ข้าคือเขยผู้ยิ่งใหญ่ - บทที่ 783 ฉันช่วยคุณเอง
บทที่ 783 ฉันช่วยคุณเอง
“ฉันต่อมือให้สองข้างนายก็ไม่มีทางสู้ฉันได้หรอก”
เสียงที่เต็มไปด้วยความดูถูกของเย่เทียนดังขึ้นข้างหู เฮ่อจงเทียนบันดาลโทสะ
“ไอ้เวรนี่จะตายอยู่แล้วยังจะโอหังอีก คอยดูสิว่าฉันจะจัดการนายยังไง!”
บัดนี้เย่เทียนโดนล็อคมือทั้งสองข้าง เขาไม่มีอะไรต้องกลัว จึงพุ่งไปหาเย่เทียนอย่างดุดัน
ตึง!
เย่เทียนเกรงใจเขาที่ไหน ถึบเขาจนกระเด็นกลางอากาศ ก่อนจะคุกเข่ากระแทกพื้นอย่างแรง เจ็บจนเขาไม่มีแรงลุกขึ้นได้อีก
ขาเย่เทียนไม่โดนพันธนาการ เขาลุกขึ้นทันควันและเดินมาอยู่ตรงหน้าเฮ่อจงเทียนด้วยใบหน้ากึ่งยิ้ม
ขาข้างหนึ่งเหยียบเฮ่อจงเทียน
เอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็น “รู้สึกว่าตัวเองช่างไร้น้ำยาเหลือเกินใช่ไหม? ต่อให้มือสองข้างของฉันโดนล็อคไว้ยังล้มฉันไม่ได้”
เฮ่อจงเทียนอึดอัดจนแทบกระอักเลือด
“นายรีบปล่อยฉันนะโว้ย ไม่อย่างนั้นรอวันตายได้เลย!”
เขาอดทนกับความเจ็บปวดร่างกาย ตวาดใส่เย่เทียนอย่างโกรธเกรี้ยว
เย่เทียนชะงัก ก่อนจะหัวเราะเย็นๆไม่หยุด “โอ้โห สภาพนายเป็นแบบนี้แล้วยังกล้าขู่ฉันอีกเหรอ?”
“นายรู้ไหมว่าสารวัตรที่นี่เป็นอะไรกับฉัน?”
เฮ่อจงเทียนต้องจำใจยอมรับว่า ระหว่างเขากับเย่เทียนห่างชั้นกันใหญ่หลวง จึงได้แต่อ้างเจียวซินข่ายเพื่อบีบบังคับให้เย่เทียนยอมจำนน
เย่เทียนถามอย่างแปลกใจ “แล้วสารวัตรเป็นอะไรกับนายล่ะ”
เฮ่อจงเทียนขู่
ฉันรับประกันเลยว่านายมีจุดจบแย่แน่!”
“ฉันบอกนายแบบไม่กลัวเลย เขาเป็นอาของฉัน! ถ้านายยังไม่ยอมปล่อยฉัน
เย่เทียนหลุดหัวเราะ มิน่าล่ะเฮ่อจงเทียนถึงมาที่ห้องสืบสวนได้ตามลำพัง ที่แท้มีความสัมพันธ์ชั้นนี้ด้วย!
คิดมาถึงนี่
“มัวเปลืองน้ำลายอยู่ทำไม อย่าหาว่าฉันไม่ให้โอกาสนาย ฉันจะดูซิว่านายจะไปเรียกคนอื่นมาที่นี่ยังไง”
เขาเอาขาออกจากตัวเฮ่อจงเทียน ปิดทางเข้าออกประตูของห้องสืบสวน
เฮ่อจงเทียนรีบคลานขึ้นจากพื้นอย่างเจ็บปวด สีหน้าย่ำแย่นิดหน่อย คิดไม่ถึงว่าเย่เทียนจะปิดทางเข้าออก
แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้เขารู้อยู่แก่ใจว่าไม่ใช่คู่มือของเย่เทียน ก็ได้แต่กำหมัดแน่น
เย่เทียนยังคงมีท่าทีเจ้าสำราญ ยื่นมือกระดิกนิ้วใส่เฮ่อจงเทียน ท้าทายสุดๆ
“ไปตายซะ!”
เฮ่อจงเทียนคำรามอย่างเดือดดาล ขยับเท้าไปหาเย่เทียน
เย่เทียนหัวเราะเย็นๆอย่างดูหมิ่น หลบการโจมตีของเฮ่อจงเทียนได้อย่างง่ายดาย สองมือประกบตบเข้าไปอย่างแรง
เพียะ!
เสียงตบหน้าหนึ่งฉาดใหญ่ดังลั่น เฮ่อจงเทียนหลบฝ่ามือเย่เทียนไม่พ้น ร่างกายหมุนอยู่ที่เดิมหลายรอบอย่างควบคุมไม่ได้ เห็นๆอยู่ว่ากำลังจะล้ม
ฉวยโอกาสนี้ เย่เทียนขยับเท้า สลับตำแหน่งกับเฮ่อจงเทียน เล็งจังหวะและถีบก้นเขาอย่างแรง
ปั่ก!
เฮ่อจงเทียนพลันรู้สึกเจ็บปวดสาหัสที่ก้น และกระแทกกับประตูใหญ่ห้องสืบสวนอย่างควบคุมไม่ได้
แคร่ก!
ประตูหักตามเสียง เฮ่อจงเทียนล้มอยู่ตรงทางเดินด้านนอกในสภาพดูไม่ได้
หนนี้มีตำรวจไม่น้อยที่ได้ยิน
จึงพากันมองเฮ่อจงเทียนที่โอดครวญอย่างรวดร้าว มีตำรวจหลายนายจำเขาได้ รีบวิ่งเหยาะๆเข้ามา
“คุณชายเฮ่อ เป็นอะไรไหมครับ?”
“นายเห็นว่าฉันเหมือนคนไม่เป็นไรเหรอ?”
เฮ่อจงเทียนที่มีคนพยุงขึ้นโกรธถึงขีดสุด
ชี้นิ้วไปที่เย่เทียนในห้องสืบสวน ตวาดลั่น “ไอ้นั่นกล้าทำร้ายฉันแม้กระทั่งอยู่ที่นี่ เป็นพวกอาชญากรร้ายแรงชัดๆ
พวกนายยังไม่รีบจับเขาไว้อีก”
ตำรวจทั้งหลายข้างกายเฮ่อจงเทียนถึงหันไปมองในห้องสืบสวน เมื่อเห็นใบหน้าของเย่เทียนอย่างชัดเจนแล้ว แต่ละคนมีสีหน้าประหลาดขึ้นมา
เมื่อวานเรื่องที่เย่เทียนอาละวาดในห้องฝากขังชั่วคราวโด่งดังไปทั่วสถานี พวกเขาจะไม่รู้จักคนโฉดอย่างเย่เทียนได้ยังไง?!
ตำรวจแต่ละนายสบตากัน ล้วนเห็นความแน่วแน่ในสายตาอีกฝ่าย
“อะแฮ่ม
ไปครับ พวกเราจะพาคุณไปหาหมอที่โรงพยาบาล”
คุณชายเฮ่อ ในห้องสืบสวนมีคนที่ไหนกันล่ะครับ คุณล้มไม่เบาเลยนะ ถึงขนาดเกิดภาพหลอนแล้ว
ตำรวจหนึ่งนายที่ค่อนข้างมีอายุส่งสายตาให้ตำรวจข้างกาย ทั้งสองลากเฮ่อจงเทียนออกไปด้านนอก
เฮ่อจงเทียนผงะ ดิ้นรนและส่งเสียงคำราม “ภาพหลอน? ภาพหลอนแม่แกสิ….”
แต่ตำรวจสองนายนั้นไม่สนใจเฮ่อจงเทียนเลย แทบจะฉุดกระชากลากถูเขาออกไป
เย่เทียนก็คิดไม่ถึงว่าจะจบลงเช่นนี้ ไม่รอให้เขาตั้งสติก็มีตำรวจคนหนึ่งเข้ามาหา
พร้อมแกะกุญแจมือให้เย่เทียนอย่างว่องไว และยิ้มเอาใจพลางเอ่ย
“คุณชายเย่ ต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆครับ ผมจะพาคุณไปพบผู้กองเจียวนะครับ”
พวกเขาไม่กล้าแตะตัวปัญหาใหญ่อย่างเย่เทียนหรอก วิธีแก้ไขที่ดีที่สุดคือปล่อยให้เจียวซินข่ายจัดการ
เย่เทียนถึงได้สติ และมองตำรวจตรงหน้าอย่างมีนัย ทว่าไม่ได้เอาเรื่อง “ก็ได้”
ตลอดทั้งทาง เย่เทียนรู้สึกได้ชัดเจนว่าตำรวจนายนี้จงใจยืดเวลาออกไป เดาได้ไม่ยากว่ามีคนไปบอกเจียวซินข่ายก่อน แต่เขาก็ไม่ได้เปิดโปง
อย่างแรก
ที่เขามาก็เพราะอยากพบเจียวซินข่ายจริงๆ อย่างสอง เขาไม่เสียเปรียบอะไร ในเมื่อเจียวซินข่ายกับเฮ่อจงเทียนเป็นญาติกัน
เขาก็ไม่อยากทำให้เรื่องมันร้ายรแรงเกินไป
ไม่ว่ายังไง เดินกันไปเกือบสิบนาที ทั้งคู่ถึงมาถึงห้องทำงานสารวัตร
ทั้งสองผลักประตูเข้าไป เจียวซินข่ายเหงื่อตกอยู่นานแล้ว เขารีบลุกขึ้นยืน ท่าทางประหม่ายิ่งกว่าเจอหัวหน้าอีก
“สารวัตรครับ ผมมีเอกสารต้องรีบทำ ไปก่อนนะครับ”
นายตำรวจทักทายแล้วรีบถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่ ซ้ำยังไม่ลืมปิดประตูห้องให้ด้วย
“คุณ คุณชายเย่ เชิญนั่งครับ”
เจียวซินข่ายดึงเก้าอี้ให้เย่เทียนด้วยตัวเอง ในใจด่าเฮ่อจงเทียนซะเละตุ้มเป๊ะ ถ้ารู้แต่แรกว่าอีกฝ่ายคือเย่เทียน เขาจะรับปากเฮ่อจงเทียนได้ยังไง?!
เย่เทียนนึกขำในใจ ไม่ได้มากพิธีกับเขานัก เย่เทียนนั่งลงพร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง ไม่ทราบว่าผู้กองเจียวนั่งอยู่บนตำแหน่งได้อย่างสบายใจไหมครับ?”
เจียวซินข่ายผงะ รีบอธิบาย “คุณชายเย่….”
เขาไม่รู้ว่าเย่เทียนคิดยังไง นึกว่าเย่เทียนไม่พูดเรื่องเฮ่อจงเทียนเพราะพาลโมโหเขาด้วย
เห็นท่าทางกังวลของเจียวซินข่ายแล้ว
เรื่องที่ฉันจะพูดไม่เกี่ยวกับเฮ่อจงเทียน คุณฟังที่ฉันพูดให้จบก่อน”
เย่เทียนรู้ดีว่าเขาคิดยังไง จึงส่ายหัวพลางเอ่ย “วางใจเถอะ
เจียวซินข่ายได้ฟังก็นั่งลงด้วยใจตุ้มๆต่อมๆ รอบทต่อไปของเย่เทียนด้วยใจเป็นกังวล
เย่เทียนส่ายหัวอย่างอ่อนใจ “ผู้กองเจียว คุณก็น่าจะรู้ว่าตอนนี้เมืองจินไม่ค่อยสงบ หรือคุณไม่มีความคิดจะจัดระเบียบเลยเหรอ?”
“ไม่สงบ? จัดระเบียบ?”
เจียวซินข่ายขึ้นมาถึงตำแหน่งนี้ได้ย่อมมีความฉลาดอยู่บ้าง จึงหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง “เย่เทียน คุณพูดถึงแก๊งหวงจี๋เหรอ?”
“ใช่แล้ว! แก๊งหวงจี๋นั่นแหละ!”
เย่เทียนพยักหน้าอย่างพอใจ “ฉันรู้สึกว่าช่วงนี้เมืองจินมีมาตรการรักษาความปลอดภัยแย่มาก ฉันออกจากบ้านทีไรแทบจะโดนรังแกตลอดเลย จนตอนนี้ฉันไม่ค่อยกล้าออกไปไหนแล้ว”
“เชื่อว่าคุณอยู่ในตำแหน่งนี้มานานแล้วใช่ไหม ถ้าไม่ยอมก้าวหน้าสักที เกรงว่าคงไม่มีความดีความชอบที่โดดเด่นเท่าไหร่นะ”
“ตอนนี้ฉันจะช่วยคุณเอง ถ้าคุณอยากขยับเขยื้อนขึ้นข้างบน การลงมือจากแก๊งหวงจี๋เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย!”
เจียวซินข่ายตกใจอย่างมาก คิดไม่ถึงว่าเย่เทียนจะมาคุยเรื่องนี้กับเขา
เดิมเรื่องของแก๊งหวงจี๋ถ้าไม่เล่นกันหนักข้อเกินไป เขาเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ก็ได้ ยังไงซะเรื่องบางเรื่องกำจัดได้ไม่หมดหรอก
แต่เวลานี้มมีคำพูดจากเย่เทียน เขาคงทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว!