ข้าคือเขยผู้ยิ่งใหญ่ - บทที่ 796 แกเจอปัญหาใหญ่แล้ว
บทที่ 796 แกเจอปัญหาใหญ่แล้ว
พอเห็นตี๋ต้าจื้อเล่นงานทีเดียวก็ทำให้ชายหัวล้านถึงกับเจ็บหนัก
ฮาชิโมโตะ มินาโตะก็ขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างแรง รู้ดีว่าตี๋ต้าจื้อเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง
แล้วจะกล้าประมาทอีกได้ยังไง สีหน้าก็ดูเคร่งขรึมอย่างสุดขีด
“ถอยไปก่อน! ฉันจัดการเอง!”
“ครับ! หัวหน้า!”
ถึงชายหัวล้านจะรู้สึกไม่พอใจ แต่เขาในสภาพสมบูรณ์ยังไม่สามารถรับการโจมตีเดียวของตี๋ต้าจื้อได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสภาพที่เจ็บหนักอย่างตอนนี้เลย แล้วยังจะกล้าฝืนอีกได้ยังไง
ในเวลาเดียวกัน ราวกับพวกลูกกระจ็อกทั่วไปที่อยู่รอบๆ
จะรับรู้ได้ จึงขยับออกไปข้างๆ
เปิดพื้นที่ให้ทั้งคู่ได้สู้กัน
“พี่ตี้นี่! ที่แท้พี่ตี๋ก็มาแล้วนี่เอง!”
“พี่ตี่ ฆ่านังนั่นทิ้งเลย!”
ภาพที่ไม่ธรรมดานี้ดึงดูดความสนใจของสมาชิกในแก๊งมังกรฟ้าได้อย่างรวดเร็ว พอเห็นว่าเป็นตี๋ต้าจื้อก็ฮึกเฮิมขึ้นมาทันที
ฮาชิโมโตะ มินาโตะไม่สนใจฟังอะไรพวกนั้น
เธอรู้ดีว่าตี๋ต้าจื้อนั้นไม่ธรรมดา ในจุดนี้อาศัยแค่ตี๋ต้าจื้อสามารถจัดการกับชายหัวล้านเมื่อกี้ได้อย่างง่ายดายก็พอจะรู้แล้ว
จ้องมองตี๋ต้าจื้อด้วยสีหน้าที่เย็นชา
คืนนี้ทุกคนที่เธอพามา มีคนไหนบ้างที่ไม่สามารถรับมือกับศัตรูถึงสิบคนได้? แต่ตี๋ต้าจื้อกลับสามารถจัดการสองคนอย่างง่ายดาย มันจึงเป็นการอธิบายความแข็งแกร่งของตี๋ต้าจื้อได้อย่างไม่ต้องสงสัย
“ถึงว่าทำไมเย่เทียนถึงสามารถหลอมรวมกองกำลังที่อยู่ใต้ดินของเมืองเจียงหนันได้เร็วขนาดนี้ ที่แท้ก็มีแกคอยช่วยอยู่ด้วยนี่เอง”
ฮาชิโมโตะ มินาโตะยิ้มอย่างขมขื่น แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้เธอก็ไม่มีทางให้ถอยอีก
เพราะถ้าเลือกที่จะถอย หลายปีที่เธออยู่ในเมืองจินก็จะสูญเปล่า ถ้าไม่จนมุมจริงๆ เธอก็จะไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด
“ตายซะ!”
พอคิดได้อย่างนั้น
ฮาชิโมโตะ มินาโตะก็คำรามออกมา
ขยับขาอย่างต่อเนื่อง แล้วพุ่งเข้าใส่ตี๋ต้าจื้ออย่างรวดเร็ว
ตี๋ต้าจื้อได้แสดงรอยยิ้มออกมา พอเห็นหญิงสาวเป็นฝ่ายพุ่งเข้ามาเอง ดวงตาทั้งสองก็เป็นประกายเยือกเย็นขึ้นมาทันที และได้สวนหมัดไปอย่างไม่เกรงกลัว
ปั้ง!
เสียงที่อุดอู้ดังขึ้น หมัดของทั้งสองปะทะเข้าด้วยกัน ทุกคนต่างพากันหันไปมอง อยากรู้ว่าสองคนนี้ใครกันที่จะเหนือกว่า
“ถอยไปซะ!”
ทันใดนั้น ตี๋ต้าจื้อก็ได้คำรามออกมา กำลังภายในไหลเวียนอยู่รอบตัว และหมัดของเขาก็ทรงพลังมากขึ้น
เสียงตูมดังขึ้น ฮาชิโมโตะ มินาโตะถึงกดดันจนเรือนร่างอันเย้ายวนก็ต้องถอยหลังไปหลายก้าวอย่างควบคุมไม่ได้
แต่ในครั้งนี้
มินาโตะที่มีชื่อเสียงโด่งดังถึงกับเสียท่าในการโจมตีเดียว
มันก็ทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นตกใจไปตามๆ กัน ทุกคนต่างนึกไม่ถึงว่าฮาชิโมโตะ
ตี๋ต้าจื้อยิ้มออกมาด้วยความได้ใจ “เป็นไง? หมัดนี้ของฉันรสชาติใช้ได้เลยใช่มั้ย?”
ฮาชิโมโตะ
มินาโตะไม่ได้ตอบ แต่รูม่านตาที่กว้างขึ้นของเธอบ่งบอกถึงความตกใจอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าเมื่อกี้สัญชาตญาณของเธอรับรู้ไม่ได้ว่ามันผิดปกติ จนชักมือกลับอย่างรวดเร็ว
เกรงว่ามือขวาของเธอคงถูกตี๋ต้าจื้อทำลายไปแล้ว
“เชี่ย! ไอ้หมอนั่นมันมาจากไหนกัน? ทำไมถึงเก่งกว่าหัวหน้าฮาชิโมโตะได้เนี่ย?”
“ประมาท! หัวหน้าฮาชิโมโตะต้องประมาทแน่ๆ!”
มันทำให้พวกลูกน้องของอูชิงเจ๋อเกิดแตกตื่นขึ้นมา ยังไงพวกเขาก็พอรู้ถึงความแข็งแกร่งของฮาชิโมโตะ มินาโตะมาบ้าง ถึงได้เริ่มพูดให้กำลังใจตัวเองขึ้นมา
แต่ฮาชิโมโตะ มินาโตะนั้นรู้อยู่แก่ใจดี
แต่ว่าเมื่อมีคนมองดูเยอะขนาดนี้ ถ้าเธอยอมรับว่าสู้ไม่ได้ มันก็จะเป็นการตัดกำลังใจของทุกคนลงมากเลย
ว่าตนนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตี๋ต้าจื้อ
พอคิดได้อย่างนั้น ฮาชิโมโตะ มินาโตะก็จำต้องกัดฟัน แล้วพุ่งใส่ตี๋ต้าจื้ออีกครั้ง
“ฉันอุตส่าห์คิดว่าเธอจะเก่งมาก ดูท่าตำแหน่งหัวหน้าสาขาแห่งกิลด์แห่งความมืดของเธอนั้น คงเป็นเพราะความดีความชอบของพี่เธอซะมากกว่า!”
ตี๋ต้าจื้อส่ายหัวอย่างผิดหวัง รู้สึกหมดอารมณ์และอยากจัดการให้เสร็จเรื่องเร็วๆ
วินาทีต่อมา เขาก็พุ่งเข้าใส่ฮาชิโมโตะ มินาโตะอย่างกะทันหัน และเริ่มสู้กันขึ้นมา
……..
เสชื่อที่สู้กับเย่เทียนอยู่บนดาดฟ้านั้นอึดอัดจนเเทบกระอักเลือด ในการผิดพลาดเพียงครั้งเดียวก็ทำลายโอกาสในการชนะไปอย่างสมบูรณ์ และโดนเย่เทียนเล่นงานจนไม่เหลือแรงที่จะสวนกลับได้เลย
เย่เทียนได้ยิ้มออกมาที่มุมปากเล็กน้อย
ชกเสชื่อไปกระแทกพื้นในหมัดเดียว แล้วใช้ขาเหยียบไว้บนตัวของเสชื่ออย่างไม่เกรงใจ
และพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมว่า “ฝีมือของคุณไม่ได้ฝึกฝนออกมาด้วยตนเองสินะ?”
ตอนแรกเย่เทียนคิดว่าเขาน่าจะต้องใช้กำลังระดับหนึ่ง แต่หลังจากที่สู้กันอย่างจริงจังแล้วถึงได้รู้ว่า
ถึงจะบอกว่าไอ้หมอนี่เป็นผู้แข็งแกร่งระดับดิน
แต่กลับอ่อนแอกว่าผู้แข็งแกร่งระดับดินไม่ใช่น้อย ราวกับถูกคนช่วยให้แข็งแกร่งขึ้น จึงทำให้ความสามารถที่แสดงออกมาค่อนข้างจำกัด!
เรื่องมาถึงขั้นนี้ ทำไมเสชื่อจะไม่รู้ว่าตัวเองได้แพ้อย่างราบคาบแล้ว
แต่เขาก็แน่จริง หลับตาทั้งสองข้างลง “ฉันแพ้แล้ว
จะฆ่าก็ฆ่าเลย!”
“โอะโอ๋ ดูไม่ออกนะเนี่ยว่าคุณเองก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน?”
เย่เทียนตกใจ นึกไม่ถึงว่าหมอนี่จะรักในศักดิ์ศรีถึงขนาดนี้
เสชื่อกัดฟันพูด” ต่อให้แกฆ่าฉันไป ก็ยังจะมีคนมาหาแกเหมือนเดิม สักวันต้องมีคนแก้แค้นให้ฉันแน่!”
เย่เทียนเลิกคิ้วขึ้นทันที ไอ้หมอนี่ยังกล้าข่มขู่เขาอีกอย่างนั้นเหรอ?
“ขนาดนี้แล้วคุณยังกล้าขู่ผมอีกอย่างนั้นเหรอ? คิดว่าผมไม่กล้าฆ่าคุณจริงๆ ใช่มั้ย? งั้นผมจะสงเคราะห์ให้แล้วกัน!”
เมื่อคำนึงถึงสถานการณ์ด้านล่าง ถึงเย่เทียนจะสนใจ แต่ก็ไม่อยากเสียเวลากับหมอนี่อีกแล้ว จึงยกมือขึ้นแล้วเตรียมที่จะจัดการหมอนี่ซะ
แต่ทันใดนั้นเอง ประตูดาดฟ้าที่ถูกปิดตายก็ถูกคนถีบจนเปิดออกอีกครั้ง
เย่เทียนนึกว่ามีคนจะมาหาเรื่องเขาอีกแล้ว จึงรีบเงยหน้าไปมอง
ทว่า
แล้วพูดอย่างทำตัวไม่ถูกว่า “ผู้อาวุโสฟู่จื้อเฉียง? คุณมาที่นี่ได้ยังไงครับ?”
พอมองเห็นว่าเป็นใคร เขาก็ถึงกับชะงักไปแวบหนึ่ง
ฟู่จื้อเฉียงมองบนไปทีหนึ่ง แล้วเดินตรงมาข้างหน้า “ทำไมฉันจะมาไม่ได้ล่ะ?”
เสชื่อแค่ถูกเย่เทียนชกจนจมูกช้ำเท่านั้น
พอได้เห็นฟู่จื้อเฉียงเข้า สีหน้ากลับดูหวาดกลัวขึ้นมาบ่งบอกว่าหวาดกลัวฟู่จื้อเฉียงมาก!
และไม่ได้รับอันตรายถึงชีวิตแต่อย่างใด เขาที่เตรียมใจจะตายแล้ว
ฟู่จื้อเฉียงกวาดตามองเสชื่อไปแวบหนึ่งอย่างสบายๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
“ดูท่า ฉันมารบกวนเธอเข้าแล้วใช่มั้ย?”
แล้วหันมองไปที่เย่เทียน
เย่เทียนคาดเดาไว้แล้วว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ฟู่จื้อเฉียงมาที่เมืองจินแล้ว ดูแล้วตอนนี้ การคาดเดาของเขานั้นถูกต้องแล้ว
เพียงแต่ เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่า
ทำไมฟู่จื้อเฉียงถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ตอนนี้? ดวงตาสีดำคู่นั้นของเย่เทียนได้แสดงความรู้สึกที่จริงจังออกมา “ลุงฟู่ ดึกดื่นป่านนี้แทนที่จะพักผ่อนอยู่ที่บ้าน
แต่กลับมาทำอะไรที่นี่ครับ?”
“ใจเย็นๆ ก่อน การที่ฉันมาเมืองจินในครั้งนี้ ก็มาหาเขาโดยเฉพาะเลย!”
ฟู่จื้อเฉียงสังเกตเห็นสีหน้าของเย่เทียน จึงได้แสดงเจตนาไป พร้อมกับชี้ไปที่เสชื่อ
“เพราะเขาเหรอ?”
เย่เทียนตกใจ และยิ่งแปลกใจเข้าไปใหญ่
“ถูกต้อง!”
ฟู่จื้อเฉียงพยักหน้ายืนยัน และพูดไปอย่างไม่อ้อมค้อมว่า “เขามีประเด็นกับฉันนิดหน่อย ฉันหวังว่าเธอจะยกเขาให้ฉันจัดการแทนนะ”
“ลุงฟู่ มันไม่ค่อยดีมั้งครับ?”
ดวงตาสีดำของเย่เทียนหมุนวนไปรอบหนึ่ง
แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผมลงทุนลงแรงจัดการเขาได้ แค่คุณพูดมาคำเดียวแล้วจะให้ผมถวายให้มันคงไม่ได้มั้งครับ?
ยิ่งไปกว่านั้น ผมยังมีคำถามอีกมากที่จะถามเขาอีกนะครับ!”
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าคนอย่างเธอมันไม่มีทางใจดีขนาดนั้น”
ฟู่จื้อเฉียงพูดออกมาอย่างไม่ชอบใจ “เอาแบบนี้แล้วกัน! ฉันเอาเบาะแสของบริษัทนักฆ่าอะไรนั้นมาแลกแล้วกัน!”
เย่เทียนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ลุงฟู่ ในเมื่อคุณพูดถึงขนาดนี้แล้ว งั้นผมจะยกเขาให้คุณจัดการก็ได้ครับ!”
ฟู่จื้อเฉียงเดินตรงมาข้างหน้า นั่งลงตรงหน้าของเสชื่อ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มที่ไม่สบอารมณ์ว่า “เสชื่อ ครั้งนี้ตกมาอยู่ในมือฉัน แกเจอปัญหาใหญ่แล้ว…..”