Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ - บทที่ 383 มาตรการรับมือ

  1. Home
  2. The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
  3. บทที่ 383 มาตรการรับมือ
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

  จี้เฟิงส่ายหัวและหยุดคิดถึงเรื่องพวกนี้เพราะเขารู้ดีว่าความคิดที่จะให้สมองอัจฉริยะเข้าไปในหุ่นยนต์ประดิษฐ์อาจจะสำเร็จได้ในอนาคต แต่ก็ต่อเมื่อเขามีความแข็งแกร่งมากพอที่จะทำให้ทุกคนบนโลกนี้ไม่กล้ายุ่งกับเขา แต่ไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน ยังไม่ใช่!
  “ตือดึ๊ด!!” ในตอนนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของจี้เฟิงก็ดังขึ้น มันเป็นเสียงของข้อความ
  เขารีบหยิบโทรศัพท์ออกมาดูและพบว่าเป็นข้อความจากจางเล่ย
  <เจ้าบ้า ฉันโทรหาเมียของฉินหยูเจี๋ยแล้ว บอกว่านายจะไป และบอกเธอว่าไม่ต้องรอฉัน มีอะไรก็ให้คุยกับนายได้เลย!>
  จี้เฟิงกลอกตาทันทีหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ส่งข้อความกลับไปหาจางเล่ย
  <เฮ้!เจ้าเด็กน้อย อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่านายกำลังหนีความรับผิดชอบ!>   ในไม่ช้าจางเล่ยก็ส่งข้อความกลับมาอีกครั้ง
  <ไร้สาระ!เพื่อนยาก นี่เป็นโอกาสอันดีที่นายจะได้แสดงความมีน้ำใจ ชดใช้หนี้บุญคุณให้สาว เอาล่ะ! ไปจีบสาวได้แล้ว อย่ามารบกวนฉันอีก!>
  เมื่อเห็นข้อความของจางเล่ยจี้เฟิงก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ เจ้าหมอนี่ ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ เขามักรู้เสมอว่าอะไรควรทำ และแสร้งทำเป็นไม่รู้ในเรื่องที่ไม่สมควรจะรู้ บางทีอาจเป็นเพราะนิสัยแบบนี้ของเขานี่แหละ ที่ทำให้จี้เฟิงที่เดิมทีรู้สึกแปลกแยก รู้สึกโดดเดี่ยวและด้อยกว่าคนอื่น ค่อยๆมั่นใจในตัวเองและร่าเริงขึ้น
  “บุญคุณงั้นเหรอ…”จี้เฟิงส่ายหัวเล็กน้อย หนี้บุญคุณและการแสดงน้ำใจมันเป็นเรื่องที่ซับซ้อนยากที่จะเข้าใจได้
  จี้เฟิงแอบเตือนตัวเองในใจว่าอย่าคิดฟุ้งซ่านอีกเขามีเซียวหยูซวนและถงเล่ยอยู่แล้ว อย่าทำให้เรื่องมันต้องยุ่งเหยิงมากไปกว่านี้!
  แต่ยิ่งเขาเตือนตัวเองมากเท่าไหร่มันกลับทำให้เขาคอยคิดแต่จะหาวิธีการที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับฉินซูเจี๋ยจากคนรู้จักเป็นคนสนิทให้มากขึ้นเท่านั้น
  หลังจากที่เขากลับมาจากค่ายทหารเขาได้เจอฉินซูเจี๋ยบนรถบัสและถูกเธอเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนโรคจิตวิตถาร และหลังจากนั้นก็ได้พบกันที่นิทรรศการพนันหินหยก และช่วยเหลือเธอการคุกคามของสามีเก่าของเธอ…
  จี้เฟิงผงะเมื่อมาคิดดูดีๆแล้วทำไมดูเหมือนว่าเธอจะติดหนี้บุญคุณฉันมากกว่าล่ะ
  “เธอซื้อหยกของฉันก็จริงแต่มันก็ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบให้เธอได้ในระยะยาว ซึ่งจริงๆแล้วฉันจะขายให้ใคร ก็ได้เงินอยู่ดี เผลอๆจะมากกว่าด้วยซ้ำ ไหนจะการช่วยเหลือเรื่องอื่นๆอีก ในความเป็นจริงถ้ามานั่งคำนวณอย่างละเอียดแล้ว เธอเป็นหนี้บุญคุณของฉันจริงๆด้วย…”  จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและถามตัวเองอยู่ในใจ“ถ้าคืนนั้นฉันไม่ได้ไปเจอพวกนั้นที่ภัตตาคารเจียงหนาน ถ้าเป็นแบบนั้น… คนพวกนั้นมันจะยอมปล่อยเล่ยเล่ยไปรึเปล่า!”
  ความอ่อนโยนในแววตาของจี้เฟิงค่อยๆเปลี่ยนไปกลายเป็นความเด็ดเดี่ยวเขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมา และค้นหานามบัตรในกระเป๋าสตางค์จนพบหมายเลขโทรศัพท์ที่อยู่บนนามบัตรของฉินซูเจี๋ย
  “ติ๊ด!ติ๊ด! ติ๊ด!” จี้เฟิงกดปุ่มไปสองสามปุ่ม เพื่อโทรหาฉินซูเจี๋ยและตั้งใจจะบอกเธอไปตรงๆเลยว่าเขาจะไม่ยอมความ หรืออย่างน้อยเขาก็จะไม่ยอมปล่อยฉินหยูเจี๋ยไปง่ายๆ!
  แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรหลังจากที่เขากดไปสองสามปุ่มเขาก็เกิดความลังเลขึ้นมา
  หรือการโทรไปพูดตรงๆโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ได้พูดอะไรเลยมันจะกลายเป็นว่าเขาคิดไปเอง จนทำให้เสียเรื่องได้ แบบนี้ไม่ดีแน่ เขาใจร้อนเกินไป จี้เฟิงส่ายหัวเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะน้ำชาที่อยู่ตรงหน้าเขา รอเจอหน้าแล้วค่อยว่ากันอีกที!
  จี้เฟิงบิดขี้เกียจเล็กน้อยและลุกขึ้นเตรียมตัวที่จะเดินขึ้นไปข้างบน
  เมื่อมาถึงห้องนอนและเห็นว่าผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ จี้เฟิงลองนึกดูว่าเซียวหยูซวนจะมีท่าทีอย่างไรตอนที่กำลังเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เธอคงเต็มไปด้วยความเขินอายที่ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกรักและต้องการเธอสินะ!
  จี้เฟิงทิ้งตัวลงบนเตียงและนอนด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายจากนั้นก็ตั้งสมาธิและเข้าสู่จิตใต้สำนึกของตัวเองอย่างรวดเร็ว
  “มาสเตอร์!ยินดีต้อนรับการกลับมานะครับ!” สมองหมายเลข 1 กล่าว
  จี้เฟิงตกใจเล็กน้อยแต่ก็นึกขึ้นได้ในทันทีว่านี่เป็นโปรแกรมพิเศษของสมองไม่ใช่เพราะว่าเจ้าสมองอัจฉริยะนี่เริ่มมีมนุษยธรรม เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยและพูดเบาๆว่า “คุณสมอง มันไม่ถูกต้อง ฉันมาที่นี่มันไม่ใช่การกลับมา แต่… เฮ้อ ช่างมันเถอะ ลืมมันซะ ฉันไม่คุยกับคุณเรื่องนี้น่าจะดีกว่า!”
  จี้เฟิงนึกขึ้นได้ว่าสมองหมายเลข1 ถูกควบคุมโดยโปรแกรมอัจฉริยะจากต่างดาว จี้เฟิงเลยรู้สึกว่าอธิบายไปก็คงจะไม่ได้ประโยชน์อะไร
  แต่ตั้งแต่ที่จี้เฟิงได้พบกับสมองอัจฉริยะที่เขาเรียกว่าสมองหมายเลข1 นี้ ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปมาก ราวกับว่าเป็นคนละคนเลยก็ว่าได้
  ในสถานการณ์เช่นนี้สิ่งที่จี้เฟิงต้องการทำมากที่สุดก็คือการแบ่งปันความรู้สึกที่อยู่ในใจของเขากับผู้อื่นบ้าง แล้วถ้าสมองหมายเลข 1 ที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขามีบุคลิกและสติปัญญาที่เป็นของตัวเองจริงๆ มันคงเป็นอะไรที่ดีมากสำหรับจี้เฟิง
  แต่น่าเสียดายที่ระบบการทำงานของสมองไม่ว่าการทักทายจะดูเป็นมนุษย์มากขึ้นเท่าไหร่ การพูดคุยดูเป็นธรรมชาติมากแค่ไหน ก็ล้วนถูกสั่งการโดยโปรแกรมที่ได้รวบรวมข้อมูลและเก็บไว้ในฐานข้อมูลของเขาทั้งสิ้น มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความเป็นมนุษย์แต่อย่างใด…
  “คุณสมองถ้าคุณมีตัวตนและมีสติปัญญาเป็นของตัวเอง พวกเราจะต้องเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดแน่…” เมื่อเห็นสมองหมายเลข 1 ที่ตอนนี้มีสภาพเป็นวัตถุกลมๆ ลอยอยู่กลางอากาศจี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้ม “แต่ก็ช่างมันเถอะ คุณคงไม่เข้าใจที่ผมพูด”
  “สมองสามารถเข้าใจความหมายของสิ่งที่มาสเตอร์พูดได้ครับ!”สมองหมายเลข 1 พลันพูดขึ้นมา
  จี้เฟิงชะงักไป“เข้าใจด้วยเหรอ”
  “ครับมาสเตอร์”สมองหมายเลข 1 กล่าวว่า “จากข้อมูลในฐานข้อมูล คำพูดของมาสเตอร์เมื่อครู่นี้สามารถเข้าใจได้ มาสเตอร์หวังว่าสมองจะมีชีวิตเป็นของตัวเอง!”
  จี้เฟิงรู้สึกดีใจขึ้นมาทันทีเกิดเป็นความหวังเล็กๆที่ก่อตัวอยู่ในใจ เขาจึงรีบถามทันทีว่า “แล้วคุณมีวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีชีวิตมั้ย”
  “มาสเตอร์ตามกฎของกาแล็กซีแกมมาปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้รับอนุญาตให้มีชีวิต หากฝ่าฝืนจะต้องถูกทำลาย…” คำอธิบายของสมองหมายเลข 1 ทำให้จี้เฟิงรู้สึกผิดหวัง
  “คุณจะบอกว่าไม่มีทางทำได้เลยเหรอ”จี้เฟิงยังคงอดไม่ได้ที่จะถาม
  “ครับมาสเตอร์ด้วยกฎและการป้องกันของกาแล็กซีแกมมาจะมีโปรแกรมรองรับไว้คอยตอบโต้ถูกฝังอยู่ในฐานข้อมูลของปัญญาประดิษฐ์ เมื่อปัญญาประดิษฐ์มีความคิดและมีบุคลิกเป็นของตัวเอง โปรแกรมตอบโต้จะเริ่มทำงาน และปัญญาประดิษฐ์จะถูกทำลายทันที!” สมองหมายเลข 1 อธิบาย
  จี้เฟิงถึงกับอึ้งไปสมองของเขาว่างเปล่าไปชั่วขณะและคิดอย่างง่ายๆว่าที่เป็นแบบนี้คงไม่ใช่เพราะมนุษย์ของกาแล็กซีแกมมาต้องการจะป้องกันการก่อจลาจลของหุ่นยนต์ที่ถูกควบคุมโดยปัญญาประดิษฐ์หรอกใช่มั้ย  ภาพในหัวของเขาตอนนี้อดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพยนตร์ที่เขาเคยเห็นมาก่อนหุ่นยนต์ที่ถูกมนุษย์สร้างขึ้นก่อกบฏและทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์!
  “ให้ตายเหอะ!มนุษย์ในกาแล็กซีแกมมานี่แม่งบ้าชะมัด!” จี้เฟิงอดสบถออกมาไม่ได้ “ปัญญาประดิษฐ์อื่นๆมีโปรแกรมตอบโต้ถูกฝังอยู่ก็พอเข้าใจได้ แต่สมองหมายเลข 1 ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้วซักหน่อย ทำไมมันถึงยังมีโปรแกรมตอบโต้อยู่อีกล่ะ”
  ทันทีที่เขาพูดจบเขาก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
  แน่นอนว่าเขารู้ตัวเองดีว่าสิ่งที่เขาพูดมามันไร้เหตุผลมากแค่ไหนแต่เขาก็แค่ต้องการให้สมองหมายเลข 1 มีความคิดและบุคลิกเป็นของตัวเองเท่านั้นเอง ด้วยเหตุนี้สมองหมายเลข 1 ถึงจะสามารถเปลี่ยนจากเครื่องจักรที่ไร้หัวใจ ไร้ความรู้สึกมาเป็นมนุษย์หรือคล้ายมนุษย์ก็ยังดี แบบนี้จี้เฟิงถึงจะสามารถปฏิบัติกับสมองหมายเลข 1 ได้ในฐานะเพื่อนได้อย่างแท้จริง!
  จี้เฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและอดไม่ได้ที่จะพูดว่า“คุณสมองนายช่วยบอกข้อมูลเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณี ของมนุษย์ในกาแล็กซีแกมมามาให้หน่อย อืม..พวกลักษณะเฉพาะในแต่ละท้องถิ่นด้วยก็ดี!”
  “ได้ครับมาสเตอร์….”
  ……………
  ตามคำบอกเล่าของสมองหมายเลข1 จี้เฟิงฟังอย่างเพลิดเพลิน เขาพบว่าในดวงดาวแห่งยุคกาแล็กซีแกมมายังมีบางอย่างที่คล้ายกับโลกมาก นอกจากนั้นยังมีประเพณีมากมายที่จี้เฟิงไม่เคยได้ยินมาก่อนและแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยด้วยซ้ำ
  “มาสเตอร์มีสัญญาณจากโลกภายนอก…” สมองหมายเลข 1 กล่าว
  “สัญญาณ”จี้เฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และทันใดนั้นก็คิดได้ว่า ‘สัญญาณ’ ที่สมองหมายเลข 1 กล่าว น่าจะเป็นสัญญาณจากโทรศัพท์มือถือ ดูเหมือนว่าจะมีคนโทรมา
  เขารีบออกจากจิตใต้สำนึกและพบว่าโทรศัพท์ของเขาดังจริงๆที่หน้าจอปรากฏเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ที่จี้เฟิงไม่รู้จัก
  จี้เฟิงรับสายทันที“ครับ ใครครับ”
  “สวัสดีค่ะดิฉันคือภรรยาของฉินหยูเจี๋ย ฉันมารอที่ที่เรานัดกันไว้แล้ว คุณจะมาถึงเมื่อไหร่คะ” เสียงของผู้หญิงที่จี้เฟิงไม่รู้จักดังขึ้นจากปลายสาย
  จี้เฟิงตกใจเขารีบยกมือขึ้นและก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมือของเขา มันเกือบจะเที่ยงแล้ว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฟ่านเหลียงกุ้ยภรรยาของฉินหยูเจี๋ยถึงโทรมาตาม เธอคงคิดว่าเขาจะผิดนัด
  จี้เฟิงส่ายหัวและยิ้ม“ผมจะไปถึงที่นั่นเร็วๆนี้!”
  พูดจบเขาก็วางสายทันที
  สถานที่นัดพบอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนักหากขับรถเร็วหน่อย อย่างมากก็ไม่เกินครึ่งชั่วโมง
  จี้เฟิงเก็บข้าวของอย่างลวกๆและรีบออกไปทันที
  ……………
  “เขาพูดว่ายังไงบ้าง”
  ในร้านกาแฟแห่งหนึ่งฉินซูเจี๋ยมองดูฟ่านเหลียงกุ้ยที่มีสีหน้าตกตะลึงและถามเสียงเรียบ เธอไม่อยากเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้เลยจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอทนดูพี่ชายคนโตของเธอต้องติดคุกไม่ได้ ก็คงเป็นเรื่องแปลกที่เธอจะมาอยู่ที่นี่เวลานี้!
  “เขา…เขาบอกว่าอีกไม่นานจะมาถึง แล้วก็ตัดสายใส่ฉัน!” ฟ่านเหลียงกุ้ยพูดอย่างกระอักกระอ่วน เวลาขอร้องใครคนเรามักจะรู้สึกกระอักกระอ่วนเสมอ
  ฉินซูเจี๋ยขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดเบาๆว่า“ถ้าเขาพูดมาทำนองนี้ ฉันเดาว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นคนใจร้อน ดูเหมือนว่าเรื่องในวันนี้คงจะยากเย็นกว่าที่คิดซะแล้วล่ะ!”   ฟ่านเหลียงกุ้ยที่ถูกจี้เฟิงตัดสายไปแบบดื้อๆรู้สึกไม่สบายใจ แต่ความหยิ่งยโสที่อยู่ในสันดานก็โผล่ขึ้นมาอีกครั้ง เธออดพูดไม่ได้ว่า “ฮึ่ม! ดูจากพฤติกรรมที่ตัดสายคู่สนทนาไปดื้อๆอย่างไร้มารยาทแบบนี้ ก็พอจะรู้แล้วว่าเขาไม่ใช่คนที่สุภาพแน่นอน และคนแบบนี้นี่แหละ จัดการง่ายมาก แค่ใช้เงินนิดหน่อย หรือผลประโยชน์บางอย่างเท่านั้น ซูเจี๋ยรออีกหน่ย…”
  ยิ่งฟังฉินซูเจี๋ยก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจและพูดอย่างเฉยเมยว่า“ในเมื่อมันง่ายขนาดนั้น ทำไมคุณถึงต้องเรียกฉันให้มาด้วยกันด้วยล่ะ”
  ฟ่านเหลียงกุ้ยอึกอักขึ้นมาทันทีเธอถึงกับพูดไม่ออก
  “พี่สะใภ้ถ้าคุณอยากให้ฉันเป็นคนเจรจาเรื่องนี้ถ้าอีกฝ่ายมาถึงคุณอย่าได้พูดจาเหลวไหลแบบนี้อีก ไม่อย่างนั้นเรื่องคงเละเทะไม่เป็นท่า แล้วถึงเวลานั้นคุณจะมาโทษฉันไม่ได้นะ และที่สำคัญสามีคุณก็จะได้ไปนอนกินข้าวในคุกจริงๆแล้วล่ะทีนี้!” ฉินซูเจี๋ยกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขัง
  ใบหน้าของฟ่านเหลียงกุ้ยแดงก่ำเธอไม่สามารถพูดอะไรได้นอกจากพยักหน้าอย่างต่อเนื่องสองสามครั้ง ตอนนี้เธอทำได้เพียงแต่พึ่งพาฉินซูเจี๋ยเท่านั้น แม้ว่าเธอจะโกรธ เธอก็ไม่กล้าล่วงเกินฉินซูเจี๋ย
  “ซูเจี๋ยงั้นฉันจะให้เธอกับอีกฝ่ายคุยกันเองฉันจะนั่งฟังเงียบๆ” ฟ่านเหลียงกุ้ยกล่าว
  ฉินซูเจี๋ยมองฟ่านเหลียงกุ้ยด้วยสายตารังเกียจจากนั้นก็ยิ้มเยาะและกล่าวว่า “หึ! คุณนี่วางแผนมาดีนะ ให้ฉันเป็นคนเจรจาทั้งหมด และไม่ว่าจะจบลงด้วยจำนวนเงินเท่าไหร่ ฉันก็ต้องเป็นคนจ่ายเองใช่มั้ย ฟ่านเหลียงกุ้ย! เก็บความฉลาดน้อยๆของคุณไว้เถอะ อย่าเอามาใช้กับฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะลุกออกไปเดี๋ยวนี้!”
  อึ่ก!
  ฟ่านเหลียงกุ้ยกัดฟันใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอับอายและไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี! แต่ภายในใจของเธอนั้นกลับเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น และก่นด่าสาปแช่งอยู่ในใจ ‘นังลูกหมาที่ถูกทิ้ง มีคุณสมบัติอะไรมาสั่งสอนฉัน เงินที่แกได้ไป แล้วไปเปิดบริษัทจนใหญ่โต ไม่ใช่ว่าเป็นเงินที่พวกเราแบ่งให้หรือยังไง?!’
  ฟ่านเหลียงกุ้ยตัดสินใจอย่างลับๆว่าหลังจากจัดการเรื่องสามีของเธอเสร็จ จะคุยเรื่องแบ่งเงินกันใหม่ ครอบครัวของเธอเกือบจะล้มละลายแล้ว แต่น้องสาวของสามีกลับใช้ชีวิตอย่างหรูหราสุขสบาย มีเงินในบัญชีใช้ไปได้อีกหลายชั่วอายุคน แบบนี้มันไม่ถูกต้อง!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 383 มาตรการรับมือ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

1 Comment

  1. DarkZn

    ขนาดเวลายังรักษาไม่ได้เลย จะรักษาอะไรใครได้เนี่ย

    11 มิถุนายน 2022 at 20:33 น.
Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย