[จบ] ระบบพี่เลี้ยงอสูรขั้นเทพ (神宠进c化系统) - ตอนที่ 1140 : 12 ชั่วโมงสุดท้าย
ตอนที่ 1140 : 12 ชั่วโมงสุดท้าย
สุดท้ายหวังเย่าก็ต้องให้หยุนซิงหงไปกับเขาด้วย
“ไม่คิดเลยว่าเทพดวงดาว จะให้เราใช้เรือของเธอ”
ตอนนี้หวังเย่าอยู่ในเรือมิติของเทพดวงดาว แม้ว่าร่างกายของเขาจะแข็งแกร่งขึ้นมาอย่างมาก แต่ก็ไม่มีใครโง่พอที่จะใช้ร่างกายของตัวเองรับการกัดกร่อนจากพลังจักรวาล ดังนั้นแทบทุกคนจึงเลือกที่จะใช้พาหนะในการเดินทางแทน”
หวังเย่าได้กลิ่นหอมจากในเรือมิติก็รู้สึกสบายใจอย่างมาก
เขตสามตานั้นอยู่ไม่ห่างจากเขตดาวที่พวกเขาอยู่นัก บางทีเพราะเชื่อใจลูกน้องจึงทำให้เทพปีศาจไม่ได้มาที่เขตดาวและมุ่งหน้าไปที่เขตสามตาแทน
“ไม่รู้เลยว่าเขาจะแกร่งแค่ไหนกัน”
แม้ว่าเทพดวงดาวจะยั้งมือ แต่ความแข็งแกร่งของเอมิสนั้นก็ไม่อาจจะประมาทได้ ยังไงซะเอมิสก็ยังทำให้หวังเย่ากระเด็นออกมาได้
หวังเย่าคิดและรู้สึกเสียดายในใจ แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นมา แต่เขาก็ไม่อาจจะใช้พลังทั้งหมดได้อย่างชำนาญ พลังงานในตัวเขาเหมือนจะหลับใหลไปไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมา
“หวังว่าถ้าถึงเวลาฉันจะดึงพลังออกมาใช้ได้ ! ”
เรือมิติเพิ่งจะออกเดินทาง เงาดำที่พวกเขาพบก่อนหน้านี้ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งแต่เรือมิติที่ทั้งสองคนใช้ในครั้งนี้น่ะต่างจากเดิม ประสิทธิภาพเรือมิติของเทพดวงดาวนั้นบอกได้ว่าอยู่จุดสูงสุด มันสามารถหลบการโจมตีของเงาดำไปได้ง่าย ๆ
“นายควบคุมเรือ ฉันจะออกไปเจอมันหน่อย ! ”
หลังจากที่หวังเย่าพูดจบก็พุ่งออกไปทันที หวังเย่าแผ่พลังออกมาพร้อมกับแสงสีทองที่ส่องประกายออกมาจากตัว
ตอนนั้นทั้งหวังเย่าและหยุนซิงหงก็เห็นได้ว่าเงาดำนี้คืออะไร มันมีรูปร่างเหมือนกับสไลม์ที่เปลี่ยนร่างเป็นอะไรก็ได้ตามต้องการ ตะกี้มันอยู่ในร่างนกแต่ตอนนี้กลับอยู่ในร่างสไลม์แทน
หวังเย่าแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา ตอนนี้เขากลายเป็นกุญแจไปแล้ว เขาเชื่อมต่อกับคลังสมบัติของเผ่าเทพได้และสามารถดึงของออกมาใช้ได้ตามที่ต้องการ
ทันใดนั้นแสงก็ส่องประกายออกมาในมือ ก่อนจะพบว่าในมือนั้นกลับมีธนูปรากฏขึ้นมา
สไลม์โดนแสงนี้ส่องเข้าใส่ ก็รู้สึกว่าพบบางอย่างที่แปลกประหลาดเข้า มันจึงขยับร่างกายไปมาอย่างต่อเนื่อง
หวังเย่าเห็นฉากนี้ก็มีความคิดหนึ่งขึ้นมาในหัว เขาค่อย ๆ ดึงสายธนูพร้อมกับลูกศรสีทองออกมา ก่อนจะเล็งไปที่สไลม์ตรงหน้า หลังจากที่รู้สึกว่าโดนล็อคเป้า สไลม์คลั่งขึ้นมาและพุ่งเข้าใส่หวังเย่า แต่หวังเย่าน่ะเตรียมรับมือไว้อยู่แล้ว
เขาเหยียบหัวสไลม์ก่อนจะพลิกตัวกลับแล้วยิงเข้าใส่ร่างของมัน ลูกศรสีทองพุ่งทะลุร่างของสไลม์ไปทันที ก่อนที่มันจะสลายตัวไป
“สัตว์ประหลาดนี่ติดเชื้อมา รีบไปกันเถอะ ไม่งั้นมันจะสายเกินไป”
หลังจากที่พบกับสไลม์นี้ก็ทำให้หวังเย่ารู้ว่าสัตว์ประหลาดที่ติดเชื้อปีศาจเข้าไปนั้นน่ากลัวแค่ไหน
ถ้าไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นมาแล้ว เขาอาจจะเป็นฝ่ายแพ้ในการต่อสู้นี้ไปแล้ว นี่ไม่ต้องพูดถึงเขตสามตาที่ไม่มียอดฝีมือระดับจักรวาลที่แข็งแกร่งอยู่เลย
“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ! ”
ตอนนั้นเกิดการต่อสู้ขึ้นที่ดาวหลักของเขตสามตา ด้านนอกดาวหลักของเขตสามตานั้นถูกรายล้อมไปด้วยฝูงสัตว์อสูร แม้แต่คนในดาวเคราะห์ก็ไม่อาจจะเห็นแสงอาทิตย์ได้เลย
ที่ด้านนอกดาวเคราะห์นั้นหวังเย่าและหยุนซิงหงเดินทางมาถึงพอดี
“ ไม่คิดเลยว่าจะอยู่ในสภาพนี้ได้”
หวังเย่าอดไม่ได้ที่จะคิ้วขมวดเมื่อเห็นฉากนี้ หยุนซิงหงเองก็หวั่นใจเช่นกันเพราะแค่ความแข็งแกร่งของพวกเขาแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาทางฝ่าเข้าไปในดาวเคราะห์หลัก
ที่วงแหวนของดาวสามตา อาวุธทุกรูปแบบถูกใช้ออกมาเพื่อโจมตีใส่พวกสัตว์อสูรด้านนอก แต่ก็ทำอะไรได้ไม่มาก บอกได้ว่าแทบจะไร้ประโยชน์เลยก็ว่าได้ อาวุธเหล่านี้ไม่อาจจะหยุดสัตว์อสูรที่เดินหน้าเข้ามาในดาวได้
ตอนที่ไปถึง หวังเย่าก็เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างที่ด้านนอกของดาวเคราะห์ สัตว์อสูรพวกนี้เหมือนจะสูบแก๊สลึกลับเข้าไปและคลั่งขึ้นมา
ตอนนั้นคนของเผ่าสามตาก็เห็นเรือมิติของหวังเย่า เลยยิงลำแสงเปิดทางให้แก่พวกเขา ทันใดนั้นลำแสงสีฟ้าก็พุ่งออกมาจากฝูงสัตว์อสูร ก่อนจะพุ่งเข้าหาเรือมิติที่ทั้งสองคนอยู่
“ไม่ให้สัญญาณเราเลยรึ ! ” หยุนซิงหงรู้สึกได้ถึงการสั่นไหวของเรือมิติ และอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
“อย่าเพิ่งบ่นเลย รีบเข้าไปก่อน พวกนั้นเปิดทางให้เราแล้ว ! ”
หยุนซิงหงพยักหน้าตอบรับและรีบบังคับเรือให้เดินทางเข้าไปในดาวเคราะห์ทันที
เมื่อเดินทางเข้ามาก็พบกับดาวเคราะห์สีฟ้าขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้า
ในตอนที่เรือลงจอดนั้นก็มีคนที่ดูคล้ายกับแม่ทัพเดินเข้ามาหาพวกเขา
“มนุษย์ ! ฉันให้เวลาพวกแก 12 ชั่วโมง ! ถ้าพวกแกยังไม่ออกไป 3 ราชาปีศาจจะลงมือทันที ! ”
เสียงของเทพปีศาจดังก้องขึ้นมา ตอนนั้นทุกคนในดาวเคราะห์ต่างก็ได้ยินคำพูดของเทพปีศาจอย่างชัดเจน ทุกคนต่างก็เผยสีหน้าหวาดกลัวออกมา
ไม่นานหวังเย่าและหยุนซิงหงก็ลงมาจากเรือมิติ เมื่อเห็นว่าไม่ใช่เทพดวงดาวที่เดินทางมาที่นี่ สายตาของแม่ทัพก็หม่นลง แต่หลังจากที่เห็นความแข็งแกร่งของหวังเย่า เขาก็รู้สึกพอใจไม่น้อย
“ฉันรู้สึกว่า นายจะต้องเป็นคนที่สามารถช่วยดาวของเราเอาไว้ได้”
ทันทีที่สองคนลงจากเรือ หวังเย่าก็ได้ยินแม่ทัพพูดขึ้นมา ทั้งสองยังไม่ทันได้ตอบกลับอะไร แต่แม่ทัพก็เดินมาอยู่ตรงหน้าทั้งคู่แล้ว
“ฉันมาในนามของเทพดวงดาว ไม่คิดเลยว่าสถานการณ์จะย่ำแย่แบบนี้”
หวังเย่าเองก็เศร้าแทนพวกนี้ที่โดนล้อมโดยฝูงสัตว์อสูร อีกฝ่ายแทบไม่อาจจะหาทางส่งข้อมูลออกจากที่นี่ได้เลย ตอนที่เขามาถึง หวังเย่าก็พบกับเศษซากเรือรบกระจายอยู่ด้านนอก มันทำให้เขาตัดสินได้ว่าคนส่งข้อมูลคงโดนพวกปีศาจจัดการไปก่อน
“เราเหมือนตัวคนเดียว เขตสามตาของเราอาจจะถูกเทพปีศาจยึดไปจริง ๆ ? ”
“ไม่หรอก ตราบใดที่ฉันอยู่ที่นี่ มันต้องมีทางออก ! ”
เสียงของผู้หญิงที่ฟังดูคุ้นหูก็ดังขึ้นมา
ทุกคนพากันมองไปยังคนที่พูด เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนพูด หวังเย่าก็ต้องอึ้ง หลังจากที่รับรู้ได้ถึงสายตาของหวังเย่า จ้าวเมิ่งซีก็อึ้งเช่นกัน
ทั้งสองไม่คิดเลยว่าจะได้มาพบกันในตอนนี้
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เมิ่งซี”