ข้าคือเขยผู้ยิ่งใหญ่ - บทที่ 798 ไอ้สารเลวนี่
บทที่ 798 ไอ้สารเลวนี่
“เสี่ยวเย่ สิ่งที่แกทำในแก๊งหวงจี๋เมื่อคืนย่ารู้หมดแล้ว”
บนโต๊ะอาหาร จ้องมองเย่เทียนที่กำลังเอาอาหารยัดเข้าปากอย่างมูมมามด้วยสีหน้าที่กรุณา และได้พูดออกมาอย่างกะทันหันว่า
“ความจริง แกไม่ต้องลำบากขนาดนั้นก็ได้ แค่ย่าพูดคำเดียว
ก็มีคนมากมายเต็มใจที่จะทำให้แล้ว”
“หืม?!”
เย่เทียนตกใจ จึงรีบกลืนอาหารในปากลงไป
ส่ายหน้าแล้วพูดไปว่า “คุณย่าเย่ ย่าเองก็น่าจะรู้ว่าผมไม่อยากมีความสัมพันธ์อะไรกับตระกูลเย่นัก การที่ผมยอมพักอยู่ที่นี่
มันก็เป็นเพราะความดึงดันของหวั่นชิงทั้งนั้น”
คุณย่าเย่ถอนหายใจออกมายาวๆ “เสี่ยวเทียน แกจะปล่อยวางไม่ได้เลยใช่มั้ย?”
“เรื่องบางเรื่อง มันเคยเกิดขึ้นแล้วก็คือเกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้อยู่ที่ว่าเวลาว่านานไม่นานแล้วจะลืมได้รึเปล่า”
เย่เทียนส่ายหน้า “ตอนนั้นที่ผมถูกขับออกจากตระกูลเย่ ผมได้สาบานไว้แล้ว ว่าผมจะไม่มีทางกลับไปที่ตระกูลเย่อีก!”
“แกยังพูดเลยว่ามันเป็นเรื่องเมื่อตอนนั้น นั่นมันก็ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว จะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร?”
คุณย่าเย่ถอนหายใจออกมาด้วยความจนใจ เกลี้ยกล่อมอย่างไม่ตายใจ
“ฉันรู้ว่าหวั่นชิงกำลังคิดค้นยาสำหรับยีนอยู่
บวกกับการช่วยเหลือจากฉัน ขอแค่แกต้องการ ฉันเชื่อว่ามันจะสามารถทำให้คนอื่นในตระกูลเย่ยอมให้แกกลับคืนสู่ตระกูลเย่เเน่นอน”
“ถ้าเป็นคนอื่น ฉันเชื่อว่าคนส่วนใหญ่น่าจะยอมรับคุณสมบัติของแก แต่…..”
เย่เทียนปฏิเสธไปทันที แล้วพูดอย่างแน่วแน่ว่า
“ในนี้มันต้องไม่มีผม ผมยอมรับว่าการมีฐานะเป็นคนของตระกูลเย่นั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็ง่ายขึ้นเยอะ
แต่ว่า ผมมันอยู่อย่างอิสรเสรีจนชินไปแล้ว กับตระกูลเย่ที่แก่งแย่งชิงดีกันแม้แต่คนในตระกูลด้วยกันเองนั้นมันไม่เหมาะกับผมหรอกครับ”
คิ้วของคุณย่าเย่ขมวดเข้าหากันทันที แล้วพูดอ้อนไปว่า “เสี่ยวเทียน ฉันยังสามารถทำให้แกขึ้นเป็นผู้นำของตระกูลเย่…..”
“คุณย่าเย่ ย่าไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ผมไม่มีทางเอาด้วยเด็ดขาดครับ”
ไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบ
“วันนี้ผมยังมีธุระต้องไปทำอีก พอพรุ่งนี้ทางหวั่นชิงเสร็จเรื่อง เราก็จะไปจากเมืองจินครับ!”
เย่เทียนก็พูดขัดทันที ส่ายหน้าแล้วพูดไปว่า
พูดจบ เย่เทียนก็ไม่ได้สนใจการตอบสนองของคุณย่าเย่ ถึงขั้นไม่หันมองคุณย่าเย่อีกด้วยซ้ำ ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปเลย
ระหว่างที่มองดูแผ่นหลังของเย่เทียน คุณย่าเย่ก็พูดอะไรไม่ออก สุดท้ายก็ทำได้แค่ถอนหายใจยาวๆ ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
นั่งกลับไปที่เดิม พูดได้เลยว่ามีเพียงไม่กี่เรื่องที่ทำแล้วเสียใจ เห็นได้ชัดว่าเรื่องของเย่เทียนนั้นเป็นสิ่งที่เธอเสียใจมากที่สุดในชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย!
อย่างไรก็ตาม เย่เทียนก็ได้ออกจากบ้านหลังเล็กของตระกูลเย่อย่างรวดเร็ว มาถึงที่ โรงแรมโฟร์ซีซั่น
ทันทีที่เขาเดินเข้าไป ก็ชนเข้ากับร่างของหญิงสาวอันงดงามที่เดินสวนมา พอมองไป นอกจากฟู่เซิ่งหนานแล้วยังจะเป็นใครได้อีก?
สำหรับฟู่เซิ่งหนาน
ในเมื่อตอนนี้ได้เจอแล้ว ยังไงก็ต้องจัดการเธอซะให้เข็ด ทำให้เธอรู้ว่าพูดโกหกมันจะมีผลอะไรตามมา!
ยังไงเย่เทียนก็รู้สึกแค้นบ้าง แม่สาวคนนี้ ก่อนหน้านี้ริอ่านมาหลอกกันซะได้
“ฟู่เซิ่งหนาน ผมอุตส่าห์เห็นว่าคุณเป็นเพื่อน ไม่นึกเลยว่าคุณจะมาหลอกกันซะได้!”
พอคิดได้อย่างนั้น สีหน้าของเย่เทียนก็ดูโกรธเกรี้ยวขึ้นมา
ฟู่เซิ่งหนานที่ได้ยินอย่างนั้น
แล้วปฏิเสธไปว่า “ใครบอกว่าฉันหลอกคุณ? คุณต่างหากที่ไม่ได้ถามฉันทั้งหมดเอง!”
เธอก็ได้หดหัวลงไปตามสัญชาตญาณ แลบลิ้นออกมาอย่างเขินอาย
“แหม๋ นี่คุณยังจะเล่นลิ้นอีกใช่มั้ย?”
เย่เทียนรู้สึกสนุกขึ้นมา ถูๆ กำปั้นแล้วอยากลงไม้ลงมือกับฟู่เซิ่งหนาน
แต่ในตอนนั้นเอง ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ได้วิ่งออกมาจากในโรงแรม ดูจากเหงื่อที่เต็มหัวของเขาแล้ว คิดว่าน่าจะตามฟู่เซิ่งหนานมานี่แหละ
“คุณฟู่ ไม่ทราบว่าคนนี้คือ?”
ตามคาด ชายหนุ่มได้มาหยุดอยู่ข้างๆ
ฟู่เซิ่งหนานขมวดคิ้วขึ้นมาทันที ดวงตาสีดำคู่นั้นแสดงแววตาที่ดุร้ายออกมาอย่างไม่ตั้งใจ
ของฟู่เซิ่งหนานด้วยความรีบร้อน แล้วมองเย่เทียนด้วยสีหน้าที่สงสัย
ชายหนุ่มคนนี้มาในชุดสูททั้งตัว แสดงสีหน้าที่มั่นอกมั่นใจว่าตัวเองหน้าตาดีออกมา แววตาราวกับจะบอกว่านอกจากฟู่เซิ่งหนานแล้ว รอบข้างก็ไม่มีใครอีกเลย
เย่เทียนก็มองชายหนุ่มคนนี้ด้วยสีหน้าที่ประหลาดเหมือนกัน คนที่จิตใจคิดคดอย่างเขา ทำไมจะไม่รู้ล่ะว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“เขาคือผู้ชายของฉัน!”
วินาทีต่อมา ฟู่เซิ่งหนานก็ได้ตะโกนออกมา พร้อมกับเข้ามากอดแขนของเย่เทียนเอาไว้
พอพูดอย่างนั้นออกมา สีหน้าของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไปทันที
สายตาที่มองไปยังเย่เทียนก็ดูอาฆาตอย่างไม่มีการปกปิดแม้แต่น้อย “สวัสดีครับ ผมชื่อจี้คุนเป็นผู้ดูแล โรงแรมโฟร์ซีซั่นแห่งนี้
ไม่ทราบว่าคุณคือ?”
ถึงตอนที่เขาพูดแบบนี้ออกมาใบหน้าจะยิ้ม แต่ไม่ว่าใครก็สามารถฟังออกว่าน้ำเสียงของเขาเย่อหยิ่งขนาดไหน กับความดูถูกที่มีต่อเย่เทียน!
การเล่นบทเป็นโล่แบบนี้มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกของเย่เทียนแล้ว จึงยักไหล่แล้วพูดด้วยรอยยิ้มไปว่า “คุณชอบเธอเหรอครับ?”
ระหว่างที่พูด เขาก็ได้ยกมือขึ้นมาชี้ไปที่ฟู่เซิ่งหนาน
“ถูกต้อง! คุณฟู่ไม่เพียงหน้าตาสะสวย จิตใจก็ดี ผมก็ต้องชอบเธออยู่แล้ว!”
จี้คุนพยักหน้าอย่างแรง สายตาที่มองไปยังฟู่เซิ่งหนานก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ “ยิ่งไปกว่านั้น
ถ้าไม่ใช่เพราะคุณฟู่ ผมคงถูกรถชนตายไปนานแล้ว
ถ้าคุณรู้จักกาลเทสะแล้วยอมถอยไปซะ ผมจะจ่ายให้คุณตอนนี้เลยแสนหนึ่ง!”
ระหว่างที่พูด เขาก็หยิบเช็กออกมาจากกระเป๋าเล่มหนึ่ง ขีดๆ เขียนก็เซนต์เช็กราคาหนึ่งแสนออกมาใบหนึ่ง
เย่เทียนทนไม่ไหวจนต้องขำออกมานึกไม่ถึงว่าหมอนี่จะอยากโชว์พาวต่อหน้าฟู่เซิ่งหนานถึงขนาดนี้!
พอคิดถึงตรงนี้ เย่เทียนก็ได้ยิ้มอย่างขบขันออกมา “คุณรวยมากสินะ?”
“ทำไม? คุณคิดว่าแสนหนึ่งยังไม่พอใช่มั้ย? งั้นผมจะเพิ่มให้อีกแสนหนึ่ง!”
จี้คุนยิ้มออกมาอย่างไม่ชอบใจ ไม่ฟังคำอธิบายแล้วเขียนเช็กแสนหนึ่งออกมาอีกใบหนึ่ง
“จี๊ดจี๊ด ฟู่เซิ่งหนาน
ผมว่าหมอนี่ก็ดูจะชอบคุณมากเลยนะ
ฐานะน่าจะใช้ได้เลย ผมว่าคุณไปอยู่กับเขาดีกว่ามั้ย?”
เย่เทียนตกใจ จากนั้นก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว และอดที่จะพูดแซวฟู่เซิ่งหนานไม่ได้
แต่เขายังมีแค้นต้องสะสางกับฟู่เซิ่งหนาน แล้วจะไปอยากเป็นโล่ให้เธอได้ยังไง?
ฟู่เซิ่งหนานขมวดคิ้วเป็นปม นึกไม่ถึงว่าเย่เทียนไม่เพียงไม่ช่วยเธอ แต่กลับยังบอกให้เธอไปอยู่กับจี้คุนอีก เธอจึงรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที
“เย่เทียน คุณมันไอ้สารเลว!”
เย่เทียนช็อกไปทันที “อยู่ดีๆ คุณจะมาด่ากันทำไมเนี่ย?”
“ฉันจะด่าแล้วมันจะทำไม! ฉันจะตีคุณด้วย!”
ฟู่เซิ่งหนานโกรธจนคันฟัน ไอ้สารเลวนี่ ดูไม่ออกรึไงว่าเธอคิดอะไรอยู่? ดูไม่ออกรึไงว่าเธอเกลียดเฉาจี้คุนมากขนาดไหน?
พอคิดได้อย่างนั้น เธอก็หันหน้ากลับมาทันที
ถ้าคุณสามารถจัดการเรื่องนี้ให้ฉันพอใจได้ งั้นฉันรับปากว่าจะลองคบกับคุณสักระยะ!”
แล้วพูดกับเฉาจี้คุนว่า “คุณ ช่วยหาคนมาเล่นงานหมอนี่ให้หนัก!
เฉาจี้คุนที่ได้ยินอย่างนั้น
ขอแค่ผมสามารถหาคนมันจัดการมันได้คุณก็จะยอมคบกับผม?”
ตาทั้งสองข้างเป็นประกาย แล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า “คุณฟู่ คุณพูดจริงใช่มั้ย?
“ถูกต้อง! ตามนั้น! แน่นอน!”
ฟู่เซิ่งหนานนั้นรู้ถึงความสามารถของเย่เทียนดี จึงไม่ได้เป็นห่วงว่าเย่เทียนจะเป็นอะไร การที่เธอพูดแบบนั้นออกไป ก็แค่อยากระบายเท่านั้น
ระหว่างที่พูด เธอก็ได้คลายมือที่กอดแขนของเย่เทียนออก
ถอยหลังไปหลายก้าว แล้วทำท่าเหมือนกำลังรอดูอะไรสนุกๆ
….