หมื่นอสูรก้มกราบ - ตอนที่ 1029
เล่มที่ 35 ตอนที่ 1029 : ได้ดอกไม้สวรรค์
ทั่วต้นบุผาเทพเสริมฟ้าประกายแสง เรืองรอง แสงสวรรค์ดุสิตาพวยพุ่ง กลีบดอกไม้ทั้ง เก้าประจักษ์แสงส่องระยิบระยับ
ยอดยาสวรรค์ตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น แต่ ท่าที่ของบุปผาเทพเสริมฟ้าเต็มไปด้วยความหวาด ผวาและกังวลงยิ่ง ตอนนี้มันได้ถูกจับเป็น เชลยยาสวรรค์ ไม่เหมือนกับต้นไม้สวรรค์ เพียง
แค่รากเล็กๆ ของยาสวรรค์ก็สามารถนํามาใช้เป็น ยาได้!
“สหายยุทธ์ แท้จริงแล้วเจ้าคิดจะทําอะไร จงเอ่ยออกมาเสียเถอะ! บุปผาเทพเสริมฟ้า เอ่ยปากถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ มันรู้สึกว่าถ้าต้อง สูญเสียพลังไปเช่นนี้ คงไม่ใช่วิธีที่ดีนัก
มันไม่สามารถหนีออกไปได้ ไม่เช่นนั้น จะต้องถูกคนจับไป หลอมเป็นยาหรือกลืนกินเข้า ไปเป็นแน่!
“เจ้าวางใจเถอะ ข้าไม่ทําลายรากฐานของ เจ้าหรอก!” เต้าหลิงยิ้มบางๆ “ส่วนข้าต้องการ
อะไรนั้น เจ้าน่าจะรู้ดี”
“เช่นนั้น สหายยุทธเจ้าก็จงมาเก็บเกี่ยวเสีย เถอะ หวังว่าสหายยุทธ์จะไม่กลืนคําพูดของตัวเอง หรือหากเจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะรู้สึกตื้นตันใจยิ่ง” บุปผาเทพเสริมฟ้าถอนหายใจ
ยาสวรรค์นั้นพบเจอได้ยากและน่ากลัวยิ่ง แม้ว่ามันจะไม่มีจิตวิญญาณ เต้าหลิงก็ไม่คิดที่ จะทําลายมัน เพราะเป็นไปได้ว่ามันอาจจะเป็น บุปผาเทพเสริมฟ้าต้นสุดท้ายของดินแดนศักดิ์ สิทธิ์ ยาสวรรค์ก่อสวรรค์หลอมปฐพี่ประเภทนี้ หากทําลายทิ้งคงจะเหี้ยมโหดมากเกินไป
ทั้งบุปผาเทพเสริมฟ้ายังมีดอกไม้ทั้งหมด เก้าดอก ซึ่งนั่นก็คือขั้นฝึกฝนของมัน ทุกครั้ง
ที่ดอกไม้ร่วงหล่นก็จะทําให้มันเกิดการสูญเสีย
ทว่ามันก็ยังสามารถงอกออกมาใหม่ได้
เต้าหลิงเก็บดอกไม้ทั้งเก้าของบุปผาเทพ เสริมฟ้ามาอย่างไม่ลังเล พลังที่น่ากลัว พลันลดต่ําลงในทันใด ประกายที่สว่างไสวหม่นสี ไร้ซึ่งแสง
“บุปผาเทพเสริมฟ้า ข้าจะไม่กลืน คําพูดของตัวเอง เมื่อใดที่ข้าออกไป ข้าจะทําให้ เจ้าเข้าสู่ขั้นพลังอีกขั้นหนึ่ง!”
เต้าหลิงที่ให้คํามั่นสัญญาเช่นนั้น บุปผา เทพเสริมฟ้าก็รู้สึกวางใจขึ้นมาไม่น้อย จากนั้น
มันก็กล่าวออกไปว่า “เช่นนั้นต้องขอบ ใจสหายยุทธ์ยิ่ง ข้าจะปิดขั้นพลังสักระยะ”
บุปผาเทพเสริมฟ้าได้เข้าสู่สภาวะหลับใหล เพื่อฟื้นคืนพลังบริสุทธิ์ที่หายไป แน่นอนว่ามันสา
มารถออกดอกออกมาได้อีก ทว่าอายุของบุปผา เทพเสริมฟ้านั้นใกล้จะสิ้นแล้ว จึงยากที่จะให้ กําเนิดดอกไม้ออกมา
ถ้ามันสามารถทะลวงได้ มันก็จะสา
มารถอยู่ต่อได้อีกชาติหนึ่ง นั่นทําให้มนุษย์อดที่ จะรู้สึกตกตะลึงในอายุของยาสวรรค์มิได้
“ข้าจะปิดขั้นพลัง ข้าขอหนึ่งดอกก็แล้วกัน!” เสือดํากล่าวด้วยความตื่นเต้น แล้วจึงคว้า ไปหนึ่งดอกโดยไม่รอช้า
“ของสิ่งนี้ข้าใช้ได้หรือไม่?” น้ําลายของมัง กรเทียนไหลหยดออกมาจากปาก มันอยากจะกิน เข้าไปสักดอกหนึ่ง ทว่าฤทธิ์ยาของบุปผาเทพ เสริมฟ้านั้นน่ากลัวมากเกินไป หากกินมัน ชีวิตอาจจะหาไม่
ยาสวรรค์มิใช่สิ่งที่พวกเขาจะสามารถใช้ได้ ในตอนนี้ เนื่องด้วยฤทธิ์ยาที่รุนแรง ในตอนนั้น เสือดําก็แผดเสียงคํารามต่ํากล่าวออกมาว่า “ของ สิ่งนี้ไม่ว่าใครก็กินได้ ทว่าพวกเจ้าอย่ากิน เยอะเกินไปล่ะ!”
“บุปผาเทพเสริมฟ้าสามารถฟื้นฟูอาการบ กดเจ็บ หรือสิ่งอื่นๆ ที่ไม่สมบูรณ์” เต้าหลิงมอง พวกเขาทั้งสาม “พลังต้นกําเนิดของพวกเขานั้น ไม่สมบูรณ์ ซึ่งในตอนนี้ยังพอที่จะฟื้นฟูกลับคืนมา ได้ เช่นนั้นพวกเจ้าก็กินมันเข้าไปเสียเถอะ ยิ่งพลัง
ต้นกําเนิดแข็งแกร่งมากเท่าไรมันก็ยิ่งเป็นผลดี ต่อพวกเจ้า”
เต้าหลิงน้ําดอกไม้ประหลาดออกมามอบให้ กับพวกมังกรเทียน จากนั้นพวกมันก็แบ่งดอก ไม้ออกเป็นสามส่วน แล้วกลืนกินเข้าไป
ผลที่เกิดขึ้นนั้นน่ากลัวยิ่ง ม้ามังกรฟ้าที่เพิ่ง จะกินเข้าไป ทันใดนั้นก็มีเสียงอึกทึกสะท้อนดัง ออกมาจากในร่างของมัน ลมปราณที่นาตกตะลึง เริ่มไหลเวียนผกผันทั่วร่าง แทรกซึมเข้าไปใน กระดูกและเอ็นของมันอย่างบ้าคลั่ง
พลังกําเนิดพลังบางอย่างได้ก่อตัว มันปก คลุมร่างของม้ามังกรฟ้าเอาไว้ ท่ามกลางสายตา ที่ตกตะลึงของเต้าหลิง เขาบนหัวของมันที่ถูก โจวจิ้นหักค่อยๆ งอกออกมาทีละนิด!
“น่ากลัวเกินไปแล้ว ถึงขนาดฟื้นฟูเขาของ ม้ามังกรฟ้าได้อย่างนั้นหรือ!” นกยูงตกใจ เป็นอย่างมาก เพราะม้ามังกรฟ้าที่สูญเสียเขาไป
ทําให้พลังการต่อสู้ของมันลดน้อยลงหลายเท่า
ตระกูลของม้ามังกรฟ้านั้นมีชื่อเสียงที่โด่ง ดังยิ่งในสมัยโบราณกาล พวกมันมิใช่เผ่าพันธุ์สา มัญทั่วไป ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นพิภพยังอยากจะได้มันมา เป็นสัตว์ขี่
ซึ่งม้ามังกรฟ้าที่แข็งแกร่งมากที่สุดของเผ่า สามารถที่จะประมือกับอสูรฟ้าได้
“เจิ้งอวี่ ข้ารู้ว่าสายเลือดของเจ้านั้นพิเศษ ไม่แน่ว่าบุปผาเทพเสริมฟ้าอาจจะช่วยฟื้นคืนสาย เลือดของเจ้ากลับมาได้” เต้าหลิงนําดอก ไม้หนึ่งดอกส่งให้กับเหยี่ยนเม็งอวี่
“ยิ้ม ท่านปู่ก็เคยบอกเอาไว้ เขาเคยช่วยข้า ฟื้นมัน ทว่าก็ไม่สําเร็จ” เหยี่ยนเจิ้งอวี่ยิ้มแล้วรับ บุปผาเทพเสริมฟ้ามาด้วยความปีติ
ภายในแววตาของเต้าหลิงฉายแววความ ประหลาดใจขึ้นมา ชายชราผู้นั้นเป็นสุดยอดผู้ยิ่ง ใหญ่ขั้นพิภพ ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เกรงว่าคงไม่มี ใครที่จะประมือกับเขาได้ แต่เขายังไม่มีวิธีที่ จะฟื้นสายเลือดของเหี้ยนเติ้งอวี่กลับคืนมา แท้ จริงแล้วสายเลือดของนางนั้นแข็งแกร่งมากขนาด ไหนกัน?
เต้าหลิงรู้สึกฉงนใจอย่างอดไม่ได้ บรรพบุ รุษของเหยี่ยนเม็งอวี่เคยมียอดจักรพรรดิ ถือประจักษ์ บางทีเหยี่ยนเม็งอวี่อาจจะเป็นลูก หลานของยอดจักรพรรดิ
“ใช่แล้ว ทั้งบุปผาเทพเสริมฟ้ายังสามารถ ให้หญ้าดาราหารกินได้!” เสือดําแผดเสียงคําราม กล่าวด้วยดวงตาที่เป็นประกาย “ไม่แน่ว่าหญ้าด าราหาอาจจะเข้าสู่ระดับขั้นปฐมสมบัติล้ําค่า!”
“หญ้าดาราหาร! “ความปีติฉายแววขึ้นใน แววตาของเต้าหลิง ตอนนั้นหญ้าดาราหารที่ โอบรัดอยู่บนข้อมือของเขา มันก็ได้พุ่ง ทะยานออกมาฝังรากอยู่กลางห้วงมิติ ลําต้นของ มันสั่นไหวเล็กน้อย แสงมงคลมรกตร่วงหล่นตกลง มา
เต้าหลิงนําบุปผาเทพเสริมฟ้ามอบให้กับ หญ้าดาราหารดอกหนึ่ง มันโอบรัดดอกไม้เอาไว้ แล้วจึงดูดซับฤทธิ์ยาของบุปผาเทพเสริมฟ้า แสง ที่ประกายออกมาทั่วลําต้นของมันก็พลัน สว่างจ้ายิ่งขึ้นเรื่อยๆ
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นน่าตกใจยิ่งนัก หญ้าดาราหารแผดเผาสว่างจ้าเสียจนลืมตาแทบ ไม่ขึ้น คล้ายกับว่ามันได้สําเร็จการผลัดเปลี่ยนแล้ว ครั้งหนึ่ง
ซึ่งสิ่งที่ทําให้เต้าหลิงตะลึงมากก็คือ จุดสีทองเล็กๆ ได้ปรากฏขึ้นมาที่ลําต้นของหญ้าด าราหาร ซึ่งจุดสีทองเหล่านั้นได้แผดเผาขึ้น มาพร้อมกันประหนึ่งดวงทิตย์ที่ถูกย่อส่วน
“เป็นไปได้ยังไง?” เสือดําร้องคํารามเสีย งหลง “สัญญาณการหวนคืนของบรรพบุรุษ!”
“หรือว่าจะเป็นเมล็ดรุ่นแรก?” เต้าหลิง เบิกตาทั้งสองกว้าง เขารู้สึกว่าด้วยฤทธิ์ยาของ บุปผาเทพเสริมฟ้า ทําให้จุดสีทองบนลําต้นของ หญ้าดาราหารประกายสว่างมากยิ่งขึ้น
เสือดํายังไม่อยากจะเชื่อ หญ้าดาราหารที่ จะหวนคืนกลับนั้นเป็นสิ่งที่ยากยิ่ง เมล็ดที่อ่อนแอ นั้นสามารถผลัดเปลี่ยนยังขั้นสูงได้ด้วยยาสวรรค์ ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่มันเห็นเมล็ดที่จะหวนกลับคืน สู่บรรพบุรุษ
หญ้าดาราหารที่ถูกกระตุ้นนั้นน่ากลัว เป็นอย่างมาก มันนั้นได้เข้าสู่สภาวะหลับ ใหลอย่างรวดเร็ว หญ้าดาราหารกําลังผลัดเปลี่ยน เพื่อเข้าสู่ขั้นปฐมสมบัติล้ําค่า
“หากมันหวนกลับคืน เช่นนั้นเมล็ดต่อ ไปของมันก็จะกลายเป็นรุ่นที่สอง!” เสือดํากล่าวต ๆแดงก่ํา เต้าหลิงรู้เรื่องของหญ้าดาราหารน้อยยิ่ง โดยที่เสือดําจะรู้เรื่องของหญ้าดาราหารมากกว่า
หากหญ้าดาราหารเติบใหญ่ มันจะต้อง กลายเป็นกําลังเสริมที่สําคัญของเต้าหลิง แต่ จะต้องใช้ของล้ําค่าจํานวนมากในการเลี้ยงมัน!
เต้าหลิงรู้สึกว่าบุปผาเทพเสริมฟ้านั้น อัด แน่นไปด้วยพลังชีวิตที่แข็งแกร่ง จากนั้นเขาก็ นําขวดหยกขนาดใหญ่ออกมาเก็บมันเอาไว้ เมื่อ รอดูการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่หญ้าดารา หารผลัดเปลี่ยนสําเร็จ
“ข้าเองก็จะปิดขั้นพลังเช่นเดียวกัน!” เสือ ดํากินบุปผาเทพเสริมฟ้าเข้าไป ซึ่งมันกินเข้า ไปหนึ่งดอกเต็มๆ!
หลังจากที่เสือดํากินเสร็จ ก็มีดักแด้ปก คลุมร่างของมันเอาไว้ชั้นหนึ่ง เต้าหลิงสัมผัสได้ถึง พลังราชันที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของเสือดําค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นมา!
พวกมังกรเทียนทั้งสี่ได้กินบุปผาเทพ เสริมฟ้าเข้าไป ทําให้พวกมันได้เข้าสู่สภาวะหลับ ใหล เดาว่ากว่าจะตื่นน่าจะใช้ระยะเวลาหนึ่ง
เต้าหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก สายตาจับจอง ไปที่บุปผาเทพเสริมฟ้า เขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่าง มาก ตอนนี้เขาได้ของมาครบทั้งหมดแล้ว ขาด เพียงแค่บ่อยาหลอมเท่านั้น
เมื่อถึงตอนนั้นพลังต้นกําเนิดกายศักดิ์ สิทธิ์ของเต้าหลิงก็จะเข้าสู่ขั้นเล็ก นั่นจะเกิดผลที่ ดีมหาศาลยิ่งกับเขา พลังการต่อสู้ของเขาก็จะพุ่ง ทะลวงไปยังขั้นที่น่ากลัวจนเหนือคณานับ!
“ท่านพี่เต้าหลิง ท่านหลอมยาเถอะ พวก เราจะช่วยคุ้มกันให้เอง” นกยูงยิ้มด้วยความปีติ ผมยาวสีดําขลับปลิวไสวไปตามสายลม แสงสว รรค์ปกคลุมไปทั่วร่างอรชร
เต้าหลิงพยักหน้า ทว่าในขณะที่กําลัง จะพูดอะไรนั้น เขาก็ขมวดคิ้วเพราะมอง เห็นอินสัญลักษ์สีแดงที่ประจักษ์ขึ้นระหว่างคิ้วของ นกยูง
นกยูงขมวดคิ้วเรียงสวยเล็กน้อย ฝ่ามือ เล็กๆ ของนางกระชับแน่น นางสัมผัสได้ว่าสาย เลือดของตนกําลังสั่นไหว
“นกยูง เป็นอะไรไป?” เต้าหลิงถาม
“ไม่มีอะไร ท่านพี่เต้าหลิงเริ่มหลอมยา เถอะ” นกยูงกล่าวด้วยหัวใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของนกยูง เต้าหลิงก็ ยิ้มหม่นออกมาแล้วกล่าวว่า “เกิดเรื่องอะไรกัน? เจ้าจะให้หลอมยาทั้งอย่างนี้อย่างนั้นหรือ?”
นกยูงลังเลครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็เอ่ยเสียง เบาออกมา “นี่คือสัญญาณสายเลือดที่ส่ง ออกมาของตระกูลข่ง หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับ คนของตระกูลข่งก็จะมีสัญญาณเช่นนี้ถูกส่ง ออกมา”
ภายในใจของนกยูงเต็มไปด้วยความสับสน นางไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวอะไรกับตระกูลข่งอีก ทว่านกยูงนั้นมิใช่คนเลือดเย็นจะให้นางไม่ยุ่งอะไร เลยนั้น นางทําไม่ได้
“อย่าโง่เขลาไปหน่อยเลย เจ้าอยากทําอะไรก็ทําเถอะจะได้ไม่ต้องมาเสีย ดายภายหลัง” เต้าหลิงลูบหัวของนกยูงพลาง ยิ้มออกมา
“ท่านพี่เต้าหลิง ทว่าก่อนหน้านี้ที่ตระกูลข่ง ทํากับพวกเรา ทําให้ข้าไม่อยากจะข้อง เกี่ยวอะไรกับพวกเขาอีกแล้ว” ดวงตาของนกยูง พลันแดงก่ํา แล้วจึงเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึก ที่ควบคุมมิได้
“อย่าได้เสียใจกับเรื่องเล็กน้อยที่ผ่านมา ข้า รู้ว่าในใจของเจ้านั้นรู้สึกไม่ดี เช่นนั้นหากเจ้า ทําอะไรได้ก็ทําเถอะ!”
เต้าหลิงจับไหล่ของนกยูง “เจ้าจะต้อง ปล่อยวาง”
“ปล่อยวาง นกยูงกล่าวพึมพําออกมาโดย ไม่รู้ตัว
“เม็งอวี่ เจ้าอยู่ที่นี่คอยคุ้มครองพวกเสือ ดําเอาไว้ ข้าจะออกไปกับนกยูงสักเดี่ยว”
เต้าหลิงพานกยูงออกไปจากที่นี่ เขารู้สึก ว่าตระกูลข่งที่ส่งสัญญาณออกมาเช่นนี้ บางที อาจจะเพื่อดึงดูดให้พวกเขาออกมา เต้าหลิง เองก็อยากจะรู้ว่าแท้จริงแล้วตระกูลข่งคิดที่ จะทําอะไร