เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1773 รักษาหรือเอาตัวรอด (2)
เลอเลอเห็นสถานการณ์ก็อดถอนหายใจไม่ได้เธอมองชายร่างผอมชุดดำทว่าเหลือบตามองชายผิวขาวรวมท่วมที่อยู่ด้านข้างแวบหนึ่ง
“ตอนนี้สถานการณ์ของคนไข้ค่อนข้างพิเศษอีกอย่างไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยหายใจหรือว่าตัวยาในการรักษาล้วนต้องใช้เงินทั้งนั้นไม่อย่างนั้นก็จ่ายยาให้ไม่ได้อยาาสร้างปัญหาอะไรขึ้นเลยคะ!”
เป็นอย่างที่คิดพอได้ยินเลอเลอพูดแบบนี้ชายร่างผอมค่อนข้างกังวลใจแล้ว
ตอนนี้เขากลัวที่จะต้องจ่ายเงินเนื่องจาก…เขาไม่มีเงิน
แต่จังหวะนี้เอง!
ชายร่างท้วมทนไม่ไหวหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อราวห้าพันหยวนยื่นส่งให้ชายร่างผอม “น้องชายนายเอาไปใช้ก่อนเถอะเวลานี้…จะปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นกับน้องฮัวไม่ได้เด็ดขาด!”
เป็นอย่างที่คาดไว้ชายร่างผอมก็มีสีหน้าตกใจเช่นกันเขาไม่คิดเลยว่าเจ้าอวนหยางจะมอบเงินให้โดยไม่ลังเล
แบบนี้พลันหน้าแดงก่ำขึ้นมาชั่วขณะ
ตนเป็นสามีแต่กลับไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ!
“อันนี้ครับคุณพยาบาลผมจะจ่ายทั้งหมดให้ อย่าปล่อยให้เธอตายเด็ดขาดนะครับ!” เจ้าอวนหยางรีบเอ่ยกลัวเปาไทเฝ้ามองเงินหมื่นหยวนหลุดลอยออกจากกระเป๋าโรงพยาบาลในใจเปี่ยมด้วยความไม่เต็มใจ
ถึงอย่างไรตอนนี้เขาก็ไม่มีเงินเลยสักแดง!
ที่พาลูกชายวัยสิบเอ็ดปีมาเมืองอันหยางครั้งนี้เงินทั้งหมดที่มีเอาไปใช้สนับสนุนการศึกษาของลูกแล้ว
ตอนนี้ในครอบครัวเรียกได้ว่าสิ้นเนื้อประดาตัวแล้วพอเห็นว่าฤดูใบไม้ผลิกำลังจะผ่านพ้นไปกัวเปาไทก็เริ่มกังวลขึ้นมาลึกๆ
ฤดูร้อนฝนตกหนักอยู่อาศัยหากมีฝนรั่วซึมเข้ามาในบ้านอีกับบ้านซอมซ่อหลังนี้ต้องพังถล่มแน่
ถึงตอนนี้จะผุพังไปบ้างแต่อย่างน้อยก็มีที่ซุกหัวนอน!
ว่ากันตามจริงถ้าไม่ใชเพราะพี่หยางที่อยู่ตรงหน้าคนนี้บอกว่าถ้ามาเมืองอันหยางจะได้เงินก้อนหนึ่งเขาไม่มีทางมาแน่!
กัวเปาไทแต่งงานมาสิบสามปีแล้วแต่ราวหกเจ็ดปีก่อนกัวเปาไทเลือดออกในสมองเนื่องจากดื่มสุรา
ตอนนี้ขจัดต้นตอของโรคไปแล้วแต่เดินเหินไม่คล่องพูดก็ไม่ชัดเจนอย่าว่าแต่ทำงานเลยแม้แต่การใช้ชีวิตขั้นพื้นฐานยังจัดการไม่ได้!
ช่วงแรกเงิมฮัวจินเยคอยดูแลเขาอยู่ที่บ้านหลังจากออกมาหางานทำก็ไม่กลับบ้านหาปีแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องเงินเลยเธอไม่เคยส่งเงินกลับไปเลยสักแดงเดียวหากไม่ใชเพราะเป็นเรื่องความเป็นความตายเขาคงไม่ยอมมาจริงๆ
พูดให้ชัดคือสายสัมพันธ์สามีภรรยาของทั้งสองขาดสะบั้นไปนานแล้วหากไม่ใชเพราะต้องมีคำอธิบายให้ลูกชายต่อให้พูดอย่างไรเขาก็ไม่มาแน่นอนด้านเลอเลอพอเห็นเจ้าอวนหยางคนนี้ทั้งยอมจ่ายเงินและยอมทุ่มกำลังให้ก็อดบ่นไม่ได้ “เจ้าอวนหยางคนนี้มองโลกในแง่บวกเกินไปมั้งเป็นพวกกินปูนร้อนท้องตามแบบฉบับเลยกัวเปาไทคนนี้ก็โง่เกินไปแล้ว!”
“เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่าเรื่องนี้เป็นแบบไหนไม่รู้จักโมโหเสียบ้างเลย!”
เสี่ยวหลินเดินผ่านมาได้ยินคำพูดของเลอเลอก็อดกล่าวไม่ได้ “อาจจะหมดเยื่อใยไปนานแล้วละมัง!”
หลังจากจ่ายเงินเสร็จจนแล้วจนรอดกัวเปาไทและลูกชายก็ไม่เข้าไปเยี่ยมฮัวจินเยเลยแม้แต่แวบเดียว
ช่วงเที่ยงวันเจ้าอวนหยางพากัวเปาไทมาเลี้ยงข้าวที่ร้านอาหารให้เด็กชายไปพักในโรงแรมเล็กๆ ชั่วคราวก่อน
หลังจากนั่งลงก็สั่งอาหารจานเนื้อมาหลายอย่างแถมสั่งเหลามาด้วย
พอดื่มเหล้ามากเข้ากัวเปาไทก็ถอนหายใจออกมา “พี่หยางอันที่จริงผมไม่โทษพี่เลยผมได้แต่โทษตัวเองที่มอบชีวิตดีๆ ให้เยจือไม่ได้! คนเรามีสิทธิเลือกชีวิตของตัวเองผมไม่ก้าวก่ายเรื่องของเธอแต่ว่า…ตอนนี้ไม่ทันรู้ตัวก็กลายเป็นแบบนี้ไปคงไม่ถูกต้องใช่ไหมละ! คุณบอกชื่อคลินิกนั่นกับผมเถอะเดี๋ยวผมจะไปฟ้องพวกเขาผมไม่เชื่อหรอกว่าพวกมันจะทำอะไรให้คนพิการอย่างผมได้!”
เจ้าอวนหยางได้ยินก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วนทันทีเขาที่วางแผนมานานขนาดนี้จะปล่อยให้กัวเปาไททำเสียเรื่องได้อย่างไร
“น้องชายนายอย่าเพิ่งเรื่องเลย! ตอนนั้นเยจือไปผ่าตัดนั่นคือมอบอำนาจตัดสินเป็นตายให้หมอเขาแล้วตอนแรกอีกฝ่ายก็ไม่ยอมทำหรอกแต่พอได้ยินไปหลายพันหยวนถึงได้ยอมตกลง”
กัวเปาไทพลันเชิดหน้า “ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะข่มเหงกันได้นี่ตอนนี้คนไม่รอดแล้วแต่ยังได้เงินอยู่ดีผมจะฟ้องพวกเขา!”
เจ้าอวนหยางพยักหน้า “เรื่องนี้มึงอย่ากังวลไปเลยฉันไปสืบมาแล้วคลินิกเล็กๆ นั่นมีปัญหาจริงๆ ตามกฎหมายบัญญัติของประเทศห้ามไม่ให้ผ่าตัดทำแท้งเด็ดขาดน้องฮัวถูกเขาทำให้อยู่ในสภาพนี้จะต้องมีคำอธิบายสักอย่างเรื่องนี้มึงวางใจเถอะพี่ใหญ่จะมอบคำอธิบายให้มึงแน่นอน! ฉันรู้จักทนายว่าความคนหนึ่งเขาบอกว่าถ้าคนอยู่ในสภาพแบบนี้หากว่ามีการตัดสินโทษอาจจะได้รับเงินชดเชยเท่านี้…”
เจ้าอวนหยางชูนิ้วหนึ่งขึ้นมา กัวเปาไทตาเป็นประกายขึ้นมา “หนึ่งหมื่นเหรอ”
เจ้าอวนหยางส่ายหน้า
ดวงตากัวเปาไทลุกวาวขึ้นมาทันทีเอ่ยอย่างค่อนข้างตื่นเต้น “หนึ่งแสนเหรอ”
เจ้าอวนหยางตบโต๊ะเอ่ยอย่างเที่ยงธรรม “ยังไงก็ต้องได้สักล้านสิ! นี่คือเหตุผลที่ฉันเรียกตัวพวกมึงมา! พวกมึงเชื่อฉันเถอะพี่ใหญ่ไม่ทำร้ายพวกมึงแน่ถ้าได้เงินก้อนนี้มาฉันก็ไม่เอามากหรอกให้ฉันนิดหน่อยก็พอฉันจะเอาแค่สามส่วนอีกเจ็ดส่วนที่เหลือมึงก็เอากลับไปเป็นทุนการศึกษาให้ลูกได้เรียนดีๆ เถอะ”
พอกัวเปาไทได้ยินก็รีบจับคลำไปตามตัวหยิบกล่องบุหรี่ราคาถูกยับเยินอันหนึ่งออกมาจากตัวจุดส่งให้อีกฝ่าย “ได้ครับพี่หยางพี่สูบเถอะเรื่องนี้คงต้องขอให้พี่ช่วยแล้ว! ผมก็ไม่ใช่คนโลภมากขอห้าแสนก็พอแล้วถึงอย่างไรก็ติดต่อประสานงานก็ต้องเสียเงินทั้งนั้น”
หลังจากนั้นกัวเปาไทไปหาเพื่อนฝูงกลุ่มหนึ่งคนพวกนี้ล้วนเคยเป็นลูกน้องเก่าสมัยที่เขาทำงานรับเหมาก่อสร้างเดิมที่พามาเพราะคิดจะขู่ขวัญกัวเปาไทให้หวาดกลัวพูดกันตามตรงเจ้าอวนหยางไม่ได้ชอบพอในตัวฮัวจินเยเลย
แต่ตอนที่เธอเป็นแม่บ้านในบ้านเขามีคืนหนึ่งเขาเมามากกลับมาก็หน้ามืดตาลาย
ฮัวจินเยตั้งมั่นอยากอยู่ที่นี่ไปตลอดยอมทอดกายถวายใจเจ้าอวนหยางเป็นธรรมดา
ต่อมาเรื่องเหลานี้จึงเกิดขึ้นเพราะความเมามายไม่มีสติ
แต่เจ้าอวนหยางทำงานอยู่ที่ไซต์ก่อสร้างตลอดปีมีสาวใหญ่สักคนคอยปรนนิบัติพัดวีทำกับข้าวให้กินแบบนี้ก็ไม่ได้รังเกียจเช่นกัน
จนกระทั่งอีกฝ่ายท้องขึ้นมาเขาถึงได้เริ่มระมัดระวังตัวเขากลัวว่าอีกฝ่ายจะสร้างความเดือดร้อนให้ตนถึงได้พาไปทำแท้งที่คลินิกเล็กๆ แห่งหนึ่ง!
ใครจะไปคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแบบนี้ค่อนข้างเป็นปัญหาใหญ่!
เดิมทีพอนึกถึงว่าฮัวจินเยยังมีลูกและสามีอยู่เจ้าอวนหยางก็กลัวจะเดือดร้อนเหมือนกันแต่ไม่คิดเลยว่ากัวเปาไทคนนี้จะไม่มีความรู้สึกดีต่อฮัวจินเยแล้ว
ดังนั้นเขาถึงได้เกิดแนวคิดยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวแบบตอนนี้ขึ้นมา
ด้วยเหตุนี้!
วันเวลาหลังจากนั้นด้วยการสนับสนุนของเจ้าอวนหยางกัวเปาไทพาลูกชายและคนอีกกลุ่มหนึ่งไปโวยวายก่อปัญหาในคลินิก อีกทั้งยังใช้ทนายข่มขู่พวกเขาควบคู่ไปด้วยด้วยกังวลว่าถ้าจู่ๆ ฮัวจินเยตายกะทันหันจะส่งผลต่อรูปคดี ดังนั้นเจ้าอวนหยางจึงทุ่มเงินเพื่อยื้อลมหายใจเอาไว้
ทางด้านซินเยียนก็เวทนาเด็กจึงทุ่มกำลังรักษาฮัวจินเยแต่ว่า…เรื่องราวค่อนข้างซับซ้อนอยู่เสมอหลายวันต่อมาพวกกัวเปาไทพากันมาที่โรงพยาบาลบอกว่าจะพาภรรยากลับบ้านเกิดยอมแพ้ต่อการรักษาแล้ว!
“หมอครับพวกเราไม่มีเงินแล้วลูกผมยังต้องเรียนหนังสือพวกเรา…ยอมแพ้แล้ว!”
แต่ตอนนี้ซินเยียนพอจะจับทางรักษาคนไข้ได้แล้ว
เธอรีบเอ่ยว่า “อาการของคนไข้ดีขึ้นมากแล้วนะคะพวกคุณจะไม่ลองทบทวนให้ดีอีกทีเหรอฉันคาดการณ์ว่าถ้าทนต่อไปอีกสักเดือนน่าจะฟื้นตัวกลับมาบ้างแล้ว!”
พอได้ยินประโยคนี้กัวเปาไทมีสีหน้าตกใจ!
แต่ละวันใช้เงินหมื่นกว่าหยวนต่อให้เป็นเทพเซียนก็อยู่ไม่ไหวหรอกส่วนเจ้าอวนหยางมีสีหน้าตกใจเสียยิ่งกว่าถ้าฮัวจินเยตายจะเป็นผลดีต่อทุกคนจะปล่อยให้รอดไม่ได้เด็ดขาด!
ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงรวมหัวกันตอนนี้กัวเปาไทพร้อมจะหอบเงินห้าแสนกลับบ้านแล้วไม่ยากจะเสียเงินพวกนี้ให้ฮัวจินเยที่ไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยแล้ว!
เขาจึงรีบตัดสินใจทันที
ส่วนเจ้าอวนหยางก็กระตือรือร้นมากจัดหารถมารับที่โรงพยาบาลด้วยตัวเองขับรถไปส่งทั้งครอบครัวถึงขั้นที่คอยจับตามองจนจัดการงานศพเรียบร้อยแล้วถึงได้ออกมาจากหมู่บ้านชนบทแห่งนั้นช่วงฝังศพหน้าหลุมมีคนคุกเข่าอยู่สามคนเจ้าอวนหยางโล่งใจแล้วกัวเปาไทก็โล่งอกเช่นกัน
มีเพียงเด็กชายที่ร้องไห้เล็กน้อย
เพียงเท่านี้เรื่องราวก็นับว่าจบลงอย่างเป็นทางการแล้ว!
ส่วนซินเยียนก็เพิ่งทราบเรื่องนี้ในภายหลัง
หลังจากซินเยียนรายงานเรื่องนี้ช่วงประชุมฝ่ายในวันจันทร์ทุกคนล้วนเงียบงันการแพทย์และโรงพยาบาลมีแนวคิดคนละอย่างกันในโรงพยาบาลก็เป็นเช่นนี้เต็มไปด้วยชีวิตที่ด่างพร้อยและจิตใจที่ซับซ้อนต่างๆ นานา