ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2812 สร้างจักรพรรดิภูต
“ขอเพียงเขากลับมาได้อย่างปลอดภัย ข้าจะมอบแผนที่สุสานของจักรพรรดิภูตที่เผ่าจิ้งจอกครอบครองอยู่ให้เจ้าตามที่ต้องการ!” ฉื้อเม่ยรับปาก
“หากเป็นเช่นนั้นก็ดีมากจริง ๆ” มู่เฉียนซีเองก็ไม่คาดคิดว่าฉื้อเม่ยจะเสนอค่าตอบแทนด้วยความรวดเร็วเช่นนี้
“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ข้าจะปรับการไหลเวียนพลังอีกสักหน่อย ก็สามารถเคลื่อนไหวได้แล้ว”
“ตกลง!”
เผ่าหมาป่าในเวลานี้ต่างก็หวาดกลัวจนตัวสั่น และพวกเขาก็ไม่กล้ารีบร้อนอีกแล้ว
ฉื้อเม่ยหลั่งเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก นางกลัวว่าหากลูกชายของตนเองอยู่ห่างไกลมากเกินไปแล้วเลือดของตนเองจะไม่พอ ดังนั้นนางจึงใช้เลือดของตนเองอย่างไม่ขี้เหนียวเลยแม้แต่น้อย
ยิ่งเหยียนเอ๋อร์อยู่ในมือของคนเหล่านั้นนานมากเท่าไร เขาก็จะยิ่งมีอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นนางจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว
“ท่านผู้นำเผ่า!” เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นผู้นำเผ่าบาดเจ็บสาหัสถึงขนาดนี้ ซึ่งมันก็ทำให้เหมยเจี้ยนต้องขมวดคิ้วมุ่นเลยทีเดียว
ในฐานะที่ปรมาจารย์หลานเป็นนักปรุงยาจึงทำให้เขาไม่สามารถทนมองต่อไปได้อีก “ท่านฉื้อเม่ยจะไม่สนใจร่างกายของตนเองมากเกินไปแล้ว”
หลังจากที่ค่ายกลขนาดใหญ่เสร็จสมบูรณ์ ฉื้อเม่ยก็กล่าวว่า “แม่นางมู่ มานี่ เร็วเข้า!”
เมื่อนางเหยียบเข้าไปในค่ายกลขนาดใหญ่ ภายในชั่วพริบตาเดียว พวกเขาก็มาปรากฏตัวอยู่เหนือน่านน้ำในทะเลแห่งหนึ่ง ซึ่งน่านน้ำทะเลแห่งนี้ก็มีคลื่นทะเลที่รุนแรงมากเป็นพิเศษ
ทว่าฉื้อเม่ยไม่มีความคุ้นเคยกับน่านน้ำทะเลแห่งนี้เลย
“ข้างล่าง ข้าสัมผัสได้ว่าสายเลือดของข้ากำลังเดือดพล่าน ข้าว่าเหยียนเอ๋อร์จะต้องอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน”
สีหน้าของนางขาวซีดราวกับกระดาษ ทั้งยังยืนอย่างไม่ค่อยจะมั่นคงเล็กน้อยอีกด้วย
เหมยเจี้ยนประคองนางไว้ พลางกล่าวอย่างเป็นกังวล “ท่านผู้นำเผ่า ท่านเป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ!”
ปรมาจารย์หลานกล่าวว่า “แม่นางมู่ ท่านผู้นำเผ่ามีข้าอยู่ด้วย ท่านไปดูสถานการณ์ก่อนเถอะ”
“ได้!” มู่เฉียนซีพยักหน้าเล็กน้อย
“อ้าน! พวกเราลงไปข้างล่างกันเถอะ”
ทันใดนั้นพวกเขาก็หายตัวไปจากพื้นผิวทะเล และตรงมาที่ก้นทะเลในทันที
ตรงก้นทะเลนั้นมีร่องลึกใต้ทะเลที่ลึกมากอยู่ด้วย มู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “อ้าน พวกเราลงไปในร่องลึกใต้ทะเลนั้นกันเถอะ!”
“ขอรับ!”
ใกล้แล้ว มันใกล้มาก มีพลังแห่งความตายปนเปื้อนอยู่ในน้ำที่ก้นทะเลแห่งนี้จริง ๆ
หลังจากนั้นเพียงแค่มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่มีพลังแห่งความตายกระจายออกมา ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้ว
ที่ก้นทะเลแห่งนี้ มีหอคอยรูปทรงสามเหลี่ยมสีดำตั้งตระหง่านอยู่ด้วย
กลิ่นอายที่แปลกประหลาดจำนวนนับไม่ถ้วนซุ่มอยู่โดยรอบ ซึ่งมันก็ไม่ได้อ่อนแอเลยแม้แต่น้อย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อ้าน หลบพวกเขาเข้าไปกันเถอะ อย่าไปดึงดูดความสนใจพวกเขาเด็ดขาด”
“อ้านน้อมรับคำสั่ง!” ทันใดนั้นพลังแห่งความมืดก็ห่อหุ้มพวกเขาทั้งสองคนเอาไว้ ซึ่งมันก็ได้กลืนไปกับน้ำทะเลอันมืดมิด หลังจากนั้นพวกเขาก็บุกเข้าไปในหอคอยสามเหลี่ยมแห่งนั้นอย่างเงียบเชียบ
ด้านล่างสุดของหอคอยแห่งนี้ จูเชว่ในเวลานี้ได้ถูกคนมัดเอาไว้แล้ว
เขากล่าวในขณะที่กำลังดิ้นรนว่า “จะมัดข้าไว้ทำไม”
“อ่อนแอเกินไปแล้ว เป็นเผ่าจิ้งจอกบริสุทธิ์ที่ไม่มีแม้แต่พลังแห่งภูต นี่ต้องเป็นสิ่งที่หาได้ยากที่สุดในแดนภูตอย่างแน่นอน” ชายในชุดสีดำคนหนึ่งเดินเข้ามา
จูเชว่รู้สึกคุ้นเคยกับชายผู้นี้เล็กน้อย นี่มันสัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืดที่เคยบุกไปโจมตีจอมราชาภูตในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตผู้นั้นมิใช่หรือ
ที่เผ่าหมาป่าและเผ่าอสรพิษมีพลังแห่งความตาย ที่แท้มันก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาจริง ๆ ด้วยสินะ
“ไม่มีพลังแห่งภูตแล้วอย่างไรล่ะ เจ้ารังเกียจข้าแล้วจะจับข้ากลับมาทำไม” จูเชว่กรอกตาและมองไปทางสัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืดผู้นั้น
ตอนนี้เขาถูกขังเอาไว้ สิ่งเดียวที่เขาสามารถพึ่งพาได้ก็คือทักษะมหาเสน่ห์เท่านั้น
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าสัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืดผู้นี้จะไม่ถูกโจมตี เขากล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “อย่าเปลืองแรงเลย ทักษะมหาเสน่ห์นี้ของเจ้าใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอก หากมารดาของเจ้าลงมือเอง ข้าอาจจะพอตอบสนองบ้างเล็กน้อย”
จูเชว่รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้สิ้นหวังถึงขนาดนั้น ขอเพียงอีกฝ่ายไม่ฆ่าเขาทันที เขาก็เชื่อว่าซีซีจะต้องคิดหาทางมาช่วยเหลือเขาจนได้อย่างแน่นอน
“ไปเอาของเข้ามา”
คนในชุดดำกลุ่มหนึ่งได้เอากล่องขนาดใหญ่ใบหนึ่งเข้ามา สิ่งนี้ทำให้จูเชว่นึกถึงตอนที่เขามอบของขวัญให้กับผู้นำเผ่าหมาป่า สัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืดผู้นี้คงไม่ได้ส่งคนมาเพื่อบีบบังคับให้เขามีลูกหรอกนะ!
โชคดีที่หลังจากที่เปิดออกมาแล้วไม่ใช่ผู้หญิง แต่เป็นโครงกระดูกขนาดใหญ่อันหนึ่งเท่านั้น
แค่ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก จูเชว่ก็รู้ได้ทันทีว่า นี่คือโครงกระดูกของร่างเดิมของเผ่าจิ้งจอก
“จิ้งจอกตัวนี้เคยเป็นจิ้งจอกที่แข็งแกร่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเผ่าจิ้งจอกของเจ้า ซึ่งมันก็ตายด้วยน้ำมือข้า” หลังจากที่เขารับโครงกระดูกของเผ่าจิ้งจอกนั้นมาไว้ในมือ พลังแห่งความตายก็ได้ทำให้โครงกระดูกนั้นปนเปื้อนและกลายเป็นสีดำโดยตรง
“ไม่ว่าเจ้าจะสามารถใช้พลังแห่งภูตได้หรือไม่ แต่ข้าก็จะหาหนทางทำให้เจ้ามีพลังแห่งภูตให้จนได้”
ปังงง!
หลังจากนั้นไม่นานจูเชว่ก็ลงไปนอนอยู่ด้วยกันกับโครงกระดูกสีดำขนาดใหญ่อันนั้น และพวกเขาก็เลือกที่จะเปิดใช้งานค่ายกล
พลังนั้นได้ทำให้เขากับโครงกระดูกชิ้นนั้นเชื่อมโยงกัน ดูเหมือนว่าเขากำลังจะกลายเป็นกองกระดูกสีขาว ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่นเทาขึ้นมาจริง ๆ
มันยังไม่จบ หลังจากนั้นเขาก็รู้สึกว่าตนเองกลายเป็นจิ้งจอกขาวที่ทรงพลังมากตัวหนึ่ง เขากลายเป็นร่างเดิมแล้ววิ่งออกไปต่อสู้…
สติของเขาค่อย ๆ เลือนรางไปอย่างช้า ๆ ข้าเป็นใคร ข้าเป็นใครกัน?
ในตอนที่แววตาคู่นั้นของจูเชว่กลายเป็นความว่างเปล่า พลังจิตวิญญาณที่อยู่บนโครงกระดูกของจิ้งจอกชิ้นนั้นก็ไหลทะลักเข้าไปในร่างกายของจูเชว่อย่างบ้าคลั่ง โดยที่ไม่สนใจว่าจูเชว่จะสามารถทนรับไหวหรือไม่
“พวกเจ้าช่างใจกล้านัก ช่างใจกล้าเหลือเกิน!” ร่างเงาของจิ้งจอกตัวหนึ่งก่นด่าสัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืดผู้นั้นด้วยความเดือดดาล
แต่ทว่าสัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืดก็ไม่สนใจมันเลยแม้แต่น้อย “แดนภูตไม่มีผู้ปกครองมานานมากแล้ว ข้าไม่ใช่คนที่ไม่ฝักใฝ่สิ่งใด และเอาแต่อยู่ในที่เล็ก ๆ ของตนเองเหมือนอย่างพวกเจ้า ข้าต้องการสร้างจักรพรรดิภูตออกมา ข้าเชื่อว่าเมื่อถึงเวลานั้นเผ่าภูตทั้งหมดจะต้องรู้สึกขอบคุณข้าแน่นอน”
จูเชว่เกือบที่จะหลงทางจนไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้เขาตัวสั่นเทาอย่างอดไม่ได้
จิ้งจอกที่อัปลักษณ์ตัวนี้ จะต้องไม่ใช่เขาแน่นอน ต้องไม่ใช่…
เขายังต้องรอให้ซีซีมาช่วยเขาอีกนะ! เขาไม่มีทางพ่ายแพ้ก่อนที่นางจะมาถึงแน่นอน ไม่มีทาง!
“อ๊ากกกก!” เมื่อสติของจูเชว่กลับมา เขาก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดราวกับถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ก็มิปาน
เจ็บเหลือเกิน ทั่วทั้งร่างของเขาราวกับถูกแบ่งออกเป็นส่วน ๆ อย่างไรอย่างนั้น และจิตวิญญาณที่ถูกฉีกออกจากกันก็กลับมาประกอบขึ้นใหม่อีกครั้ง
ทั่วทั้งร่างของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่ออันเย็นยะเยือก นี่มันจะทรมานเกินไปแล้ว ซึ่งสิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวเล็กน้อยก็คือ พลังจิตวิญญาณของเขาถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง
พลังวิญญาณในร่างนี้ของเขา อยู่ภายใต้คำชี้แนะของพ่อบุญธรรม และพัฒนามาจากการต่อสู้ระหว่างพวกเขาพี่น้อง ทว่าตอนนี้ทั้งหมดกำลังจะกลายเป็นความว่างเปล่า
จูเชว่กล่าวด้วยความเดือดดาลว่า “บัดซบ! ข้าจะฆ่าเจ้า คิดไม่ถึงเลยว่าจะทำลายพลังวิญญาณในร่างของข้า! ให้ตายเถอะ”
ทั่วทั้งร่างของจูเชว่ระเบิดจิตสังหารออกมา สัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืดกล่าวว่า “เจ้าเป็นเผ่าภูต จะต้องการพลังวิญญาณไปทำไมกัน ข้าทำลายพลังวิญญาณของเจ้า เพื่อให้เจ้าสามารถรับพลังแห่งภูตได้ดียิ่งขึ้น! นี่คือวิธีการที่ดีที่สุดแล้ว ไม่ใช่ว่าเจ้าอยู่กับจอมราชาภูตมาช่วงหนึ่งอย่างนั้นหรือ เขาไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเจ้าหรืออย่างไร”
“ข้าจะฆ่าเจ้า!” สำหรับเผ่าภูตแน่นอนว่าย่อมไม่ใช้พลังวิญญาณอยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่เกิดและเติบโตที่เผ่าภูตเสียหน่อย
“แต่เจ้านี่ช่างน่าสงสารจริง ๆ แม้ว่าจะทำลายพลังวิญญาณที่ฝึกฝนมานานนับสิบปีไปแล้ว เพื่อให้เจ้าสามารถผสานพลังและจิตวิญญาณกับเผ่าภูตในอดีตได้ แต่มันกลับยังไม่มีพลังแห่งภูตใด ๆ อยู่ดี ดูเหมือนว่าคงต้องใช้อันต่อไปแล้วล่ะ! หวังว่าเจ้าจะสามารถทนต่อไปได้อีกหลายครั้ง หลังจากนี้ไปเจ้าจะต้องแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน”
แปะ แปะ แปะ!
สัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืดปรบมือเบา ๆ หลังจากนั้นก็มีคนยกกล่องอีกใบหนึ่งเข้ามา
สิ่งที่บรรจุอยู่ข้างในก็ยังคงเป็นโครงกระดูกของเผ่าจิ้งจอก และสัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืดก็เริ่มกางค่ายกลต่อไป!
“อ๊ากกกกก!” มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นมาจากด้านล่างของหอคอยอย่างต่อเนื่อง มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เป็นเสียงของจูเชว่อย่างนั้นหรือ?”
“เสียงกรีดร้องน่าเวทนาขนาดนี้ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่” แต่ว่าหากยังสามารถร้องได้ ก็แปลว่ายังมีชีวิตอยู่ ฉะนั้นนางจะต้องรีบไปให้เร็วขึ้นอีก
ปัง ปัง ปัง!
อ้านก็ช่วยเก็บกวาดเพื่อเปิดเส้นทางให้มู่เฉียนซีทันที
ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงชั้นที่อยู่ล่างสุดของหอคอยแห่งนี้แล้ว นางเห็นจูเชว่นอนอยู่ท่ามกลางกองกระดูกขาวกองหนึ่ง โดยที่ร่างกายของเขาไม่มีร่องรอยของบาดแผลเลยแม้แต่น้อย