ข้าคือเขยผู้ยิ่งใหญ่ - บทที่ 787 ได้เวลาเอาเปรียบแล้ว
บทที่ 787 ได้เวลาเอาเปรียบแล้ว
“ถ้าไม่ใช่ว่าฉันพอมีความสามารถ ตอนนี้พวกนายคงทำร้ายแฟนฉันอยู่ล่ะสิ จะให้ฉันปล่อยนายได้ยังไง!”
เสียงไร้ความรู้สึกของเย่เทียนดังขึ้นข้างหู สีหน้าจิ้นหรงซีดเผือดในบัดดล
พูดติดๆขัดๆ “พี่ พี่ใหญ่
ครั้งนี้ปล่อยผมไป…..”
“หุบปาก!”
ไม่รอให้จิ้นหรงพูดขอความเมตตา เย่เทียนก็ขัดขึ้นเสียงเย็น “ถอดเสื้อผ้ากับกางเกงของนายออก!”
“ถอดเสื้อ?”
จิ้นหรงงงขึ้นมาทันที
ผมมันหนังหนาเนื้อด้าน ไม่เหมาะจะ…..”
คิดไปว่าเย่เทียนมีรสนิยมพิเศษ รีบเอ่ยขึ้นด้วยหน้าตาโศกเศร้า “พี่ พี่ใหญ่
“ไปไกลๆไป! คิดบ้าอะไรอยู่วะ!”
เย่เทียนเลิกคิ้ว ตะคอกเสียงเย็น “นายจะยอมถอดเองแต่โดยดี หรือให้ฉันอัดจนนายยอมถอด”
พูดขนาดนี้แล้ว จิ้นหรงกล้าพูดอะไรอีกที่ไหน ยอมถอดเสื้ออย่างเชื่องช้าด้วยหน้าตาโศกศัลย์
น่าสงสารเขาที่ก่อนหน้านี้เกือบโดนตำรวจจับได้ บัดนี้ต้องมาเจอตัวร้ายอย่างเย่เทียนอีก คืนนี้ช่างเต็มไปด้วยภัยพิบัติจริงๆ
“หยุด! กางเกงในไม่ต้องถอด!”
ตอนที่จิ้นหรงกำลังจะถอดกางเกงใน เย่เทียนถึงส่งเสียงห้าม ส่งผลให้จิ้นหรงโล่งใจขึ้นมาก มั่นใจแล้วว่าเย่เทียนไม่ได้คิดจะสวนทวารเขา
ลมพัดบางเบา
จิ้นหรงหนาวจนตัวสั่นงึกงัก รีบถามด้วยเสียงอันสั่นเทา “พี่
พี่ใหญ่ ตอนนี้ผมไปได้ยังครับ?”
“ได้สิ! แต่….”
เย่เทียนหัวเราะ ชี้ไปที่แม่น้ำซึ่งอยู่ไม่ไกล “นายต้องว่ายน้ำจากนี่ไปฝั่งตรงข้ามเท่านั้น”
จิ้นหรงอึ้งไปทันควัน กลางค่ำกลางคืนแบบนี้ให้ไปว่ายน้ำในแม่น้ำ? จะเอาชีวิตเขาหรือไง!
จิ้นหรงแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว เขาพูดด้วยหน้าตาหม่นหมอง “พี่ใหญ่ เปลี่ยนเป็นวิธีอื่นได้ไหม”
“ได้!”
เย่เทียนหัวเราะ สีหน้าอึมครึมลงในบัดดล
ฉันจะทำลายขาข้างที่สามของนาย! นายเลือกเองแล้วกัน”
“ถ้านายไม่ว่ายข้ามไป
จิ้นหรงเหงื่อท่วมทันที ทำลายขาข้างที่สาม? เช่นนั้นความสุขในครึ่งชีวิตที่เหลืออยู่คงไม่มีเลยน่ะสิ?
“ฉัน ฉันเป็นคนของแก๊งหวงจี๋นะ นายทำแบบนี้กับฉัน ไม่กลัวโดน….”
“แก๊งหวงจี๋ แก๊งบ้าแก๊งบออะไรกัน? ฉันไม่เคยได้ยิน”
แต่เย่เทียนสนใจที่ไหน
ถ้านายไม่เลือก ฉันจะเลือกให้นายเอง ฉันรับประกันว่าเตะทีเดียวก็ทำให้นายได้เป็นขันทีที่ดีที่สุดของประเทศจีน!”
เขาส่ายหัวยิ้มเย็นพลางกล่าว “ฉันให้นายสามวินาที
จิ้นหรงหมดสิ้นหนทาง หันกลับไปอย่างอดไม่ได้ จ้องมองลูกน้องของเขาด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ
เวลานี้ พวกลูกน้องของเขาก็ฟื้นตัวขึ้นมาบ้างแล้ว
พากันเลือกมองไม่เห็น แต่ละคนมองหน้ากันปริบๆ ไม่มีใครกล้ายืนหยัดออกมา
รู้สึกถึงสายตาจิ้นหรงที่มองมา
จิ้นหรงเห็นท่า รู้แล้วว่าลูกน้องพวกนี้ไม่ออกตัวแล้วล่ะ นึกด่าเจ้าสารเลวพวกนี้ในใจ หลังจากนี้จะสั่งสอนให้เข็ดหลาบ!
“ไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอ”
จิ้นหรงจนใจ ได้แต่หวังว่าเย่เทียนจะยอมใจดีปล่อยเขาไป
“นายคิดว่ายังไงล่ะ?!”
เย่เทียนหัวเราะเย็นๆ นัยน์ตาสีนิลเปล่งประกายเย็นยะเยือก ให้ความรู้สึกไม่อาจปฏิเสธ
จิ้นหรงสังเกตเห็นสีหน้าของเย่เทียน รู้สึกหนาวขึ้นมาจากฝ่าเท้า ประหนึ่งหล่นลงไปในถ้ำน้ำแข็ง
หากไม่กระโดดแม่นำ้ตามที่เย่เทียนสั่ง ขาข้างที่สามของตัวเองคงไม่เหลือ ถ้าเลือกกระโดดแม่น้ำ อย่างน้อยยังรักษาความสุขของช่วงล่างไว้ได้
เขาชั่งน้ำหนักกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ ทำใจกล้าวิ่งไปที่แม่น้ำด้วยกางเกงในหนึ่งต้องพร้อมเสียงร้องโหยหวน
พากันเลือกมองไม่เห็น แต่ละคนมองหน้ากันปริบๆ ไม่มีใครกล้ายืนหยัดออกมา
จิ้นหรงเห็นท่า รู้แล้วว่าลูกน้องพวกนี้ไม่ออกตัวแล้วล่ะ นึกด่าเจ้าสารเลวพวกนี้ในใจ หลังจากนี้จะสั่งสอนให้เข็ดหลาบ!
เย่เทียนนึกขำในใจ คิดไม่ถึงว่าเจ้านี่จะเชื่อฟังขนาดนี้ ยอมกระโดดแม่น้ำกลางค่ำกลางคืนแบบนี้จริงๆ
เขาดูอย่างสนุก แต่ลูกน้องของจิ้นหรงกลับตัวสั่นขวัญผวา แม้แต่พี่ใหญ่ของพวกเขายังมีจุดจบเช่นนี้ เกรงว่าจุดจบของพวกเขาคงไม่ดีกว่ากันเท่าไหร่!
จ๋อม!
ยังไงก็ตาม จิ้นหรงลังเลอยู่ข้างแม่น้ำครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เลือกกระโดดลงไป
รอจนถึงเวลานี้ เย่เทียนถึงพยักหน้าด้วยความพอใจ ทอดสายตาไปยังกุ๊ยพวกนั้น และชี้นิ้วออกมาฉับพลัน
“นาย เจ้าคนที่ย้อมผมสีแดงน่ะ มานี่!”
คนผมแดงที่เย่เทียนชี้มองซ้ายมองขวา แต่คนรอบข้างเขาพากันถอยหลังกรูด ราวกับกลัวจะโดนหางเลขไปด้วย
ด้วยความช่วยไม่ได้ คนผมแดงได้แต่ทำใจกล้าก้าวออกมา
หดหัวถาม
“พี่ใหญ่ มีรับสั่งอะไรเหรอครับ?”
เย่เทียนส่งเสียงถาม “พวกนายเป็นลูกน้องของใคร?”
คนผมแดงมองเย่เทียนด้วยความระมัดระวัง สารภาพออกไป “พวก พวกเราเป็นลูกน้องของพี่ใหญ่กู่”
“กู่เจิ้นเจียงเหรอ?”
เย่เทียนพยักหน้าอย่างใช้ความคิด “นายเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นคืนนี้ให้ฉันฟังหน่อย”
คนผมแดงกล้าปิดบังที่ไหน เขาเล่าทุกอย่างในคืนนี้ให้เย่เทียนฟังอย่างว่าง่าย
หลังจากพอทราบสถานการณ์แล้ว เย่เทียนลูบคางด้วยสัญชาตญาณ นึกในใจว่าเจียวซินข่ายมีประสิทธิภาพมากเหมือนกันนี่ เกรงว่าตอนนี้ในสถานีตำรวจคงเต็มไปด้วยคนของแก๊งหวงจี๋สินะ
การแทรกแซงจากเจียวซินข่ายอันกะทันหันนี้ ต้องเพิ่มความยุ่งยากให้การชิงตำแหน่งหัวหน้าใหญ่ของแก๊งหวงจี๋เป็นแน่
คิดมาถึงนี่ เย่เทียนหัวเราะออกมาเบาๆอย่างกลั้นไม่อยู่ และไม่เอาเรื่องกุ๊ยพวกนี้อีก พร้อมโบกมือบอกให้พวกเขาไสหัวไป!
ไม่ว่ายังไง เกิดเรื่องแบบนี้ ทั้งคู่ไม่มีกะจิตกะใจจะเดินเล่นอีก จึงตรงกลับโรงแรมที่เซ่เจียพักอยู่
ภายในห้องสวีทโรงแรม เย่เทียนนั่งลงบนโซฟา หยิบมือถือออกมาโทรหาเหลยเหลาหู่
เหลยเหลาหู่รอคำสั่งจากเย่เทียนอยู่ตลอด มือถือดังปุ๊บเขาก็รับทันที “คุณชายเย่ มีอะไรรับสังครับ”
“คำสั่งอะไรอีกเล่า ใกล้ได้เวลาแล้ว นายไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้เลย”
เย่เทียนหัวเราะ “จำไว้นะ
เชื่อว่าถึงตอนนั้นไม่ว่าจะเป็นอูชิงเจ๋อหรือกู่เจิ้นเจียงก็ต้องไปคุยกับนาย นายรู้นะว่าต้องทำยังไง”
ไปยึดพื้นที่สำคัญๆก่อน
“คุณชายเย่ วางใจเถอะครับ”
เหลยเหลาหู่เข้าใจความหมายของเย่เทียน จึงไม่ได้พูดอะไรอีก วางสายพร้อมออกคำสั่งให้ไปทำงานกัน
เซ่เจียนั่งลงข้างเย่เทียนอย่างเป็นธรรมชาติ พิงหัวกับไหล่ของเย่เทียนเบาๆ
“ลึกลับเชียว นายทำอะไรอีกล่ะ?”
ถามอย่างแปลกใจ
เย่เทียนยักไหล่พร้อมยิ้ม “ลึกลับอะไรกัน ช่วยเพื่อนสนิทของเธอน่ะสิ”
“เพื่อนสนิทของฉัน?”
เซ่เจียผงะ นัยน์ตาคู่สวยกลอกไปมา ก่อนจะรู้ตัว “นายหมายถึงกู้หยุนเหรอ?”
เย่เทียนพยักหน้าเบาๆ “อืม ไม่อย่างนั้นจะมีใครอีกล่ะ?”
เซ่เจียพยักหน้าอย่างใช้ความคิด ไม่ได้จี้ถามอะไรอีก
เธอมองเย่เทียนอย่างหว่านเสน่ห์ และเป็นฝ่ายเปลี่ยนเรื่องที่พูดเอง
“นี่ก็ดึกแล้ว รีบพักผ่อนกันดีกว่า”
เย่เทียนชะงักอย่างเห็นได้ชัด เกิดอารมณ์ขึ้นมาในบัดดล สายตาที่เซ่เจียเร่าร้อนขึ้น ประหนึ่งหมาป่าที่มองดูหนูน้อยหมวกแดง
เซ่เจียสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของเย่เทียน เธอหัวเราะเบาๆ
พูดเสียงพร่า “ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ นายรอฉันอยู่ตรงนี้!”
ยื่นมือเรียวขาวนวลออกไปลูบหน้าเย่เทียน
เย่เทียนหลงเสน่ห์เซ่เจียสุดๆ เขากลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้ รำพึงในใจว่าผู้หญิงคนนี้ช่างเป็นปีศาจน้อยที่ทรมานคนเก่งจริงๆ!