ข้าคือเขยผู้ยิ่งใหญ่ - บทที่ 786 นายจินตนาการไว้สวยงามเกินไป
บทที่ 786 นายจินตนาการไว้สวยงามเกินไป
“แหม ไม่คิดว่าจะมีคู่รักอยู่ตรงนี้ด้วย!”
ขณะที่เย่เทียนและเซ่เจียกำลังพลอดรักหวานซึ้ง เสียงชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเย้ยหยันดังมาจากที่ไม่ไกล
เย่เทียนขมวดคิ้วเป็นปมในบัดดล เงยหน้ามองทิศที่เสียงดังมา และเห็นเด็กหนุ่มท่าทางไม่เหมือนคนดีสิบกว่าคนกำลังเดินเข้ามาช้าๆ
ในบรรดากุ๊ยสิบกว่าคนนี้ มีหัวหน้าชื่อจิ้นหรง
ไม่รอให้เขาได้อิ่มเอิมกับชัยชนะตำรวจก็จุติลงมา
เป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งหวงจี๋ที่ต่อสู้กันในคืนนี้ หลังจากได้รับชัยชนะ
ถ้าไม่ใช่เขามีไหวพริบชิงหนีออกมาก่อน ป่านนี้คงดื่มชาอยู่ในสถานีตำรวจแล้ว
และเพราะเหตุนี้
เขามีความขุ่นเคืองในใจ และตาแหลมเห็นเย่เทียนสองคนที่พลอดรักกันอยู่ แม้ห่างกันไกลทำให้มองเห็นใบหน้าของเซ่เจียไม่ชัด แต่พอจะเห็นหุ่นของเซ่เจียอยู่ จึงมีความคิดอยากได้
และอยากระบายความหงุดหงิดในใจ
ในไม่ช้า เขาก็พากุ๊ยสิบกว่าคนมาถึงตรงหน้าเย่เทียนสองคน และล้อมพวกเขาเอาไว้
“โอ้โห!
ให้แม่นี่เสพสุขกับฉันหน่อยสิ ฉันรับประกันว่าจะทำให้เธอเปรมปรีด์แน่!”
แม่นี่สวยจริงๆ พอดีเลยคืนนี้ฉันอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เมื่อเห็นหน้าตาของเซ่เจียได้ชัดแล้ว จิ้นหรงอย่างกับชายคลั่ง น้ำลายจะไหลออกมาอยู่แล้ว
“พี่ใหญ่ครับ หลังพี่อิ่มเป็นคนแรกแล้ว ให้พวกผมได้ลิ้มรสบ้างได้ไหมครับ?”
“นั่นสิครับ คืนนี้พี่น้องกังวลใจกันหมด ให้ทุกคนได้เปรมปรีดิ์บ้างสิครับ”
กุ๊ยสิบกว่าคนที่ติตตามจิ้นหรงตะลึงเช่นกัน และหยอกเย้าอย่างไม่เกรงใจ
“ฮ่าๆ เรื่องนี้ไม่มีปัญหา!”
จิ้นหรงหัวเราะลั่นและรับปาก เมินเย่เทียนไปอย่างสมบูรณ์ สายตาที่มองเซ่เจียไม่ปิดบังความละโมบในนั้น
แม้ว่าเซ่เจียจะเห็นอะไรมานักต่อนัก แต่ท้ายสุดแล้วเธอยังเป็นผู้หญิง รู้สึกไม่ชอบสายตารุกรานของพวกจิ้นหรงสุดๆ จึงกระเถิบเข้าอ้อมอกของเย่เทียนด้วยสัญชาตญาณ
เย่เทียนก็โมโหขึ้นมาแล้วเช่นกัน นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย กล่าวเสียงเย็น “พวกนายจะทำอะไร!”
“ทำอะไร? ไอ้หนุ่ม แค่นี้นายก็ดูไม่ออกเหรอ?”
จิ้นหรงเหลือบมองเย่เทียนอย่างดูหมิ่น
เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน “ตอนนี้พวกเราอารมณ์ไม่ค่อยดีหรอกนะ ถ้านายรู้หน้าที่ก็รีบไสหัวไป
ไม่อย่างนั้นพวกเราอาจจะอัดนายจนแม่นายยังจำนายไม่ได้เลย!”
เวลานั้นเอง
เหมือนจะเป็นดาราหรือเน็ตไอดอลนี่แหละ”
กุ๊ยคนหนึ่งส่งเสียงขึ้นมา “พี่ใหญ่ ทำไมผมรู้สึกคุ้นหน้าคนสวยคนนี้จังเลยครับ?
“จริงเหรอ?”
จิ้นหรงชะงัก
เขาจำเธอได้ เชื่อว่าเธอคงเคยถ่ายหนังแอคชั่นความรักมาล่ะสิ ฝีมือน่าจะไม่เลวนะ”
สายตาที่มองเซ่เจียยิ่งชั่วร้ายมากขึ้น “คนสวย ลูกน้องฉันนิสัยยังไงฉันรู้ดี
“พวกนายพูดจบรึยัง?!”
นัยน์ตาเย่เทียนฉายแววเย็นเยียบ ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ จ้องพวกจิ้นหรงที่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงด้วยหน้าตาไม่เป็นมิตร
“อ้าว ไอ้หมอนี่ยังไม่ไปอีกเหรอ?”
จิ้นหรงทำท่าเหมือนเพิ่งเห็นเย่เทียน เขาหัวเราะเย็นๆ “ทำไมเหรอ คันตัวอยากโดนกระทืบหรือไง?”
เย่เทียนหัวเราะเย็นๆด้วยความดูถูก “อย่างพวกนายน่ะเหรอคิดจะกระทืบฉัน ชาติหน้าก็เป็นไปไม่ได้หรอก!”
รู้สึกได้ว่าทั้งสองฝ่ายพร้อมเข้าห้ำหั่นกัน เซ่เจียพูดเป็นกังวลอย่างอดไม่ได้ “ระวังด้วยนะ”
เย่เทียนหันกลับไปยิ้มให้อย่างมั่นใจ “วางใจเถอะ ขยะอย่างพวกเขาฉันจัดการได้ในไม่กี่นาทีเท่านั้นแหละ
“โห!
นายกล้าด่าพวกเราว่าเป็นขยะด้วยเหรอ พี่น้องเอ๋ย
สั่งสอนไอ้นี่ให้หนัก เดี๋ยวฉันจะให้เขาได้ดูหนังแอ็คชั่นความรัก!”
จิ้นหรงเดือดขึ้นมาในบัดดล ขี้เกียจจะเปลืองน้ำลายกับเย่เทียนต่อไป เขาโบกมือสั่งให้ลูกน้องไปจัดการเย่เทียน
พวกเขามากันสิบกว่าคนเชียวนะ
ยิ่งกระตุ้นฮอร์โมนในตัวพวกเขา อยากจะอวดเบ่งเสียหน่อย
ไม่คิดว่าเย่เทียนจะเป็นคู่มือของพวกเขาเลยสักนิด บวกกับมีคนสวยอย่างเซ่เจีย
ชั่วขณะนั้น ใต้คำสั่งของจิ้นหรง กุ๊ยสิบกว่าคนอย่างกับฉีดยากระตุ้นประสาท พุ่งไปหาเย่เทียนพร้อมเสียงกู่ร้อง
เย่เทียนโดนคำพูดของเจ้าพวกนี้ยั่วโมโหอยู่ก่อนแล้ว จะเกรงใจพวกเขาได้ยังไง เขาขยับเท้าและพุ่งเข้าไปทันที
ตู้ม!
เย่เทียนต่อยหน้ากุ๊ยคนที่อยู่หน้าสุดอย่างแรง ความเจ็บปวดแสนสาหัสส่งผลให้กุ๊ยคนนั้นโอดครวญออกมา
จมูกยุบลงไป เลือดกำเดาสาด
น่าอนาถถึงขีดสุด!
“นายกล้าขัดขืนด้วยเหรอ? ฉันจะเล่นงานไอ้สารเลวอย่างนายให้ตายไปเลย!”
คราวนี้ ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดุร้ายของพวกกุ๊ย พวกเขาพุ่งไปฆ่าเย่เทียนอย่างดุดัน
“ยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเองอีก!”
สีหน้าเย่เทียนเย็นชาลง ไม่เกรงใจพวกเขาอีกต่อไป เขาทะลุผ่านดงกุ๊ยอย่างคล่องแคล่ว ทุกหมัดที่ต่อยออกไปล้วนมีกุ๊ยคนหนึ่งล้มลง
ในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที กุ๊ยเกือบครึ่งโดนเย่เทียนอัดจนล้มลง และไม่อาจยืนขึ้นได้อีก!
กุ๊ยที่เหลือตาค้างกันหมด คิดไม่ถึงว่าเย่เทียนจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ไม่กี่ทีก็ล้มคนของพวกเขาไปครึ่ง
โดยเฉพาะหัวหน้าอย่างจิ้นหรง ยิ่งอึ้งจนตาโตอ้าปากค้าง
“หยิบอาวุธออกมา ฟันไอ้เวรนี่ให้ตายไปเลย!”
แต่ไม่นานนักเขาก็ได้สติ คำรามอย่างเกรี้ยวกราด
พวกเขาเพิ่งออกจากสนามรบนะ บัดนี้ยังพกอาวุธติดตัวอยู่ กุ๊ยที่เหลือหน้าตามุ่งร้าย พากันชักมีดออกมาและพุ่งไปหาเย่เทียนอีกครั้ง
แต่ ต่อให้มีอาวุธค้ำจุน แค่กุ๊ยกลุ่มหนึ่งจะสู้เย่เทียนได้ยังไง?
เพียงครู่เดียว กุ๊ยทั้งหมดก็ลงไปนอนกับพื้น ส่งเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดอย่างอดไม่ได้ เหลือเพียงจิ้นหรงที่หน้าตาไม่สู้ดียังยืนได้อยู่
เย่เทียนมองจิ้นหรงด้วยใบหน้ากึ่งยิ้ม “ตอนนี้เหลือนายแค่คนเดียวแล้วนะ!”
“ฉันขอสู้ตายกับนาย!”
จิ้นหรงโดนจ้องจนขนลุกในใจ ปากเขาส่งเสียงคำรามกราดเกรี้ยว พุ่งไปหาเย่เทียนฉับพลัน
แม้เขาจะกล้าหาญ ทว่าเขาจะทำอะไรเย่เทียนได้ยังไง เสียงดังตึง เย่เทียนถีบเขาอย่างแรง
“โอ๊ย!”
จิ้นหรงร้องเสียงอนาถอย่างอดไม่ได้ ถอยหลังกรูดไปหลายก้าว สุดท้ายก็คุมตัวเองไม่อยู่ ล้มจ้ำเบ้าลงที่พื้น
ไม่รอให้เขาหันกลับมา พลันรู้สึกภาพตรงหน้ามืดมนอีกครั้ง เป็นเย่เทียนที่ประชิดเข้ามา
“เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน”
จิ้นหรงรู้แล้วว่าตัวเองไม่ใช่คู่มือของเย่เทียน รีบโบกมือพยายามทำให้เย่เทียนหยุด
น่าเสียดาย เย่เทียนไม่สนใจเขาเลยสักนิด เย่เทียนกระชากคอเสื้อจิ้นหรงขึ้นมาอย่างแข็งกร้าว มืออีกข้างตบหน้าไปหลายทีโดยไม่ออมแรง
เพียะ!
เสียงตบใสกังวานดังติดต่อกัน จิ้นหรงโดนตบจนมึนไปหมด
จนคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเย่เทียนอย่างอดไม่ได้
กว่าจะตั้งสติได้ พลันรู้สึกปวดท้องขึ้นมาอย่างหนัก
“พี่
พี่ใหญ่! ผมมีตาหามีแววไม่ พี่จิตใจกว้างขวาง
ปล่อยผมไปเถอะ”
อุตส่าห์ผ่อนแรงลงบ้างแล้ว จิ้นหรงรีบร้องขอความเมตตาจากเย่เทียน
“นายจินตนาการไว้สวยงามเกินไปหรือเปล่า?”
เย่เทียนคลี่ยิ้มโหดร้ายที่มุมปาก “ถ้าไม่ใช่ว่าฉันพอมีความสามารถ ตอนนี้พวกนายคงทำร้ายแฟนฉันอยู่ล่ะสิ จะให้ฉันปล่อยนายได้ยังไง!”
เขาได้ยินกับหูตัวเองว่าพวกจิ้นหรงคิดจะทำยังไงกับเซ่เจีย เขาจะปล่อยพวกนี้ง่ายๆได้ยังไง?!