ท่านประธานที่รัก - บทที่512 ปิดกล้อง
เขาและเธอสองคนเกลือกกลิ้งบนเตียงอยู่พักใหญ่จนกระทั่งชู่จี้พอใจจากนั้นจึงปล่อยเธอไปและเอามือใหญ่ๆมาลูบผมยาวๆสีดำของเธอ “ห้ามเข้าใกล้ชายอื่นไม่อย่างนั้น…” เขายิ้มอย่างมีเสน่ห์ มือเขาล้วงเข้าไปในเสื้อผ้าเธอ
ซังอี๋หันตัวหลบ “อย่าๆๆ ฉันรู้แล้วฉันจะรักษาระยะห่างจากพวกเขา รีบไปนอนเถอะ”ร่างกายของเธอยังคงปวดเมื่อยและซังอี๋หูแดงทันทีเมื่อนึกถึงความหื่นของเขาเมื่อกี้
“เมื่อวานเพื่อนของคุณมาหาผม” จู่ๆสีหน้าของชู่จี้เริ่มจริงจัง “เธอได้คุยกับคุณหรือเปล่า”
ชู่จี้รู้ว่าซังอี๋ยังคงห่วงใยหลี่เจียซินเขาไม่แคร์ความรู้สึกของหลี่เจียซินได้ แต่เขาไม่สามารถเพิกเฉยต่อความคิดของภรรยาได้
สีหน้าของซังอี๋ค่อยๆแข็งทื่อ “ฉันรู้ว่าเจียซินไร้เดียงสามาก เพราะแบบนี้ฉันเลยกลัวเธอเจ็บ พวกเราสองคนไม่เคยทะเลาะกันคิดไม่ถึงว่าตอนนี้จะเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้”
เจียซินชอบชู่จี้มากมาสู้หน้าเธอไม่ได้แน่ๆ ความรู้สึกตัวเองตอนนี้เหมือนกับ”เมียน้อย”เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้แย่งใครมาแต่กลับรู้สึกผิด
“ไม่โทษคุณหรอก” ชู่จี้ปลอบแฟนตัวน้อยของเขา “เรื่องนี้โทษคุณไม่ได้ ไม่เกี่ยวกับคุณเลยสักนิด โชคชะตากำหนดมาแล้วไม่มีใครถูกไม่มีใครผิด”
คิดเรื่องของเจียซินจนนอนไม่หลับ ซังอี๋ลุกขึ้นและรินชาหนึ่งถ้วยและเปิดดูข่าวบนโทรศัพท์มือถืออย่างน่าเบื่อ ทันใดนั้นสายตาของเธอจับจ้องไปที่พาดหัวข่าวที่เขียนด้วยอักษรตัวใหญ่ “หลี่เจี้ยนเฮ่าที่แท้มีแฟนแล้วเป็นดาราหญิงไม่ทราบชื่อ!”
ภาพด้านบนเป็นฉากที่เธอและหลี่เจี้ยนเฮ่ารับประทานอาหารร่วมกัน บางรูปถูกถ่ายอย่างคลุมเครือและดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจูบกัน
ข่าวบันเทิงนี้ถูกค้นหาอย่างร้อนแรงและมีความคิดเห็นมากมายด้านล่าง “กล้าแย่งเจี้ยนเฮ่าของฉันมั่นหน้ามาจากไหน” “ไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้เลยแต่อย่ามาแย่งเจี้ยนเฮ่าไปนะ!” “เจี้ยนเฮ่า ดวงใจของฉันแตกสลายแล้ว” ข้อความแบบนี้เป็นต้น ส่วนใหญ่ไม่พอใจที่เจี้ยนเฮ่าถูกแย่งไปแต่คอมเม้นส่วนน้อยบอกว่าเธอเหมาะกับหลี่เจี้ยนเฮ่า
ซังอี๋รู้สึกตลกเธอแค่ออกไปกินข้าวกับหลี่เจี้ยนเฮ่าเธอไม่คิดว่าจะถูกปาปารัสซี่ถ่ายรูป เธอไม่คิดว่าละครที่เธอถ่ายยังไม่ทันออกฉายเธอกลับมีเรื่องอื้อฉาว..
ความคิดเห็นที่ว่าเธอมีทุกรูปแบบ “ไร้ยางอาย” และ “ชอบยั่วเจี้ยนเฮ่า” เธอเกือบจะหัวเราะกับความคิดเห็นดังกล่าว เธอจิบชาและสงบความโกรธของเธอ เพราะความโกรธทำให้หน้าของเธอเป็นสีแดง
ชู่จี้ค่อยๆเดินตามหลังเธอมา เห็นหัวข้อบนโทรศัพท์ที่เธอถืออยู่อย่างชัดเจนเขาแย่งโทรศัพท์ไป “คนพวกนี้กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำ คุณไปนอนเถอะผมจัดการเอง”
ก่อนที่ซังอี๋จะเปิดปากพูดชู่จี้ก็โทรหาอวี้เฟิงและขอให้เขาระงับข่าวเสียๆหายๆ
ดวงตาของเขาดูเคร่งขรึมคนเหล่านี้รังแกผู้หญิงของเขาถ้าไม่โดนสั่งสอนสงสัยจะนอนไม่หลับ?
เมื่ออวี้เฟิงได้รับคำสั่งจากท่านประธาน เขาก็รีบดำเนินการแก้ปัญหา เขารู้ดีว่าประธานโกรธแล้วจะเป็นยังไง วงการบันเทินต้องสั่นสะเทือน ทำร้ายใครไม่ทำร้ายไปทำร้ายผู้หญิงของท่านประธาน ผลลัพธ์มันร้ายแรงกว่าไปทำร้ายท่านประธาน
เขาติดต่อหัวหน้าสำนักข่าวที่มีชื่อเสียงและฝ่ายบันเทิงหลักทันทีและขอให้พวกเขาถอนข่าวทั้งหมดเกี่ยวกับหลี่เจี้ยนเฮ่าทันที เคลียร์ความสัมพันธ์ที่คลุมเครือระหว่างทั้งสองและสุดท้ายทำให้ซังอี๋ปรากฏตัวในฉากที่สมบรูณ์
ไม่เสียแรงที่เป็นคนสนิทของชู่จี้ประสิทธิภาพในการทำงานเร็วเป็นพิเศษ วันรุ่งขึ้นข่าวทั้งหมดเกี่ยวกับหลี่เจี้ยนเฮ่าหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและปาปารัสซี่ที่ถ่ายรูปก็ถูกไล่ออกต้องแบกรับค่าชดเชยมหาศาล
หลายคนถึงกับจินตนาการถึง “หน้าตาของซังอี๋” แม้ว่ารูปถ่ายจะไม่ค่อยชัดนัก แต่ก็เห็นได้ว่าหน้าตาของผู้หญิงในรูปถ่ายนั้นค่อนข้างดีดวงตาสีพีชที่เหยิ่งผยอง ปากกระจับเป็นสีชมพูยิ่งทำให้คนอยากจูบ
แสงแดดอันอบอุ่นส่องลงบนเตียงนุ่มสีขาวผ่านหน้า “อืม…”เสียงออกมาจากปากของเธอและมือใหญ่ๆของชู่จี้โอบเอวเรียวๆของเธอโดยไม่รู้ตัวลูบไล้ทีละข้าง หยอกล้อรอบๆเอวที่บอบบางของเธอ เขาจุมพิตไปที่ริมฝีปากของเธอเห็นสายตาสลึมสลือวาววับของเธอ
“อรุณสวัสดิ์ ลุกไปกินข้าวไหม?”ชู่จี้ละริมฝีปากจากเธอแล้วถาม
ดวงตาที่ลึกล้ำดูเหมือนสระน้ำที่ลึกไม่มีที่สิ้นสุด
ซังอี๋บิดขี้เกียจ “ไม่รู้ว่าจะมีคนจำได้ไหม คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้”ทันทีที่เธอขยับตัว ผ้าห่มไหมเนื้อนุ่มก็เลื่อนลงมาจากร่างขาวๆของเธอทำให้เห็นเรือนร่าง
เธอรีบดึงผ้าห่มขึ้นและเมื่อเธอมองไปที่ชู่จี้ เธอพบว่าดวงตาของชายผู้นั้นเต็มไปด้วยราคะราวกับว่าเขาจะกลืนกินเธอ
เสียงที่น่าดึงดูดของเขาผ่านแก้วหูของเธอ “ยั่วผมเหรอ? ห๊ะ”
เห็นเธอไม่ปฏิเสธ เขาขึ้นค่อมผู้หญิงตรงหน้าทันทีเปิดปากเลียใบหูที่บอบบางของเธอ ร่างกายของซังอี๋เป็นสีชมพูไปทั่วร่าง
ชู่จี้ไม่ได้คิดอยากจะทำจริงๆ เมื่อคืนเขาทำหนักไปหน่อยเขารู้สึกผิด
เขาจูบอย่างดูดดื่มอีกครั้งจนกระทั่งซังอี๋หอบ ชู่จี้ก็สวมเสื้อผ้าให้ซังอี๋”ลุกเถอะ เดี๋ยวเตรียมตัวถ่ายปิดกล้อง”
นางฟ้าเหยากวงที่รับบทโดยซังอี๋ได้รับการยอมรับจากผู้กำกับในละครเรื่องนี้ วันนี้ถ่ายปิดกล้องและผู้กำกับได้ขอให้ทุกคนมาถึงก่อนเวลาพอถ่ายเสร็จจะได้ไปฉลองล่วงหน้า
ทุกคนค่อนข้างตื่นเต้นแม้ว่าจะไม่มีบท แต่ก็รออย่างเงียบๆนอกฉากดูการแสดงของนักแสดง
จนถึงค่ำงานทุกอย่างราบรื่น นางฟ้าเหยากวงเสียสละตัวเองเพื่อความสงบสุขของสามอาณาจักรฉากเขย่าโลกเมื่อม่านจบลง ทุกคนน้ำตาซึม
นักแสดงถ้าอยากจะเล่นให้ดีต้องเข้าให้ถึงบทก่อน ไม่อย่างนั้นจะแสดงแบบไร้จิตวิญญาณ นักแสดงที่ดีล้วนอินไปกับบท เข้าถึงไปกับบทไม่ว่าจะสุขหรือเศร้าในตอนจบทุกคนจมอยู่กับโศกนาฏกรรมความสงบไม่กลับคืนมาเป็นเวลานาน
หลี่เจี้ยนเฮ่าเดินไปหาซังอี๋ “คุณเล่นได้ดี วันนี้คุณเป็นตัวเอกของที่นี่” ทันใดนั้นเขาก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งยื่นช่อกุหลาบและหยิบกล่องเล็กๆที่มีแหวนเพชรราคาแพงอยู่”ให้คุณ”
ท่าทางนี้เป็นการขอแต่งงานชัดๆ!