เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1767 ผู้อำนวยการที่ยินดีต้อนรับที่สุด!
แต่เรื่องสำคัญที่สุดคือข้อมูลที่เฉินชางรวบรวมมาไม่มีประโยชน์ในการหักล้างกันเลย!
ในระหว่างที่ถูกฟ้องร้องและดำเนินคดีจูเฉียนถูกสั่งพักงานแล้ว
แต่เรื่องพวกนี้ไม่สำคัญสำหรับจูเฉียนเลยในช่วงเวลานี้จูเฉียนไม่สนใจจะไปจัดการคดีความใดๆของตนทางครอบครัวรับผิดชอบจัดการให้ทั้งหมด
ส่วนตัวเขานอกจากช่วงที่ต้องไปขึ้นศาลแล้วจะเก็บตัวทำวิจัยเขียนวิทยานิพนธ์!
ท้ายที่สุด!
ช่วงที่เขาถูกตัดสินโทษจำคุกแปดปีบทความเรื่องหนึ่งได้เผยต่อโลกตีพิมพ์ใน ‘วารสารการแพทย์โรคมะเร็งทางคลินิก!
และในเวลาเดียวกันนี้ภาครัฐเริ่มให้ความสำคัญกับสถานการณ์วิจัยมะเร็งปอดที่เกิดจากละอองฝุ่นชนิดพิเศษ
แล้ว ณ สถานที่ตัดสินโทษจูเฉียนเขาเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม!
เมื่อนักข่าวถามว่าเพราะอะไรจูเฉียนตอบว่า “ผมทำในสิ่งที่ผมคิดว่าสมควรทำแล้ว”
“ผมไม่ผิดต่อเสื้อกาวน์ที่สวมและไม่ผิดต่อสิ่งที่ผมตามไขว่คว้ามาตลอดครึ่งชีวิตแต่ทว่า… ผมผิดต่อครอบครัวของผมถ้าในอนาคตผมพ้นโทษผมจะชดเชยให้ครอบครัวผม”
ตอนนั้นเรื่องนี้สร้างคลื่นลูกใหญ่ไปทั้งประเทศ
ถึงแม้จูเฉียนจะสร้างคุณูปการแต่ก็เปลี่ยนแปลงความจริงที่เขาบุกรุกเข้าไปอย่างผิดกฎหมายไม่ได้
อีกทั้งทางเหมืองยืนกรานในเรื่องที่ว่าจูเฉียนทำผิดกฎหมายสร้างความเสียหายแก่เหมืองและตอนนั้นทางเหมืองถ่านหินต้องจ่ายเงินจำนวนมากเพราะเรื่องของจูเฉียนเพื่อให้เขาได้รับแพ็กเกจสุดหรูแปดปีนี้!
แต่จูเฉียนกลายเป็นนักโทษคนแรกที่ได้รับรางวัล ‘แพทย์บำเพ็ญประโยชน์’ และ ‘ร้อยอันดับยอดผู้อำนวยการโรงพยาบาล’ ตลอดจนชื่อเสียงเกียรติยศต่างๆขณะที่อยู่ในคุก!
และเมื่อเขาปีที่สองภาครัฐได้ผลสรุปการวิจัยละอองฝุ่นชนิดใหม่แล้วมีการเพิ่มเงินชดเชยให้คนงานเหมืองถ่านหินใหม่และยกระดับมาตรการป้องกันด้วย
ผู้อำนวยการจูเฉียนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศเพราะ
หลังจากจูเฉียนเข้าเรือนจำไปก็ได้รับการปฏิบัติแบบพิเศษเนื่องด้วยสถานการณ์พิเศษ
แต่ก็ไม่ทราบรายละเอียดสถานการณ์เช่นกันดังนั้นหลังจากเฉินชางเห็นผู้อำนวยการจูเฉียนส่งใบสมัครมาก็ตะลึงงันโดยสิ้นเชิง!
หากว่ากันในตอนนั้นวิทยาลัยแพทย์หลายแห่งทั่วประเทศเผยแพร่เรื่องราวของจูเฉียนในแง่ดีเป็นเรื่องฮือฮามากจริงๆ
ตอนนั้นเฉินชางยังไม่จบมหาลัยแต่ก็ประทับใจกับเรื่องราวของจูเฉียนมากตั้งปณิธานว่าจะเป็นคนแบบผู้อำนวยการจูเฉียนให้ได้เวลาล่วงเลยมาหลายสิบปีปัจจุบันมีคนเอ่ยถึงเรื่องราวของจูเฉียนน้อยมาก
ถึงขั้นที่คนส่วนใหญ่ลืมแต่เฉินชางไม่ใช่
พอนึกถึงว่าไอดอลของตนกำลังจะมาที่โรงพยาบาลในใจของเฉินชางยังคงรู้สึกดีใจมากเขารีบตรวจดูคุณสมบัติและข้อมูลของจูเฉียนหลังจากได้เห็นเฉินชางตกใจเล็กน้อย!
[จูเฉียน:
ทักษะวิจัยวิทยาศาสตร์: 5 ดาว
ทักษะทดลองทางคลินิก: 5 ดาว
พรสวรรค์ด้านบริหาร: 5 ดาว
คะแนนรวม: 95 คะแนน]
หลังจากเห็นข้อมูลนี้บอกตามตรงว่าเฉินชางค่อนข้างประหลาดใจ!
ถึงขั้นที่เฉินชางอยากจะต่อสายหาจูเฉียนอยากช่วยให้เขาได้ตำแหน่ง
แต่ถึงอย่างไรจูเฉียนก็เคยมีคดีความเรื่องนี้ไม่เป็นประโยชน์ใดๆสำหรับจูเฉียนเลยอีกทั้งในบันทึกคดีตอนนั้นจูเฉียนฝ่าฝืนกฎหมายหลายมาตราจริงๆ
สำหรับเรื่องพวกนี้อาจจะเป็นเพราะเฉินชางถูกล้างสมองมาแล้วว่านี่คือการกระทำที่ฮีโร่สมควรทำแตในมุมมองของคนส่วนใหญ่กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ถึงขั้นที่เรื่องนี้จะเป็นเงื่อนไขหลักในการพิจารณา
ทางการเมืองต้องทราบด้วยว่าปัจจุบันตำแหน่งโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลคือระดับรองอธิบดีแล้วนะ!
ผู้อำนวยการจูเฉียนเป็นคนที่เคยมีคดีความแบบนี้จะถูกผู้นำเหล่านั้นคัดค้านไหมนะ
เรื่องพวกนี้เฉินชางเองก็ไม่แน่ใจ
เมื่ออยู่ในควบคุมแม้จะมีข้อดีแต่ก็มีข้อเสียมากมายเช่นกัน
แน่นอนว่านี่คือแบบอย่างที่สมควรตามกฎเกณฑ์หลังจากเฉินชางอ่านไปรอบหนึ่งก็เห็นว่ามีหลายคนที่มีคะแนนสูงผู้อำนวยการคนหนึ่งที่เคยบริหารโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองหลวงมีคะแนนรวมสูงถึง 93 คะแนนแถมยังมีคนหนึ่งที่กลับมาเรียนบริหารเพิ่มถึงขั้นที่เฉินชางเห็นคนมีพรสวรรค์ด้านบริหารระดับห้าดาวบวกคะแนนรวม 91 คะแนน
คนเหล่านี้ทำให้เฉินชางพอใจมากแต่เพราะเรื่องของจูเฉียนทำให้เฉินชางค่อนข้างลังเล
หลังจากนี้อาจขึ้นอยู่กับการประเมินรอบสุดท้าย
คะแนนจากระบบเป็นเพียงด้านหนึ่งยังคงต้องสอบสัมภาษณ์เพื่อดูทัศนคติและแนวคิดของอีกฝ่ายด้วย
นี่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญต่อโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลมากเช่นกันหลังจากเรียบเรียงข้อมูลเสร็จหัวหน้าจางกับหัวหน้าหยางก็พลอดรักจบแล้วเช่นกันตอนนี้คนในฝ่ายกิจการแพทย์ล้วนทยอยกลับมาแล้ว
หลังจากเห็นเฉินชางทุกคนเอ่ยทักทายเฉินชางด้วยรอยยิ้มเฉินชางมองทุกคนที่ดูเหมือนจะเคยชินกับการที่หัวหน้าจางมาที่นี่ไปแล้วพลันถอนหายใจอย่างค่อนข้างกังวล
เอาเป็นว่า… ถ้าทุกคนว่างก็ไปตรวจน้ำตาลในเลือดดูนะครับทุกคนผงะไป “ตรวจน้ำตาลในเลือดทำไมเหรอครับ”
จางโหยวฝูฟาดหลังเฉินชางที่หนึ่งหน้าแดงขึ้นมาตำหนิพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าหนุ่มพูดมากไปแล้ว!”
หยางถงเองก็ยิ้มเฉินชางที่ถูกจางโหยวฝูลากออกจากห้องทำงานยังคงเอ่ยกับทุกคนว่า “มีคนจูจี๋กันในห้องทำงานทุกวันบรรยากาศหวานชื่นสูงปรี๊ดขนาดนี้คิดดูสิครับว่าทำงานในบรรยากาศแบบนี้น้ำตาลในเลือดจะไม่เพิ่มสูงเหรอ”ทุกคนพลันหัวเราะฮาๆขึ้นมาเฉินชางออกจากฝ่ายกิจการแพทย์ในใจครุ่นคิดถึงการสอบสัมภาษณ์วันพรุ่งนี้
การสอบสัมภาษณ์ไม่ใช่การสอบสัมภาษณ์ตามแบบแผนแต่จะสอบถามปัญหาเชิงอัตวิสัยบางอย่างเพื่อประเมินแนวคิดของอีกฝ่ายและแผนพัฒนาอนาคตของโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑล
เนื้อหารายละเอียดในการสอบสัมภาษณ์เฉินชางไม่ใช่กรรมการหลักกรรมการหลักตัวจริงยังคงเป็นผู้อาวุโสจง
ถึงอย่างไรก็เป็นหัวหน้าการแพทย์แห่งประเทศจีนและเป็นผู้อำนวยการกิตติมศักดิ์ของโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลดังนั้นไม่ว่าจะเป็นในแงของประสบการณ์หรือแง่อื่นๆเขาก็มีอำนาจในการตัดสินสูงช่วงบ่ายเฉินชางเรียกทุกคนมาประชุมเช้าวันจันทร์มีงานไม่มากดังนั้นเฉินชางมักจะเลือกช่วงเวลานี้สำหรับการหารือสถานการณ์บางอย่างกับทุกคนรวมถึงพูดคุยถึงความก้าวหน้าใหม่ๆในการวิจัยให้ทุกคนได้เรียนรู้และกระตุ้นกันและกันคล้ายการเข้าร้านซาลอนแต่ไม่ได้มีบรรยากาศแบบนั้นแต่ว่ากันโดยรวมแล้วใช้ได้ทีเดียว
จำนวนคนไม่น้อยเลยมีสี่สิบถึงห้าสิบคนส่วนใหญ่เป็นกำลังหลักของแผนกฉุกเฉินทั้งสิ้นแผนกศัลยกรรมทรวงอกฉุกเฉินอยู่ที่ชั้นหนึ่งมีผู้รับผิดชอบสองคนเป็นผู้หญิงทั้งคู่คนหนึ่งคือเมิงซีส่วนอีกคนเป็นสาวผมสั้นผอมบางวัยสามสิบห้าปีดุห้าวๆเหมือนผู้ชายชำนาญการผ่าตัดยิ่งกว่าใครในแผนกแถมไม่เคยกลัวความเหนื่อยยากลำบากจุดนี้ทำให้เหล่าหมาสงสัยว่าแม้แต่ประจำเดือนของสหายเชิ่งหนานก็คงจะไหลย้อนขึ้นด้านบนกระมังไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางเก่งได้ขนาดนี้!
ถูกต้องเธอคนนี้ชื่อหยางเชิ่งหนานเป็นคนบ้างานคนหนึ่งช่วงค่ำเฉินชางและเลขาถานรวมถึงฉินเสี่ยวหยวนนั่งหารือเกี่ยวกันเรื่องสอบสัมภาษณ์ในวันพรุ่งนี้อยู่ที่โรงพยาบาลหลังได้ข้อสรุปฉินเสี่ยวหยวนจะไปเอารถส่วนเฉินชางจะไปเดินตรวจแผนกฉุกเฉินพอดิตั้งแต่ขึ้นเป็นผู้อำนวยการเฉินชางไม่ได้เข้าเวรดึกเลย
เฉินชางอยากจะไปเดินตรวจสักรอบแล้วค่อยกลับผลคือเพิ่งมาถึงแผนกฉุกเฉินก็เห็นหมอเวรกลุ่มหนึ่งวิ่งไปยังห้องผู้ป่วย