ท่านประธานที่รัก - บทที่504 คนไม่ดีชิงพูดก่อน
จูหลงมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของเธอมาโดยตลอด เธอถูกผู้ชายหลายคนตามจีบ ในนั้นมีคนรวยๆมากมายแต่คนพวกนั้นให้เธอได้แค่เงินเท่านั้น เธอไม่ได้ต้องการแค่เงินแต่เธอยังต้องการอำนาจอีกด้วย
เธอขับรถเฟอร์รารี่สีแดงตรงไปจอดที่ประตูโรงแรมที่หรูหรา ร่างที่สง่างามของเธอก็ดึงดูดความสนใจผู้คนเป็นอย่างมาก
ด้วยการสะบัดผมของเธอ ผมยาวของเธอพลิ้วไหว ใบหน้าที่บอบบางของเธอดูเหมือนถูกปั้นโดยสวรรค์ ใบหน้าของเธอสวยงามมากและใบหน้าที่มีเสน่ห์ของเธอก็เผยให้เห็นความภาคภูมิใจ
จูหลงไม่ใช่มีแค่เงิน แต่หน้าตาก็ดีคนที่เทียบเธอได้มีแค่จำนวนน้อยนิดเท่านั้น
เมื่อเห็นผมลัพธ์เธอยิ้มที่ริมฝีปากขึ้นอย่างพึงพอใจและเดินไปที่ห้องส่วนตัวที่ชั้นบนสุดของโรงแรมหรู
ชู่จี้และซังอี๋นั่งตรงข้ามสวี่กวางรุ้ยกับผู้หญิงคนใหม่ของเขา ห้องสว่างไสวด้วยแสงไฟระยิบระยับและการตกแต่งในห้องส่วนตัวก็งดงามและหรูหรา
“ประธานชู่ เชิญนั่ง!”สวี่กวางรุ้ยผายมือขวาออกและทำท่าให้ทั้งสองนั่งลง
แม้ว่าเขาจะแก่กว่าชู่จี้และประสบการณ์ก็ แต่ชู่จี้นั้นน่ากลัวจริงๆ
นั่งสิชู่จี้จูงมือซังอี๋นั่งลงและพูดคุยเกี่ยวกับความร่วมมือ
ผู้หญิงของสวี่กวางรุ้ยมองไปที่ชู่จี้เป็นครั้งคราว เธอรู้ว่าชู่จี้เป็นเจ้านายหนุ่มหล่อรวย คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้เจอก็มองออกทันทีว่าไม่ใช่คนธรรมดา
เธอลุกขึ้นและรินชา “ประธานชู่ เชิญดื่มชา”เธอตั้งใจจะทำตัวดีๆต่อหน้าประธานชู่ แต่จะทำมากไปก็ไม่ได้ยังไงซะที่พึ่งหลักของเธอก็คือสวี่กวางรุ้ย ถ้าทำให้เขาโกรธก็อย่าคิดว่าจะได้อยู่ในวงการนี้ต่อไป
สวี่กวางรุ้ยเหลือบมองผู้หญิงของเขา และถามราวกับว่าจะเตือน”คนที่อยู่ข้างๆท่านประธานชู่คือ?”
สวี่กวางรุ้ยสังเกตเห็นซังอี๋ตั้งแต่ครั้งแรก ผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้าเขาสวยกว่าผู้หญิงคนอื่นๆที่เขาเคยเห็น เธอมีความสง่างามเธอดูเหมือนเป็นมนุษย์ที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ
พวกเขามองหน้ากันและยิ้ม “นี่คือภรรยาของผม ซังอี๋”
สวี่กวางรุ้ยได้ยินคำว่า “ภรรยา” ไม่ใช่แฟน ไม่ใช่เพื่อนผู้หญิงสถานะนี้แตกต่างโดยสิ้นเชิง
“คุณทั้งสองช่างเหมาะสมกันจริงๆ เหมือนกิ่งทองใบหยก” เขาตอบอย่างรวดเร็ว “งั้นผมอยากจะเชิญท่านทั้งสองไปดื่ม”
จูหลงขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นบนยืนอยู่ที่ประตูและเริ่มเคาะประตู ถ้าเธอจับได้ว่าสวี่กวางรุ้ยมีคนอื่น เธอจะถ่ายรูปแล้วเอาไปลงข่าวหน้าหนึ่งยังไงซะสวี่กวางรุ้ยก็จะทิ้งเธอแล้ว เธอก็ฉวยโอกาสนี้รีบตักตวง
เธอได้ยินเสียง “เข้ามา” ก็รีบจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมอีกรอบและเดินเข้าไป
ฉากตรงหน้าทำให้เธอไม่สบายใจ
ทั้งสี่คนแต่งตัวทางการดูก็รู้ทันทีว่ามาทำงาน เธอเดินไปทางสวี่กวางรุ้ยทำท่าทางไร้เดียงสาและนั่งยองๆข้างๆเขา“ผู้กำกับสวี่”
สวี่กวางรุ้ยไม่คิดว่าจะเป็นจูหลง ตอนแรกเขาชอบผู้หญิงคนนี้มากแต่ตอนนี้เบื่อแล้วเธอก็ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงคนอื่นๆดังนั้นเขาก็พร้อมจะทิ้งเธอไป
เขาไม่ได้สนใจจูหลง โบกมือให้ชู่จี้เป็นสัญญาณว่าเข้าเรื่องต่อ
“ผู้กำกับสวี่ ถ้าเป็นไปได้ผมวางแผนจะลงทุนด้วยเงิน300ล้าน อยากให้ทุกอย่างออกมาดี แน่นอนว่านักแสดงต้องมีความสามารถจริงๆ”ชู่จี้จงใจเน้นคำหลัง และมองไปที่จูหลง
จูหลงโดนชู่จี้จ้องมองเธอก็ตัวสั่น แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะคนที่คอยสนับสนุนเธอนั่งอยู่ข้างๆ เธอคิดว่าสวี่กวางรุ้ยคงจะไม่ให้เธอโดนรังแกหรอกมั้ง?
สามร้อยล้านไม่ใช่น้อยๆถึงแม้ว่าราคารายการโทรทัศน์และภาพยนตร์จะมีค่ามหาศาล แต่ทุกรายการก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ สวี่กวางรุ้ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “พูดตามตรงนะครับตอนนี้ทักษะการแสดงไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือชื่อเสียง”ผลของการเป็นคนที่มีชื่อเสียง ก็เป็นแบบนี้
คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์มากกว่าทักษะการแสดง เนื่องจากสิ่งที่เรียกว่าหน้าตาคอยอุ้มชูหนังละคร และในทางกลับกันก็สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของรูปลักษณ์หน้าตา
เมื่อเห็นคิ้วของชู่จี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาจึงรีบเปลี่ยนคำพูด “แต่ยังไงผมก็ต้องให้ประธานชู่จัดการคัดเลือกนังแสดงที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ละครเรื่องนี้สมบูรณ์แบบ”
จูหลงยิ้มและพูดด้วยน้ำเสียงงอนๆ: “ผู้กำกับสวี่ เขา… ”
เธอต้องการที่จะพูดความจริงออกมา แต่ตอนนี้เธอไม่กล้าเสี่ยงที่จะพูดให้สวี่กวางรุ้ยลำบาก สายตาเธอน่าสงสารใครเห็นก็คงอดไม่ได้ที่จะเวทนา
สวี่กวางรุ้ยเชยคางเธอขึ้นหน้าปกติของเขาดูจริงจังมาก นอกจากมีอำนาจเงินแล้วทักษะการหม้อผู้หญิงก็ไม่ใช่เล่นๆ
“รอจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนค่อยว่ากัน คุณกลับไปก่อนเถอะนะ”เดิมทีเขาวางแผนที่จะทิ้งผู้หญิงคนนี้แล้ว แต่จูหลงเธอสวยประเด็นหลักคือเธอหน้าคล้ายๆภรรยาของชู่จี้
คนของชู่จี้ เขาไปแตะต้องไม่ได้แน่ๆ
แต่จูหลงเป็นของเขาแล้ว เขาไม่ถือที่จะใช้เธอเป็นตัวแทนของซังอี๋ รอเล่นจนเบื่อแล้วค่อยว่ากันอีกที
จูหลงเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจและลุกขึ้น “ค่ะ งั้นฉันจะรอคุณที่ประตู”ตอนที่เธอเดินออกไป เธอทำท่าฮึดฮัดไปทางซังอี๋
วันนี้ชู่จี้มาพูดคุยเรื่องง่ายๆกับผู้กำกับสวี่เท่านั้น รายละเอียดต่างๆค่อยว่ากันตอนประชุม ไม่นานทั้งสองก็จับมือกัน “ดีใจที่ได้ร่วมงานกัน”ชู่จี้พยักหน้า
เมื่อเปิดประตูออกมาชู่จี้ไม่สนใจจูหลง ไม่ว่าเธอจะเอาใจสวี่กวางรุ้ยแค่ไหน มันก็ไร้ประโยชน์
จูหลงวิ่งเข้าไปในอ้อมกอดของสวี่กวางรุ้ยและร้องไห้ด้วยทักษะการแสดง “ผู้กำกับสวี่ ฉันถูกรังแก”
ท่าทีแบบนี้ของเธอทำให้คนสงสาร
ชู่จี้หยุดก้าว เลิกคิ้วและหันไปมอง
สวี่กวางรุ้ยไม่เข้าใจ แต่อย่างไรก็ตามเธอเป็นคนของเขา เขาจะปล่อยให้คนอื่นรังแกเธอได้อย่างไร?
“ไหนบอกผมสิ ใครทำอะไรคุณ”อย่างไรก็ตาม เขาเป็นผู้อาวุโสในวงการบันเทิงด้วยดังนั้นเขาต้องสวมบทบาทฮีโร่
ความชั่วร้ายแวบผ่านดวงตาของจูหลงและเมื่อเธอเงยศีรษะขึ้น เขาก็ไม่เห็นท่าทางที่ชั่วร้ายในตอนแรก “คือว่า…”เธอกัดริมฝีปากและดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น
ผู้กำกับสวี่ร้อนใจ “ใครกัน?”
เธอร้องไห้หนักขึ้น “ประธานชู่ ฮือฮือ…”เธอคิดว่าใช้มารยาหลอกล่อจะสำเร็จ ดังนั้นจึงซบอกสวี่กวางรุ้ยร้องไห้ออกมา
สวี่กวางรุ้ยผลักจูหลงออกจากอกและตบหน้าขาวๆของเธออย่างจัง