Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 465 ไสยศาสตร์! มนต์ดำ!

  1. Home
  2. ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ
  3. บทที่ 465 ไสยศาสตร์! มนต์ดำ!
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

เหล่าผู้ลี้ภัยถือชามไว้ในมือ ใบหน้าพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“ในที่สุดก็แย่งน้ำมนต์มาได้แล้ว!”

หลังพูดจบ คนผู้นั้นก็ยกชามขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด

ครู่หนึ่งหลังจากนั้น ผู้ลี้ภัยที่ดื่มน้ำมนต์ลงไปก็สะดุ้งเฮือก ดวงตาทั้งสองเปี่ยมด้วยความตื่นเต้น ผ่านไปอีกสักพัก อารมณ์ตื่นเต้นนั้นจึงค่อยๆ สงบลง และสถานการณ์เดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นกับทุกคนที่ดื่มน้ำมนต์

หยางเหยียนเข้ามาถามว่า “หัวหน้า ตอนนี้เราจะทำอย่างไรต่อ?”

หลีเต้ากระโดดลงจากรถม้าแล้วตอบว่า “เจ้าคอยเฝ้าอยู่ที่นี่ ข้าจะไปดูสักหน่อย”

หลังลงจากรถม้าแล้ว หลีเต้าก็เดินตรงไปยังผู้ลี้ภัยที่กำลังต่อแถว เนื่องจากการแต่งกายและรูปลักษณ์ที่แตกต่างจากคนทั่วไป เขาจึงดูโดดเด่นอย่างมากเมื่อยืนอยู่ท่ามกลางผู้ลี้ภัย

แต่เพราะผู้ลี้ภัยทั้งหมดสนใจแต่น้ำมนต์เท่านั้น จึงไม่มีใครสนใจเขา

เมื่อเวลาผ่านไป ตำแหน่งที่หลีเต้ายืนอยู่ก็เข้าใกล้เพิงที่แจกจ่ายน้ำมนต์มากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน เขาก็มองเห็นสภาพภายในเพิงได้อย่างชัดเจนแล้ว

ในแต่ละเพิงมีคนอยู่สามคน คนหนึ่งรับผิดชอบต้มน้ำมนต์ คนหนึ่งรับผิดชอบก่อไฟ และอีกคนหนึ่งรับผิดชอบตักน้ำมนต์ใส่ชาม

และในบรรดาเพิงสิบกว่าแห่งนี้ มีคนที่คล้ายกับยามเดินลาดตระเวนวนเวียนอยู่ ที่เอวของพวกเขายังมีอาวุธห้อยอยู่ด้วย

ไม่นานหลังจากนั้น ในที่สุดหลีเต้าก็มาถึงตำแหน่งที่อยู่ด้านหน้าสุด

คนที่ตักน้ำมนต์เงยหน้าขึ้นมองหลีเต้าอย่างไม่รู้ตัว แล้วสีหน้าก็พลันชะงักไปทันที

“เหตุใดเจ้าจึงหยุดลงตรงนี้”

ทันทีที่เขาหยุดตรงนี้ ก็ถูกยามลาดตระเวนพบอย่างรวดเร็ว

และเมื่อยามลาดตระเวนเข้ามาใกล้ ก็เห็นหลีเต้าและเข้าใจในทันทีว่าทำไม เพราะรูปลักษณ์ของหลีเต้านั้นดูไม่เหมือนคนที่ไม่มีข้าวกินเลยสักนิด

ทันใดนั้นยามลาดตระเวนก็รู้สึกตัวอย่างรวดเร็ว เขามองสำรวจหลีเต้าตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วจึงถามว่า “คุณชายท่านนี้ ท่านมาทำอะไรที่นี่?”

หลีเต้าสวมใบหน้ายิ้มบางกล่าวว่า “ข้าผ่านมาทางเขตหลงเหมิน ได้ยินว่าที่นี่มีน้ำมนต์ที่ช่วยให้คนไม่หิวได้สามวัน จึงอยากมาลองดูว่าเป็นความจริงหรือไม่”

เมื่อเผชิญกับคำตอบของหลีเต้า ยามผู้นั้นก็หรี่ตาลงเล็กน้อย เพราะคำตอบเช่นนี้เต็มไปด้วยช่องโหว่

คนแต่งตัวแบบนี้จะผ่านมาที่นี่ได้อย่างไร เขาไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้ว่าทั่งโจวในตอนนี้เป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม หากไม่รู้ที่มาที่ไปของคนตรงหน้า เขาก็ไม่ไม่อาจตัดสินใจทำอะไรเองได้

เมื่อเห็นอีกฝ่ายลังเล หลีเต้าจึงถามว่า “เป็นอะไรไป? หรือว่าถ้าไม่ใช่ผู้ลี้ภัยก็ไม่มีสิทธิ์ดื่มน้ำมนต์ของพวกเจ้า?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ยามผู้นั้นจึงกล่าวว่า “คุณชายพูดเล่นแล้ว พวกเราสำนักปราบสวรรค์ถือว่าทุกคนเท่าเทียมกัน ใครมีความจำเป็นก็มาดื่มน้ำมนต์ได้”

เขาพูดพลางส่งสัญญาณทางสายตาให้คนที่คอยแจกน้ำมนต์อยู่ด้านข้าง

“รออะไรอยู่ ตักน้ำมนต์หนึ่งชามให้คุณชายท่านนี้”

“ขอรับ ขอรับ”

ไม่นานนักชามน้ำมนต์ก็ถูกส่งมาตรงหน้าหลีเต้า

เมื่อมองในระยะใกล้ น้ำมนต์นี้ก็เป็นเพียงแค่น้ำใสๆ แต่ดูเหมือนจะมีสิ่งเจือปนอยู่บ้าง คล้ายกับเศษกระดาษสีเหลืองที่เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ยามผู้นั้นจ้องมองหลีเต้าพลางกล่าวว่า “ขอบอกความจริงกับคุณชาย น้ำมนต์ของสำนักปราบสวรรค์พวกเรา ไม่เพียงแต่ช่วยระงับความหิว ยังมีผลในการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย คุณชายลองดื่มดูได้”

หลีเต้ายกชามน้ำมนต์ขึ้นมาดมที่จมูก ไม่มีกลิ่นผิดปกติแต่อย่างใด หลังจากนั้นเขาก็จุ่มนิ้วลงไปเล็กน้อยแล้วนำมาชิมดู

เมื่อเห็นหลีเต้าลังเลไม่ยอมดื่ม อีกฝ่ายก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “คุณชาย น้ำมนต์นี้เพิ่งต้มเสร็จใหม่ๆ ดื่มตอนร้อนจะได้ผลดีกว่า”

ขณะพูด มือข้างหนึ่งที่ซ่อนไว้ด้านหลังของเขาก็เลื่อนเข้ามาใกล้ดาบยาวที่เหน็บไว้ตรงเอว

รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ล้วนถูกหลีเต้ามองเห็นทั้งหมด เขายิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “วางใจเถิด ข้าจะดื่มเดี๋ยวนี้”

พูดจบเขาก็ยกสิ่งที่เรียกว่าน้ำมนต์ขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด หลีเต้ายังคว่ำชามลงให้ดู เพื่อแสดงให้ดูว่าเขาดื่มจนหมดเกลี้ยงอีกด้วย

เมื่อเห็นดังนั้น ยามก็พินิจมองหลีเต้าอย่างละเอียดแล้วพยักหน้า

ทันใดนั้นหลีเต้าก็กล่าวอีกว่า “ไม่ทราบว่าข้าจะขอน้ำมนต์อีกสักสองสามชามได้หรือไม่?”

“คุณชายหมายความว่าอย่างไร?” ยามกลับมาระแวดระวังอีกครั้ง

หลีเต้าโบกมือ “อย่าเข้าใจผิดไป ไม่มีความหมายอะไร เพียงแต่มีอีกหลายคนมากับข้า น้ำมนต์ของพวกเจ้านี้มหัศจรรย์นัก ข้าอยากให้พวกเขาได้ลองดูบ้าง”

เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของหลีเต้า ยามลาดตระเวนก็ลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดกับคนที่แจกน้ำมนต์ข้างๆ “เอาให้เขาด้วย”

“ขอบคุณมาก”

หลังจากรับน้ำมนต์มาหลายชาม หลีเต้าก็จากไป ท่ามกลางสายตาอิจฉาของกลุ่มผู้ลี้ภัย ส่วนยามลาดตระเวนคนนั้นก็จับจ้องเงาร่างด้านหลังของหลีเต้าตลอดเวลา

หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง คนลาดตระเวนพลันหันหลังกลับมาพูดว่า “พวกเจ้าแจกน้ำมนต์ต่อไป ข้าจะออกไปสักครู่”

จากนั้นยามลาดตระเวนก็เดินจากไปอีกทางหนึ่ง

หลังออกจากแถวผู้ลี้ภัย หลีเต้าก็ถือน้ำมนต์ที่ว่ากลับมายังรถม้า

ในที่ที่ไม่มีใครเห็น เขาอ้าปากอมน้ำมนต์ที่เขาดื่มเข้าไปก่อนหน้านี้ พลันกลายเป็นสายน้ำพุ่งลงพื้นโดยตรง แม้ว่าร่างกายปัจจุบันของหลีเต้าอาจกล่าวได้ว่าไม่เกรงกลัวต่อพิษใดๆ แต่เขาก็ไม่อยากให้ร่างกายดูดซึมสิ่งที่ไม่รู้ที่มาที่ไปนี้

หลังจากหลีเต้ากลับมา หยางเหยียนและคนอื่นๆ ก็เข้ามารวมตัวกัน หญิงสาวทั้งสามในรถม้าก็โผล่หัวออกมา

“หัวหน้า นี่คือน้ำมนต์ที่ว่าใช่หรือไม่? ดูเหมือนไม่มีอะไรแปลกนะ” หยางเหยียนยกชามน้ำมนต์ขึ้นมาดมดูพลางพูดอย่างสงสัย

หลีเต้าเอ่ยขึ้น “เจ้าไม่ลองดื่มมันดูล่ะ”

หยางเหยียนส่ายหน้าอย่างแรง “ข้าขอปฏิเสธดีกว่า”

“ข้าขอดูสักหน่อยได้หรือไม่?” ในตอนนั้นเอง เหมียวซินที่โผล่หน้าออกมาจากรถม้าก็พลันเอ่ยปากขึ้น

หลีเต้าชะงักไปครู่หนึ่งแล้วถามว่า “เหมียวซิน เจ้ารู้จักน้ำมนต์นี้หรือ?”

เหมียวซินตอบเสียงเบา “ข้าต้องดูก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

หลังจากหลีเต้าส่งชามน้ำมนต์ให้ เหมียวซินก็รับมันไว้อย่างคล่องแคล่ว

ต่อมานางไม่ได้ดมกลิ่นมันและไม่ได้ชิมมันด้วย เห็นเพียงนางยื่นมือขาวเนียนออกมา วางราบเหนือน้ำมนต์

ในชั่วขณะถัดมา แสงสีขาวนวลสายหนึ่งก็แผ่ออกมาจากฝ่ามือของนาง ปกคลุมน้ำมนต์เอาไว้

จากนั้น ภาพอัศจรรย์ก็ปรากฏขึ้น ภายใต้แสงสีขาวนี้ น้ำมนต์พลันเกิดการเปลี่ยนแปลง สิ่งสกปรกในน้ำเหล่านั้นค่อยๆ ลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ สุดท้ายก็แยกออกจากน้ำมาลอยอยู่ในอากาศ

เพียงเท่านี้ยังไม่จบ สิ่งเจือปนเหล่านั้นเริ่มเรียงตัวกันในอากาศอีกครั้ง

ผ่านไปสิบกว่าลมหายใจ สิ่งเจือปนในน้ำมนต์นั้นได้หายไปอย่างสิ้นเชิง และระหว่างน้ำมนต์กับฝ่ามือของเหมียวซิน มีกระดาษสีเหลืองที่ขาดหายไปหลายส่วนปรากฏขึ้น ซึ่งมันประกอบขึ้นจากสิ่งเจือปนในน้ำมนต์ เมื่อมองดูจากขอบ มันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและยังพอเห็นร่องรอยสีแดงบนนั้นอยู่รางๆ

“เหมียวซิน นี่คืออะไร?” เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ตรงหน้าก็ชัดเจนแล้วว่านางรู้จักน้ำมนต์นี้

เหมียวซินสลายแสงสว่างบนมือ ปล่อยให้สิ่งเจือปนแตกสลายอีกครั้ง จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “นี่น่าจะเป็นวิชาไสยศาสตร์ หรือจะเรียกว่ามนต์ดำก็ได้”

“ไสยศาสตร์? มนต์ดำ?” ทันใดนั้นหลีเต้าพลันตกตะลึงไปชั่วครู่ แต่ก็ยอมรับคำอธิบายนี้ได้อย่างรวดเร็ว ในเมื่อนี่เป็นโลกแห่งการบำเพ็ญแล้ว การปรากฏของสิ่งเหล่านี้ก็ไม่มีอะไรน่าแปลกใจ

จิ่วเอ๋อร์กล่าวชมอยู่ข้างๆ “พี่เหมียวซิน ท่านรู้เรื่องมากมายจริงๆ”

เหมียวซินส่ายหน้าพลางกล่าว “แต่โบราณมา วิชาไสยศาสตร์กับวิชากู่ไม่เคยแยกออกจากกัน แม้คนตระกูลเหมียวจะสืบทอดวิชากู่เป็นหลัก แต่ก็เคยศึกษาวิชาไสยศาสตร์มาบ้างเช่นกัน”

หลังจากนั้นนางก็เงยหน้ามองหลีเต้า “คุณชาย สำนักปราบสวรรค์นี้น่าจะมีปัญหา เพราะน้ำมนต์ชนิดนี้ไม่มีทางรักษาอาการหิวของคนได้จริงๆ”

หลีเต้ากำลังจะเอ่ยปาก ทันใดนั้นเองก็มีเสียงความเคลื่อนไหวดังขึ้นรอบๆ

เมื่อเหลียวมอง เห็นเพียงกลุ่มคนมืดทะมึนกำลังเดินมายังตำแหน่งที่พวกเขาอยู่

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 465 ไสยศาสตร์! มนต์ดำ!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย