่นนี้ของฮ่องเต้แล้ว ก็เท่ากับเป็นการรับประกันล่วงหน้าให้ตระกูลเถียของพวกเขา ผู้ใดซิงชัยได้ก็เลือกคนนั้น
“นอกจากนี้ฝ่าบาทยังรับรองว่าจะมอบตำแหน่งหวงกุ้ยเฟย [1] ให้เจ้า ซึ่งจะไม่ถูกถอดถอนเว้นแต่จะก่อความผิดร้ายแรง โดยจะทรงออกราชโองการด้วยพระองค์เอง”
เถียจิงซานกล่าวเพิ่มเติมในตอนท้าย
หากก่อนหน้านี้ล้วนเป็นพระเมตตา ตอนท้ายนี้ก็คือการยอมรับส่วนตัวของฮ่องเต้ที่มีต่อเถียซานเหนียง เป็นการประนีประนอมล่วงหน้าเพื่อปูทางให้โอรสของตน
“ซานเหนียง พระเมตตาเช่นนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้รับ”
หวงกุ้ยเฟย!
ตำแหน่งสูงสุดในวังหลังรองจากฮ่องเฮา ในยามที่ยังไม่มีฮ่องเฮานางยังสามารถรักษาการแทนฮ่องเฮาจัดการเรื่องภายในวังหลังได้อีกด้วย เงื่อนไขนี้เท่ากับบอกเถียซานเหนียงว่า หากนางได้เข้าวังหลังในภายภาคหน้า อย่างน้อยจะได้เป็นผู้มีอำนาจอันดับสอง ยิ่งไปกว่านั้นแล้วเพราะเป็นคำสั่งของฮ่องเต้ หากโอรสคนใดคนหนึ่งของฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ ก็ยังไม่แน่ว่าระหว่างผู้มีอำนาจอันดับสองกับฮ่องเฮาในวังหลัง ใครจะเป็นผู้มีอำนาจเหนือกว่ากัน
กล่าวโดยสรุป แม้ฮ่องเต้จะไม่ได้ตอบรับคำขอเปลี่ยนตัวของเถียซานเหนียง แต่ทางราชวงศ์ก็ได้แสดงความจริงใจต่อเถียซานเหนียงอยู่จนถึงที่สุดแล้ว
ยามนี้แม้แต่เถียซานเหนียงเองก็ตกใจกับการตัดสินใจของฮ่องเต้ หากเป็นสตรีที่รักความหรูหราฟู่ฟ่าทั่วไปในยามนี้ก็คงจะดีใจยิ่งนัก แต่เถียซานเหนียงกลับยิ่งรู้สึกกดดันมากขึ้น เพราะยิ่งฮ่องเต้ให้ความสำคัญกับนางมากเท่าใด การที่นางจะหลีกหนีไปได้ก็จะยิ่งยากลำบากมากขึ้นเท่านั้น ในใจนางถึงกับอยากให้ฮ่องเต้ตำหนิอย่างรุนแรงเสียด้วยซ้ำ
พอเถียจิงซานเห็นเถียซานเหนียงจมอยู่ในความเงียบ เขาจึงเตือนว่า “ซานเหนียง เจ้าได้ยินชัดเจนแล้วหรือไม่”
เถียซานเหนียงจึงได้สติกลับมาแล้วพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว”
“เจ้าคิดเช่นไร?”
“ก็ให้เป็นเช่นนี้ไปก่อน”
ไม่ว่าจะพูดอย่างไร อย่างน้อยนางก็ได้เวลามากขึ้น ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ยังต้องดูก่อนว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปในทิศทางใด
[1] หวงกุ้ยเฟย : ตำแหน่งสนมเอกในจักรพรรดิหรือฮ่องเต้ในแต่ละรัชสมัย มีผู้ดำรงตำแหน่งได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น เว้นเสียแต่จะถูกถอดถอน