หมื่นอสูรก้มกราบ - ตอนที่ 1062
เล่มที่ 36 ตอนที่ 1062 : พายุฝนที่มาเยือน
ผู้คนทั่วทั้งบริเวณตัวแข็งเป็นหิน พวก เขาคิดว่าตนนั้นหูฝาด ราชันปีศาจโลกหลบซ่อนที่
วางท่าหมายจะประมือหนึ่งต่อสาม ได้หันหน้า เดินจากไปแล้ว ทั้งยังไปด้วยท่าทีสง่างามโดยไม่รู้
สึกรู้สาอะไร
L
มีคนที่หน้าบิดเบี้ยว ใบหน้าดํามืดเป็นเส้น มีทั้งคนที่อึ้งจนไม่รู้จะกล่าวอะไรออกมา
“เจ้า!” บุตรศักดิ์สิทธิ์สรรพสิ่งโกรธมาก ผม ปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง สายตาอํามหิตจับจ้องไปที่ เด็กหนุ่มที่เคลื่อนกายออกไปไกลแล้ว จึงแค่นเสีย งคํารามกล่าวออกมา “จะหนีงั้นหรือ? เจ้าจะหนี ไปไหน!”
เยาจขึ้นเองก็โกรธมากเช่นเดียวกัน เขาพุ่ง
ทะยานร่างออกไปตามเต้าหลิงหมายที่จะช่วง ชิงน้ําเต้าล้ําค่าสีทอง
น้ําเต้ามีอยู่ด้วยกันสองลูก อีกลูกหนึ่งอยู่ที่ บุตรศักดิ์สิทธิ์หยินหยาง ยากยิ่งที่จะช่วงชิงมันมา จากเขา เพราะกระบี่สังหารสองเล่มนั้นน่ากลัว มากเกินไป ทั้งยังมีสมบัติล้ําค่าเพิ่มอีกชิ้นหนึ่ง เกรงว่าที่แห่งนี้คงไม่มีใครจะสยบเขาได้!
“น่าสนใจดีนี่ หนีไปแบบนี้งั้นหรือ? ฮี คนที่ แข็งแกร่งที่สุดของโลกหลบซ่อนไม่เห็นจะเท่าไร!” บุตรศักดิ์สิทธิ์หยินหยางเอ่ยเสียงเย็น แล้วจึงไล่ ตามเขาไปเพื่อช่วงชิงน้ําเต้าสีทอง
ได้เกิดความโกลาหลขึ้น ณ ที่แห่งนี้ เหล่ าจอมยุทธ์ของโลกหลบซ่อนพุ่งทะยายร่างออกไป จอมยุทธ์ของเก้าโลกแต่ละคนต่างก็ร้องคํารามลั่น ไล่ตามพวกเขา คล้ายกับต้องการที่จะกวาดล้างให้ ราบคาบ
“พอราชั้นปีศาจโลกหลบซ่อนของข้าไป พวกเจ้าก็เริ่มโอหังขึ้นมา รอเถอะเมื่อใดที่ราชันปี ศาจกลับมา พวกเจ้าได้เห็นดีแน่!”อมีคนเงยหน้า ส่งเสียงร้อง
“ราชันปีศาจก้นหมาอะไร? ไม่เห็นหรือ
ว่าปรมายุทธ์ของโลกข้าเป็นคนขับไล่? ก็แค่พวก ไร้น้ํายา!” อมนุษย์เก้าโลกแผดเสียงคํารามลั่นฟ้า
“สามต่อหนึ่ง ทั้งยังมีสมบัติล้ําค่าอีกสาม ชิ้น พวกเจ้ายังจะกล้าพูดออกมาอีกอย่างนั้น
หรือ?”
ยังทําให้บุตรศักดิ์สิทธิ์สรรพสิ่งบาดเจ็บ ถ้ามิใช่ เพราะบุตรศักดิ์สิทธิ์หยินหยางปรากฏกาย พวก เขาทั้งสองจักต้องคุกเข่าขอชีวิต”
“นั่นสิ เก้าโลก? ไม่เห็นจะเท่าไร ราชันปี
จอมยุทธ์โลกหลบซ่อนกล่าวออกมาด้วย ความทระนง พวกเขาไม่หวาดกลัวอมนุษย์เก่า โลกอีกต่อไป ร่างพุ่งทะยานไปยังส่วนลึกพลาง แผดเสียงด่าอีกฝ่ายตลอดทั้งทาง
อมนุษย์เก้าโลกร้อนใจจนอกจะแตก พวกมันรู้สึกว่าได้รับการเหยียดหยามจนมิอาจ ให้อภัย ทว่าพวกมันก็ยากที่จะตามตัวพวกเขา เพราะเมื่อครูคนของโลกหลบซ่อนได้รักษา ระยะห่างจากพวกมันเอาไว้ ตอนนี้อีกฝ่ายได้หนี ไปจนหมดแล้ว แม้แต่คนเดียวก็หาไม่เจอ
การต่อสู้ของเต้าหลิงในครั้งนี้มีผลกร ะทบต่อชื่อเสียงของเก้าโลกอย่างมหันต์ โดยมิ ต้องสงสัย!
แสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด พวกเขารู้สึก ว่ายอดยุทธ์ที่ปรากฏกายนี้ มิได้ทรงพลังใดๆ สา มารถถูกสังหารได้อย่างง่ายดาย
พลังของเก้าโลกนั้นสูงยิ่งกว่าโลก หลบซ่อนร้อยพันเท่า แต่ผู้แข็งแกร่งระดับสูงนั้นก็ ต้องตกอยู่ภายใต้พลังของราชันปีศาจ เขา เพียงคนเดียวสามารถประมือได้กับทหารนับหมื่น!
ข่าวที่แพร่งพรายออกมาได้ส่งความอีก ทึกขึ้นทันใด พลังอานุภาพของราชันปีศาจที่ เพิ่มมากขึ้น ทําให้บุตรศักดิ์สิทธิ์เริ่มถูกเปรียบ เทียบ บัดนี้เขาได้กลายเป็นยอดยุทธ์มากฝีมือของ
ยังส่วนลึก เขาตระหนักรู้การเปลี่ยนแปลงของห้วง มิติได้แข็งแกร่งยิ่ง จนใกล้จะเข้าถึงเตห้วงมิติแล้ว ทั้งโคจรดาราก็กําลังจะเข้าสู่ขั้นสมบูรณ์
นั่นทําให้ความเร็วของเต้าหลิงนั้นเร็วมาก ความเร็วในการทะลวงผ่านห้วงมิติของเขายากที่ จะพรรณนา ระยะของเขาได้หลุดออกจากสาย
ตาของพวกเยาจวิน
“เกรงว่าเสี่ยวซวนจะไม่ไหวแล้ว!”
ภายในป่าที่เงียบสงบ สีหน้าของหลีชิง จวินดูไม่ดียิ่ง สายตาจับจ้องไปยังใบหน้าขาว ซีดของหลีเสี่ยวซวน ในเวลานี้นางได้หลับหมดสติ ไปแล้ว ลมหายใจแผ่วเบา สถานการณ์ไม่ดี เป็นอย่างมาก
โลกสวรรค์ ผู้อาวุโสสามสํานักสรรพสิ่งที่ใช้ ศิลาสรรพสิ่งจับพิกัดของเต้าหลิง ในเวลานั้นเขารู้ สึกว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์สรรพสิ่งช่างทําเรื่องที่น่า อัปยศยิ่ง แต่ละคนต่างก็ขบฟันกรอดแผดเสีย งด่าสบถออกมาอย่างไม่ขาดสาย
“เสี่ยวซวนจะไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” สี หน้าของคนชั้นสูงราชวงศ์มังกรเขียวดูไม่ดีนัก เขา รู้สึกว่าสถานการณ์ของหลีเสี่ยวซวนในตอนนี้ ย่ําแย่เป็นอย่างยิ่ง
หลีผ้านเซียงไม่แสดงสีหน้าใดๆ นางจับ จ้องสายตาไปที่เต้าหลิง นางรู้สึกว่าบางทีเต้าหลิง
อาจจะมีวิธีที่จะรักษาหลีเสี่ยวซวน สําหรับราชวงศ์ มังกรเขียวแล้วนั้นนางเป็นคนที่สําคัญมาก หาก เกิดเรื่องอะไรขึ้นจักต้องส่งผลกระทบที่ร้ายแรง
ในตอนนั้นเอง แต่ละสายตาจ้องมองไปยัง ภาพที่อยู่เบื้องหน้า ในตอนนั้นเด็กหนุ่มชุดขาวก็ หันหน้าจับจ้องสายตามายังภาพวาด
“นี่มันเรื่องอะไรกัน?” สีหน้าของ เซี่ยงหยินพลันขึงขังขึ้นมาเล็กน้อย เขารู้สึกว่า เหมือนกับอีกฝ่ายจะรู้แล้ว!
“เจ้านั่นหยั่งรู้การเปลี่ยนแปลงของห้วงมิติ ได้ลึกล้ํายิ่ง เกรงว่าเขาน่าจะรู้ตัวแล้ว!”
มีคนที่หรี่ตาลง เขาเห็นเต้าหลิงหันมายิ้มให้ กับพวกเขา ในสงครามเมื่อครู่ เต้าหลิงได้ เหนี่ยวนําเต่ําห้วงมิติ ทําให้ในตอนนั้นเขาสัมผัส ได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ที่คล้ายกับว่ามีคน กําลังสอดแนมมองดูตนอยู่
.
ทว่ารอยยิ้มของเต้าหลิงดูยากลําบากยิ่ง จากที่เขาคาดการณ์ เก้าโลกที่มานั้นมิใช่แค่พื้นที่ ต้นกําเนิด เกรงว่าจะต้องเสียจอมยุทธ์ในดิน แดนศักดิ์สิทธิ์ไปเป็นจํานวนมาก แล้วเช่นนั้นใคร เล่าที่กําลังมองดูเขาอยู่?
“หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องแย่ๆ!” พลั่งปกคลุม ไปทั่วร่างของเต้าหลิง เขาได้เหนี่ยวนําพลังปฐพี ผนึกห้วงมิตินี้เอาไว้
ภาพพลันเลือนราง ก่อนที่เต้าหลิงจะหาย ไปจากในภาพนั้น และศิลาสรรพสิ่งก็ไม่สา
มาถจําพิกัดของเต้าหลิงได้อีก
“บัดซบ!” สีหน้าของเซี่ยงฮว่าหลง เย็นยะเยือกขึ้นทันใด บทสรุปนี้เหนือจากที่เขา คาดเอาไว้ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะหนีจากศิ ลาสรรพสิ่งได้
“ผู้อาวุโสสาม หรือว่าจะหาเขาไม่พบแล้ว? ข้ารู้สึกว่าเขามีความลับบางอย่างเก็บซ่อนเอา ไว้?” มีคนสํานักสรรพสิ่งเอยถาม
“ยากมากที่จะจับพิกัดของเขา นอก จากจะพบเขาโดยบังเอิญ” เซี่ยงหยินถอนหายใจ “คิดไม่ถึงเลยว่าโลกหลบซ่อนจะมีอัจฉริ ยะเช่นนี้อยู่!”
กลุ่มคนของสํานักสรรพสิ่งพลันสั่น สะท้านขึ้นมา เพี้ยงหยินนั้นให้ความสนใจต่อราชัน
ปีศาจโลกหลบซ่อนยิ่ง พลังอานุภาพของ อีกฝ่ายนั้นน่ากลัวมาก เป็นไปได้สูงที่จะกลาย เป็นจอมยุทธ์ขั้นสวรรค์ คุ้มค่าที่จะจับตามอง
ทั้งเมื่อครูราชันปีศาจของโลกหลบซ่อนก็ยัง มิได้ใช้พลังทั้งหมด เหมือนกับว่าเขายังมีพลัง เหลืออยู่ นั่นทําให้พวกเขาตกตะลึงยิ่ง
สวนคนของสํานักซิงเฉินมิได้ประหลาดใจอะไร เป็นได้ว่าเขาจะใช้ทรัพยากรของวิหารดารา จึงได้ แข็งแกร่งถึงขนาดนี้
ตอนนี้สถานการณ์ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่ดี เท่าไรนัก เพราะคนเก้าโลกเริ่มเข้ามามากขึ้น เรื่อยๆ ทั้งยังมีขุมพลังอํานาจไม่น้อยที่เข้าไปใน เมืองเก่าแก่หลายเมืองในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ พลัน ทําให้เกิดความโกลาหลไม่จบไม่สิ้น!
กลิ่นไอของเพลิงสงครามถือประจักษ์ มีคน หลายคนที่ได้กลิ่นนั้น เกรงว่าอีกไม่นานโลก หลบซ่อนจักต้องกลายเป็นดินแดนแห่งความโกลา หลเป็นแน่
กลียุคที่กําลังจะเข้ามาเยือน ตระกูล หลายตระกูลล้วนวิตกกังวลยิ่ง เกรงว่าตระกูลของ พวกเขาคงจะจบเห่ที่ยุคสมัยนี้
ภายในส่วนลึกของสวนยาสวรรค์ ภาย ในถ้ําเก่าแก่แห่งหนึ่ง สายตาทั้งสองของเต้า หลิงจับจ้องไปที่ท้องน้อยของหลีเสี่ยวซวน ในเวล านั้นเขาเห็นพลังต้นกําเนิดจํานวนมากที่รั่ว ไหลออกมา หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าชีวิตของ
นางจะต้องตกอยู่ในอันตราย
“เจ้าออกไปก่อน” เต้าหลงกล่าวกับหลีชิง จวิน นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะขบฟันแล้ว เดินออกไป ซึ่งนางก็มิได้ถามอะไรมาก นางรู้ว่าน่า จะมีเรื่องบางเรื่องที่นางไม่ควรจะรู้
หลังจากที่หลีชิงจวินเดินออกไป เต้าหลิงก็ นั่งขัดสมาธิลง ฝ่ามือทั้งสองผสานอิน พลังกําเนิด พลังที่ไหลเวียนผกผันอยู่ภายในถ้ําเดือดพล่านขึ้น แสงหมอกสีขาวแต่ละเส้นหลั่งไหลเข้ามา โอบล้อมทั่วฝ่ามือของเขา
“คัมภีร์เต๋อายุวัฒนะ!”
เต้าหลิงเบิกตาทั้งสองกว้าง เขาได้ผสานวิ ชาของยอดจักรพรรดิมนุษย์ อักขระพรั่ง พรูออกมา พลังชีวิตล้นทะลักอัดแน่นไปด้วยพลังที่ แข็งแกร่ง
อักขระลึกลับแต่ละเส้นหลั่งไหลเข้าไป
ในร่างของหลีเสี่ยวซวน นี่ก็คือพลังกําเนิดพลังรูป แบบหนึ่ง มันได้เริ่มรักษาบาดแผลของนางและฟื้น ฟูพลังต้นกําเนิด
แต่พลังต้นกําเนิดของหลีเสี่ยวซวนนั้น น่ากลัวยิ่ง อักขระคัมภีร์เต๋อายุวัฒนะของเต้า หลิงทําได้เพียงแค่รักษาบาดแผลของนางเท่านั้น
สีหน้าของหลีเสี่ยวซวนเริ่มดีขึ้นมา แต่ นางก็ยังไม่ตื่น เนื่องจากสูญเสียพลังต้นกําเนิดไป มาก จะต้องฟื้นฟูมันคืนกลับมานางถึงจะฟื้น
นั่นมิใช่เรื่องยากสําหรับเต้าหลิง เขายังมี บุปผาเทพเสริมฟ้าเหลืออยู่ ของสิ่งนี้เพียงพอที่ จะฟื้นฟูพลังต้นกําเนิดที่เสียไปของนางกลับคืนมา
เต้าหลิงนําดอกบุปผาเทพ เสริมฟ้าออกมาดอกหนึ่ง แล้วจึงนํามันมาหลอม เป็นยาเหลว จากนั้นก็ป้อนมันเข้าไปทางปากของ หลีเสี่ยวซวน เพื่อเริ่มฟื้นฟูพลังต้นกําเนิดของนาง
หลังจากที่ทําทุกสิ่งเสร็จสรรพ เต้า หลิงก็มองดูนางอยู่พักใหญ่ ในเวลานั้นเต้าหลิงก็พ บว่าพลังต้นกําเนิดของนางเริ่มฟื้นฟูคืนกลับมา แล้ว ทั้งยังมีฤทธิ์ยาอีกมากที่หลงเหลืออยู่ในร่าง กาย
เต้าหลิงถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่ จะเม้มปากอย่างอดมิได้ ของสิ่งนี้นั้นเป็นสมุน ไพรพิสดาร น่าเสียดายที่มันมีอยู่เพียงน้อยนิด ตอนนี้เขาเหลือมันอยู่อีกแค่ไม่กี่ดอกแล้ว
“เป็นยังไงบ้าง?”
เมื่อเห็นว่าเต้าหลิงเดินออกมา หลีชิงจวินก็ รีบถามขึ้นมาในทันที “ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?”
“ตอนนี้ไม่มีปัญหาใหญ่อะไรแล้ว” เต้าหลิง กล่าว
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของหลีชิงจวินก็เปลี่ยนสี ไปเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวออกมาว่า “ยังต้องการ อะไรอย่างนั้นหรือ? พลังต้นกําเนิดของเสี่ยวซวน ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
“ไม่เป็นไร แค่ขาดของนิดหน่อย” เต้าหลิง เอยเรียบๆ
“ขาดอะไรงั้นหรือ?” หลีชิงจวินถาม
“ขาดผลมังกรทอง!” แสงเย็นประจักษ์ขึ้น
ในดวงตาของเต้าหลิง จากนั้นเขาก็ก้าวฝีเท้า เดินออกไป “ถึงเวลาเอาคืนแล้ว”
“ผลมังกรทอง!” หลีชิงจวินกล่าวออกมา ด้วยความตกตะลึง “หรือว่าเจ้าจะไปอย่างนั้นหรือ พวกเขามีสามคนนะ!”
“ก็แค่ฆ่าคนเดียว”
ร่างเงาของเขาหายไปจากป่า ทิ้งไว้เพียงแค่ เสียงเย็นที่สะท้อนดังก้องไปทั่วหัวของหลีชิงจวิน