ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2811 แผนร้ายแห่งความตาย
“ยากที่เผ่าจิ้งจอกของพวกเจ้าจะมีสายเลือดบริสุทธิ์ปรากฏตัวออกมาสักคน แน่นอนว่ามันต้องดึงดูดความสนใจของคนเหล่านั้นอยู่แล้ว เดิมทีเป้าหมายของพวกเขาก็คือลูกชายคนดีคนนั้นของเจ้านั่นแหละ” ผู้นำเผ่าหมาป่ากล่าว
สีหน้าของฉื้อเม่ยย่ำแย่มากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากนั้นผู้นำเผ่าหมาป่าก็เล่าเรื่องส่วนใหญ่ให้ฟัง
ภูตร้ายแห่งความตายเหล่านั้นให้ความสำคัญต่อความทะเยอทะยานของเผ่าหมาป่า และความโลภที่มีต่อผู้นำเผ่าจิ้งจอก ดังนั้นพวกเขาจึงร่วมมือกัน พร้อมทั้งมอบพลังที่แข็งแกร่งให้กับพวกเขา
และสิ่งที่ผู้นำเผ่าหมาป่าต้องทำคือมอบแผนที่ของเผ่าหมาป่าให้พวกเขา นอกจากนี้ยังต้องนำเอาแผนที่ของทั้งสิบสองเผ่าภูตหลักมาครอบครองให้ได้อีกด้วย
แน่นอนว่าตั้งแต่ที่ได้รู้ว่ามีภูตจิ้งจอกสายเลือดบริสุทธิ์คนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาที่เผ่าจิ้งจอก การรวบรวมแผนที่ก็ถูกกำหนดให้เป็นอันดับสองรองจากการจับภูตจิ้งจอกตัวนี้
แต่ทว่าในตอนที่เผ่าหมาป่ากำลังจะลงมือ พวกเขากลับได้ข่าวว่านายน้อยของเผ่าจิ้งจอกผู้นั้นได้หนีออกไปจากบ้านเสียแล้ว และไม่รู้ว่าหนีไปที่ใดอีกด้วย
แม้ว่าจะหลบซ่อนได้ชั่วขณะ แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถหนีพ้นอยู่ดี ดังนั้นหลางเตียนจึงตัดสินใจโจมตีเผ่าจิ้งจอกก่อน
ประการแรกเป็นเพราะฉื้อเม่ย ประการที่สองเพราะต้องการแผนที่ที่ฉื้อเม่ยครอบครองอยู่ และสุดท้ายคือต้องการล่อให้นายน้อยของเผ่าจิ้งจอกปรากฏตัวออกมานั่นเอง
หากเผ่าจิ้งจอกของพวกเขากำลังจะพังพินาศ เขาก็ไม่เชื่อว่าในฐานะของนายน้อยเผ่าจิ้งจอกจะยอมทนนิ่งเฉยอยู่ได้
แผนการของพวกเขาประสบความสำเร็จ เผ่าจิ้งจอกพ่ายแพ้ และฉื้อเม่ยก็ถูกเขาจับตัวเอาไว้ได้
หลังจากที่นายน้อยได้ทราบข่าวเขาก็จะต้องมาติดกับดักด้วยตนเอง ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้ล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา
แต่ทว่าเมื่อแผนการดำเนินมาได้ครึ่งทาง กลับมีคนอย่างมู่เฉียนซี มีหอหมอปีศาจ และยังมีชายในชุดดำที่ทรงพลังอย่างน่าสะพรึงกลัวผู้นั้นปรากฏตัวออกมา
เมื่ออยู่ต่อหน้าคู่ต่อสู้ที่ทรงพลังจึงทำให้แผนการทั้งหมดกลายเป็นความว่างเปล่า และเผ่าหมาป่าก็พ่ายแพ้อย่างน่าสังเวช
แน่นอนว่า พวกเขาไม่ได้พ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์ เพราะอย่างน้อยนายน้อยของเผ่าจิ้งจอกก็ถูกพวกเขาจับตัวไปได้สำเร็จ
ฉื้อเม่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “พวกเขาจับเหยียนเอ๋อร์ไปเพื่ออะไรกันแน่”
“เจ้าเป็นผู้นำเผ่าจิ้งจอกมานานขนาดนี้ แต่เจ้าไม่รู้เรื่องเหล่านี้อย่างนั้นหรือ ข้าว่าเจ้าเองก็น่าจะคาดเดาได้แล้ว เรื่องนี้สำหรับเผ่าจิ้งจอกของพวกเจ้ามันก็มีแต่ประโยชน์ทั้งนั้น เม่ยเอ๋อร์เจ้าจะโกรธมากขนาดนั้นไปทำไมกัน” หลางเตียนที่ความตายกำลังจะใกล้เข้ามาแล้วแต่ก็ยังพยายามรนหาที่ตายอีก
เพียะ!
ฝ่ามือที่มีพลังแห่งภูตได้ตบลงไปบนใบหน้าของหลางเตียน แรงตบนี้ก็ได้ทำให้ใบหน้าของหลางเตียนบวมจนปูดออกมาเล็กน้อย และเขี้ยวหมาป่าของเขาซี่หนึ่งก็ตกลงไปบนพื้น
แม้แต่มู่เฉียนซีเองก็อดที่จะอ้าปากค้างไม่ได้ ฝ่ามือของผู้นำเผ่าฉื้อเม่ยช่างรุนแรงมากจริง ๆ!
สีหน้าของฉื้อเม่ยเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ส่วนหลางเตียนก็ถูกตบจนมึนงงไปเลยทีเดียว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ผู้นำเผ่าฉื้อเม่ย ท่านถามเสร็จหรือยัง หากท่านถามเสร็จแล้ว ข้าจะได้ถามบ้าง”
ฉื้อเม่ยในเวลานี้ว้าวุ่นใจเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงได้มอบโอกาสนี้ให้กับมู่เฉียนซี
ฉึก!
หลังจากนั้นเข็มยาเล่มหนึ่งก็ปักลงไปบนแขนของเขา
“มีสติหน่อย!” นางกล่าว
“อ๊ากกก!” หลังจากนั้นเขาก็กรีดร้องออกมา
ถึงฝ่ามือนั้นของฉื้อเม่ยจะหนักมาก แต่มันก็ไม่ทำให้หลางเตียนเจ็บปวดได้ถึงขนาดนี้
มู่เฉียนซีเพียงแค่เพิ่มความรู้สึกเจ็บปวดของเขาให้มากยิ่งขึ้นชั่วขณะหนึ่ง ดังนั้นเขาในเวลานี้จึงเจ็บปวดจนอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยทีเดียว
“เจ้า…เจ้า…” หลางเตียนรู้สึกหวาดกลัวต่อความโหดเหี้ยมอำมหิตของมู่เฉียนซีอย่างหาที่เปรียบมิได้
“ดูเหมือนว่าจะได้สติแล้วสินะ ข้ามีเพียงคำถามเดียวเท่านั้น” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
“แผนที่ของพวกเจ้าเผ่าหมาป่าอยู่ที่ใด เอาออกมาเสีย” ที่นางช่วยเหลือเผ่าจิ้งจอกมากมายขนาดนี้ ไม่ได้เป็นเพราะผ่านมาพบความอยุติธรรม จนต้องควักดาบออกมาช่วยเหลือเท่านั้น แต่เป้าหมายของนางก็คือแผนที่นั่นเอง
“แผนที่หรือ ข้าก็คิดอยู่ว่ามนุษย์อย่างเจ้า เหตุใดถึงได้พาคนมากมายเช่นนี้มาที่แดนภูต ที่แท้เจ้าก็ต้องการแผนที่เหมือนกับนายท่านสินะ! เผ่าหมาป่าของพวกข้าได้มอบแผนที่เพื่อแสดงความภักดีต่อนายท่านไปนานแล้ว ฉะนั้นเจ้าไม่มีทางเอาแผนที่ไปได้หรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ไม่สู้ภักดีต่อนายท่าน ทำงานเพื่อนายท่านจะดีกว่า” หลางเตียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เทพมรณะที่เป็นเจ้านายของพวกเจ้าไม่มีความสามารถนี้หรอก ภักดีต่อเขาอย่างนั้นหรือ มีเพียงคนไร้ประโยชน์อย่างพวกเจ้าเท่านั้น ถึงจะสามารถถูกภูตร้ายแห่งความตายเหล่านั้นล่อลวงเอาได้”
หลังจากที่รู้ว่าไม่สามารถได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากผู้นำเผ่าหมาป่าได้อีกแล้ว มู่เฉียนซีจึงฝังเข็มให้เขาอีกหลายเข็ม และทำให้เขาได้เพลิดเพลินไปกับมัน นางกล่าวว่า “ยังต้องถามอะไรอีกหรือไม่”
ฉื้อเม่ยสูดหายใจเข้าลึกพลางกล่าวว่า “ไม่ต้องแล้ว ออกมาเถอะ! ข้ามีเรื่องที่อยากจะพูดกับเจ้า”
“ภูตร้ายแห่งความตายเหล่านั้น ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะใด ๆ ในแดนภูตเลย และข้าก็สงสัยว่าพวกมันได้ซ่อนตัวอยู่ในส่วนลึกสุดของมหาสมุทร แต่ทว่าน่านน้ำในทะเลของแดนภูตมีเกาะอยู่อีกมากมาย ข้าไม่รู้เลยว่าจะต้องไปตามหาเหยียนเอ๋อร์ที่ใด เราจำเป็นต้องหาเขาให้เร็วที่สุด ข้าเกรงว่ามันจะไม่ทันการณ์ เจ้าจะต้องช่วยข้านะ” ฉื้อเม่ยมองไปทางมู่เฉียนซีพลางกล่าวอย่างขอร้อง
คนที่รังเกียจมนุษย์มาตลอดอย่างนาง คิดไม่ถึงว่าตนเองจะมีช่วงเวลาที่ต้องมาขอร้องมนุษย์คนหนึ่งเช่นนี้
นางเคยเห็นวิธีการของมู่เฉียนซีมาก่อน และยังมีความสามารถของอ้านด้วย
แค่นางเพียงคนเดียวไม่สามารถช่วยเหลือลูกชายของตนเองได้แน่ ฉะนั้นนางต้องการความช่วยเหลือ นางถึงจะมีความมั่นใจว่าจะสามารถช่วยชีวิตของลูกชายตนเองได้
และผู้ช่วยที่ดีที่สุดก็คือคนที่แข็งแกร่งที่สุด หรือก็คือสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ ผู้ที่เป็นสหายที่ลูกชายของตนเองให้ความสำคัญ
“ท่านพอจะรู้อะไรที่เกี่ยวกับการจับตัวจูเชว่ไปอีกหรือไม่ สามารถบอกข้าได้หรือไม่” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
ฉื้อเม่ยสูดหายใจเข้าลึก จากนั้นก็ถอนหายใจพลางกล่าวว่า “ข้าไม่รู้ว่าการพาเขากลับมาที่แดนภูตมันเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือเป็นความผิดพลาดกันแน่”
“ภูตร้ายแห่งความตายกลุ่มนั้น ก็คือคนบ้าคนหนึ่ง เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ผู้ที่มีสายเลือดที่แข็งแกร่งบางคนในเผ่าจิ้งจอกของพวกเราถูกจับตัวไป และหายไปอย่างไร้ร่องรอย หลังจากนั้นก็มีคนหนึ่งที่หนีออกมาได้ ซึ่งเมื่อเจอข้า เขาก็ได้บอกความลับบางอย่างออกมา พวกเขาได้ถูกภูตร้ายแห่งความตายจับตัวไป และที่ภูตร้ายแห่งความตายจับตัวเผ่าภูตจิ้งจอกไปมากมายขนาดนั้นก็เพื่อบ่มเพาะผู้ที่แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิภูตออกมา”
นั่นคือจักรพรรดิภูตเชียวนะ! แต่นางก็รู้สึกว่าคนผู้นั้นพูดจาได้ไร้สาระมากจริง ๆ
ผลสุดท้ายภูตตนนั้นก็ไม่สามารถทนรับพลังที่แข็งแกร่งได้และระเบิดตนเองต่อหน้านาง ดังนั้นนางถึงได้เริ่มสงสัย
ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นจะมีเผ่าภูตหายไปบ้าง แต่สุดท้ายนางก็ได้ปกป้องคุ้มครองเหล่าจิ้งจอกน้อยเป็นอย่างดี พวกนางอยู่อย่างสงบและไม่มีเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นมานานนับสิบกว่าปีแล้ว
นางคิดว่า บางทีพวกเขาอาจจะแค่มีความคิดที่แปลกประหลาด และได้ล้มเลิกมันไปแล้ว
“ข้ารู้ว่าเหตุใดพวกเขาถึงได้เลือกเผ่าจิ้งจอกของพวกเรา ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะจักรพรรดิภูตก็เป็นภูตจิ้งจอกตนหนึ่งเช่นกัน แต่แน่นอนว่ามันแตกต่างจากภูตจิ้งจอกอย่างพวกเราโดยสิ้นเชิง ทว่าหลังจากที่ข้าหาเขาพบ ข้าก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ข้าสามารถหาเขาเจอ ฉะนั้นข้าจึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าเผ่าจิ้งจอกและคนเหล่านั้นจะหาเขาไม่เจอ ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องอยู่ที่เผ่าจิ้งจอก แม้ว่าจะเป็นสถานที่อื่นในแดนภูต มันก็ยังอันตรายมากเกินไปอยู่ดี”
ซึ่งนี่ก็เป็นผลให้ฉื้อเม่ยคอยจับตาดูจูเชว่อย่างใกล้ชิด และเป็นเหตุผลที่นางไม่ปล่อยให้เขาออกไปจากเมืองหลวง
“ข้าเฝ้าระวังตัวมาโดยตลอด แต่กลับไม่คิดเลยว่าศัตรูจะมาลงมือในสนามรบเช่นนี้ นอกจากนี้ยังอยู่ใต้จมูกข้าอีกด้วย เป็นข้าที่ประมาทเกินไปจริง ๆ” ฉื้อเม่ยยังคงอารมณ์เสียอยู่มากเลยทีเดียว
“เป็นข้าน้อยที่ละเลยหน้าที่” เหมยเจี้ยนกล่าวอย่างละอายใจเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน
“ข้าไม่รู้ว่าคนบ้าเหล่านั้นต้องการจะทำอะไร แต่หากตกอยู่ในมือของพวกเขา อาจจะต้องกลายเป็นเครื่องมือในการค้นคว้าวิธีการสร้างจักรพรรดิภูตของพวกเขาก็เป็นได้ เรื่องเช่นนี้มันอันตรายมากเกินไปจริง ๆ ข้าจำเป็นต้องไปตามหาเขา ข้าจะต้องหาเขาให้เจอ คราวที่แล้วข้าใช้ค่ายกลในการตามหาตัวเขา แต่ว่าคราวนี้มันมีขอบเขตที่กว้างมากเกินไป และข้าก็คิดว่าถึงจะหาเจอก็ไม่มีกำลังพอที่จะเคลื่อนไหวได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงแค่ขอร้องเจ้าเท่านั้น” ฉื้อเม่ยมองไปทางมู่เฉียนซี
“ท่านแค่สามารถตามหาได้ก็พอแล้ว เรื่องอื่นมอบให้เป็นหน้าที่ข้าเถอะ! จูเชว่เป็นสหายคนสำคัญของข้าเช่นกัน ข้าไม่มีทางปล่อยให้เขาต้องตกอยู่ในอันตรายแน่นอน” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
.
.