One-click Invincibility Of The Apocalyptic Super System Modifier - ตอนที่ 61-62
Modifier Chapter 61
หลังจากลมพัดผ่านผืนป่ า ป่ าทั้งป่ าก็เงียบลง ซอมบี้เดิมที่ยืนออกกัน
อยู่ที่นี่ตอนนี้ไม่เหลือแล้ว พวกมันกลายเป็นเถ้าถ่านและถูกลมพัด
ผ่านหายไป
ตัวที่สูงกว่าสี่เมตรนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตระดับสูงท่ามกลางซอมบี้และ
ผิวหนังของมันก็แข็งยิ่งกว่าเหล็ก
ลูกกระสุนปืนปกติไม่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายของมันได้
แต่ตอนนี้ ไอ้กระทิงตัวนั้นก็ถูกลูกศรนั้นและมันก็ระเบิดออกตรง ๆ
หลินเฟยมองดูต้นไม้ที่ยังมีผลไม้อยู่ตรงนั้น บางทีมันอาจจะมีคนมา
พบในครั้งหน้าขณะที่มันออกดอกออกผล
“คุณได้เอาผลไม้ไปไหม?” เด็กสาวอดไม่ได้ที่จะถาม
หลินเฟยพยักหน้าและพูดยิ้ม ๆ “ไม่ต้องห่วงฉันจะทำสิ่งที่ต้องทำ”
จากนั้นเขาก็หยิบผลไม้เหนือธรรมชาติสองผลออกมาจากกระเป๋ า
และล้างด้วยน้ำแร่ก่อนที่จะยื่นให้เด็กสาวกินไปผลหนึ่งและเขากิน
อีกผลที่เหลือ
“ขอบคุณ”
เด็กสาวมีความสุขมาเพราะได้รับผลพลังลูกนี้
หลินเฟยกัดผลไม้ไปคำนึง มันทั้งนุ่มและฉ่ำ รสชาติก็คล้าย ๆ ลูกพีช
ผลไม้นี้มีพลังมากมายแค่ไหนกันนะ?
เขากัดไปอีกครั้งและยังไม่รู้สึกถึงอะไรเลย
“บางทีเราอาจจะดีเกินไป” หลินเฟยคิด พลางกัดผลไม้ไปอีกสอง
สามคำ
“เอิ้ก”
มีเสียงเรอ
มันสบายมาก
“วิ้งงงง”
ในเวลานี้ เขาได้ยินเสียงแปลก ๆ มาจากเด็กสาวข้าง ๆ และเมื่อเขา
มองไปทางเธอเขาก็เห็นแสงสีฟ้าจาก ๆ ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของ
เด็กสาว
“หืม?” หลินเฟยมองอย่างสงสัย
มีแสงสีฟ้าเรืองรองออกมาพร้อมกับมีเกล็ดหิมะตกลงข้าง ๆ เด็กสาว
เขาเห็นเด็กสาวที่กำลังพัฒนาการอีกครั้ง
“ผลไม้นี้เพิ่มความสามารถขนาดนี้เลย?” หลินเฟยต้องเชื่อแล้วคราวนี้
แต่เขาไม่อาจรู้สึกได้
นี่น่าจะเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่มีพลังพิเศษ
ลมหายใจเย็นของเด็กสาวพ่นมาทางหลินเฟย เธอดูเปลี่ยนไปมาก
เมื่อก่อนเธอน่ารักแบบมีชีวิตชีวา แต่ตอนนี้เธอดูน่ารักแบบเย็นชา
เมื่อผมที่นุ่มและเรียวยาวจนถึงเอว ตอนนี้กลายเป็นสีน้ำเงินจาง ๆ
“ถ้าเธอแข็งแกร่งมากกว่านี้ ผมของเธอจะกลายเป็นสีน้ำเงินทั้งหมด
เลยมั้ง?” หลินเฟยเดา
คราวนี้ เด็กสาวที่กำลังพัฒนาครั้งที่สองก็สิ้นสุดลง
เธอบอกผลลัพธ์ให้กับหลินเฟยอย่างมีความสุขทันที “ฉันดูเหมือน
จะแข็งแกร่งขึ้น ฉันสามารถแช่แข็งจากระยะไกลได้หลายพันไมล์
และฉันจะรู้สึกเวียนหัวนิด ๆ หากชั้นน้ำแข็งมันมีความหนาสักนิ้ว
นึง ตอนนี้ฉันสามารถยิงศรน้ำแข็งได้ 4-5 ครั้งติดต่อกัน”
“มันแข็งแกร่งมาก” หลินเฟยพูด “ฉันอิจฉาจริง ๆ”
เมื่อเด็กสาวได้ยินคำพูดหายากเหล่านั้น เธอก็มองดูหลินเฟยที่กำลัง
พูดโกหกอย่าง “พอเป็นพิธี”
“คุณเก่งกว่าฉันมาก มีอะไรให้น่าอิจฉา”เธอพูด
“นี่เป็นเรื่องจริง แต่ฉันก็ค่อนข้างอิจฉาหน่อย ๆ” หลินเฟยพูดขณะที่
มองไปที่มือถือ ตอนนี้มันเวลา 5 โมงเย็นแล้ว
เขาใช้เวลามากเกินไปที่สะพานในตอนเช้า
จากนั้นก็ใช้เวลาอีกพักหนึ่งเพื่อตามหาผลไม้ในป่ า ตอนนี้ท้องฟ้า
เริ่มมืดลงเล็กน้อยและจะมืดสนิทในเวลาไม่กี่อึดใจ
“รีบหาที่นอน หวังว่าท้องฟ้าจะเปิดวันนี้” หลินเฟยพูดพลางกอดเด็ก
สาว
หลังจากที่ทั้งสองบินไปได้ไกลอยู่ระยะหนึ่งเด็กสาวก็พบบางอย่าง
“ที่นั่นมีหมู่บ้าน อยู่ข้างล่างนี้” เด็กสาวพูด “ดูเหมือนจะมีแสงไฟ มัน
ต้องมีใครสักคนอยู่!”
“งั้นก็ลงไปดูกัน” หลินเฟยพูด
เขาพบว่าท้องฟ้าโลกนี้ดูเหมือนจะมืดเร็วขึ้นเล็กน้อยและสามารถ
มองเห็นดวงดาวได้หลังจากที่ 5โมงเย็นขึ้นไป
ทั้งสองไปที่ทางเข้าหมู่บ้านและไม่เห็นใครอยู่ใกล้ ๆ แต่มีแสงไฟ
ส่องออกมาจากภายในหมู่บ้าน
Modifier Chapter 62
หลินเฟยเริ่มใช้ [perspective] และเห็นผู้คนไม่มากมายในบ้านหลัง
หนึ่ง
ไม่มีซอมบี้
“บางทีฉันอาจจะนอนที่นี่ก็ได้ในคืนนี้” หลินเฟยพูด เขามองไปรอบ ๆ
และไม่เห็นซอมบี้ในหมู่บ้าน
บางทีคนในหมู่บ้านอาจจะจัดการซอมบี้รอบ ๆ ไปหมดแล้ว
“ฉันจะทำตามที่คุณบอก”เด็กสาวเห็นด้วยตามปกติ
เธอไม่เคยปฏิเสธหลินเฟย
ในเวลานี้ หลินเฟยพาเด็กสาวไปเคาะประตูและพูดว่า “ขอโทษครับ
มีใครอยู่ไหม?”
ไม่นาน ประตูก็เปิดออกและชายวัยกลางคนก็ปรากฏต่อหน้าทั้งสอง
เขาเป็นชายกำยำที่สูงกว่าสองเมตรเมื่อมองใกล้ ๆ
เขายืนอยู่ตรงหน้าราวกับว่าเขาเป็นกำแพงขนาดใหญ่
“ว่าไง?”
หลินเฟยเงยหน้ามองพ่อตัวใหญ่ราวกับยักษ์ปักหลั่นและพูดว่า “เรา
เดินทางผ่านมา ตอนนี้มันดึกแล้ว ขอค้างด้วยสักคืนได้ไหม?”
ชายคนนั้นจ้องมองหลินเฟย ท้ายที่สุดสายตาของเขาก็ตกไปอยู่ที่เด็ก
สาว
เขาเบิกตากว้าง
จากนั้นเขาก็พูดว่า “แน่นอน มีบ้านมากมายอยู่ด้านนอก เลือกหลัง
ไหนก็ได้”
หลินเฟยขอบคุณและพาเด็กสาวไป
“เจ้าของบ้านว่างเหล่านี้น่าจะเป็นซอมบี้” หลินเฟยเดา
ไม่นานเขาพบห้องที่ค่อนข้างสะอาด ท้องฟ้าก็มืดลงโดยสมบูรณ์
ตอนนี้ไฟทั่วทั้งโลกดับลง หลินเฟยนำเทียนที่เขาเตรียมไว้เมื่อนาน
มากแล้วออกมาพร้อมกับจุดเพื่อขับไล่ความมืดออกไป
“ฉันจะทำอาหาร” เด็กสาวพูดเบา ๆ
หลินเฟยส่งอาหารให้เด็กสาว ก่อนที่จะกลับไปทำความสะอาดที่นอน
และล้มลงบนเตียง
กลิ่นหอมโชยออกมาจากห้องครัวในเวลาไม่นาน
เด็กสาวทำอาหารในครัวอย่างมีความสุข ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่
เธอมีความสุขมากที่สุด
ไม่นานผัดผักรวมก็พร้อมเสิร์ฟในไม่ช้า
ตั้งแต่ที่ความสามารถตื่นขึ้นมา ความอยากอาหารของเด็กสาวก็เพิ่มขึ้น
มาก แค่อาหารจานเดียวไม่เพียงพอสำหรับเธอ
เพราะงั้น เธอต้องทำอาหารอย่างอื่นต่อ
ผัดเปรี้ยวหวานที่มีกลิ่นหอมน่าดึงดูดใจ
นอกจากนี้ยังมีไข่ตุ๋นมะเขือที่โชยกลิ่นหอมออกมา
ไม่ต้องพูดถึงหมูตุ๋นเกากี้ที่รสชาติเหมือนกับคุณย่าทำ มันมีกลิ่นหอม
มากจนหลินเฟยที่อยู่ด้านนอกก็รู้สึกหิว
หลังจากที่เด็กสาวทำซี่โครงตุ๋นน้ำแดงจานสุดท้าย เธอก็ยิ้มออกมา
ด้วยความพอใจ
“หลินเฟย ออกมากินได้แล้ว”
“มาแล้ว” หลินเฟยที่ได้กลิ่นหอมมาตั้งนานและรู้สึกดีมากขึ้นไปอีก
ว่าทางที่เขาเลือกพาเด็กสาวมาด้วยนั้นมันฉลาดเป็นอย่างมาก
และเมื่อเขากินอาหารได้ครึ่งหนึ่ง จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา
จากด้านนอก
“ฉันไปดูเอง”
ก่อนที่หลินเฟยจะพูด เด็กสาวก็วางจานลงและลุกเดินไปแล้ว
เธอเดินไปที่ประตูและเปิดประตูออกมาก็เห็นชายคนก่อนหน้านี้ยืน
อยู่
“มีอะไรหรอ?” เด็กสาวถาม
“มาดูว่าทุกอย่างโอเคไหม”
ชายคนนั้นก้มหน้ามองไปที่เด็กสาวหลายครั้งและท้ายที่สุดเขาก็มอง
ไปที่ในบ้านก่อนที่จะพูดว่า “ฉันแค่อยากจะเห็นว่าคนนิสัยอย่างเธอ
คงอยู่รอดมานานขนาดนี้ได้อย่างไง”
เด็กสาวยิ้ม “เราไม่มีทางเลือก ไม่ว่าจะมีนิสัยดีหรือไม่?”
ชายคนนั้นหัวเราะ “มันก็ดีมาก ๆ แต่กำลังกินอะไร? ฉันได้กลิ่นหอม
มาแต่ไกล”
“แน่นอน” เด็กสาวตอบ “อยากจะมากินข้าวด้วยกันไหม?”
“ฉันไม่เอาหรอก”
ชายคนนั้นพูดและยิ้ม “ขอให้พวกนายมีความสุข ฉันกลับหล่ะ”
หลังจากนั้นเขาก็หันหลังกลับไปและปล่อยให้เด็กสาวมองตามหลัง
อย่างอธิบายไม่ถูกว่าเขาจะมาทำไม?
“ลุงคนนี้นี่”
ยี่หยู่เซว่กลับไปนั่งที่ของเธอและพูดกับหลินเฟยว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“บางที เขาอาจจะเป็นห่วงเราจริง ๆ” หลินเฟยไม่สนใจ