Carefree Path of Dreams - ตอนที่ 423
423: คุกคาม
“เหลย… เขาเป็นคนที่น่าสนใจ…”
เบื้องบนของสมาคมพิราบขาวได้รับข่าวจากพอลอย่างรวดเร็ว “ไปที่รัฐฟลอเพื่อหาเรื่องตระกูลรอธ?”
ภายในห้องทางานเล็ก ๆ เงาร่างโฮโลกราฟฟิกนั่งอยู่รอบโต๊ะมองไปทางพอลที่นั่งอยู่ตรงกลาง
“ถูกต้อง… เขาอ้างว่าไล่ตามงานศิลปะชิ้นหนึ่งมา แต่ไม่ยอมบอกชื่อของงานศิลปะชิ้นนั้น อีริก รอธ นั้นเป็นนักสะสมที่มีชื่อเสียงและแค่งานศิลปะจากทวีปกลาง เขาก็มีอยู่ในครอบครองกว่าสามพันชิ้นแล้ว…”
“ผู้วิวัฒน์ขั้นที่สาม… นี่โชคไม่ดีเลย!”
ชายชราผู้หนึ่งยกสองมือขึ้นเท้าคาง “ถ้าเหลยยอมบอกพวกเราเกี่ยวกับงานศิลปะชิ้นนั้น พวกเราก็อาจจะเป็นคนกลางให้ได้… ส่วนกลุ่มการเงินรอธ มันก็นับเป็นข้อตกลงที่ดีกับพวกเขาที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้วิวัฒน์ขั้นที่สามผ่านการแลกเปลี่ยนงานศิลปะล้าค่าของพวกเขา”
“ผมต้องขอโทษด้วย… เหลยยึดมั่นในการตัดสินใจของตัวเอง… นอกจากนี้ พวกเรายังรู้กันอยู่แล้วเรื่องเล่ห์กลของธุรกิจเช่นนี้ เมื่อเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกเขาแล้ว พวกเราก็จะเจอกับปัญหาไม่รู้จบสิ้น…”
เงาร่างนั้นส่ายหน้า
“เหลยคนนั้น…”
ในตอนนี้เอง ชายเสื้อขาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงกลางก็เริ่มพูดขึ้น “พวกเรามีข้อมูลของเขาไหม?”
“ไม่เลย! ตอนที่พวกเราพบเขาครั้งแรก พวกเราก็ส่งนักโจรกรรมข้อมูลเข้าไปหาข้อมูลจากฐานข้อมูลลูกค้า แต่ว่า เหลยน่าจะใช้ตัวตนปลอม…”
พอลส่ายหน้า “แล้วก็ ตัวแทนของพวกเราในทวีปกลางบอกพวกเราว่าพวกเขาไม่มีข้อมูลของผู้วิวัฒน์คนนี้!”
“ผู้วิวัฒน์ขั้นที่สามที่มีพลังจิตอย่างนี้น่าจะอยู่ในขอบเขตการตรวจสอบเมื่อเผยตัวออกมา… ในเมื่อทุกประเทศไม่มีข้อมูลของเขา เป็นไปได้ไหมว่าเขาเป็นผู้วิวัฒน์ที่เพิ่งกลายพันธุ์?”
ผู้ชายในชุดขาวโบกมือ “ช่างเถิด… พวกเราคอยจับตามองเขาเอาไว้ พวกเราต้องจัดหาข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลรอธให้เขาแต่ว่าจะไม่ยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับเขาอย่างเปิดเผย!”
“ผมเข้าใจแล้ว!”
พอลพยักหน้าก่อนจะหายตัวไป
“ลอริต้า! การสอบสวนดาเนินไปเป็นอย่างไรบ้าง?”
ชายเสื้อขาวหันไปทางเงาร่างทางขวาของเขา
เป็นเด็กผู้หญิงอายุสิบสามปีในชุดกระโปรงแบบเจ้าหญิงสีดา รูปลักษณ์ของเธอนั้นราวกับตุ๊กตาตัวหนึ่ง ไม่ว่าใครที่พบเห็นเธอก็คงอดจะหยิกแก้มสักครั้งไม่ได้
“ฮ้าว… น่าเบื่อ…”
ลอริต้าอ้าปากหาวอย่างเกียจคร้าน “ฉันแค่ทาให้เขากลัวนิดหน่อยแล้วเขาก็บอกทุกอย่างออกมาหมดเลย น่าเบื่อมาก!”
“นี่หมายความว่าแผนอาวุธปิศาจเป็นเรื่องจริง!”
“ใช่!”
ลอริต้าดึงอมยิ้มอันหนึ่งออกมาแล้วแลบลิ้นเลีย เธอหรี่ตาแล้วพูดต่อ “กระทั่งตัวคุณกับหัวหน้าสมาคมคนชุดดายังอยู่แค่จุดสูงสุดของขั้นที่สาม อาวุธปิศาจโดยทฤษฎีแล้วจะมีความสามารถในการทะลวงผ่านขีดจากัดและยังมีประโยชน์ในการเป็นอาวุธสุดท้ายอย่างแน่นอน!”
“ถึงแม้ว่าพวกเราจะล้าหลังประเทศจีนมากในด้านการวิจัยเกี่ยวกับผู้วิวัฒน์ สิ่งที่อันตรายอย่างอาวุธปิศาจไม่ควรเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ นอกจากนี้ มันยังเป็นเรื่องผิดศีลธรรมที่จะทาการทดลองกับผู้วิวัฒน์เหล่านั้น!”
หัวหน้าสมาคมพิราบขาวสรุป
“พวกเราไม่มีทางเลือก… นายพลพวกนั้นในกองกาลังป้องกันเอาแต่พร่าเพ้อถึงเรื่องที่ประเทศจีนมีผู้วิวัฒน์ขั้นที่สี่ที่ทาให้สหพันธ์อินทรีทองตกอยู่ภายใต้การคุกคาม…”
ชายอีกคนทางด้านซ้ายถอนหายใจ “เพราะการที่จาไนล้มเหลวเมื่อครั้งก่อน ตอนนี้พวกเขาจึงเอาแต่มุ่งไปที่การเริ่มต้นของแผนการอาวุธปิศาจ ต่อให้มันหมายถึงต้องร่วมมือกับสมาคมคนชุดดา!”
“ห้องทดลองนั่นอยู่ที่ไหน?”
“ในรัฐฟลอ ใต้อ่างเก็บน้าฟลอ!”
หัวหน้าสมาคมพิราบขาวอึ้งไป “รัฐฟลอ… นี่เป็นเรื่องบังเอิญใช่ไหม?”
…
รัฐฟลอ เมืองไอวี่
ที่นี่เป็นเมืองที่เขียวชอุ่มที่สุดในรัฐฟลอ เมืองและตึกรามที่เต็มไปด้วยสวนและต้นไม้
ถึงแม้ว่ารัฐฟลอนั้นจะเป็นที่รู้จักในด้านอุตสาหกรรมโรงงาน แต่ก็มีโรงงานให้เห็นเพียงไม่มากและยังเป็นหนึ่งในเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในทั้งสหพันธ์
ดังนั้น เศรษฐีหลายคนจึงชอบอยู่ที่นี่ ถึงแม้ว่าคนนอกรัฐจะต้องซื้อที่พักอาศัยที่นี่เพื่อให้ได้ใช้เวลาพักผ่อนในเมืองที่มีเสน่ห์แห่งนี้ได้อย่างเต็มที่ก็ตาม
รอบ ๆ ที่พักอาศัยของเศรษฐีเหล่านี้นั้นมีผู้คุ้มกัน คนขับรถ พี่เลี้ยง และสาวใช้มากมาย ทั้งหมดล้วนคอยรับใช้ตระกูลเศรษฐี
นรกของคนจนคือสวรรค์ของคนรวย ที่นี่ก็เป็นสถานที่เช่นนั้น
“ในเมืองไอวี่ คุณสามารถซื้ออะไรก็ได้ตราบเท่าที่คุณมีเงิน!”
รถสีทองคันหนึ่งหยุดอยู่ด้านนอกโรงแรมระดับห้าดาว เด็กสาวผิวขาวเดินลงมาอย่างภาคภูมิใจและโดดเด่นออกมาจากคนอื่นที่เหลือ
เด็กเปิดประตูที่ยืนอยู่ข้างประตูโค้งตัวลงจนหน้าผากแทบจรดพื้น
พรมสีแดงปูจากประตูถึงรถ
เด็กสาวเดินลงมาแล้วยื่นมือออกไป
‘น่าจะเป็นคนสาคัญจากตระกุลที่มีอานาจหรือไม่ก็ร่ารวย…’
ภายใต้สายตาของทุกคน คนจีนผิวเหลืองในชุดสูทแบบตะวันตกเดินลงมาจากอีกด้านของรถ
ทุกคนอึ้งงันไป
‘นี่พวกเขามองผิดไปหรือเปล่า? เป็นไปได้อย่างไร? เหตุใดคนจีนผิวเหลืองถึงได้มีสถานะทางสังคมสูงถึงเพียงนี้ได้?’
โชคร้าย ท่ามกลางเสียงคร่าครวญในใจของพวกเขา การฝึกฝนอย่างเข้มงวดที่ผ่านมาทาให้พวกเขาแสดงความนอบน้อมเท่า ๆ กันต่อแขกผู้นี้และแสดงอัธยาศัยอันดีเยี่ยมออกมา
“ความรู้สึกร่ารวยอย่างนี้เป็นอย่างไรบ้าง? ดีใช่ไหมล่ะ!”
ในที่สุดพวกเขาก็เข้าไปถึงห้องพักของพวกตน ลูซี่ร้องออกมาเสียงดังก่อนที่จะเริ่มลงไปกลิ้งบนเตียง ใบหน้าเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“น่าเสียดาย… พวกเขาก็ยังคงดูถูกเชื้อชาติอยู่ดี”
ฟางหยวนส่ายหน้า “สาหรับพวกเขา พวกเขาเชื่อว่าคนจีนผิวเหลืองนั้นไม่มีความสาคัญใดและไม่ควรคู่กับการปฏิบัติด้วยอย่างเคารพ… แล้วก็ เธอจะตามฉันมาทาไม?”
เขามองลูซี่แล้วกลอกตา
หลังจากกลิ้งบนเตียงจนพอใจ ลูซี่ก็ดึงเอกสารชุดหนึ่งออกมาด้วยสีหน้าสงสาร “อีริกเป็นหัวหน้าตระกูลรอธ ไม่ว่าเวลาไหน เขาก็อยู่ภายใต้การปกป้องของผู้วิวัฒน์ขั้นที่สามที่อยู่ข้างกาย นายต้องระวังตัว.. โอ้ เดี๋ยวก่อน คนที่ต้องระวังตัวดูเหมือนจะไม่ใช่นายแฮะ!”
อย่างไรเธอก็เคยเห็นฟางหยวนจัดการมนุษย์น้าแข็งโรเจอร์ด้วยกาลังมาก่อนแล้วและยังลืมไม่ลง
“ถ้าฉันลงมือ เธอจะหยุดฉันเหรอ?”
ฟางหยวนพูดขา ๆ
“นอกเสียจากว่านายจะทาลายล้างจนถึงระดับที่เริ่มทาร้ายชาวเมืองอื่น ๆ!”
ลูซี่พูดอย่างเคร่งขรึม “แล้วก็ ตามคาสั่งของหัวหน้าสมาคมของพวกเรา ฉันแค่เตรียมข้อมูลให้นายเท่านั้น และจะไม่ช่วยเหลือนายโดยตรง…”
“ติ๊งต่อง!”
กริ่งประตูดังขึ้น
“รูมเซอร์วิสเหรอ? ฉันคิดว่าเราไม่ได้แจ้งรับบริการนี้นี่ ใช่ไหม?”
ด้วยความสงสัย ลูซี่จึงไปส่องที่ช่องตาแมวและสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป “เป็นคนจากตระกูลรอธมาตามหาเหลย… ฉันไม่ได้ทรยศนายนะ!”
เธอหลั่งเหงื่อเย็นเยียบและรู้ว่าต้องเป็นสมาชิกสักคนหนึ่งของสมาคมพิราบขาวที่ปล่อยข่าวออกไป
“อืม! ฉันรู้ว่าไม่ใช่เธอ!”
ฟางหยวนยักไหล่และหรี่ตาก่อนที่จะเปิดประตู “เข้ามาสิ!”
“สวัสดีครับ!”
ชายคนหนึ่งใสชุดสูทสวมแว่นตากรอบทองเดินเข้ามาอย่างนอบน้อม “ผมเป็นทนายชื่อว่าซีริล ผมทางานให้กับกลุ่มการเงินรอธและยินดีต้อนรับคุณสู่เมืองไอวี่ คุณเหลยจากทวีปกลาง!”
“มีอะไร?”
ฟางหยวนนั่งลงบนโซฟาอย่างใจเย็นและถาม
“ผมนาเอาความปรารถนาดีจากคุณอีริก รอธมา!”
ซีริลขยับแว่น “คุณเหลย คุณมาที่นี่เพื่อหนึ่งในงานศิลปะของคุณอีริก รอธใช่ไหม? คุณอีริกเป็นคนใจกว้าง ตราบใดที่คุณยินดีลงชื่อในข้อตกลง เขายินดีมอบงานศิลปะชิ้นไหนก็ได้ที่คุณชอบให้”
ซีริลส่งเอกสารให้
“โอ้? จ้างฉันเป็นที่ปรึกษาพิเศษ ช่วยเขาครั้งหนึ่งและได้รับค่าตอบแทนสิบล้านเหรียญ และยังได้โบนัสประจาปีต่างหากอีก… เขาใจกว้างจริง ๆ!”
ฟางหยวนพลิกดูเอกสารและเข้าใจข้อตกลงที่ว่าทั้งหมด แต่ว่า สิ่งที่เขาพูดต่อกลับทาให้ซีริลตกใจ “แล้วถ้า… ฉันไม่ตกลงล่ะ?”
“ว่าไงนะ!”
นี่เป็นครั้งแรกที่ทนายซีริลหลุดมาด เขาเป็นทนายที่มีความสามารถของตระกูลเศรษฐีและเป็นตัวแทนให้กับเศรษฐีและผู้มีอานาจมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
สาหรับคนอย่างเขา เขาคงต้องใช้เวลาทั้งชีวิตถึงจะมีโอกาสเข้าถึงคนพวกนี้ได้แต่คนตรงหน้าเขานั้น แค่ตอบตกลงทุกอย่างก็กลายเป็นง่ายดาย
ซีริลคิดหาเหตุผลที่ฟางหยวนตอบปฏิเสธข้อตกลงครั้งนี้ไม่ออกเลย
“โทษ… ความดื้อรั้นของฉันก็แล้วกัน!”
ฟางหยวนส่ายหน้า “ดูเหมือนว่าการเจรจาจะจบแล้ว คุณอีริกมีแผนการอะไรต่อ?”
“เขาไม่ได้มีแผนการอะไรทั้งนั้นครับพวกเราเป็นพลเมืองผู้รักษากฏหมาย น่าเสียดายจริง!”
ซีริลเก็บกระเป๋าเอกสาร “อย่างไรก็ตาม… ผมได้ยินมาว่าคุณใช้วิธีการอันไม่ชอบด้วยกฏหมายในการเข้าประเทศ และคุณยังอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างละเอียดจากคนของสมาคมคนชุดดาด้วยใช่ไหมครับ?”
“อ้อ เข้าใจแล้ว เป็นการข่มขู่สินะ!”
ฟางหยวนส่ายหน้า “ถึงที่สุดแล้ว พวกคุณมันก็แค่หนูขี้ขลาดที่ทาได้แค่ใช้งานคนอื่นให้ตัวเองบรรลุจุดประสงค์ ผมประเมินคุณสูงเกินไป… ไปกันเถอะ!”
“พวกเราจะไปไหน?”
ซีริลตัวแข็ง
“ไปที่ที่อีริกเก็บของสะสมของเขาไว้ไง!”
ฟางหยวนยิ้ม
ท่ามกลางงานศิลปะหลายพันชิ้นที่อีริกมี ฟางหยวนนั้นไม่ได้ระบุว่าชิ้นไหนที่เขาตามหาอยู่ ถ้าอีริกต้องการส่งงานศิลปะทั้งหมดพวกนั้นไปซ่อนที่อื่น มันก็ต้องมีกระบวนการที่ยุ่งยากแล้ว ดังนั้น งานศิลปะเหล่านั้นน่าจะยังอยู่ที่เดิม
“ได้!”
ซีริลดูสีหน้าว่างเปล่าขณะนาทาง
“นั่นมัน… การสะกดจิตของฉันนี่!”
เห็นฉากนี้แล้วลูซี่ก็เม้มปากและอึ้งไป “เป็นไปได้อย่างไร? นายไม่ใช่ผู้วิวัฒน์ที่มีพลังสะกดจิตนี่?”
“คุณหนู!”
ฟางหยวนขา “ใครบอกเธอว่าคนผู้หนึ่งจะมีความสามารถพิเศษสองอย่างไม่ได้? นอกจากนี้… ทาไมเธอถึงคิดว่าฉันไม่สามารถทาอย่างนี้ได้ด้วยการใช้พลังจิตล่ะ?”
“เรื่องนี้ไม่สาคัญแล้ว สิ่งสาคัญก็คือตอนนี้นายกาลังพยายามจะปล้นตระกูลรอธใช่ไหม? ในพื้นที่ของสหพันธ์อินทรีทองด้วย?”
ลิ้นของลูซี่พันกันและไม่รู้จะทาอย่างไรอยู่เป็นครู่ “พระเจ้า… ไม่รู้ว่าฉันบ้าไปแล้วหรือว่าโลกนี้มันบ้า!”
“เขาก็แค่เศรษฐีคนหนึ่งและไม่ได้นับเป็นอะไรเลย…”
ฟางหยวนสวมสูทและเปลี่ยนไปเป็นชายหนุ่มท่าทางสบาย ๆ ที่กาลังจะออกไปทานอาหารเย็น “ไปกันเถอะ… ยิ่งพวกเราได้ของที่ต้องการมาเร็วเท่าไหร่ พวกเราก็กลับออกไปได้เร็วเท่านั้น!”
“บ้าชะมัด!”
ลูซี่ตัวสั่นด้วยความกลัว แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ตามไปโดยไม่รู้ตัว
อย่างไรเสีย เธอก็ทางานที่ได้รับมอบหมายเสร็จแล้ว เมื่อคิดถึงพลังของฟางหยวน เธอก็รู้ว่าอย่างน้อยพวกเขาก็มีความสามารถในการปกป้องตัวเองถ้าเกิดอะไรขึ้น
แต่ว่า เท่าที่ดู งานนี้ดูจะเป็นไปไม่ได้หรอก