สามีเก่า...มาขอแต่งงานอีกแล้ว / พิศวาสรัก...สามีเก่า - บทที่ 771 เรียกพี่เขย
หลังถ่ายโฆษณาเสร็จ ยังต้องถ่ายภาพโปรโมท
ทั้งหมดนี้ เมื่อตกกลางคืนสี่ทุ่มครึ่งก็ยังถ่ายไม่เสร็จ
หร่วนซิงหว่านเห็นว่ามันดึกแล้ว จึงไปถามเพ้ยซานซาน “เสี่ยวเฉินยังต้องถ่ายอีกไหม?”
เพ้ยซานซานพลิกดูตารางการถ่ายทำ “น่าจะไม่มีแล้วล่ะ ฉากของเขาส่วนใหญ่ก็ถ่ายหมดไปเรียบร้อยแล้ว”
หร่วนซิงหว่านพูด “ถ้าอย่างนั้นฉันให้เขากลับไปก่อน พรุ่งนี้ยังต้องเข้าเรียนอีก”
“ได้ ให้เขากลับไปก่อนเถอะ” พูดจบ เพ้ยซานซานก็โบกมือให้หร่วนเฉิน “แล้วเจอกันใหม่นะ พ่อหนุ่มสุดหล่อ”
เมื่อถึงห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า หร่วนเฉินเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ก็แขวนไว้บนราวเสื้อผ้าข้างๆ
เขาเพิ่งออกมาจากห้องแต่งหน้า ก็เห็นหร่วนซิงหว่านยืนอยู่ที่หน้าประตู
หร่วนซิงหว่านพูด “นายกับสวี่วานเป็นอะไรไป?”
หร่วนเฉินพูด “อะไรเหรอ?”
หร่วนซิงหว่านพูด “ตลอดการถ่ายทำพวกนายดูแปลกๆ บรรยากาศมันก็แปลก”
หร่วนเฉินเบือนสายตาหนี มองไปที่อื่น “ไม่มีอะไร”
“นายสารภาพกับเธอแล้วใช่ไหม หลังจากนั้นก็ถูกปฏิเสธ?”
หร่วนเฉิน “……”
เมื่อเห็นเขาหลบและไม่ตอบ หร่วนซิงหว่านก็รู้สึกว่า เรื่องก็คงจะเป็นประมาณนี้แหละ
หร่วนเฉินพูด “ไม่ได้สารภาพ”
“ถ้างั้นมันเกิดอะไรขึ้น?”
หร่วนเฉินพลางเดินไปข้างหน้า พลางพูดว่า “เธอรู้แล้ว”
หร่วนซิงหว่านกับเขาออกไปพร้อมๆ กัน เงียบอยู่ครู่หนึ่งจึงพูด “ดูเหมือนนายก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้เธอรู้นี่”
หร่วนเฉินไม่ได้พูดอะไร ยอมรับโดยปริยาย
หร่วนซิงหว่านถอนลมหายใจ ก็ใช่ สายตาที่ชอบใครสักคนนั้นปิดไม่มิด และก็อดไม่ได้ที่จะเข้าใกล้เธอ
โดยเฉพาะเรื่องของฉินหยู่ฮุยนี้ เป็นไปไม่ได้ที่หร่วนเฉินจะปล่อยวางไม่สนใจเรื่องนี้ เพราะกลัวว่าสวี่วานจะรู้
สวี่วานรู้ แค่ช้าหรือเร็วแค่นั้น
เมื่อเดินมาถึงปากประตู หร่วนซิงหว่านพูดอีก “ถ้างั้นพวกนายพูดกันว่าอะไร”
ข้างนอก ฝนยังตกโปรยปรายอยู่ ที่ต่างกับก่อนหน้าก็คือ อากาศหนาวเย็นขึ้นนิดหน่อย
ดูท่า ฤดูใบไม้ร่วงคงใกล้เข้ามาแล้ว
หร่วนเฉินพูด “ก็ไม่ได้พูดอะไร หลังจากนี้ก็รอดูเถอะ”
แม้แต่ตัวเขาเอง ก็ไม่รู้อนาคตว่าจะเป็นอย่างไร
หร่วนซิงหว่านเงียบไปสองสามวิ แล้วพูดเพียงว่า “ขึ้นรถแท็กซี่เถอะ”
ไม่ว่าจะเป็นเพราะว่าฝนตก หรือสถานที่ถ่ายภาพเองก็ค่อนข้างไกล นานแล้วก็ยังไม่มีคนขับคนใดรับผู้โดยสารเลย
หร่วนเฉินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ข้างหน้ามีสถานีรถไฟใต้ดิน เดี๋ยวผมเดินไป”
หร่วนซิงหว่านดึงเขาเอาไว้ “รถไฟใต้ดินสถานีนั้นน่าจะอยู่อีกประมาณ 2 กิโลเมตร ฝนตกหนักขนาดนี้ นายเดินไปพรุ่งนี้ก็เป็นหวัดขึ้นมา รอต่ออีกหน่อยเถอะ ถ้าคนขับรถยังไม่รับล่ะก็ เดี๋ยวพี่ไปส่งนายกลับ”
หร่วนเฉินเหลือบมองคืนฝนพรำ คิดอะไรไปเรื่อย
ขณะนี้เอง น้ำเสียงเอื่อยๆ ของผู้ชายก็ดังขึ้นข้างๆ “ไม่มีรถรับเหรอ?”
หร่วนซิงหว่านหันหน้ากลับไป จึงพบว่าเป็นโจวฉือเซิน ไม่รู้ว่ามาได้อย่างไร ด้านหลังไม่ไกลนัก ก็มีรถโรลส์-รอยซ์คันนั้นของเขาจอดอยู่
และก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ถึงรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดก่อนหน้านี้กวนโอ๊ยเกินไปยังไงก็ไม่รู้
โจวฉือเซินยืนนิ่งอยู่ข้างหร่วนซิงหว่าน พูดกับหร่วนเฉินอย่างสบายๆ ว่า “เรียกพี่เขยก่อน แล้วฉันจะให้คนขับรถไปส่งนายกลับ”
หร่วนเฉิน “……”
หร่วนซิงหว่าน “……”
หร่วนเฉินถอนสายตา มองไปที่หร่วนซิงหว่าน “ผมไปก่อนล่ะ”
พูดจบ ก็เตรียมตัวจะลุยไปสู่ม่านฝน
โจวฉือเซินพูด “หยุดนะ”
หร่วนเฉินหันหน้ากลับมา
โจวฉือเซินพูดอีกว่า “ถ้านายไม่เรียกฉันว่าพี่เขยล่ะก็ นายก็อย่าได้คิดจะให้ลูกชายฉันเรียกนายว่าน้าสักคำเลย”
หร่วนเฉินพูด “รอจนกว่าเขาจะพูดได้แล้วค่อยมาว่ากัน”
พูดจบ หร่วนเฉินก็ออกไปเลย
โจวฉือเซิน “……”
หร่วนซิงหว่านกลั้นรอยยิ้มดึงชายเสื้อของโจวฉือเซิน รั้งเอาไว้อย่างอยากลำบาก
โจวฉือเซินมองเธออย่างไม่พอใจ “คุณไม่ดุเขา?”
หร่วนซิงหว่านพยายามสุดความสามารถที่จะรักษาความสงบ “ฉันจะดุเขาทำไม ฉันว่า……เขาพูดก็มีเหตุผลนะ แล้วก็ไม่มีอะไรเสียหาย……”
โจวฉือเซินโอบรอบเอวเธอ ดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด ดวงตาสีดำหรี่ลงอย่างร้ายกาจ เสียงทุ้มต่ำและคลุมเครือ “ถ้างั้นคุณก็ไม่เดือดร้อนอย่างนั้นหรือ?”
จู่ๆ หร่วนซิงหว่านก็นึกถึงฉากในทุกครั้งที่โดนเขาบังคับให้เรียกว่า “คุณสามี” ใบหน้าก็แดงก่ำอย่างอดไม่ได้
เธอผลักโจวฉือเซินเบาๆ พูดเสียงเบาว่า “อย่าเล่น นี่มันข้างนอกนะคะ?”
โจวฉือเซินกวาดสายตาไปรอบๆ หลังจากไม่เห็นใครอยู่ใกล้ๆ ก็ก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากของเธอ “กลับไปชดเชยให้ผมด้วย”
หร่วนซิงหว่าน “?”
เธอติดค้างอะไรถึงต้องชดเชยให้เขา
โจวฉือเซินยกสายตามองไปข้างหน้าแล้วเดินไปยังสตูดิโอถ่ายทำ “ไปเถอะ”
หร่วนซิงหว่านก็เดินตามไปด้วย
ภายในสตูดิโอถ่ายทำ ต่างก็กำลังพักผ่อนและแบ่งชานมกับอาหารมื้อดึก
พอเห็นโจวฉือเซินและหร่วนซิงหว่านเข้ามา บรรยากาศน่ากดดันที่มองไม่เห็น ก็ทำให้ทีมงานที่เดิมทีหัวเราะและพูดคุยกันอย่างมีความสนุกสนานเงียบลงในทันที
เพ้ยซานซานและสวี่วานสองคนที่ดูสนุกโดยที่ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่อะไร ก็พูดต่อกันว่า
เพ้ยซานซาน “ขอบคุณประธานโจวสำหรับชานม!”
สวี่วาน “ขอบคุณประธานโจวสำหรับอาหารมื้อดึก!”
โจวฉือเซิน “……”
หลังจากที่มีเธอสองคนเป็นคนนำแล้ว ทีมงานก็ค่อยๆ ทำตาม
เห็นได้ชัดว่าโจวฉือเซินไม่คุ้นชินกับบรรยากาศรอบข้างแบบนี้ คิ้วเขายกขึ้น กวาดสายตาเย็นชาไปครู่หนึ่ง
ตัวตั้งตัวตีทั้งสองคนก็ผละออกไปทันที
พอมีการขัดจังหวะแบบนี้ บรรยากาศที่ตึงเครียดเมื่อครู่ ก็พลันผ่อนคลายลง
เหล่าทีมงานก็ทยอยกินอาหาร และทำเรื่องของตนเอง
หร่วนซิงหว่านเดินไปข้างๆ เพ้ยซานซาน “ซานซาน เอารูปแรกสุดของเสี่ยวเฉินรูปนั้นส่งมาให้ฉันหน่อยได้ไหม?”
เพ้ยซานซานพูด “ได้สิ”
เธอพูดต่อ “พรุ่งนี้ฉันก็จะไปเอารูปที่ล้างไว้ออกมา แล้วจะให้เธอชุดหนึ่ง”
หร่วนซิงหว่านพยักหน้าเบาๆ “อืม”
พูดจบ เพ้ยซานซานพูดกับสวี่วานอีกว่า “เสี่ยวเฉินหล่อไหม? เป็นพาร์ทเนอร์ให้เธอ ไม่ทำให้เธอขายหน้าแน่นอน”
สวี่วาน “……”
เงียบไปสองวิ เธอก็หัวเราะแห้งๆ อยู่สองครั้ง
หร่วนซิงหว่านไอแคกๆ เปลี่ยนหัวข้อสนทนา “อีกนานแค่ไหนถึงจะถ่ายเสร็จเหรอ?”
เพ้ยซานซานพูด “พักสิบนาทีก็ถ่ายต่อ น่าจะถ่ายเสร็จก่อนบ่ายโมง”
หร่วนซิงหว่านพยักหน้าเบาๆ “อืม”
เพ้ยซานซานครุ่นคิดแล้วพูด “ซิงซิง ไม่งั้นเธอก็กลับไปกับประธานโจวเถอะ พวกเราตรงนี้ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ถ่ายเสร็จเดี๋ยวก็จะกลับเลย”
“ฉันรอกลับพร้อมพวกเธอดีกว่า”
เพ้ยซานซานแลบลิ้น พูดเสียงเบา “จริงๆ ฉันอยากให้เธอพาประธานโจวกลับไปน่ะ เขาอยู่ที่นี่ ทุกคนก็รู้สึกประหม่ากันไปหมด”
หร่วนซิงหว่านหันหน้ากลับไปมอง เข้าใจความหมายของเธออย่างชัดเจนในทันที โจวฉือเซินอย่างกับเจ้านายมาเดินตรวจตรา นั่งทำสีหน้าเย็นชาอยู่นั้น หน้าไร้ความรู้สึก ทำให้คนตื่นตระหนก
หร่วนซิงหว่านยิ้มอย่างเงียบๆ “ก็ได้ งั้นฉันไปก่อนนะ”
หลังจากที่เพ้ยซานซานและสวี่วานพูดบอกลากัน หร่วนซิงหว่านก็ดึงโจวฉือเซินออกไป
โจวฉือเซินพูด “คุณบอกว่าอีกเดี๋ยวไม่ใช่เหรอ?”
หร่วนซิงหว่านพูดอย่างเกียจคร้าน “แน่นอนว่าต้องขอบคุณประธานโจว”
หัวคิ้วโจวฉือเซินยกขึ้นเล็กน้อย “ในเมื่อเป็นแบบนี้ คุณไม่ควรจะขอบคุณผมหรอกเหรอ?”
หร่วนซิงหว่าน “……”
พ่อคนนี้พอคนสรรเสริญก็ยิ่งโอ้อวดขึ้นไปอีกจริงๆ
ขณะขึ้นรถได้ไม่นาน โทรศัพท์มือถือของหร่วนซิงหว่านก็สั่นขึ้นสองสามครั้งเป็นเพ้ยซานซานที่ส่งรูปมาให้เธอ