เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1774 ถ้าอย่างนั้น...ให้ผมลองดูไหมครับ
ณ สถานวิจัยยาใหม่เฉินชางในเขตพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงของมณฑลตงหยางที่นี่เปิดทำการอย่างเป็นทางการมาหลายเดือนแล้วทุกคนล้วนวิจัยกันอย่างขยันขันแข็งหวังเอาชนะโรคพาร์กินสันให้ได้ในเร็ววันหลังจากเฉินชางชี้ให้เห็นถึงจุดร่วมระหว่างโรคอัลไซเมอร์และโรคพาร์กินสันครั้งนั้นอัตราความก้าวหน้าของทั้งสถานวิจัยก็ยกระดับขึ้นเป็นอย่างมาก!
แตงานวิจัยวิทยาศาสตร์มักจะสร้างภาพลวงตาให้คนเสมอ!
นั่นคือทุกครั้งที่มีความก้าวหน้าล้วนทำให้คนรู้สึกว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ล้วนนึกว่าจะบรรลุผลสำเร็จอันยอดเยี่ยมได้แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า…ทุกครั้งที่ก้าวหน้าไปอีกขั้นจู่ๆ จะค้นพบว่าระดับความยากในเรื่องนี้เพิ่มขึ้นอีกแล้ว!
ถ้าอยากแก้ไขปัญหาให้ได้จะมีปัจจัยและสาขาที่จำเป็นต้องพิจารณาและศึกษาเพิ่มเข้ามาอีก!
เดิมทีศาสตราจารย์จางมูก็ทำวิจัยโรคอัลไซเมอร์อยู่แล้วดังนั้นเมื่อเฉินชางเสนอความเห็นว่าเอนไซม์ในหมวดแอสพาราจีนเอ็นโดแปปติเดส[1]มีฤทธิ์ปรับเปลี่ยนโปรตีน tau ให้เหนียวหนืดและเป็นพิษมากขึ้นเพราะเหตุนี้ตัวยาที่มีฤทธิ์ยับยั้ง AEP จึงแสดงคุณประโยชน์ที่แน่ชัดบางอย่างเมื่อใช้รักษาสัตว์ตัวแบบโรคอัลไซเมอร์เมื่อเป็นเช่นนี้จะมีเอนไซม์ที่เพิ่มความเป็นพิษของแอลฟาซินนิวคลินที่ม้วนพับอยู่ด้วยหรือไม่ปัญหานี้ซับซ้อนมากจริงๆ!
ถึงขั้นเรียกได้ว่าทำให้รู้สึกเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรไม่ว่าใครก็ไม่มีวิธีค้นหา “เอนไซม์” จากเนื้อเยื่อแสนซับซ้อนเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งนี้จะส่งผลทางพยาธิวิทยาต่อแอลฟาซินนิวคลินที่ม้วนพับหรือไม่
จำเป็นต้องใช้กระบวนการวิศวกรรมชีวภาพค่อนข้างซับซ้อนเพื่อจัดการเรื่องนี้!
การอภิปรายที่เดือดตึงเครียดดำเนินอยู่ภายในห้องทำงาน
ไททานีสขมวดคิ้วนิดๆ เอ่ยขึ้นว่า “ความคืบหน้าของฝ่ายวิศวกรรมเอนไซม์ในปัจจุบันช้าเกินไปแล้วจนตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัดจากศาสตราจารย์คือนซิดีนเลย! ทุกครั้งที่ผมพูดเรื่องขอความร่วมมืออีกฝ่ายหาข้ออ้างสารพัดอย่างเพื่อแก้ตัวเฮ้อ…”
ได้ยินไททานีสกล่าวด้วยความผิดหวังเช่นนี้ทุกคนล้วนไม่รู้เลยว่าควรปลอบใจอย่างไรดี
คือนซิดีนและไททานีสเคยเป็นพันธมิตรที่เข้ากันได้ดีมาก
แต่หลังจากไททานีสย้ายมายังประเทศจีนชื่อเสียงของเขาดูเหมือนจะตกต่ำลงในบางแวดวงทุกคนทยอยตีตัวออกห่าง
กล่าวกันตามตรงส่วนใหญ่แล้วการวิจัยวิทยาศาสตร์ยังคงมีการแบ่งแยกชนชาติอยู่แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่อยากยอมรับแต่พวกเขาจะหาเหตุผลสารพัดอย่างเพื่อโน้มน้าวตัวเองและผู้อื่น
อย่างเช่นตอนนี้เฉินชางคือคนที่ก้าวหน้าเร็วที่สุดในด้านวิจัยโรคพาร์กินสันแต่เพราะเหตุใดผู้เชี่ยวชาญแสนเก่งกาจเหล่านั้นถึงไม่เต็มใจจะมาร่วมด้วยกันละเพราะพวกเขาโง่เขลาไม่รู้เรื่องงั้นหรือแน่นอนว่าไม่ใช่!
ไม่ใช่ว่าคุณเก่งแล้วทุกคนจะมาร่วมกับคุณ
มีปัญหาข้อหนึ่งที่เป็นความจริงอย่างยิ่งนั่นคือการวิจัยวิทยาศาสตร์เป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบการแข่งขัน
ตราบใดที่คุณยังไม่ได้ผลลัพธ์จากการวิจัยไม่ว่าจะก้าวหน้าไปไกลแค่ไหนก็ไม่นับว่าประสบความสำเร็จ!
ก็เหมือนสถานการณ์ตอนนี้สถานวิจัยต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเอนไซม์แต่ผู้เชี่ยวชาญชั้นแนวหน้าระดับนี้หายากมากจริงๆ
พันธมิตรหลายคนที่ไททานีสเคยร่วมงานด้วยตอนนี้น้อยนักที่จะยอมมา!
ส่วนฐานวิศวกรรมชีวการแพทย์ภายในประเทศก็อยู่ในช่วงตั้งไข่เท่านั้นการวิจัยเกี่ยวกับโปรตีเอส[2]มีอุปสรรคยากในหลายขั้นตอนจริงๆ แม้แต่การแยกเอนไซม์เพื่อนนำมากลั่นใช้งานซึ่งเป็นขั้นตอนที่ง่ายที่สุดก็ยังใช้เทคโนโลยีแยกไบโอฟิล์มที่อเมริกาปลดทิ้งเมื่อห้าปีก่อนอยู่เลยสิ่งเหล่านี้คือการวิจัยขั้นพื้นฐาน!
แค่การวิจัยขั้นพื้นฐานเหล่านี้ก็ตัดสินโครงสร้างขั้นต่อไปได้แล้วไม่ว่าการวิจัยวิทยาศาสตร์ใดๆ ล้วนไม่ได้กำเนิดขึ้นจากความว่างเปล่าในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบจางมูอดถอนหายใจไม่ได้ความก้าวหน้าทางเภสัชกรรมของประเทศอันที่จริงไม่ได้ล่าหลังแค่ในเรื่องเทคโนโลยีการผลิตยาเท่านั้นแต่เป็นเพราะความก้าวหน้าด้านการแพทย์อันเป็นสาขาที่ต้องใช้อนุมานควบคู่กัน!
การแพทย์ไม่ใช่สาขาวิชาที่ง่ายดายเลยแถมยังเป็นสาขาวิชาที่มีความซับซ้อนสูงประกอบด้วยฟิสิกส์เคมีอณูชีววิทยา….วิชาพื้นฐานต่างๆ นานา!
แม้แต่การกลั่นแยกชิ้นส่วนเล็กๆ ในวิศวกรรมเอนไซม์ก็ยังกลายเป็นเรื่องยากเย็นเข็ญใจในเวลานี้!
ชั่วขณะนั้นทุกคนล้วนเงียบงันหยางหลานอดกล่าวไม่ได้ “หรือพวกเราจะติดต่อไปหาเพื่อนเก่าที่สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนดี”
จางมูส่ายหน้า “เทคนิคของเขาก็พอๆ กับอวี่ชวงหยงนั่นแหละไม่ต้องติดต่อไปหรอกติดต่อไปก็ได้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจนอยู่ดี”
อวี่ชวงหยงได้ยินพลันหน้าแดงขึ้นมา
ถึงแม้จางมูจะพูดจาไม่ไว้หน้าเป็นอย่างมากแต่ก็เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้!
การแยกชิ้นส่วนเอนไซม์เล็กจิ๋วเพื่อค้นหาแกนหลักกลายเป็นปัญหาไปแล้ว!
เวลานี้มีเสียงเปิดประตูแว่วขึ้นมาทุกคนที่จมอยู่ในห่วงความคิดพลันตกใจล้วนผงะไปเล็กน้อยถึงขั้นที่มีคนสะดุ้งขึ้นมาล้วนไม่ค่อยสบอารมณ์ขึ้นมาทันที!
ใครกันที่มาตอนกำลังประชุมอยู่ทุกคนหันไปมองพบว่าเฉินชางมาแล้ว!
ทุกคนต่างโล่งใจขึ้นมาเฉินชางเห็นบรรยากาศค่อนข้างกดดันอดตะลึงไม่ได้
“นี่มัน…อะไรกันครับทำไมบรรยากาศกดดันขนาดนี้”
ทุกคนได้ยินล้วนถอนหายใจแต่จางมูกลับบอกไปตรงๆ “ศาสตราจารย์เฉินกำลังจะติดต่อไปหาคุณพอดีนั่งแล้วค่อยคุยเถอะ”
เฉินชางพยักหน้านั่งลงในตำแหน่งหนึ่งมองไปที่จางมู “เกิดอะไรขึ้นครับ”
จางมูเอ่ยกับอวี่ชวงหยง “เหล่าอวี่นายเล่าทีสิ”
อวี่ชวงหยงพยักหน้าหยิบข้อมูลที่มีขึ้นมา
“เรื่องเป็นแบบนี้ครับพวกเราได้สกัดแยกและกลั่นเอนไซม์จากระบบประสาทของหนูทดลองอยากเริ่มดำเนินการวิจัยตามแนวคิดแรกเริ่มที่ศาสตราจารย์เฉินเสนอมา”
“แอสพาราจินเอ็นโดแปปติเดสปรับเปลี่ยนโปรตีน tau ในโรคอัลไซเมอร์ได้ทำให้นำเป็นพิษและเหนียวหนืดยิ่งขึ้น”
“ตรงตามที่คุณพูดทั้งหมดโรคพาร์กินสันคือโรคที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของระบบประสาทมีอัตราเกิดโรคเป็นรองลงมาจากอัลไซเมอร์พวกเราจึงเริ่มดำเนินการแยกและกลั่นเอนไซม์จากหนูทดลองโรคพาร์กินสันด้วย”
“แต่…ดูเหมือนพวกเราจะเผชิญปัญหาบางอย่างเข้าแล้วไม่ทราบว่าเป็นสาเหตุจากปัจจัยทางเทคนิคหรือว่าปัจจัยอื่นใดช่วงหนึ่งเดือนมานี้พวกเราดำเนินการแยกส่วนมากว่าหกร้อยครั้งตรวจสอบดูเกินสามพันหนลองทดสอบหลายหมื่นครั้งแต่ไม่พบเอนไซม์ที่ส่งผลให้แอลฟาซินนิวคลินที่พับม้วนมีความเป็นพิษมากขึ้น!”
“นี่คือข้อมูลโดยละเอียดหมวดหมู่เอนไซม์ที่พวกเราค้นพบในปัจจุบันมีเพียง 671 ชนิดที่เหลือดำเนินการต่อไม่ได้แล้วครับ!”
หลังจากอวี่ชวงหยงเล่าจบทุกคนล้วนถอนหายใจไททานีสอดกล่าวไม่ได้ “ผมติดต่อไปหาศาสตราจารย์คือนซิดีนเพื่อนเก่าของผมแต่…ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยินดีให้ความช่วยเหลือพวกเรา!”
จางมูพลันเสนอว่า “ศาสตราจารย์เฉินไม่อย่างนั้น… พวกเราจะเปลี่ยนแนวทางดีไหมครับ”
ทุกคนต่างพยักหน้ารับในเมื่อเจาะลึกด้านเอนไซม์เพื่อศึกษาแอสพาราจินเอ็นโดแปปติเดสของโรคอัลไซเมอร์ไม่ได้ถ้าอย่างนั้นพวกเราควรเปลี่ยนแนวทางกันดีหรือไม่ถึงอย่างไร…วิศวกรรมเอนไซม์ก็เปลืองเงินมากจริงๆ หนึ่งเดือนมานี้จางมูคำนวณดูแล้วว่ามีการลงทุนกับด้านนี้ไปเกือบสามสิบล้านหยวนแล้วไม่เคยพบผลลัพธ์ใดๆ เลยเสียเงินเปล่า!
นี่ก็คือการวิจัยวิทยาศาสตร์เป็นความจริงที่แสนโหดร้าย!
ขณะที่ทุกคนค่อนข้างสิ้นหวังจู่ๆ เฉินชางก็เอ่ยว่า “ไม่อย่างนั้น…ให้ผมลองดูไหมครับ”
ทันทีที่เอ่ยเช่นนี้ทุกคนในห้องเงียบงันลงทันที
[1] แอสพาราจินเอ็นโดแปปติเดส (Asparagine endopeptidase: AEP) เป็นเอนไซม์ย่อยโปรตีนเอนไซม์นี้มีความเกี่ยวข้องกับโรคต่างๆ ของมนุษย์เช่นมะเร็งหลอดเลือดแดงแข็งและการอักเสบสามารถตรวจพบได้ในม้ามตับสมองเนื้อเยื่ออัณฑะและหัวใจ
[2] โปรตีเอส (protease) เป็นเอนไซม์ที่เร่งปฏิกิริยาโปรติโอไลซิสสลายโปรตีนให้เป็นโพลีเปปไทด์หรือกรดอะมิโนเดี่ยวที่มีขนาดเล็กลงและกระตุ้นการสร้างผลิตภัณฑ์โปรตีนใหม่ซึ่งโปรตีเอสเกี่ยวข้องกับวิถีทางชีวภาพหลายอย่าง