เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1768 ใครก็เอาตัวคุณไปไม่ได้ผมรับรอง!
มีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นบ่อยครั้งกระตุ้นอะดรีนาลีนทุกวันพูดตามตรงเฉินชางค่อนข้างคิดถึงความรู้สึกนี้ถึงขนาดที่เฉินชางอยากจัดเวรดึกให้ตัวเองเดือนละสองสามคืนเช่นกันเนื่องจากตอนนี้หัวหน้าแผนกตามชั้นต่างๆของศูนย์ฉุกเฉินล้วนต้องเข้าเวรดึกสาเหตุหลักเป็นเพราะตอนนี้ปริมาณผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดปัจจัยเสี่ยงจึงค่อนข้างสูงขึ้นอย่างไรก็ตามพอเฉินชางเห็นคนกลุ่มหนึ่งกรูกันไปที่ห้องผู้ป่วยก็ตะลึงเล็กน้อยเช่นกันเกิดอะไรขึ้นเฉินชางเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปเมื่อตามจางเสวี่ยเลี่ยงทันก็เอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้นครับ”
จางเสวี่ยเลี่ยงเป็นผู้อาวุโสประจำแผนกฉุกเฉินเข้ามาพร้อมกันเฉินชางอยู่ในสังกัดของจางซูแผนกฉุกเฉิน
ตอนนี้ก็นับว่าเป็นแพทย์เจ้าของไข้มากประสบการณ์แล้วเช่นกันหลังจากเห็นเฉินชางเขารีบตอบว่า “วันนี้มีผู้ป่วยถูกส่งตัวมาด้วยเหตุฉุกเฉินภาวะหัวใจห้องล่างเต้นแผ่วเฉียบพลันสถานการณ์ค่อนข้างอันตรายแต่ช่วยเหลือไว้ได้ทันเวลา”
“แต่…ถึงแม้อาการด้านหัวใจของผู้ป่วยจะไม่หนักหนาแต่สภาพจิตใจค่อนข้างย่ำแย่ครับ!”
“เมื่อกี้พยาบาลแจ้งมาเขาเตรียมจะผูกคอตายในห้องพัก!”
พอเฉินชางได้ยินก็ตกใจทันที!
ฆ่าตัวตายที่ศูนย์ฉุกเฉินหรอ
นี่มันสถานการณ์อะไรกัน
เฉินชางรีบตามจางเสวี่ยเลี่ยงไปที่ห้องสังเกตอาการเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอาวุโสฉินไทซานกอดขาชายวัยสามสิบกว่าคนหนึ่งไว้
“หนุ่มนายเพิ่งจะอายุเท่าไรกันเชียว”
“คิดไม่ตกซะแล้วเหรอ!”
“ในอนาคตยังมีเรื่องดีๆรออยู่นะนายจะหุนหันพลันแล่นไปชั่วขณะไม่ได้!”
แม้ฉินไทซานจะอายุมากแล้วแต่ด้วยพื้นฐานทำงานใช้แรงเขาจึงรั้งตัวชายวัยสามสิบกว่าหนักเจ็ดสิบแปดกิโลกรัมไว้ได้!
ชายคนนั้นส่ายหน้าเอ่ยด้วยสีหน้าหวาดกลัว “ไม่ๆๆ! คุณไม่เข้าใจหรอก! ผู้อาวุโสบ้านเราโดนสาปแล้ว! สมาชิกครอบครัวเราประสบเรื่องร้ายสารพัดทยอยตายตามกันไปทุกปี! พวกเราถูกสาปแล้วคุณเข้าใจไหมครับผู้อาวุโสถึงคราวของทั้งบ้านเราแล้ว! ตอนนี้ก็ถึงตาผมแล้ว!”
ฉินไทซานอดขมวดคิ้วไม่ได้ “ถ้านายตายไปลูกนายจะเป็นยังไง! เมียนายจะทำยังไง!”
ชายคนนั้นได้ยินก็โมโหยิ่งกว่าเดิม!
แม้แต่น้ำเสียงยังเจือความสิ้นหวังเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน!
“เมียผมหนีไปกับคนอื่นแล้วลูกก็ไม่ใช่ลูกผม!”
ฉินไทซานตะลึงงันทันทีทันใดนั้น…ไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรดี!
ว่ากันตามตรง…เขาค่อนข้างอยากปล่อยชายคนนี้ไปเสียแล้วแต่แน่นอนว่าทำไม่ได้
พวกเฉินชางเห็นเหตุการณ์ก็รีบเดินเข้าไปหาทั้งกลุ่มรวมแรงรวมใจรั้งตัวชายคนนั้นลงมา!
หรือว่า…จะเป็นโรคจิตเวชที่เกิดจากโรคหัวใจตัดความเป็นไปได้ของคนนี้ทิ้งไม่ได้เนื่องจากโรคจิตเวชที่เกิดจากสภาพจิตใจมีอยู่จริงแต่ตอนนี้เฉินชางยังไม่ทราบรายละเอียดสถานการณ์ของผู้ป่วยอย่างแน่ชัดดังนั้นจึงเอ่ยกับจางเสวี่ยเลี่ยงว่า “ไปเอาผลตรวจและผลวินิจฉัยของผู้ป่วยมาทีครับผมอยากอ่าน”
จางเสวี่ยเลี่ยงรีบพยักหนารับฉินไทซานมองชายหนุ่มอดถอนหายใจไม่ได้เอ่ยไปว่า “พ่อหนุ่มนายอย่าคิดไม่ตกไปเลย! ในโรงพยาบาลนี้มีคนอีกมากมายที่อยากมีชีวิตต่อแต่ทำไม่ได้นายอย่าทำตัวงี่เง่านะ! ฉันอายุรุ่นนี้แล้วพบเจอเรื่องราวมาสารพัดคำสาปอะไรกันโกหกทั้งนั้น!”
ชายหนุ่มส่ายหน้ารัวสีหน้าเต็มไปด้วยความกลัว “ไม่! ผู้อาวุโสคุณไม่เข้าใจหรอก! ผมไม่ได้ป่วยจริงๆสุขภาพผมดีมากตอนที่ตรวจเมื่อปีก่อนก็ยังดีๆไม่มีปัญหาสักนิด! จุดนี้เหมือนกับพี่ใหญ่พี่รองและพี่สามของผมที่เป็นแบบนี้เหมือนกันหมด! ผมเป็นน้องเล็กสุดของบ้านตอนพี่ใหญ่ผมอายุสามสิบหกปีอยู่ดีๆก็จากไปกะทันหัน! พี่รองผมก็เหมือนกันพออายุได้สามสิบหกปีพอดิบพอดีนอนหลับไปตามปกติแต่ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย! ครอบครัวเราเสียขวัญกันหมดรีบไปหาซินแสให้ช่วยตรวจสอบผลคืออีกฝ่ายบอกว่าที่ตั้งสุสานบรรพชนของพวกเราไม่ดีเป็นอัปมงคลจำเป็นต้องย้ายสุสาน! พวกเราก็หาวันฤกษ์ยามดีเชิญซินแสฮวงจุ้ยมาจากนั้นก็ย้ายสุสานให้เรียบร้อยพอย้ายสุสานเสร็จพี่สามของผมจุดธูปไหว้ผลคือ…ผลคือเขาเสียชีวิตกะทันหันตรงจุดที่ย้ายสุสานมา! ตอนนั้น…พี่สามของผมก็เพิ่งอายุสามสิบหกพอดีเหมือนกัน! ผมกลัวมากจริงๆ… ปกติพวกเราแข็งแรงดีไม่เคยมีปัญหาใดๆเลยจู่ๆก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นสุขภาพพวกเขาแข็งแรงมากแท้ๆ! ปีนี้ผมก็จะสามสิบหกแล้วเหมือนกันผมกลัวว่าตัวเองจะเป็นแบบพี่ๆเลยไปตรวจสุขภาพบ่อยๆแต่ว่า…ไม่เคยมีปัญหาอะไรทั้งนั้น! ผลสุดท้ายปีนี้ในช่วงสัปดาห์ก่อนจู่ๆคุณภาพการนอนของผมก็ย่ำแย่ลงในไม่กี่วัน! ผมคิดว่าครอบครัวถูกสาปเข้าแล้วมีชีวิตได้ไม่เกินสามสิบหกปีผมรับรู้ได้ว่าความตายเข้าใกล้ผมแล้ว! จริงๆนะผมกลัวเหลือเกินผมคิดว่า…ถ้าต้องเป็นแบบพวกเขาสู้ผมจัดการตัวเองซะดีกว่าจะได้ไม่ต้องคอยหวาดหวั่นจนนอนไม่หลับอยู่ทุกวัน!”
เฉินชางมองผู้ป่วยที่ค่อนข้างวิตกจริตค่อนข้างสงสัยพอสมควรเป็นคำสาปจริงๆนะหรือแต่ต่อให้เป็นคำสาปพวกเฉินชางก็ไม่เชื่ออยู่ดี!
พวกเขาเป็นหมอเชื่อในวิทยาศาสตร์เป็นหลัก
ถึงแม้จะมีเรื่องราวมากมายที่อธิบายไม่ได้แต่ก็ไม่มีทางหันไปพึ่งศาสตร์ลี้ลับ!
เวลานี้เองจางเสวี่ยเลี่ยงถือผลคลื่นหัวใจเข้ามาเอ่ยกับเฉินชางว่า “ผู้อำนวยการเฉินคุณดูสิ…ส่วนใหญ่ปกติดี!”
เฉินชางอ่านผลคลื่นหัวใจอย่างละเอียดไม่พบปัญหาใดๆเลยแบบนี้ก็แปลกนะสิ!
หรือจะปกติดีจริงๆ
จังหวะนี้จู่ๆเฉินชางก็นึกขึ้นมาหรือจะเป็นโรคจิตเวชจริงๆผู้ป่วยนอนไม่หลับมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว
พอคิดมาถึงตรงนี้เฉินชางตัดสินใจจะให้เขาพักผ่อนสักคนก่อนจากนั้นค่อยติดตามอาการอย่างใกล้ชิดฉินเสี่ยวหยวนก็ตามมาด้วยหลังจากพบเฉินชางก็ถามว่า “เป็นยังไงบ้าง”
เฉินชางเล่าสถานการณ์ของผู้ป่วยให้ฉินเสี่ยวหยวนฟังเขาค่อนข้างกังวลใจดังนั้นจึงเอ่ยว่า “พอครับพอกลับไปก่อนเถอะฝากบอกเยว่เยว่ด้วยว่าคืนนี้ผมจะอยู่เฝ้าเวร”ผู้ป่วยคนนี้…พิเศษมากผมกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกลางดึก”
ฉินเสี่ยวหยวนพยักหนารับ!
คนนี้ทุกคนล้วนวิตกอย่างยิ่ง
ถึงอย่างไรทุกคนก็เคยได้ยินเรื่องคำสาปกันมาบ้างไม่ขมมากก็น้อยการคุยเรื่องอาถรรพ์ในห้องทำงานโรงพยาบาลช่วงกลางดึกเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งต้องยกย่องความใจกล้าของแพทย์กลุ่มนี้
เพื่อเพิ่มอรรถรสทุกคนจึงสั่งบาร์บีคิวมาแต่ในช่วงเวลาประมาณตีสามเสียงออดฉุกเฉินดังขึ้นแล้ว “เกิดเหตุกับผู้ป่วยเตียง 33 ค่ะ!”
พยาบาลแผนกฉุกเฉินรีบวิ่งมาแจ้งหมอ
พวกเฉินชางมีสีหน้าตกใจทันทีเตียง 33 คือผู้ป่วย ‘ต้องสาป’ คนนั้น
ทันใดนั้น!
บรรยากาศในห้องแปลกพิกลขึ้นมาหลายส่วนในชั่วขณะ
หลังจากทุกคนมาที่ห้องพักผู้ป่วยก็พบว่าริมฝีปากผู้ป่วยซีดม่วงลมหายใจแผ่วไม่มีการตอบสนอง!
“จัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ!”
“หัวใจห้องล่างเต้นแผ่วรัวแล้ว!”
“กระตุ้นหัวใจ!”
ทุกคนเริ่มงานยุ่งขึ้นมา
หลังจากกู้ชีพอยู่พักหนึ่งทุกคนค่อนข้างใจหาย
จู่ๆทำไมหัวใจห้องล่างเต้นแผ่วรัวเฉียบพลันล่ะ! นี่ครั้งที่สองแล้วนะ!
จู่ๆเฉินชางก็เอ่ยว่า “ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจต่อไป!”
รอจนผู้ป่วยเตียง 33 ได้สติเขามองเฉินชางด้วยสีหน้าสิ้นหวัง “ผู้อำนวยการเฉิน..ผมคงไม่รอดแล้วจริงๆ! มัจจุราชมาเอาชีวิตผมแล้ว! ผมถูกสาปแล้วจริงๆใคร…ก็ช่วยผมไม่ได้! ผมเห็นคนพวกนั้นมารับตัวแล้ว…”
เวลานี้เฉินชางจ้องมองจอคลื่นไฟฟ้าหัวใจไม่ปริปากสักคำดูเหมือนเขาจะมองอะไรออกแล้ว!
โชคจริงๆหลังจากเฉินชางพินิจดูจนถี่ถ้วนสองตาพลันเปล่งประกายขึ้นมา!
เขามองผู้ป่วยเอ่ยเสียงเรียบว่า “ใครก็เอาตัวคุณไปไม่ได้หรอกผมรับรอง!”
ทุกคนได้ยินก็ตะลึงไปทันที!
ประโยคนี้!
แม่งโคตรเผด็จการจริงๆ!