เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1716 วิกฤต! จะทำอย่างไร? ใครจะช่วยได้!
ชายใส่แว่นและเจ้าหน้าที่รีบบอกที่อยู่ให้กับเหล่าอู๋และหลิ่วจื่ออีกด้านหัวหน้าทีมสั่งให้เตรียมสายฉีดน้ำบนรถดับเพลิงเป้าหมายของภารกิจคือโน้ตบุ๊กสองเครื่องบนชั้นสามทั้งสองใส่ชุดดับเพลิงที่หนักสามสี่กิโลกรัมสวมหมวกนิรภัยและหน้ากากดับเพลิงหันกลับไปมองแวบหนึ่งก่อนจะเดินเข้ากองไฟอย่างเด็ดเดี่ยวแสงไฟสะทอนจนท้องฟ้าฝั่งนี้กลายเป็นสีแดงร่างของทั้งสองเหมือนฮีโร่อย่างไม่มีผิดเพี้ยน!
ใช่แล้ว! พวกเขาคือฮีโร่ในชีวิตจริงพวกเขาต่อสู้กับไฟตอนที่ทุกคนกำลังวิ่งหนีให้ไกลที่สุดอย่างตื่นตระหนกพวกเขาสวมเสื้อเกราะสีทองวิ่งไปในทิศทางตรงข้าม!
ความปลอดภัยของอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กถือว่าค่อนข้างสูงทั้งสองที่อยู่ในชุดกันความร้อนต่างกังวลมาก “หลิ่วจื่อคุณตามผมมา” เหล่าอู๋พูดจบก็หาบันไดและเดินตรงเข้าไปส่วนหลิ่วจื่อก็ตามมาติดๆชุดดับเพลิงในมือของเขาช่วยเปิดทางให้ทั้งสองคน นี่คือทางกลับของทั้งสองถ้าไม่มีทางนี้ก็ไม่ต้องพูดถึงว่าจะเอาโน้ตบุ๊กออกมาได้หรือไม่แม้แต่พวกเขาเองก็ยังต้องทิ้งชีวิตที่นี่ ความร่วมมือแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกแล้วแม้ทั้งสองต่างอายุยี่สิบห้ายี่สิบหกปีแต่อยู่ที่นี่มาห้าหกปีแล้วถือว่าเป็นคนเก่าคนแก่ การช่วยของมีค่าจากกองไฟถือเป็นเรื่องเล็กถ้าเทียบกับการช่วยคน ทว่าแม้จะเป็นแบบนี้พวกเขาก็อดกังวลไม่ได้!
“หลิ่วจื่อร้อนสุดๆ! วันนี้กลับไปกลางคืนเราสองคนดื่มเบียร์กัน”
“หยุดพูดได้แล้วระวังหน่อย!” หลิ่วจื่อค่อนข้างระมัดระวังเหล่าอู๋หัวเราะเหอะๆ “อย่ากลัวมาก! ระวังไว้ย่อมดีกว่า!”
ตอนที่ทั้งสองคนหาอยู่ทุกคนข้างนอกก็ไม่ได้อยู่เฉยหัวหน้าทีมเป็นห่วงมากแต่ก็ไม่กล้าเร่งให้ทุกคนใช้สายฉีดน้ำเพื่อควบคุมและดับไฟพยายามป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังจุดที่พวกเขารวมตัวกันการดับเพลิงจะสะเพร่าไม่ได้! เป็นการช่วยเหลือและกู้ภัยตามแผน กู้ชีพอย่างสุดความสามารถเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหาย บางทีก็แบบนี้แหละการดับเพลิงก็เหมือนผ้าขี้ริ้วที่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องคอยรับผิดชอบความผิดนี้แทน เวลาเกิดเพลิงไหม้พวกเขาจะต้องดับเพลิงมีคนอยู่ข้างในก็ต้องช่วยคนความเสียหายด้านทรัพย์สินก็ต้องให้พวกเขาช่วยด้วย เจ้าหน้าที่ทุกคนในสถาบันวิจัยต่างมองกองไฟอย่างประหม่าในสายตามเต็มไปด้วยความคาดหวังและคำอวยพร! จะต้องสำเร็จ! จะต้องปลอดภัย! ความตายเป็นสิ่งที่ไม่ไม่มีใครอยากเห็นแต่กลับเป็นสิ่งที่ไม่มีใครควบคุมได้เช่นกันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ!
เปลวเพลิงกำลังได้รับการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพแต่จู่ๆก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นหัวหน้าทีมสีหน้าเปลี่ยนไปทันที! เขากังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขากังวลจนฝ่ามือเต็มไปด้วยเหงื่อน่ากลัวเกินไปแล้ว ตอนนี้เองเปลวเพลิงได้ทวีความรุนแรงขึ้นและบริเวณนั้นคือชั้นสาม!
“เหล่าอู๋เป็นอย่างไรบ้าง” หัวหน้าทีมพูดผ่านเครื่องอินเตอร์คอมอย่างเป็นห่วง
“ปลอดภัยดีครับโธ่ ตกใจหมดระเบิดข้างหลังเราเลย!” เสียงที่ดูไม่เป็นเดือดเป็นร้อนของเหล่าอู๋ดังขึ้นหัวหน้าทีมได้ยินเสียงของเหล่าอู๋ก็โล่งอกไปทีพลันพูดกับหลิ่วจื่อ “หลิ่วจื่อ ดูแลเหล่าอู๋ให้ดีคอยเคลียร์เส้นทางให้เขา!”
“รับทราบครับหัวหน้า!” หลิ่วจื่อที่อยู่ในชุดกันความร้อนตื่นตระหนกมาก “ใส่เครื่องช่วยหายใจให้ดีนะ หลังจากการระเบิดจะมีแก๊สพิษแพร่กระจาย” หลิ่วจื่อเตือนอย่างตื่นตระหนกทั้งสองคนหาอย่างระมัดระวังไม่รู้นานเท่าไหร่ในที่สุดก็เจอของแม้ว่าชุดกันความร้อนจะใช้ได้ผลแต่ผลลัพธ์ไม่ได้ดีอย่างที่จินตนาการไว้เหล่าอู๋ที่อยู่ข้างหน้าเหงื่อท่วมตัวแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็เห็นโน้ตบุ๊กสองเครื่องที่ชายใส่แว่นพูดถึง ตอนนี้แม้ว่าในห้องจะมีเปลวเพลิงแต่ดูเหมือนว่าโน้ตบุ๊กยังไม่โดนเผาอีกอย่าง… สิ่งที่พวกเขาต้องการน่าจะเป็นฮาร์ดไดรฟ์ถ้าฮาร์ดไดรฟ์ไม่เสียก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เหล่าอู๋รีบหยิบโน้ตบุ๊กขึ้นมาพร้อมพูดอย่างตื่นเต้น
“สำเร็จ! หลิ่วจือนำทางกลับ!” หลิ่วจื่อเห็นแบบนี้ก็โล่งอกไปทีรีบพยักหน้า “ครับตามผมมา” ต้องยอมรับว่าหลิ่วจื่อเป็นคนที่พึ่งพาได้ระหว่างทางทุกอย่างราบรื่นดีหลิ่วจื่อใช้ขวานกันไฟเปิดทางจนไม่เหลือแม้แต่ประกายไฟเลย ขอเพียงแค่ไม่มีวัตถุไวไฟอยู่ภายในคอนกรีตเสริมเหล็กนี้ก็ไม่เป็นอันตรายมากนักใช้เวลาไปไม่ถึงห้านาทีในที่สุดทั้งสองก็ออกมา หัวหน้าทีมเห็นหลิ่วจื่อกับเหล่าอู๋วิ่งออกมาก็ดีใจขึ้นมาทันที คนที่ดีใจกว่าคือนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์พวกนั้นแต่ละคนวิ่งเข้าไปอย่างตื่นเต้น
ตอนนี้เองเสียง ‘ปัง’ ดังขึ้นกะทันหันจะต้องเป็นปฏิกิริยาเคมีอย่างแน่นอนครั้งนี้สถานการณ์ดูเหมือนจะอันตรายกว่าจากนั้นป้ายขนาดใหญ่ตกลงมาจากข้างบนไม่รู้ว่าตกลงมาจากหน้าต่างชั้นอะไรกระแทกกับร่างของเหล่าอู๋อย่างแรง หัวหน้าทีมเห็นฉากนี้สีหน้าเปลี่ยนไปทันทีน้ำตานองพุ่งเข้าไปหาเหล่าอู๋ “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! รีบโทร 120!” เสียงของหัวหน้าทีมดังมากส่วนหลิ่วจื่อเหมือนตกใจกับฉากที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้จนนิ่งงันอยู่กับที่!
“เหล่าอู๋เป็นอะไรหรือเปล่าไอ้บ้าอย่ามาหลอกกันนะ!” หลิ่วจื่อกลั้นน้ำตาไม่อยู่เขารีบวิ่งเข้าไปผลักป้ายที่ตกใส่เหล่าอู๋ออก แต่ตอนนี้หลิ่วจื่อไม่กล้าขยับตัวเหล่าอู๋เลยเพราะกลัวว่าจะเผลอทำให้กระดูกสันหลังของเหล่าอู๋บาดเจ็บซ้ำสอง อย่าลืมว่าอาการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังแบบนี้อันตรายที่สุดไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายหรืออื่นๆล้วนเป็นเรื่องยากมากจะต้องเคลื่อนย้ายทั้งร่างกายพร้อมกันเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้บาดเจ็บซ้ำสอง!
“เหล่าอู๋ฟื้นสิได้ยินผมไหม” หลิ่วจื่อถอดหมวกนิรภัยของเหล่าอู๋ออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเหล่าอู๋ ตอนนี้เองหัวหน้าทีมและเจ้าหน้าที่หลายคนวิ่งเข้ามาทุกคนหยิบเปลหามออกมากัดฟันวางเหล่าอู๋ไว้บนนั้นแล้วเคลื่อนย้ายไปยังที่ปลอดภัยแต่กลับไม่กล้าขยับ! และตอนนี้เจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยเคมีก็ตื่นตระหนกมากพวกเขายังไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ชายใส่แว่นรีบเก็บโน้ตบุ๊กจากนั้นวิ่งไปหาหน่วยดับเพลิง เขาอ้าปากแต่กลับไม่รู้จะพูดอะไรทำได้เพียงมองผู้บาดเจ็บอย่างกังวล ตอนนี้เองจู่ๆเสียงโอดครวญเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “แม่ง เจ็บสุดๆผม… เฮ้ยผมขยับตัวไม่ได้” ทุกคนได้ยินแบบนี้ก็นิ่งไปก้มหน้าลงมองเป็นเสียงของเหล่าอู๋นั่นเอง เขานอนแยกเขี้ยวด้วยความเจ็บปวดอยู่บนเปลขยับตัวไม่ได้เลยสักนิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้เขากัดฟันแน่น ของหนักตกจากที่สูงแบบนี้ไม่ใช่แค่กระดูกสันหลังเท่านั้นที่จะบาดเจ็บแต่ยังรวมถึงที่อื่นๆด้วยทว่าอาการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย มีตั้งแต่เป็นอัมพาตถึงขั้นเสียชีวิตได้! นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
“คุณฟื้นแล้วคุณยังไม่ตายผมตกใจหมด” หลิ่วจื่อจับมือเหล่าอู๋แน่นโล่งอกไปที
“โน้ตบุ๊กล่ะเอาออกมาหรือยัง”
“เอาออกมาแล้วไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ! ขอบคุณมากนะครับ!” ชายวัยกลางคนและชายใส่แว่นพูดอย่างรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง
“หลิ่วจื่อผมเป็นอะไร” เหล่าอู๋ยิ้ม “ทำไมผมรู้สึกเจ็บมากทำไมผมขยับตัวไม่ได้เลยพลิกตัวไม่ได้ด้วยซ้ำ!” หลิ่วจื่อน้ำตาไหลอย่างควบคุมไม่อยู่ “ไม่เป็นไรคุณไม่ได้เป็นอะไร!”
“คุณร้องไห้ขนาดนี้แล้วยังจะบอกว่าผมไม่ได้เป็นอะไรหรือผมกำลังจะตายแล้ว”
“ไม่ตายหรอก!” หลิ่วจื่อปลอบ
“ไม่ตายแล้วคุณร้องไห้ทำไมโอย… เจ็บ…” เหล่าอู๋สูดหายใจเข้าด้วยความตกใจไม่ได้ ตอนนี้เขารู้สึกว่า… ท่อนล่างสูญเสียการรับรู้ไม่นาน 120 มาถึงด้วยความเร็ว ความจริงอวี๋หยงกังเป็นเวรสัญลักษณ์สองขีดแต่หลังจากได้ยินข่าวนี้เขาก็รีบมา! เขาพาสมาชิกทีมมือฉกาจมาด้วยตัวเอง
“เป็นอย่างไรบ้าง” อวี๋หยงกังรีบเข้าไปถาม
“สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก” หัวหน้าทีมอดถอนหายใจไม่ได้ชี้เหล่าอู๋แล้วถอนหายใจอีกครั้ง “มีของตกจากที่สูงลงมากระแทกกระดูกสันหลังบริเวณทรวงอก” อวี๋หยงกังได้ฟังสถานการณ์จากหน่วยดับเพลิงก็ตกใจจนเหงื่อตกกระดูกสันหลังหัก? ถ้าเป็นแบบนั้นจริงเป็นเรื่องใหญ่แน่!
“เข็นรถลงมาไปโรงพยาบาลก่อน!” อวี๋หยงกังให้พวกหลี่เยว่เคลื่อนย้ายตัวเหล่าอู๋ขึ้นรถพยาบาล
“หัวหน้าอวี๋ต้องรักษาอย่างสุดความสามารถนะครับ!”
“ใช่ครับคุณหมอเสี่ยวอู๋เป็นฮีโร่ของเราถ้าไม่ได้เขาข้อมูลทั้งหมดในสถาบันของเราโดนเผาหมดแน่!”
“ใช่ครับช่วยด้วยนะครับ!”
อวี๋หยงกังเห็นถึงความคาดหวังของทุกคนพลันพยักหน้า “ไม่ต้องเป็นห่วงครับ!” ในด้านการศัลยกรรมกระดูกเหล่าอวี๋มีความมั่นใจมากพอ “หลิ่วจื่อคุณตามไปด้วยจะได้มีคนคอยดูแลแล้วก็… ติดต่อญาติคนไข้ด้วย!” หัวหน้าทีมถอนหายใจ พูดตามตรงทำอาชีพอย่างพวกเขาสิ่งที่กลัวที่สุดไม่ใช่การวิ่งเข้ากองไฟแต่เป็น… การโทรหาญาติสมาชิกทีมที่บาดเจ็บเหมือนอย่างตอนนี้เหมือนโทรศัพท์หนักเป็นพันกิโลกรัมถือไม่ไหวเลย! หลิ่วจื่อพยักหน้ารีบตามไป
อีกด้านอวี๋หยงกังรีบติดต่อโรงพยาบาลและเปิดช่องทางสีเขียวตลอดทางรวมถึง CT และเอ็มอาร์ไอกระดูกสันหลังส่วนเอวให้กับคนไข้ อวี๋หยงกังเห็นผลแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปทันที! เขารีบโทรหาแผนกกระดูกให้หัวหน้าสัญลักษณ์สองขีดของแผนกกระดูกมาปรึกษาเคสที่โรงพยาบาล!
ตอนเจ็ดโมงเช้าในห้องทำงานแผนกฉุกเฉินเหล่าอู๋หมดสติไปอีกครั้งในห้องทำงานบรรยากาศอึมครึมทุกคนเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับผลตรวจของคนไข้ “การแตกหักของกระดูกทรวงอกและกระดูกสันหลังในมุมนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดอัมพาตบางส่วนบริเวณด้านหน้าของเยื่อหุ้มสมองชั้นนอกมีการกดทับอาการบาดเจ็บที่ไขสันหลังตอนนี้รุนแรงมาก!”
“ใช่ครับด้านหลังของกระดูกสันหลังที่โค้งนูนรับแรงได้มากกว่าหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนเข้าไปในช่องกระดูกสันหลังเนื่องจากแรงกดทับจนไปทับไขสันหลัง! นอกจากนี้ส่วนที่รุนแรงที่สุดอยู่ตรงนี้หลังจากที่กระดูกสันหลังถูกฝังอย่างรุนแรงทำให้กระดูกสันหลังแตกตัวไปทั้งสี่ด้านเกิดการแตกหักของกระดูกสันหลังความเสียหายต่อไขสันหลังร้ายแรงมากครับ!”
“ถูกต้องครับ!” หัวหน้าแผนกกระดูกอดถอนหายใจไม่ได้ “ระดับความยากแบบนี้ผมคิดว่าควรเลือกช่วยชีวิตไว้ก่อนส่วนเรื่องอัมพาต… คงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว” ตอนนี้สถานการณ์รุนแรงเกินไปแล้วจริงๆหลังจากอวี๋หยงกังได้ยินคำพูดของผู้อำนวยการแผนกกระดูกก็นวดขมับโรคอัมพาตนี้เป็นโรคอัมพาตส่วนบน! ซึ่งก็หมายความว่าหลังจากนี้นอกจากศีรษะและคอส่วนอื่นๆของคนไข้… เหล่าอวี๋คิดถึงตรงนี้ก็ขมวดคิ้วแน่น “เปิดประชุมทางไกลเพื่อร่วมกันวางแผนการรักษา! เชิญหัวหน้าวิทยาลัยการแพทย์ปักกิงยูเนียน โรงพยาบาลจีนตะวันตก โรงพยาบาลจิสุ่ยถานแห่งเมืองหลวง โรงพยาบาลกองทัพปลดปล่อยประชาชน” สำหรับคนไข้เคสนี้ทั้งแผนกฉุกเฉินต่างให้ความสำคัญ!
ตอนประมาณเก้าโมงเช้า! นอกแผนกฉุกเฉินมีผู้คนรวมตัวอยู่มากมายพวกเขาต่างมาเพราะเหล่าอู๋! ทว่า! เป็นการหารือที่ยาวนานถึงหนึ่งชั่วโมงอีกครั้งแต่ผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิมยาก! ยากเกินไปแล้ว! เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับปัญหาการหลอมรวมไขสันหลัง อยากแก้ไขปัญหานี้ตอนนี้ในประเทศยังมีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีทำอย่างไรดี!